All Chapters of คุณสีคะ คุณถูกภรรยาเขี่ยทิ้งแล้ว!: Chapter 21 - Chapter 30

30 Chapters

บทที่ 21

สีเฉิงอวี้พาดเสื้อโค้ทสีดำไว้ที่แขน ก้าวเดินอย่างสุขุมอยู่ในทางเดินวีไอพี ด้านหลังของเขาคือทีมธุรกิจระดับหัวกะทิของสีกรุ๊ป ทุกคนสวมสูทผูกไท ดูเรียบร้อยไร้ที่ติบนพื้นถนนที่เงาวับราวกับกระจก เสียงฝีเท้าที่พร้อมเพรียงกันแสดงให้เห็นถึงสง่าราศีอันทรงพลังที่ยากจะสั่นคลอนเหล่าผู้โดยสารที่เพิ่งลงจากเครื่องบินต่างพากันหยุดมองผ่านบานกระจกด้วยความสนใจภายในห้องโดยสารของเครื่องบินส่วนตัว สีเฉิงอวี้เปิดอ่านเอกสารในมือ โดยที่ลู่จิ้นวางถ้วยกาแฟไว้ที่ด้านซ้ายมือของเขา"ให้ทางโรงพยาบาลจับตาดูหน่อย โดยเฉพาะเซี่ยงหว่าน อย่าปล่อยให้เธอเข้าใกล้เจียงไหว" สีเฉิงอวี้พลิกหน้าเอกสารโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา……รถแท็กซี่ขับเข้าไปในซีจื่อวานเซี่ยงหว่านซื้อคอนโดไว้ที่ซีจื่อวานเมื่อหลายปีก่อน อยู่ใกล้กับสถานีโทรทัศน์มาก เดินเพียงสิบนาทีก็ถึงตอนแรกเธอฝึกงานที่สถานีโทรทัศน์ เธอซื้อห้องนี้เพื่อให้สะดวกในการใช้ชีวิต ตอนนั้นคิดว่าในอนาคตจะไปเป็นนักข่าวประจำต่างประเทศ จึงซื้อห้องแบบสองห้องนอนไว้แบบเรียบง่ายห้องหนึ่งเป็นของเธอ ส่วนอีกห้องหนึ่งเป็นของโจวเซี่ยนหลี่พอใช้ลายนิ้วมือปลดล็อกประตู เซี่ยงหว่านก็เปิดไฟและ
Read more

บทที่ 22

เวลาสามปีสามารถเปลี่ยนแปลงได้หลายเรื่องเลยกว่าเธอจะกลับมา ทั้งคนทั้งเหตุการณ์คงเปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าเดิมแล้วไม่แน่ว่าสีเฉิงอวี้กับเจียงอวิ๋นซี...เซี่ยงหว่านยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว เธอเลอะเลือนอีกแล้ว ไม่ควรไปคิดถึงเขาเลยทันใดนั้น ศีรษะหนึ่งก็ยื่นมาตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอ "ทำอะไรน่ะ เธอคงไม่ได้คิดจะไปหรอกนะ"พอถูกขัดจังหวะแบบนี้ เซี่ยงหว่านก็ไม่มีเวลามาทุกข์ใจแล้ว เธอผลักศีรษะของซูอู่ออกไป "ยัยตัวแสบ เธอเดาถูกแล้วล่ะ""ผลักทำไมเนี่ย อุตส่าห์ตื่นมาไดร์ผมแต่เช้า เธอทำผมฉันยุ่งหมดแล้ว!" ซูอู่บ่นพลางจัดทรงผม และจ้องมองเซี่ยงหว่านด้วยความสงสัย "สมองเพี้ยนไปแล้วเหรอ"เซี่ยงหว่านยิ้มแต่ไม่พูดอะไร เธอคลิกเปิดลิงก์รับสมัครทว่าเมาส์กลับถูกใครบางคนกดทับไว้เซี่ยงหว่านเลิกคิ้วมองซูอู่แวบหนึ่งคิ้วสวยของซูอู่ขมวดมุ่น แสดงสีหน้าจริงจังที่หาได้ยาก "เธอดูเงื่อนไขการสมัครให้ดี ไปแล้วต้องอยู่ถึงสามปีเลยนะ""ฉันอ่านทุกตัวอักษรยันเครื่องหมายวรรคตอนเลยล่ะ"ดูท่าทางแล้วคงตัดสินใจแน่วแน่จริง ๆซูอู่ปล่อยเมาส์ กอดอกพลางปรายตามองเซี่ยงหว่าน "คนอื่นเขาไปเพื่อชุบตัว แต่เธอคือนักข่าวมือทองของ
Read more

