All Chapters of การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง: Chapter 11 - Chapter 20

52 Chapters

บทที่ 10 กลอนเดิมที่ขยับไปนิดเดียว

บทที่ 10 กลอนเดิมที่ขยับไปนิดเดียวรุ่งเช้าในตำหนักใหญ่ แสงแดดอ่อนส่องผ่านม่านแพรบาง ลูบไล้ผิวพระพักตร์ที่ยังไม่ทรงลืมเนตรฮ่องเต้พลิกพระวรกายขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนสายพระเนตรจะทอดลงยังข้างเตียงจุดเดิมที่ทรงวางกลอนนั้นไว้เมื่อคืนกระดาษแผ่นบางยังอยู่ไม่มีรอยขาด ไม่มีรอยเปื้อนแต่…มันขยับไปเล็กน้อยจากแนวตรงกลายเป็นเฉียงจากขอบโต๊ะเพียงสองนิ้วน้อยเสียจนคนธรรมดาย่อมไม่สังเกตแต่ไม่ใช่สำหรับผู้เคยเป็นองค์ชายผู้ระแวดระวังทุกฝีก้าวพระเนตรทอแววครุ่นคิดทันที“มีใครมา…เมื่อคืน”พระองค์ไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแต่พระหัตถ์กลับยกขึ้นลูบปลายกระดาษเบา ๆราวกำลังพิจารณาว่าใคร ที่เข้าถึงตัวได้เงียบงันถึงเพียงนี้ และใคร…ที่เจ็บพอจะกล้าหยิบ แต่เจ็บกว่าจึงยังวางไว้ที่เดิมอีกฟากหนึ่ง…ในตำหนักไท่หวงไท่โฮว่“เสี่ยวหลิง”น้ำเสียงเรียกนั้นราบเรียบ เย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างยามรุ่งสางนางกำนัลสาววัยสิบห้าเศษที่รับใช้ใกล้ชิดรีบก้าวเข้าไปคุกเข่า“เพคะไท่หวงไท่โฮว่”“กลอนบทนั้น…เจ้ายังจำคำได้อยู่หรือไม่”“หม่อมฉันจำได้ครบทุกวรรคทุกถ้อยเพคะ”“ดี” ไท่หวงไท่โฮว่พยักหน้าช้า ๆ พระหัตถ์ลูบขอบถ้วยชา ก่อนเอ่ยต่ออย่างเยือกเย
last updateLast Updated : 2025-11-20
Read more

บทที่ 11 เสียงจากเงามืดในอดีต

บทที่ 11 เสียงจากเงามืดในอดีตตำหนักชั้นนอกซึ่งเคยใช้เป็นที่พักของขันทีเกษียณ อากาศอบอ้าวปนกลิ่นยาและไม้เก่า ฮ่องเต้เสด็จเงียบ ๆ ท่ามกลางแสงยามสายอ่อน ๆ เพียงองค์เดียว มิได้ให้ราชองค์รักษ์ติดตามมาแม้แต่คนเดียว“เขายังมีชีวิตหรือ ”พระสุรเสียงนั้นแม้เบา แต่เปี่ยมด้วยแรงกดดันขุนนางคนสนิทก้มหน้ารับคำ“หากหม่อมฉันจำไม่ผิด…น่าจะเป็น ‘หลิวกงกง’ บัดนี้อยู่ตำหนักเก็บสมุนไพร ทำหน้าที่จดคัมภีร์ยาสมุนไพรถวายแพทย์หลวง ผู้นั้นเคยเป็นข้ารับใช้ของเจิ้งซูเฟย เมื่อครั้งอยู่ที่ตำหนักเย็นใจ…”ภายในตำหนักไม้ที่เงียบสงบ เสียงฝีเท้าของฮ่องเต้ดังขึ้นกลางพื้นไม้ หลิวกงกงในวัยชรา เงยหน้าจากตารางยารายวัน ดวงตาขุ่นมัวของเขาเบิกกว้างเพียงชั่วครู่ ก่อนจะทรุดตัวคำนับแทบพื้น“ฝ่าบาท…”ฮ่องเต้มิได้ตรัสทันที หากเดินวนรอบห้องด้วยสายพระเนตรที่เยือกเย็นและเคร่งขรึม“สิบแปดปีก่อน ท่านอยู่ที่ตำหนักเย็นใจ ใช่หรือไม่”“หม่อมฉัน…มิกล้าปฏิเสธฝ่าบาท”“ในวันที่เจิ้งซูเฟยถูกกล่าวหาว่าลอบวางยาเสด็จพ่อท่านอยู่ ณ ที่นั้นหรือไม่”หลิวกงกงเงียบงันไปชั่วอึดใจ…ก่อนจะกล่าวช้า ๆ“ข้าน้อย…อยู่ แต่ไม่มีผู้ใดอยากฟังเสียงของขันทีเฒ่าผู้หนึ่
last updateLast Updated : 2025-11-20
Read more

