การจำ regular verbs ให้ไวขึ้น ผมมักจะใช้ภาพแผนที่ความคิดที่เรียงเป็นเส้นเวลาเล็ก ๆ ระหว่างรูปแบบคำทั้งสาม: base → past → past participle และทำให้มันมีสีสันแตกต่างกันไป
วิธีนี้ทำให้เราเห็นความเปลี่ยนแปลงของคำชัดเจน เช่นคำกริยาธรรมดาที่เติม -ed ก็จะวิ่งเป็นเส้นสีเขียวจาก base ไป past และ past participle อยู่แถวเดียวกัน การทำสติกเกอร์สีหรือแถบสีเล็ก ๆ ติดไว้บนคำศัพท์ที่เรียนช่วยให้สมองเชื่อมโยงได้เร็วขึ้น เรามักเขียนตัวอย่างประโยคสั้น ๆ ข้างคำศัพท์ เช่น 'want' → 'wanted' แล้วเติมภาพประกอบง่าย ๆ เช่นรูปคนยกมือเมื่ออยากได้ นอกจากนั้นยังสร้างกลุ่มคำที่มีรูปแบบการเปลี่ยนแปลงเหมือนกันไว้ด้วยกัน เช่นกลุ่มที่ลงท้ายด้วย -ed ธรรมดา กลุ่มที่ต้องเปลี่ยน y → i + ed เป็นต้น
เราอยากแนะนำวิธีฝึกเขียนประโยคที่ทำให้ regular verbs ติดทนและใช้ได้จริง โดยเน้นประโยคสั้นๆ ที่เชื่อมกับชีวิตประจำวันก่อนแล้วค่อยขยายเป็นเรื่องสั้นสั้น ๆ การเริ่มจากประโยคพื้นฐานแบบ Subject + verb(ed) + object ทำให้จับรูปแบบ '-ed' ของคำกริยาได้เร็ว เช่น "I walked to the market yesterday." (ฉันเดินไปตลาดเมื่อวาน) หรือ "She played the piano in the evening." (หล่อนฝึกเปียโนตอนเย็น) ประโยคพวกนี้ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนรูปชัดเจนและฝึกใช้งานคำศัพท์ประจำวันได้ทันที
ต่อมา ผมชอบให้เติม time markers หรือรายละเอียดเล็ก ๆ เพื่อบังคับใช้อดีตกาล เช่น "They visited their grandparents last weekend." (พวกเขาไปเยี่ยมปู่ย่าตอนสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา) หรือฝึกคำถามและปฏิเสธเพื่อเข้าใจโครงสร้างให้ครบ เช่น "Did you finish the report?" (คุณทำรายงานเสร็จไหม) และ "I did not study last night." (ฉันไม่ได้อ่านหนังสือเมื่อคืน) การสลับรูปแบบประโยคแบบนี้จะช่วยให้รู้ว่าแม้กริยาจะเป็น regular แต่เมื่ออยู่ในประโยคคำถามหรือปฏิเสธ รูปกริยาจะกลับไปเป็นรูปฐาน
เคล็ดลับที่เราใช้คือให้เขียนบันทึกสั้นๆ ทุกวันโดยตั้งกฎว่าในหนึ่งบันทึกต้องมีอย่างน้อยห้าคำกริยา regular แล้วค่อยตรวจคำผิดเองหรือให้เพื่อนช่วยแก้ หากรู้สึกสนุกขึ้น ก็ลองเขียนบรรยายเหตุการณ์จากมุมมองคนอื่น เช่น บรรยายวันหยุดของเพื่อน หรือเขียนรีวิวหนังสั้นๆ วิธีนี้ทำให้ได้ฝึกทั้งคำศัพท์และไวยากรณ์ไปพร้อมกัน จบด้วยความรู้สึกว่าแม้จะเป็นก้าวเล็ก ๆ แต่สม่ำเสมอแล้วจะเห็นผลชัดเจน