การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง

การกลับมาของฮองเฮาเจิ้ง

last updateآخر تحديث : 2025-11-28
بواسطة:  moonlight -miniمستمر
لغة: Thai
goodnovel12goodnovel
لا يكفي التصنيفات
52فصول
1.1Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

“สตรี… ก็ชิงอำนาจได้ไม่แพ้บุรุษ” รักใด จะมีรักใดในโลก เทียบได้กับรักของมารดาต่อลูกเล่า รักของบุรุษที่มีต่อสตรี เมื่อเขาก้าวพ้นประตูเรือน ใจอาจลอยไปหาสตรีอื่นได้ทุกเมื่อ แต่รักของแม่…คือรักที่ฝังลึกในสายโลหิต อีกหนึ่งชีวิตที่ถือกำเนิดจากเรือนกายของนางย่อมไม่มีสิ่งใดมาเทียบเทียมได้เลย

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ

บทนำ

สายฝนโปรยปรายในยามพลบค่ำ… บางเบา ราวกับเสียงกระซิบของผู้ตาย

สายลมเย็นย่ำผิวแก้มจนแดงเรื่อ ร่างของสตรีในชุดคลุมผ้าหยาบสีหม่นยืนนิ่งใต้ต้นหลิวโบราณ เบื้องหน้าเป็นประตูวังที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับของนางวังหลังอันโอ่อ่าตระการตา ที่ยามนี้กลับเงียบงันเยียบเย็นดุจสุสาน

“สิบห้าปี…”

เสียงของนางแผ่วเบา หากแฝงไว้ด้วยแรงสะท้อนจากก้นบึ้งของจิตใจ “นานพอจะทำให้ผู้คนลืม… แต่มิได้ลบเลือนทุกหยาดหยดของความจริง”

เงาอดีตแล่นวาบผ่านดวงตา…เปลวเทียนสั่นไหวกลางลม พิธีถอดยศอันน่าอัปยศ

เสียงร้องไห้ของนางในที่จงรักภักดีถูกโบยตีอย่างไร้เมตตา โอรสน้อยที่ถูกพรากไปจากอกต่อหน้าต่อตา

และ… สีหน้าของฮ่องเต้ผู้ที่สำควรจะต้องปกป้องนางยิ่งกว่าผู้ใดกลับสับสน ระคนหวาดกลัว แต่ไม่แม้แต่ยื่นมือช่วยนางที่เป็นภรรยา

เจิ้งซูเฟยอดีตฮองเฮาแห่งต้าหรง เคยสูงศักดิ์เทียบฟ้า กลับต้องจบลงที่การถูกใส่ร้ายว่าปองพระชนม์ฮ่องเต้ และถูกปลดกลางท้องพระโรงอย่างไร้ปรานี

“หากฟ้าไม่เมตตา ข้าจะชิงเมตตานั้นกลับมาเอง”

เสียงเย็นชาดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝน

สิบห้าปีผ่านไป นางไม่ใช่สตรีผู้เปราะบางที่ยอมยืนอยู่ใต้กระบี่ของโชคชะตาอีกต่อไปแล้ว

นางจะกลับไปยังวังหลวงไม่ใช่ในฐานะสตรีที่ถูกเหยียบย่ำ แต่ในฐานะ มารดาของฮ่องเต้ ผู้จะเปิดโปงความลวง… และพลิกฟ้ากลับตลบแผ่นดินให้รู้ว่า

“สตรี… ก็ชิงอำนาจได้ไม่แพ้บุรุษ”

“กลับมาทำไม ท่านทอดทิ้งข้าในวันที่ข้ายังเป็นเพียงเด็กไร้เดียงสา แต่พอวันนี้ข้าขึ้นเป็นฮ่องเต้ ท่านกลับย้อนคืนมาทวงสิทธิ์…โดยอ้างความเป็นมารดางั้นหรือ”

“แม่ไม่เคยคิดทอดทิ้งลูกเลย…แต่หากวันนั้นแม่ไม่จากไป เราสองแม่ลูกคงไม่มีใครรอด แม่ยอมวางลูกไว้กลางดงศัตรู เพราะอย่างน้อย…ลูกจะยังได้มีลมหายใจ”