บทที่ 12 ลายมือจากอดีต

บทที่ 12 ลายมือจากอดีตคืนหนึ่งหลังการสอบสวนขันทีเฒ่าเสร็จสิ้น หลิวกงกงผู้ซื่อสัตย์ได้นำหีบไม้เก่าใบหนึ่งมาเฝ้าพระพักตร์ เป็นหีบที่ถูกเก็บไว้ในห้องเก็บตำราเก่า ณ หอพระราชนิพนธ์ด้านใน ซึ่งไม่มีผู้ใดแตะต้องมากว่าสิบห้าปี“ฝ่าบาท… หม่อมฉันพบสิ่งนี้ระหว่างจัดระเบียบเอกสารเก่า พระองค์โปรดทอดพระเนตรเถิดพ่ะย่ะค่ะ”ภายในหีบมีสมุดฉบับเล็กเย็บมือ บนปกไม่มีชื่อ แต่เมื่อเปิดออก กลับเป็น ลายมือของเจิ้งซูเฟย ในยามถูกจองจำที่ตำหนักเย็นใจระหว่างการตัดสินโทษข้อความที่เปลี่ยนทุกอย่าง‘…แม้ข้าต้องยอมสละเกียรติ ยอมเป็นหญิงบ้าในสายตาโลก หากเพียงเขา…ลูกของข้า…จะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ข้าก็ยินดี’‘ข้าถูกล่อลวงให้ถือถ้วยชาที่มีพิษ’พระเนตรฮ่องเต้แข็งค้างไปนานแม้กระดาษจะเก่า แม้หมึกจะเลือนลางแต่ลายมือนั้น…ทรงจำได้ดีเพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่พระองค์ทรงเห็นลายมือที่ซ่อนในสมุดเล่มนั้นกลายเป็น คำให้การที่ไม่มีใครสามารถลบได้“ลายมือเช่นนี้…คล้ายกับบทกลอนที่วางไว้ข้างพระแท่นบรรทมเมื่อหลายคืนก่อนท่านแม่…เขียนถึงข้าทั้งที่รู้ว่าจะไม่มีวันได้พบอีก ”ฮ่องเต้เริ่มเชื่อว่าเจิ้งซูเฟยไม่ได้ทอดทิ้งพระองค์อย่างที่ถูกเล่าทรงระลึกถ
last updateLast Updated : 2025-11-20
Read more

บทที่ 13 ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าใด สายที่มองต่ำยังคงเดิม