บทที่ 23

"งั้นคุณช่วยฉันได้ไหมคะ" เซี่ยงหว่านมองเขาบรรณาธิการบริหารเซี่ยขมวดคิ้วเขาเองก็คิดไม่ถึงว่าจะมีคนจับจ้องตำแหน่งนี้เยอะขนาดนี้ ความจริงเขาได้ข่าวมาตั้งแต่ก่อนจะเปิดรับสมัครแล้ว แต่ตอนนั้นไม่คิดว่าเซี่ยงหว่านจะสนใจ จึงไม่ได้แจ้งเธอล่วงหน้าตอนนี้คนเต็มแล้ว จัดการไม่สะดวกจริง ๆ"พี่สามเซี่ย ช่วยฉันหน่อยเถอะค่ะ ฉันอยากไปจริง ๆ นะ" เซี่ยงหว่านเอ่ยปากขอร้องบรรณาธิการบริหารเซี่ยมีชื่อว่าเซี่ยซวิ่น ซึ่งพ้องเสียงกับ 'เซี่ยซุ่น' ราชสีห์ขนทองในนิยายกำลังภายในของกิมย้ง คนที่ค่อนข้างมีประสบการณ์ในแผนกจึงมักเรียกเขาตอนอยู่กันส่วนตัวว่าพี่สามเซี่ยพอได้ยินคำเรียกนี้ เซี่ยซวิ่นก็ยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม"หึ ผมจะบอกให้นะยัยหนู..."เมื่อสบกับสายตาที่สงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวของเซี่ยงหว่าน เขาก็ถอนหายใจแล้วบอกว่า "งานนี้ผมคงช่วยไม่ได้ ลองไปถามศาสตราจารย์ฟางดูสิ ท่านกว้างขวาง แค่บอกทางนั้นสักคำ เพิ่มคุณเข้าไปอีกคนไม่น่าเป็นปัญหา"เซี่ยงหว่านกำนิ้วมือแน่นสมัยเรียนปริญญาโทเธอเรียนด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ศาสตราจารย์ฟางก็คืออาจารย์ที่ปรึกษาของเธอนั่นเองแต่เขายังมีอีกสถานะหนึ่ง
Read more

บทที่ 24

เหมือนซ่อนเข็มไว้ในสำลีคำพูดนี้ฟังแล้วทิ่มแทงใจจริง ๆ"ต้องให้ฉันพูดให้ชัดขนาดนั้นเลยเหรอ" ในเมื่ออีกฝ่ายพูดมาขนาดนี้ เซี่ยงหว่านก็ไม่เกรงใจแล้ว "ก็แค่ไม่อยากได้ของที่เธอเคยใส่แล้วเฉย ๆ"ความหมายแฝงของคำพูดนี้ก็คือ เธอรังเกียจว่ามันสกปรกเจียงอวิ๋นซีโตกับเซี่ยงหว่านโตมาด้วยกัน พวกเธอรู้จักกันตั้งแต่ประถม แม้เซี่ยงหว่านจะอายุน้อยกว่าสองปี แต่เพราะเซี่ยงหว่านฉลาดจนสอบข้ามชั้นตอนประถมถึงสองครั้ง ต่อมาพวกเธอจึงสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันได้ถ้าจะบอกว่าใครในโลกนี้ที่รู้จักเซี่ยงหว่านดีที่สุด เจียงอวิ๋นซีต้องเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอนความหมายแฝงในคำพูดนั้น เจียงอวิ๋นซีเองก็เข้าใจดีทว่าเธอยังคงเอ่ยอย่างใจเย็น "หว่านหว่าน ฉันตั้งใจจะยกให้เธอจริง ๆ นะ"ไม่เคยเห็นใครกระเหี้ยนกระหือรือจะแจกของขนาดนี้มาก่อนเลยถ้าไม่ใช่ว่าสมองมีปัญหา ก็คงตั้งใจจะทำให้อึดอัดนั่นแหละแววตาของเซี่ยงหว่านฉายแววรำคาญวูบหนึ่ง เธอจิ๊ปาก "ในเมื่อเธอไม่อยากได้ขนาดนี้ ฉันก็มีคำแนะนำให้เหมือนกัน ไม่อยากได้ก็ทิ้งไปสิ ฉันว่าพี่เฉิงของเธอคงไม่ถือสาหรอก"ใครจะคิดล่ะ บนใบหน้าของเจียงอวิ๋นซีไม่มีแววโกรธเคืองเลยสักนิด เธอกล
Read more