สายพระเนตรที่ทอดมาเยียบเย็นนัก ทว่าความตัดพ้อในนั้น…กลับบาดลึกยิ่งกว่าคำตำหนิพันคำ “แต่ท่านทิ้งข้า…”

เจิ้งซูเฟยเพียงสบตา ก็รู้สึกราวอากาศในอกถูกรีดรินออกไปหมดสิ้น จะมีรักใดในโลก เทียบได้กับรักของมารดาต่อลูกเล่า รักของบุรุษที่มีต่อสตรี เมื่อเขาก้าวพ้นประตูเรือน ใจอาจลอยไปหาสตรีอื่นได้ทุกเมื่อ

แต่รักของแม่…คือรักที่ฝังลึกในสายโลหิต อีกหนึ่งชีวิตที่ถือกำเนิดจากเรือนกายของนางย่อมไม่มีสิ่งใดมาเทียบเทียมได้เลย

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
52 فصول
บทนำ
บทนำสายฝนโปรยปรายในยามพลบค่ำ… บางเบา ราวกับเสียงกระซิบของผู้ตายสายลมเย็นย่ำผิวแก้มจนแดงเรื่อ ร่างของสตรีในชุดคลุมผ้าหยาบสีหม่นยืนนิ่งใต้ต้นหลิวโบราณ เบื้องหน้าเป็นประตูวังที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับของนางวังหลังอันโอ่อ่าตระการตา ที่ยามนี้กลับเงียบงันเยียบเย็นดุจสุสาน“สิบห้าปี…”เสียงของนางแผ่วเบา หากแฝงไว้ด้วยแรงสะท้อนจากก้นบึ้งของจิตใจ “นานพอจะทำให้ผู้คนลืม… แต่มิได้ลบเลือนทุกหยาดหยดของความจริง”เงาอดีตแล่นวาบผ่านดวงตา…เปลวเทียนสั่นไหวกลางลม พิธีถอดยศอันน่าอัปยศเสียงร้องไห้ของนางในที่จงรักภักดีถูกโบยตีอย่างไร้เมตตา โอรสน้อยที่ถูกพรากไปจากอกต่อหน้าต่อตาและ… สีหน้าของฮ่องเต้ผู้ที่สำควรจะต้องปกป้องนางยิ่งกว่าผู้ใดกลับสับสน ระคนหวาดกลัว แต่ไม่แม้แต่ยื่นมือช่วยนางที่เป็นภรรยา เจิ้งซูเฟยอดีตฮองเฮาแห่งต้าหรง เคยสูงศักดิ์เทียบฟ้า กลับต้องจบลงที่การถูกใส่ร้ายว่าปองพระชนม์ฮ่องเต้ และถูกปลดกลางท้องพระโรงอย่างไร้ปรานี“หากฟ้าไม่เมตตา ข้าจะชิงเมตตานั้นกลับมาเอง”เสียงเย็นชาดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝนสิบห้าปีผ่านไป นางไม่ใช่สตรีผู้เปราะบางที่ยอมยืนอยู่ใต้กระบี่ของโชคชะตาอีกต่อไปแล้วนางจะกลับไ
اقرأ المزيد
บทที่ 1 อดีตนักโทษการเมือง
บทที่ 1 อดีตนักโทษการเมืองกลิ่นหอมของบุปผาดอกไม้ฤดูร้อนทั่ววังหลัง ขันทีเดินเรียงรายอยู่สองฝั่ง เสียงฝีเท้าคนก้าวย่ำบนทางหินหยกเขียวเป็นจังหวะเรียบเสมอ“ทูลไท่หวงไท่โฮว่… นางผู้นั้นมาถึงหน้าประตูวังหลังแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีน้อยโค้งตัวต่ำ เสียงสั่นเล็กน้อยอย่างไม่อาจกลั้นได้พระเนตรคู่งามของสตรีวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ไม้จันทน์หันมองอย่างเยือกเย็น“ผู้ใด”“อดีตฮองเฮา… เจิ้งซูเฟยพ่ะย่ะค่ะ”เพล้ง!