บทที่ 13 ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าใด สายที่มองต่ำยังคงเดิมนางหยอบกายลงอย่างงดงาม ศีรษะต่ำแต่แววตากลับคมกริบ“ไม่คิดว่าไท่หวงไท่โฮ่วจะทรงมีรับสั่งเรียกพบหม่อมฉันเช่นนี้”ภายในตำหนัก กลิ่นกำยานอวลอบอวล ราวกับถูกจงใจจุดให้คลุ้งขับความคิดของผู้มาเยือนให้พร่าเลือนไท่หวงไท่โฮ่ววางถ้วยชาอย่างแผ่วเบา พระหัตถ์เรียวยังคงงดงามแม้กาลเวลาจะผ่านไปหลายสิบปีแววตาของนางเรียบสนิทเหมือนผิวน้ำในยามไร้ลม แต่ลึกลงไปกลับมีคลื่นกระเพื่อมที่อ่านไม่ออก“ข้าก็ไม่คิด…ว่าหลังจากอยู่เงียบ ๆ บนเขาเทียนจี่เกือบสิบห้าปี เจ้าจะเลือกวันเช่นนี้ลงจากเขา”เสียงนั้นอ่อนโยนราวกับกำลังสนทนากับสหายเก่า แต่ทุกคำกลับหนักราวค้อนเหล็กที่ค่อย ๆ ทุบลงบนหินเจิ้งซูเฟยเพียงยิ้มจาง ไม่ปฏิเสธ ไม่ยอมรับ“บางครั้ง การกลับมาของผู้ที่ถูกไม่ได้รับความยุติธรรม…ก็ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล”“ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลงั้นหรือ” ไท่หวงไท่โฮ่วแค่นหัวเราะเบา “ในวังนี้ ทุกการกระทำล้วนมีเหตุผล และทุกเหตุผลล้วนมีราคา”พระเนตรของนางจ้องลึกเข้ามาราวจะชำแหละหัวใจผู้ตรงข้าม “ข้ากลัวเพียงว่า…ราคาที่ท่านจ่าย จะเป็นสิ่งที่แม้กระทั่งเจ้าเองก็ไม่อาจแบกรับ”เจิ้งซูเฟยเล
last updateLast Updated : 2025-11-20
Read more

บทที่ 14 บาดแผล

บทที่ 14 บาดแผลไท่หวงไท่โฮ่วทรงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพระเนตรวาวขึ้นเหมือนประกายเหล็กกระทบกัน พระสุรเสียงแผ่วต่ำแต่ทิ่มแทงราวคมดาบ“สามหาว… เจ้าอย่าคิดว่าเพียงเพราะหวงเชิงมอบตำแหน่งให้ เจ้าจะมีสิทธิ์เอื้อนเอ่ยถ้อยคำเช่นนี้ต่อหน้า ข้า ได้”สุรเสียงแผ่วต่ำแต่แฝงแรงกดดันจนลมหายใจในตำหนักหนักอึ้ง “แม้ตอนนี้ข้าจะไม่ได้บัญชาหลังม่าน แต่วังหลังแห่งนี้… ข้าต่างหากคือผู้เป็นใหญ่ที่สุด”เจิ้งซูเฟยหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเบาราวจะกลืนหายไปในอากาศ แต่กลับบาดลึกกว่าเสียงตวาดใด ๆ“เพียงแค่ ตอนนี้ เท่านั้น… เสด็จแม่”คำเรียกขานนั้นทำให้วังเวงทั้งตำหนักราวหยุดนิ่ง เวลานับสิบปีไม่เคยได้ยินคำนี้จากปากนาง แต่ครานี้กลับถูกเอ่ยออกมาอย่างจงใจ ราวใบมีดที่ทิ่มลึกลงในอดีตแววตาของไท่หวงไท่โฮ่วฉายประกายเย็นยะเยือกปนเดือดดาล ความเยือกนั้นเหมือนน้ำแข็งในฤดูหนาว ขณะความเดือดดาลเหมือนเพลิงที่กำลังบีบอัดอยู่ในม่านหมอก จนไม่อาจคาดได้ว่าพายุนี้จะระเบิดเมื่อใดพระพักตร์ที่ปกติสุขุม กลับค่อย ๆ คล้ำลงทีละส่วน ขอบพระโอษฐ์กระตุกขึ้นเล็กน้อยคล้ายรอยยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่เย็นชาจนเส้นเลือดเย็นเฉียบในความเงียบที่กดทับ เสียงเคร
last updateLast Updated : 2025-11-20
Read more