บทที่ 25

"แต่ฉันไม่ได้หลอกเธอนะ ที่ฉันกลับมาเมืองหลิงอัน ไม่ใช่เพื่อแย่งพี่เฉิงจากเธอหรอก เพราะฉันไม่ได้เป็นคนต้นคิดว่าจะกลับมา พี่เฉิงต่างหากที่อยากให้ฉันกลับมา"เท้าข้างที่กำลังก้าวเข้าลิฟต์ของเซี่ยงหว่านชะงักทันทีเธอยื่นมือไปกดเปิดประตูลิฟต์ไว้ ในพริบตาประตูจึงเลื่อนเปิดออกทั้งสองข้างเธอกำนิ้วมือแน่นเพื่อข่มอารมณ์ให้ตัวเองใจเย็นลง ไม่ให้ตัวเองหันกลับไปซักไซ้เจียงอวิ๋นซีประตูลิฟต์ค่อย ๆ เลื่อนปิดลงเซี่ยงหว่านจ้องมองเงาตัวเองในผนังลิฟต์ สีหน้าดูแย่มาก เมื่อเธอคลายนิ้วที่กำแน่นออก ฝ่ามือตรงรอยถลอกจากการลื่นล้มเมื่อคืนก็ถูกเล็บจิกจนเลือดซึมเธอคิดว่าตัวเองใจนิ่งพอที่จะเผชิญหน้ากับเจียงอวิ๋นซีได้ แต่คิดแล้วคิดอีกก็ยังคิดไม่ถึงอยู่ดี ว่าจะเป็นสีเฉิงอวี้ที่ให้เจียงอวิ๋นซีกลับมาสีเฉิงอวี้ใจร้อนขนาดนี้เลยเหรอ แม้แต่รอให้หย่าขาดกันก่อนก็ยังรอไม่ได้ ต้องรีบรับเจียงอวิ๋นซีกลับประเทศทันทีดูท่าว่าสีเฉิงอวี้จะไม่เห็นชีวิตคู่ของพวกเขาอยู่ในสายตาเลยจริง ๆ และไม่เห็นหัวภรรยาอย่างเธอด้วยชีวิตคู่ของพวกเขาไม่ใช่แค่เหมือนคนแปลกหน้า แต่มันไร้ความหมายไร้ตัวตน สีเฉิงอวี้ไม่แยแสเลยแม้แต่น้อยเมื่อคิด
Read more

บทที่ 26

ฟางฉี่หลินเป็นผู้ทรงอิทธิพลของวงการข่าวในประเทศ ทุกฝ่ายต่างต้องเกรงใจและไว้หน้าเขาไม่ต้องพูดถึงทางฝั่งสำนักข่าวที่มีหัวหน้าหลายคนเป็นลูกศิษย์ของเขา แค่เขาเอ่ยปากคำเดียว ก็สามารถแก้ปัญหาของเซี่ยงหว่านได้แล้วเธอมองผมสองข้างขมับที่เริ่มหงอกขาวของชายวัยกลางคน ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด "อาจารย์คะ หนูรู้ตัวว่าผิดไปแล้วจริง ๆ ค่ะ"ลูกศิษย์ของฟางฉี่หลินต่างเรียกเขาว่าศาสตราจารย์ฟาง แต่ในตอนนั้นมีเพียงเซี่ยงหว่านคนเดียวที่เรียกเขาว่าอาจารย์แม้แต่พวกรุ่นพี่ของเซี่ยงหว่าน ต่างก็พูดกันว่าคนที่ศาสตราจารย์ฟางเอ็นดูที่สุดก็คือเซี่ยงหว่านเมื่อได้ยินคำว่าอาจารย์ที่ไม่ได้ยินมานานอีกครั้ง ฟางฉี่หลินก็เผยสีหน้าหวั่นไหวแวบหนึ่งเขาขยับแว่นตรงสันจมูกพลางถอนหายใจ "ถ้าไปต่างประเทศทีก็ต้องไปถึงสามปี แยกกับสีเฉิงอวี้สามปี เธอตัดใจลงเหรอ หรือว่าเป็นเพราะซีซีกลับจากต่างประเทศ เลยกระทบต่อความรักของเธอกับสีเฉิงอวี้"ความรักงั้นเหรอ?เซี่ยงหว่านได้ยินคำสองคำนี้แล้วได้แต่รู้สึกตลกร้าย เธอกับสีเฉิงอวี้จะไปมีความรักอะไรกันได้ แม้แต่ความผูกพันแบบพี่น้องในตอนแรกก็ไม่เหลือแล้วเธอยิ้มอย่างขมขื่น "อาจารย์คะ ว
Read more