ถ้วยชากระเบื้องเคลือบลายมังกรในมือไท่หวงไท่โฮว่หล่นกระทบพื้นแตกกระจาย เงียบงันไปทั้งตำหนัก เสียงพิณที่ขับกล่อมเงียบหายทันทีกลิ่นบุปผาฤดูร้อนอบอวลอยู่ในอากาศราวหมอกบาง แต่กลับไม่อาจกลบกลิ่นคาวเย็นเยียบของอำนาจในตำหนักได้ เสียงลมลอดช่องหน้าต่างไม้แกะสลักพัดต้องสายแพรที่แขวนอยู่เหนือบัลลังก์จนไหวระริก ขับให้ร่มเงาในห้องกว้างพลิ้วไหวราวเงาวิญญาณบนพื้นหินหยกที่ขัดจนสะท้อนเงา ขันทีทั้งสองแถวคุกเข่าลงต่ำอย่างพร้อมเพรียง ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจดังเกินจำเป็นพระเนตรของไท่หวงไท่โฮ่วทอดลงต่ำไปยังเศษถ้วยชาที่แตกละเอียด เศษชาน้ำอำพันไหลซึมตามร่องหินหยก ราวเลือดที่ค่อย ๆ แผ่ขยายไปโดยไร้ผู้กล้าหยุดยั
اقرأ المزيد
บทที่ 2 มารดา
บทที่ 2 มารดาห้องทรงพระอักษรเงียบสงัด ราวกับแม้เสียงลมหายใจก็เป็นสิ่งต้องห้ามชายหนุ่มในชุดมังกรสีดำทองนั่งหลังตรงบนบัลลังก์ประจำราชสำนัก ดวงเนตรเรียบนิ่งของเขาแน่วนิ่งมองประตูไม้จันทน์บานใหญ่เบื้องหน้า“เปิด”เสียงรับสั่งเพียงหนึ่งคำ ประตูบานนั้นจึงเปิดออกอย่างช้า ๆ เผยร่างของสตรีในชุดผ้าหยาบผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ตรงธรณีเขามองนาง… นิ่งนานไม่มีถ้อยคำ ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีแม้แววไหวใด ๆ บนใบหน้าเจิ้งซูเฟยก้าวเข้าสู่ห้องทรงอักษร ช้าและสง่า แม้จะไร้เครื่องทรงหรูหรานางมองเขา… ด้วยดวงตาเปี่ยมด้วยบางสิ่งที่ยากจะอธิบาย“เจ้าสูงขึ้นมาก” เสียงของนางแผ่วเบา “…คล้ายบิดาเจ้ายิ่งนัก เมื่ออยู่ในวัยเดียวกัน”ฮ่องเต้ไม่ตอบ ไม่แม้แต่ขยับเปลือกตาเขายังจำถ้อยคำนั้นได้ จำกลิ่นหอมจากอกอุ่น ๆ ที่เคยซบในวัยเยาว์ แต่วันนี้ เขาไม่อาจแสดงความอ่อนแอได้“ท่านมาด้วยฐานะใด” พระองค์ถามเสียงเรียบ“ฐานะมารดาของเจ้า” นางตอบทันทีพระองค์หัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างไม่อาจกลั้น“มารดา มารดาที่ทิ้งโอรสไว้ในวังกับคำใส่ร้ายว่าปองพระชนม์ฮ่องเต้”“ข้าถูกใส่ร้าย” เสียงของนางยังคงมั่นคง ไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย “แต่เจ้าคงรู้ดีอยู่แล้ว… มิ
اقرأ المزيد
