หวนรักหนีลิขิต의 모든 챕터: 챕터 201 - 챕터 210

370 챕터

บทที่ 201

ทนายคงรู้ว่าตำรวจทั้งสองจะไม่ยอม จึงรีบถอยออกมาหนึ่งก้าวแล้วกล่าวว่า “ถ้าไม่ได้จริง ๆ งั้นให้พวกเรามองดูจากหน้าต่างก็ยังดี”ฉันจ้องมองตำรวจสองนายด้วยความกังวลแต่ทั้งสองคนไม่มีทีท่าว่าจะใจอ่อน “ไม่ได้ครับ”“ไม่มีใครเข้าใกล้ได้ทั้งนั้น”แม้ทนายจะแสดงบัตรประจำตัวที่ทำงานให้ดู แต่ตำรวจทั้งสองกลับไม่กะพริบตาเลยสักนิดท่าทีของพวกเขาแน่วแน่จนไม่มีช่องทางใดๆ ให้ประนีประนอมความคาดหวังในใจฉันค่อยๆ มอดดับ ฉันมองตำรวจสองคนด้วยสายตาเย็นชา ความสงสัยในใจยิ่งชัดเจนขึ้นทนายถอนหายใจแล้วถอยกลับมาเมื่อเห็นทนายกลับมาด้วยท่าทีหมดหวัง ฉันเม้มปากแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไปกันก่อนเถอะค่ะ”คำพูดของฉันฟังดูเย็นชาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งเฉิงเฉิงและคนอื่น ๆ ไว้เบื้องหลังฉันเดินเร็วมาก ราวกับว่าการก้าวเดินที่รวดเร็วนั้นจะช่วยระบายความโกรธในใจออกไปได้เมื่อเดินออกมาจากโถงชั้นหนึ่ง ฉันถึงหยุดฉันยืนอยู่ที่หน้าประตู มองไปไกลอย่างเลื่อนลอย ในใจเริ่มครุ่นคิดถึงจุดประสงค์ที่อีกฝ่ายทำเช่นนี้ไม่นานนัก มีคนแตะเบา ๆ ที่ไหล่ซ้ายของฉันเฉิงเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความกังวล “ลั่วเป่า
더 보기

บทที่ 202

ฉันมองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง พอมั่นใจว่าไม่มีใครสังเกตเห็น ก็รีบเปิดประตูแทรกตัวเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตูอย่างเบามือหมอคนนี้เพิ่งเดินออกมาจากห้องของเฉินเยวี่ย ดูเหมือนเขาจะเป็นหมอเจ้าของไข้ของเธอประวัติการรักษาของเฉินเยวี่ยต้องอยู่ที่นี่แน่ ๆแล้วมันจะอยู่ที่ไหนกันนะ?ฉันมองไปรอบ ๆ แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่คอมพิวเตอร์บนโต๊ะน่าเสียดายที่คอมพิวเตอร์ถูกล็อกรหัสผ่าน ฉันเปิดไม่ได้ จึงหันไปสนใจตู้เก็บเอกสารแทนฉันรีบเดินไปเปิดประตูตู้อย่างลวก ๆ แล้วเริ่มค้นหาข้อมูลอย่างรวดเร็วเอกสารในตู้นั้นมีจำนวนมากมายมหาศาล ถึงจะพยายามหาอย่างสุดความสามารถ แต่ฉันก็เพิ่งค้นได้เพียงเล็กน้อย และยังไม่เจอประวัติของเฉินเยวี่ยแต่ฉันไม่ยอมแพ้ฉันยังคงค้นหาอย่างตั้งใจขณะที่ฉันกำลังจะเปลี่ยนไปค้นชั้นเล็กอีกช่องหนึ่ง เสียงคนพูดคุยกันดังขึ้นที่หน้าห้อง พร้อมกับเสียงลูกบิดประตูถูกหมุนฉันสะดุ้งเฮือก รีบเก็บเอกสารทั้งหมดกลับเข้าไปในที่เดิมแล้วปิดตู้ให้เรียบร้อยแต่ยังไม่ทันจะหาทางออกจากห้อง ประตูก็ถูกเปิดออกใช่แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ใครคิดว่าฉันเป็นขโมย ฉันแค่ปิดประตู แต่ไม่ได้ล็อกคนข้างนอกจึงสา
더 보기