บทที่ 27

เซี่ยงหว่านพยักหน้า แล้วเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยตอนที่ประตูลิฟต์เพิ่งจะปิด เจียงอวิ๋นซีซึ่งถูกแม่บ้านเข็นรถเข็นออกมาจากหัวมุมทางเดินก็ปรากฏตัวขึ้น เธอจ้องตัวเลขสีแดงที่กำลังขยับบนหน้าปัดลิฟต์พลางทำท่าครุ่นคิดหลังจากออกจากโรงพยาบาล เซี่ยงหว่านก็ขับรถไปอย่างไร้จุดหมายความจริงแล้วเรื่องการไปต่างประเทศนี้ เธอไม่จำเป็นต้องขอให้ศาสตราจารย์ฟางช่วยก็ได้ตระกูลสีหรือตระกูลโจวต่างก็ช่วยเธอได้เพราะในเมืองหลิงอันหรือถึงขั้นทั้งประเทศ ในหลายสาขาอาชีพ ตระกูลสีและตระกูลโจวคือผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจถ้าคุณนายเฒ่าตระกูลสีออกหน้า เรื่องนี้ย่อมคลี่คลายได้ง่ายดาย แต่เธอไม่อยากให้คุณนายเฒ่ารู้ เพราะถ้าท่านรู้ ท่านจะต้องขัดขวางเธอแน่นอนแม้แต่เรื่องที่หย่ากับสีเฉิงอวี้ เธอยังไม่รู้เลยว่าจะเริ่มต้นพูดอย่างไรโจวเซี่ยนหลี่ก็ไม่ได้เหมือนกัน เขาไม่มีทางยอมให้เธอไปที่แบบนั้นแน่ ดีไม่ดีเขาอาจจะถึงขั้นขอตัดขาดความเป็นเพื่อนกับเธอ เจ้าหมอนั่นเอะอะก็ชอบเอาเรื่องตัดเพื่อนมาขู่เธออยู่เรื่อยเธออายุมากขึ้นทุกวัน รับเรื่องสะเทือนใจแบบนั้นไม่ไหวแล้วขอแค่ปิดบังพวกเขาไว้ พอถึงเวลา พวกเขาย่อมรั้งเธอไว้ไม่ทันเ
Read more

บทที่ 28

เจียงอวิ๋นซีนั่งอยู่บนรถเข็น รวบกระชับผ้าพันคอที่ลำคอ "พรุ่งนี้เช้าตุ๋นซุปหน่อยนะ ฉันจะเอาไปส่งให้คุณน้า""ได้ค่ะ คุณหนูเจียง" แม่บ้านเข็นรถเข็นเตรียมเข้าบ้าน"เจียงอวิ๋นซี!"ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังฝ่าอากาศเข้ามาจากด้านหลังพวกเขา เป็นเสียงที่โกรธเกรี้ยวและร้อนรน เห็นได้ชัดว่าชายที่ขับรถเป็นบอดี้การ์ด เขาหันกลับไปทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้า ไปขวางอยู่ด้านหลังรถเข็นของเจียงอวิ๋นซีด้วยท่าทีระแวดระวังทำให้เจียงอวิ๋นซีมองเห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดเจนใในทันทีที่หันกลับมาทว่าเสียงนี้..."หลีกไป เธอเป็นเพื่อนฉันเอง" น้ำเสียงของเธอเรียบเฉยบอดี้การ์ดถอยออกไป เจียงอวิ๋นซีจึงเห็นเซี่ยงหว่านที่ยืนอยู่ท่ามกลางลมแรงด้วยดวงตาที่แดงก่ำในทันทีเธอหรี่ตาลงเล็กน้อยครั้งหนึ่งเจียงอวิ๋นซีก็เคยสงสารเซี่ยงหว่านเช่นกัน ทนไม่ได้ที่จะเห็นเธอร้องไห้ หรือเห็นเธอต้องเสียใจ ใครกล้ามาหาเรื่องเธอ เจียงอวิ๋นซีไม่มีวันปล่อยไว้แน่แต่ใครใช้ให้เซี่ยงหว่านมาชอบสีเฉิงอวี้เหมือนกันล่ะทุกคนที่ชอบสีเฉิงอวี้ เธอเกลียดทั้งนั้นโดยเฉพาะเซี่ยงหว่าน"หว่านหว่าน เธอมาได้ยังไงเหรอ" เจียงอวิ๋นซีไม่มีท่าทีประหลาดใจเลยแม้
Read more