บทที่ 3 อดีตที่ไม่ยอมถูกฝัง
บทที่ 3 อดีตที่ไม่ยอมถูกฝังภายในตำหนักไท่ฮวา กลิ่นยาจีนอวลไปทั่ว เสียงสวดมนต์ของนางกำนัลแผ่วเบา ราวกับพยายามกลบความเงียบอึมครึมที่อบอวลอยู่ในอากาศหญิงชราผู้หนึ่งนั่งพิงเบาะปักดิ้นทอง ดวงหน้าใต้เครื่องประดับอันวิจิตรยังคงเปี่ยมด้วยอำนาจ“นางกลับมาแล้วจริง ๆ”เสียงของไท่หวงไท่โฮว่เอ่ยขึ้นราวกระซิบ หากทุกคนในห้องต่างได้ยินชัดเจนนางกำนัลชราผู้ติดตามรับใช้มาหลายสิบปีก้มต่ำอย่างระมัดระวัง“เพคะ… เจิ้งซูเฟยกลับมาในฐานะมารดาของฝ่าบาท”“มารดา…” ไท่หวงไท่โฮว่แค่นหัวเราะเยาะ“สิบห้าปีที่ผ่านมา ข้าเป็นผู้เลี้ยงฮ่องเต้ข้าเป็นผู้สั่งสอนเขาจนก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ วันนี้จะมีใครจำได้หรือไม่ ว่าเจิ้งซูเฟยเคยถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ”สายพระเนตรเยียบเย็นหรี่ลงช้า ๆ“หรือโลกนี้…ลืมง่ายนัก”นางลุกขึ้นยืน แม้กาลเวลาจะพรากความอ่อนเยาว์ไป แต่ราศียังคงเปี่ยมล้น ดุจสตรีผู้เคยก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของวังหลัง เหยียบย่ำผ่านซากศพของสตรีนับพัน หากไร้ฝีมือและเล่ห์กล คงไม่มีทางอยู่รอดมาจนวันนี้ได้ ผ่านมาถึงสองรัชศก… วังหลังแห่งนี้ก็ยังคงอยู่ในกำมือของนาง เพียงหนึ่งสายตาที่เหยียดลงมาก็เพียงพอให้ผู้คนหวาดกลัว ราวกับเงาของนาง
اقرأ المزيد
บทที่ 4 เลือดในกาย กับมือที่หล่อหลอมบัลลังก์
บทที่ 4 เลือดในกาย กับมือที่หล่อหลอมบัลลังก์ตำหนักไท่ฮวาเงียบงันยามค่ำ แสงโคมสลัวทอดเงาเรียวบางของไท่หวงไท่โฮว่บนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบนางสวมชุดผ้าแพรบางเบา ลวดลายหงส์ทองราวกับยังไม่ยอมปล่อยจากบัลลังก์แม้ยามพักผ่อนดวงพักตร์ยังคงสงบนิ่ง ทว่าดวงเนตรนั้นเปี่ยมด้วยแผนการ เสียงฝีเท้าของขันทีหน้าตำหนักดังขึ้น ก่อนเสียงประกาศจะตามมาอย่างนุ่มนวล“ฝ่าบาทเสด็จเพคะ”ฮ่องเต้หนุ่มก้าวเข้าสู่ตำหนักไท่หวงไท่โฮว่ ดวงพักตร์เรียบนิ่งตามแบบกษัตริย์หนุ่มผู้รู้จักควบคุมอารมณ์ แต่ในดวงตานั้น…ยังคงวูบไหว“หลานมาเยี่ยมย่าเสียที”เสียงไท่หวงไท่โฮว่นุ่มนัก ไม่ต่างจากเมื่อครั้งหลานยังเล็ก“เจ้าคงวุ่นมาก…เรื่องเจิ้งซูเฟยกลับมา”เขาไม่ตอบ เพียงยกชาขึ้นจิบเงียบ ๆ“นางคือผู้ให้กำเนิดเจ้า…เรื่องนั้นข้าปฏิเสธมิได้” ไท่หวงไท่โฮว่เอ่ยเสียงเรียบ “แต่เลือดเพียงอย่างเดียว…มิอาจสร้างจักรพรรดิขึ้นมาไม่ได้”คำพูดนั้นแทงลึกฮ่องเต้กะพริบตาช้า ๆ วางถ้วยชาลง“เจ้าจำได้หรือไม่…ใครจับมือเจ้าฝึกอักษรจนเส้นเลือดปูด ใครนั่งฟังเจ้าร่ำไห้เมื่อฝันร้ายยามค่ำ ใครกางร่มให้เจ้าในพิธีอภิเษกครั้งแรกตอนฝนตก ใครที่ยืนเคียงข้างเจ้าในวันที่ฮ่อ
اقرأ المزيد
บทที่ 5 ไฟซ่อนเถ้า
บทที่ 5 ไฟซ่อนเถ้าข่าวคราวการกลับมาของอดีตฮองเฮาผู้เป็นมารดาแท้ ๆ ของฮ่องเต้ ลามไปทั่วทั้งราชสำนัก วันนี้ ขุนนางสายกลางและสายเก่าจำนวนหนึ่งเริ่มเคลื่อนไหวและหนึ่งในนั้นก็คือ หลี่ต้าหยง ขุนนางอาวุโสแห่งกรมพิธีการ ผู้ขึ้นชื่อว่า เคร่งคุณธรรมแต่แท้จริงคือมือขวาผู้ภักดีของอดีตฮ่องเต้“ฝ่าบาท…”หลี่ต้าหยงก้าวออกมากลางท้องพระโรง“ข้าน้อยตระหนักดีว่าเรื่องนี้กระทบใจยิ่งนัก แต่…ในฐานะผู้อาวุโส ข้าน้อยไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป”ฮ่องเต้ปรายตาอย่างนิ่งเฉย ท่าทางไม่แสดงอารมณ์“ว่ามา”“เจิ้งซูเฟย…แม้เคยมีข้อครหาในอดีต แต่ก็หาได้มีมูลความผิดอันชัดแจ้ง และที่สำคัญนางคือผู้ให้กำเนิดฝ่าบาท หากราชสำนักปล่อยให้มารดาของจักรพรรดิถูกทอดทิ้งเยี่ยงนี้…เกรงว่าอาจเสียหายต่อธรรมเนียมและหลักคุณธรรมของแผ่นดิน”เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นในหมู่ขุนนางขุนนางบางคนพยักหน้า บางคนยังนิ่ง แต่ไม่มีใครกล้าคัดค้านโจ่งแจ้ง“…นี่มิใช่เรื่องว่าคู่ควรหรือเหมาะสมหรือไม่ หากแต่คือเรื่องของหลักการ”หลี่ต้าหยงจงใจกล่าวเสียงหนักแน่น ฮ่องเต้นิ่งงัน มือประสานไว้บนตัก ดวงเนตรเยียบเย็นคล้ายครุ่นคิดหนัก ก่อนจะกล่าวเสียงช้า“เรื่องนี้…ข้าจะใ
اقرأ المزيد
บทที่ 6 น้ำตาแม่
บทที่ 6 น้ำตาแม่ไท่หวงไท่โฮว่นั่งนิ่งงัน ท่ามกลางแสงตะวันเช้าสีอ่อนที่ลอดผ่านบานหน้าต่าง ซึ่งเปิดออกเพียงเล็กน้อยเพื่อรับลมอ่อน ๆ กลิ่นดอกเหมยแผ่วปลายลม แต่กลับไม่อาจกลบกลิ่นความตึงเครียดที่ลอยคลุ้งอยู่ในตำหนักได้เสียงฝีเท้าขันทีค่อย ๆ ก้าวเข้ามา ก่อนจะหมอบลงกับพื้น หยุดอยู่ในระยะที่ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาลมเช้านั้นพัดพาเอาข่าวลือเข้ามาในวังหลังเร็วยิ่งกว่าใบบัญชาใด ๆ“ไท่หวงไท่โฮว่เกรงกลัวอดีตซูเฟย จึงลอบปลงพระชนม์…”“เจิ้งซูเฟยเกือบสิ้นใจ แต่ฮ่องเต้มาถึงทันเวลา…”“หรือแท้จริง