การตีความคะแนนดิบเป็นเกรดสุดท้ายถือเป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจให้ชัด เพราะบอร์ดจะตั้ง 'grade boundaries' ขึ้นทุกปีเพื่อแปลงคะแนนดิบเป็น A, A, B ฯลฯ กระบวนการนี้ทำให้บางปีเกณฑ์อาจสูงหรือต่ำขึ้นตามความยากของข้อสอบ ผมจึงมักเตือนว่าสัดส่วนคะแนนระหว่างพาร์ตต่าง ๆ สำคัญมาก—บางวิชาถ้าแพ้พาร์ตที่ให้คะแนนเยอะ ก็อาจเสียพื้นที่ของเกรดไปได้
ประเด็นสุดท้ายที่ผมมักเตือนเพื่อนคือเกรด A ถึง E (หรือ U ถ้าไม่ผ่าน) ถูกกำหนดโดย 'grade boundaries' ซึ่งเปลี่ยนได้ทุกปีตามความยากของข้อสอบ ดังนั้นการได้คะแนนดิบสูงสุดไม่จำเป็นต้องหมายถึงเกรดสูงสุดเสมอไป เพราะต้องเทียบกับกรอบที่บอร์ดตั้งไว้เอง จบตรงนี้แล้วลองเอาไปวางแผนอ่านหนังสือดู