บทที่ 15 อ้อมกอดที่แสนคนึงหา

บทที่ 15 อ้อมกอดที่แสนคนึงหาใต้เงามืดในวังหลังมีคนกลุ่มหนึ่งเดินลัดเลาะตามเงาที่ถอดยาว เมื่อถึงตำหนักของเจิ้งซูเฟย หนึ่งในชายชุดดำก็แยกตัวออกมาและเล้นกายเข้าไปภายในประตูไม้เปิดออกช้า ๆเงาร่างสูงสง่าในชุดคลุมไหมเข้มก้าวเข้ามาเงียบ ๆ ไม่มีเครื่องประดับ ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์เมื่อเห็นเจิ้งซูเฟยที่กำลังนั่งให้คนสนิทพันผ้าพันแผลให้อยู่ ร่างสูงก็ยืนนิ่งราวกลับถูกแช่แข็งไว้ สนิทของเจิ้งซูเฟยเห็นผู้บุกลุกก็รีบลุกแล้วออกไปด้านนอกในทันทีชายในชุดดำทรุกกายลงนั่งแทนที มือหนาพันแผลที่ยังค้างเอาไว้ต่ออย่างเบามือเขาเงยหน้าสบตาคนตรงหน้าที่มีดวงตาเช่นเขา“มาสาย”“เสด็จแม่ไม่เห็นต้อง…ทำเช่นนี้”“นางจะได้ไม่สงสัยว่าทำไมเจ้าให้ตำแหน่งแม่ง่ายดาย”“แต่แขนของท่าน หากข้าไปช้าอีกนิด ไม่รู้ว่า” เขาตอบเสียงแผ่ว “เสด็จย่าจะทำเช่นไรกับท่านต่อ ในตำหนักนั่นมีแต่คนของนาง”เจิ้งซูเฟยยกยิ้มบาง ดวงหน้าอ่อนโยนอย่างที่ไม่มีใครในวังเคยเห็น“แต่เจ้าก็ไปทันมิใช่นหรือ เจ้าโตแล้วจริง ๆ เจ้า…โตพอจะปกป้องแม่แทนแล้ว”“อย่าทำเช่นนี้อีก หากข้าเห็นท่านต้องบาดเจ็บตรงหน้า ไม่รู้ว่าทนเปิดบังความรักที่ข้ามีต่อท่านได้แค่ไหน”“มากกว่า
last updateLast Updated : 2025-11-20
Read more

บทที่ 16 หรงชิง บุรุษผู้หวนคืนจากความตาย

บทที่ 16 หรงชิง บุรุษผู้หวนคืนจากความตายบางคนคิดว่าเขาตายไปแล้ว บางคนภาวนาให้เขาตายเสียที แต่เขากลับก้าวเข้าสู่ประตูวัง…ด้วยเท้าที่มั่นคง และหัวใจที่ยังภักดีต่อความจริงต้นฤดูใบไม้ร่วง ลมแล้งพัดแรงจากชายแดนเหนือ คาราวานหนึ่งจากแดนเถื่อนเคลื่อนเข้าสู่พระนครอย่างไร้ผู้เหลียวแลทว่าในหมู่ผู้เดินทางนั้น…มีชายสวมผ้าหยาบซีด ไม่เผยใบหน้า“นั่น…หน้าคล้ายอัครเสนาบดีหรงชิง!”“เป็นไปไม่ได้! เขาถูกประหารไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน!”ข่าวลือแพร่กระจายดุจไฟลามหญ้าในวังหลวงขุนนางชราหน้าซีดเผือด ขุนนางรุ่นใหม่เริ่มตั้งคำถามราชสำนัก…เคยฆ่าคนผิดหรือไม่ในตำหนักลับของขุนนางผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ชายในชุดหยาบเผยโฉมอย่างชัดเจนต่อหน้าฮ่องเต้“หม่อมฉัน…หรงชิง ขอกลับมาสู่แผ่นดินภายใต้พระบารมีอีกครั้งสิบปีที่ผ่านมา…หม่อมฉันมิได้ตาย แต่ถูกขับให้ลี้ภัย รอวันที่ความจริงจะได้เป็นธรรม”เขาคลี่ผ้าผืนหนึ่งออกในนั้นคือจดหมายของเจิ้งซูเฟยจากสิบปีก่อนหมึก ตราประทับ และลายมือ…ตรงกับต้นฉบับทุกประการเนื้อความในจดหมายนั้น…มิใช่ถ้อยคำแห่งความรักแต่คือถ้อยคำแห่งความกล้า“…แม้ข้าจะไร้อำนาจ แต่หากท่านยังมีเมตตา ขอท่านอย่าปล่
last updateLast Updated : 2025-11-20
Read more

บทที่ 17 พิษในร่มเงา

บทที่ 17 พิษในร่มเงามีดที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้ม อันตรายยิ่งกว่าหอกทิ่มตรงหน้า และบางครั้ง การไว้ใจผิดคน…ก็เท่ากับเชิญภัยมาถึงตำหนักหลังการพิจารณาคดีในท้องพระโรง เจิ้งซูเฟยกลับตำหนักอย่างสงบ แต่ภายในวังยังมีแรงสั่นสะเทือนอยู่เงียบ ๆเพียงหนึ่งวันหลังจากนั้นขันทีผู้ดูแลตำหนักไท่ฮวา เอ่ยต่อไท่เฟยด้วยความนอบน้อม“เสี่ยวหลิง ลูกสาวมัวมัวเก่าผู้จงรักภักดี…ได้สมัครเข้ารับใช้ในตำหนักไท่เฟยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ไท่หวงไท่โฮว่เพียงพยักหน้า แต่สายพระเนตรเย็นดุจน้ำแข็ง“บอกนางว่า…ข้าต้องการความจริง ไม่ใช่ความภักดี”เสี่ยวหลิง นางอายุเพียงสิบหกปี ใบหน้ากลมขาว ผูกเปียเล็กหลังศีรษะ พูดจาเรียบร้อย ไม่สอดรู้ ไม่เสนอตัวเกินงามวันแรกที่เข้าตำหนัก เจิ้งซูเฟยมองอย่างเรียบเฉย“เจ้าชื่ออะไร”“เสี่ยวหลิงเพคะ มารดาเคยทำงานในวังสมัยก่อน”“ข้าไม่ถามเรื่องมารดา ข้าถามว่าเจ้าตั้งใจจะรับใช้อย่างไร”คำตอบที่เสี่ยวหลิงตอบ คือการก้มกราบลงอย่างเงียบงันหลายวันผ่านไปเสี่ยวหลิงดูเป็นเด็กขยัน ซื่อสัตย์ ไม่เคยซุบซิบ แต่นางมักอยู่ใกล้เอกสาร โต๊ะเขียนหนังสือ หรือห้องเก็บของสำคัญ และทุกค่ำคืน จะกลับห้องช้ากว่าคนอื่นเล็กน้อยเสมอคนส
last updateLast Updated : 2025-11-20
Read more