ฮ่องเต้เล็งเห็นว่ามารดาผู้ให้กำเนิดควรมีที่ในราชสำนัก…” แผนการของใครบางคนที่นางนึกสงสัย เป็นแผนการของหลานรักของตนนี่เองไท่หวงไท่โฮว่เพียงหลับพระเนตร แย้มพระโอษฐ์น้อย ๆ คล้ายหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นบางเบา แต่กลับทำให้ขันทีรู้สึกเหมือนมีคมมีดบางเฉือนผ่านต้นคอ“พวกเขาคิดว่าข้าเป็นใครกัน… แม่เลี้ยงที่ทำเพื่อบัลลังก์มาตลอดงั้นหรือ” พระสุรเสียงเย็นเรียบแต่แฝงรอยเย้ยหยันขันทีคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าไม่กล้าส่งเสียงตอบ เพียงก้มศีรษะต่ำจนหน้าผากเกือบติดพื้น เพราะในวังนี้ไม่มีผู้ใดกล้าคิดว่านางคือ มารดาผู้ใ
اقرأ المزيد
บทที่ 7 สะดุดเพื่อโต้กลับ
บทที่ 7 สะดุดเพื่อโต้กลับน้ำตาของไท่หวงไท่โฮว่อาจทำให้ผู้คนใจอ่อน แต่น้ำตาที่ตกลงบนเลือดของอดีตสตรีในวัง ย่อมไม่ชะล้างบาปได้พระตำหนักเย็นซึ่งเจิ้งซูเฟยพำนัก ถูกลือว่าเริ่มมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ การลอบพบขุนนาง การส่งคนไปยังจวนตระกูลเก่าความเคลื่อนไหวของฝ่ายซูเฟยสะกิดเสี้ยนออกมา เจิ้งซูเฟยรู้ดีว่า…เรื่องนี้ต้องมีคนปล่อยข่าว จึงแสร้งส่งของขวัญเล็ก ๆ ไปยังขุนนางที่เคยเป็นคนของนางในอดีตของขวัญนั้นไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย แต่มีข้อความแฝงเป็นนัยว่า อดีตมิใช่สิ่งควรลืมข่าวถูกส่งให้หลุดไปถึงหูของขันทีไท่หวงไท่โฮว่โดยจงใจไม่ถึงสามวันไท่หวงไท่โฮว่ส่งคนเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ขอให้ทรง ระวังว่ามารดาของพระองอาจกำลังพยายามเปลี่ยนราชสำนักให้เป็นของตนเอง และในที่สุด…ก็มีขุนนางผู้หนึ่งยื่นฎีกาเข้าเฝ้าฮ่องเต้“หม่อมฉันทราบข่าวลือว่า เจิ้งซูเฟยอาจวางแผนดึงอำนาจจากฝ่ายใน และนำอดีตตระกูลตนกลับสู่ราชสำนัก”“ขอฝ่าบาทโปรดทรงสอบสวน หากไม่เป็นความจริง…ย่อมไม่มีสิ่งใดเสียหาย”ฮ่องเต้หลุบตา ไม่กล่าวสิ่งใด แต่คนใกล้ชิดรู้ว่า สีพระพักตร์ของพระองค์นั้นไม่เคยเป็นเช่นนั้นมาก่อนตั้งแต่นั่งบนบัลลังก์ต่อจากบิดาขณะที่ไท่หวงไท
اقرأ المزيد
บทที่ 8 กล่องไม้กลิ่นความหลัง