บทที่ 29

"งั้นฉันถามเธอหน่อย ทำไมดันมาเลือกที่นี่!"เซี่ยงหว่านก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว บนพื้นซีเมนต์ที่เธอกำลังเหยียบอยู่มีรอยเท้าเล็ก ๆ ตอนเธออายุครบหนึ่งขวบเป็นรอยที่พ่อกับแม่พยุงร่างเล็ก ๆ ของเธอประทับเอาไว้เธอได้กลับบ้านแล้วเธอข่มกลั้นสถดชีวิตเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมา "เธอรู้ดีว่าที่นี่คือบ้านของฉัน"เจียงอวิ๋นซีจะอาศัยอยู่ที่ก็ได้อยู่แล้ว แต่ต้องไม่ใช่เพราะสีเฉิงอวี้เป็นคนซื้อบ้านหลังนี้เพื่อให้เธอเข้ามาอยู่!ทำแบบนี้มันเจ็บกว่าการที่สีเฉิงอวี้ถือมีดแทงลงกลางใจของเธอกับมือเสียอีกเจียงอวิ๋นซีหยิบผ้าเช็ดหน้าที่พับไว้อย่างเรียบร้อยออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เซี่ยงหว่าน "เช็ดน้ำตาหน่อยเถอะ อากาศมันหนาวมากนะ"เซี่ยงหว่านเฉยเมยต่อการกระทำนั้น ไม่ชายตามองผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นแม้แต่หางตา"หว่านหว่าน อย่าดึงดันเลย ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธออีกต่อไปแล้ว ตั้งแต่วินาทีที่พ่อเธอขายมัน มันก็ถูกลิขิตมาให้เป็นของคนอื่น คนอื่นอยู่ได้ แล้วทำไมคนคนนั้นจะเป็นฉันไม่ได้ล่ะ"คำพูดที่แสนคุ้นหูนี้ ราวกับมีดบินที่ย้อนกลับมาแทงเข้ากลางอกของเซี่ยงหว่านรอยยิ้มที่มุมปากของเจียงอวิ๋นซีแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน "ก็อย่
Read more

บทที่ 30

เซี่ยงหว่านให้คนไปสืบมาแล้ว บ้านหลังนั้นสีเฉิงอวี้ซื้อไว้ก่อนที่เขาจะแต่งงานกับเธอดังนั้นบ้านหลังนี้จึงไม่ถือเป็นสินสมรส ในตอนหย่าเธอจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะขอส่วนแบ่งเพราะฉะนั้น เธอจำเป็นต้องถือข้อเสนอการหย่าเพื่อไปแลกเปลี่ยนกับสีเฉิงอวี้เซี่ยงหว่านออกมาจากคฤหาสน์โม่หยวนแล้วขึ้นไปนั่งในรถไม่รู้ว่าสีเฉิงอวี้ไปดูงานที่ไหน และไม่รู้ว่าที่นั่นกับในประเทศเวลาต่างกันเท่าไรแต่เธอไม่อยากรอแม้แต่วินาทีเดียว การที่เจียงอวิ๋นซีอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นเพิ่มอีกวัน มันคือการทรมานเธอให้ตายผ่อนส่งชัด ๆเธอต่อสายโทรศัพท์หาสีเฉิงอวี้โดยตรงแต่โทรศัพท์ดังอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งตัดไปเองโดยอัตโนมัติก็ยังไม่มีคนรับสายเธอโทรหาลู่จิ้นอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีคนรับสายเช่นเดียวกันลมหนาวพัดหวีดหวิวอยู่นอกรภ เซี่ยงหว่านนั่งอยู่ในห้องโดยสารที่มืดสลัวพลางขบเคี้ยวเขี้ยวฟันยิ้มเย็นทันใดนั้นโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นเซี่ยงหว่านนึกว่าสีเฉิงอวี้โทรกลับมา แต่ชื่อที่แสดงบนหน้าจอเป็นเพียงชุดหมายเลขของคนแปลกหน้าเธอลังเลอยู่สองวินาที ก่อนจะสไลด์หน้าจอแล้วยกโทรศัพท์แนบหูปลายสายมีเสียงหัวเราะเยาะเย็นเยียบดังขึ้นก่อน
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status