บทที่ 18 สายลมเปลี่ยนทิศ

บทที่ 18 สายลมเปลี่ยนทิศคืนไร้จันทรา…สายลมพัดต้นหลิวโยกไหวในความเงียบงัน เงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างไร้สุ้มเสียงภายใต้ผ้าคลุมดำสนิท ร่างนั้นผ่านประตูชั้นในของตำหนักเย็นใจเข้าไป เงียบงันราวไม่ใช่ฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์ แต่เป็นเงาของอดีต…ที่หลบซ่อนเพื่อรอวันคืนสว่างภายในตำหนักเล็กนั้น แสงโคมจุดไว้เพียงริบหรี่เจิ้งซูเฟยกำลังชงชาอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเตี้ย เสียงน้ำร้อนหลั่งลงถ้วยเบา ๆ ดุจเสียงแห่งกาลเวลาก่อนนางจะเอ่ยโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองผู้มาใหม่“คืนนี้เจ้าเร็วกว่าทุกที…องค์จักรพรรดิของแม่”พระพักตร์ของฮ่องเต้ใต้ผ้าคลุมเผยรอยยิ้มบาง…หาใช่รอยยิ้มเย็นชาอย่างทุกคราในท้องพระโรง แต่เป็นรอยยิ้มของบุตรผู้มาเยี่ยมมารดาอย่างเงียบงัน“ทุกสิ่งเริ่มสั่นคลอนแล้ว ขอเพียงอีกนิด…แผนของเราจะสัมฤทธิ์ผล”เจิ้งซูเฟยส่งถ้วยชามาให้ มือของนางสัมผัสปลายนิ้วของพระองค์แผ่วเบา…อุ่นนัก“เจ้าทำดีแล้วลูกแม่ แม้จะยากเย็นปานใด เจ้าอดทนได้ถึงเพียงนี้…แม่ย่อมไม่มีสิ่งใดต้องหวั่น”“ท่านแม่…ผู้ที่ควรถูกยกย่องในตำแหน่งนั้น ควรเป็นท่านแต่แรก ไม่ใช่นาง”เจิ้งซูเฟยหลุบตาลง แววตาฉายแสงเจ็บปวด “มิใช่ตำแหน่ง…แต่คือความจริง หากเรา
last updateLast Updated : 2025-11-27
Read more

บทที่ 19 เบี้ยกลับด้าน

บทที่ 19 เบี้ยกลับด้านบางครั้ง สิ่งที่ฆ่าศัตรูได้…ไม่ใช่ดาบหรือยาพิษ หากแต่คือความเชื่อผิด ๆ ที่เราปล่อยให้มันงอกงามในใจของอีกฝ่ายหลังความผิดพลาดครั้งก่อน เสี่ยวหลิงระมัดระวังตัวมากขึ้น คิดว่าตนซ่อนพิษในน้ำชาได้แนบเนียนแล้ว ทว่าเจิ้งซูเฟยกลับมิได้ลงโทษหรือต่อว่า กลับมอบความไว้วางใจให้มากกว่าเดิมเสียอีก ราวกับลืมเหตุการณ์นั้นไปแล้วและแล้วในวันที่ทุกอย่างดูราบเรียบ นางก็เอ่ยขึ้นเหมือนเป็นเพียงคำพูดลอย ๆ“ตำราเก่าของพระสวามี…ยังเหลืออยู่หรือไม่นะ เจ้าไปช่วยจัดแยกเล่มที่เกี่ยวกับการเดินทัพส่งไปวังหลวงเก่าให้ข้าหน่อย”คำว่า วังหลวงเก่า ทำให้หัวใจของเสี่ยวหลิงสะดุดเต้นแรง เพราะที่นั่นเคยเป็นศูนย์บัญชาการของขุนนางฝ่ายใต้ผู้ต่อต้านอำนาจไท่หวงไท่โฮว่าในอดีตระหว่างรื้อค้นตำรา เสี่ยวหลิงพบกระดาษแผ่นหนึ่ง แฝงอยู่ในเล่มหนา มีตราประทับเลือนราง และลายมือที่ดูเหมือนของเจิ้งซูเฟย“หากติดต่อสำเร็จ คืนวันขึ้น ๗ ค่ำ จะพบกันใต้ตำหนักซ่างหลง อย่าปล่อยให้ข่าวนี้รั่วไหล มิฉะนั้น ข้าอาจไม่มีวันได้กลับไปยืนเคียงลูกอีกเลย”เลือดในกายเสี่ยวหลิงพลุ่งพล่าน นี่มันหลักฐานชัดเจนว่าเจิ้งซูเฟยสมคบกับขุนนางนอกวัง! น
last updateLast Updated : 2025-11-27
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status