บทที่ 8 กล่องไม้กลิ่นความหลังกลางวันแสงแดดสาดทอลงบนลานหินหน้าตำหนักเฉินหลงขันทีผู้หนึ่งก้าวเข้ามาอย่างเงียบงัน พร้อมกล่องไม้เล็ก ๆ ที่ปิดผนึกไว้แน่นหนากล่าวเพียงสั้น ๆ ก่อนก้มศีรษะลึก“กระหม่อมพบกล่องนี้ในห้องเก็บของด้านหลังวังตะวันออก เป็นคำสั่งให้ทำลายของตกค้างตั้งแต่รัชกาลก่อนพ่ะย่ะค่ะ…แต่กระหม่อมเห็นตราประทับ ‘ซู’ ที่มุมฝากล่อง จึงไม่กล้าทำลายโดยพลการ”สีพระพักตร์ของฮ่องเต้ไม่เปลี่ยน ทรงรับกล่องมาด้วยมือแต่เมื่อเปิดฝากล่อง…กลิ่นจันทน์จาง ๆ ก็ลอยออกมา พร้อมกับ ผ้าผืนเล็กปักลายมังกร สีหม่นที่เก่าจนแทบขาดข้างใต้คือ จี้หยกเขียวรูปเมฆหมุน และ จดหมายฉบับหนึ่งที่ซีดกรอบไปตามกาลเวลา พระหัตถ์ที่พลิกดูจี้หยกนั้น…สั่นเล็กน้อยทรงจำในวัยเยาว์คล้ายถูกปลุกขึ้นอย่างรุนแรงโดยไม่ทันตั้งตัวเสียงหัวเราะแผ่ว ๆ ของสตรีผู้หนึ่ง“องค์ชายอย่าซนนัก เดี๋ยวจี้ห้อยนี้จะหลุดเอานะเพคะ”เสียงนั้นอ่อนโยน อบอุ่น…และหายไปจากชีวิตพระองค์นานนัก“จี้เส้นนี้…”พระสุรเสียงเอ่ยเบา ราวไม่มั่นใจว่าตนเพ้อฝันไปหรือไม่ พระเนตรทอดมองผ้าปักลายมังกรมุมหนึ่งยังมีรอยเลือดจาง ๆ ที่ซักไม่ออกติดอยู่“ของทั้งหมดนี้…เป็นของใคร”
اقرأ المزيد
บทที่ 9 กลอนหนึ่งบท เปลี่ยนใจหนึ่งดวง
บทที่ 9 กลอนหนึ่งบท เปลี่ยนใจหนึ่งดวงลมค่ำพัดกรูเบา ๆ ผ่านระแนงหน้าต่างของตำหนักเฉียนหลง แม้ในยามนี้เมืองหลวงจะหลับใหลแล้วแต่ภายในห้องทรงพระอักษรกลับยังมีแสงเทียนที่มิยอมดับฮ่องเต้นั่งพิงโต๊ะ หัตถ์ข้างหนึ่งถือกระดาษบางเบาที่ขุนนางคนสนิทเพิ่งนำมาทูล อีกข้างหนึ่งวางอยู่เหนืออักษรประโยคสุดท้าย …คล้ายลังเลจะอ่านซ้ำอีกครั้ง หรือไม่อยากอ่านซ้ำเลยแม้เพียงคำเดียว“รักของชายต่อหญิง มักผันแปรยากไว้ใจแต่รักที่กลั่นจากสายเลือด…ไม่เคยหนีหาย”ดวงเนตรคู่นั้นทอดนิ่งบนกระดาษแต่เงาของเปลวเทียนสั่นไหวในม่านตา กลบเงาความแน่วแน่ในใจที่เคยมีแม้เป็นถึงโอรสสวรรค์แต่ยามนี้กลับรู้สึก…เหมือนเด็กชายผู้หลงทางอยู่กลางคืนหนาว“มิได้ขอให้อภัยมิได้ขอสิทธิ์ใด ๆขอเพียงเจ้า…จำได้ว่าแม่เคยมีชีวิตอยู่ เพื่อรักเจ้า”พระหัตถ์บีบกระดาษแน่นเพียงนิดก่อนคลายริมพระโอษฐ์ขบแน่นเงียบ ๆ ราวสะกดเสียงในอกมิให้เล็ดรอดพระเนตรหลุบต่ำแต่ไม่ปิดสนิท เหมือนกำลังพยายามขังบางอย่างไว้ข้างใน“แม่…”คำหนึ่งเดียวลอดออกมาจากลำคอ…เบาจนแทบกลืนหายไปในเสียงลมไม่มีราชโองการไม่มีรับสั่งไม่มีแม้แต่เสียงถอนหายใจมีเพียง หัวใจที่เริ่มสั่นไหวแ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status