บทที่ 203

ฉันยืนหันหลังให้กับกู้จือโม่ ไม่ได้เห็นสีหน้าเขาเลยแต่ฉันสัมผัสได้ว่าตอนที่คำพูดของฉันหลุดออกไป มือใหญ่ที่จับข้อมือฉันอยู่สั่นเล็กน้อย บรรยากาศในบันไดก็หยุดชะงักลง ทันใดนั้นความเศร้าโศกบางอย่างเหมือนแพร่กระจายออกจากตัวเขาไม่กี่วินาทีต่อมา บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกคลุมด้วยความเศร้าหมองนั้นทั้งที่ฉันคิดว่าตัวเองไม่มีความรู้สึกใด ๆ เหลือให้เขาแล้ว แต่หัวใจกลับรู้สึกปวดหนึบอย่างประหลาดฉันเม้มปากแน่นไม่พูดอะไรต่อ ขณะที่กำลังพยายามจะสะบัดมือของกู้จือโม่ออกจากข้อมือ ฉันก็ได้ยินเสียงของเขาอีกครั้ง ครั้งนี้น้ำเสียงเขายิ่งฟังดูเศร้าหนักกว่าเดิม แฝงไว้ด้วยความพ่ายแพ้บางอย่าง "ฉันขอโทษ"ฉันได้แต่แค่นหัวเราะออกมาตอนนี้คำสามคำนี้สำหรับฉันมันไม่มีค่าอะไรเลยจากนั้นฉันก็ได้ยินเขาพูดอีกว่า "อย่าเสี่ยงอีกเลย สิ่งที่เธอต้องการ เธอจะต้องได้มันแน่นอน"พูดจบเขาก็ปล่อยมือฉันและเดินจากไปฉันหันกลับไปโดยไม่รู้ตัว ตั้งใจจะถามเขาว่าหมายความว่ายังไงแต่กู้จือโม่ดูเหมือนจะไม่ได้คิดจะอธิบายอะไรสิ่งที่ฉันเห็นคือแผ่นหลังของเขาที่ก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว และจุดหมายของเขา...เฮอะ ฉันกำลังหวังอะไรอยู่?
더 보기

บทที่ 204

คำพูดของเฉิงเฉิง เงียบหายไปในห้องที่เต็มไปด้วยความอึดอัดเธอเหมือนอยากจะพูดอะไรอีก แต่ฉันไม่อยากฟังแล้วเพราะฉันรู้ดีว่ามีคนที่มีอิทธิพลบางคนที่สามารถแทรกแซงถึงขั้นโยกย้ายตำแหน่งในระบบราชการได้แต่จะทำไมล่ะ?ตราบใดที่เฉินเยวี่ยยังไม่ได้รับโทษที่ควรจะได้รับ เรื่องนี้ก็จะไม่มีวันจบแต่ฉันคาดไม่ถึงเลยว่าโอกาสจะมาถึงเร็วขนาดนี้เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันได้รับโทรศัพท์จากคนที่อ้างตัวว่าเป็นพนักงานส่งพัสดุ เขาบอกว่ามีพัสดุในเมืองส่งถึงฉัน ให้ฉันลงไปรับตอนแรกฉันยังสงสัยอยู่ในใจว่า ใครส่งอะไรมาให้แต่เมื่อเห็นชื่อผู้ส่งบนพัสดุ หัวใจของฉันก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวฉัน ฉันนึกถึงคำพูดของกู้จือโม่เมื่อวานเขาบอกว่า "สิ่งที่เธอต้องการ เธอจะได้รับมัน"ดังนั้นในพัสดุนี้...ฉันพยายามกดความตื่นเต้นในใจไว้ รีบแกะซองพัสดุอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นเอกสารเวชระเบียนภายในนั้น หัวใจฉันแทบจะกระเด็นออกมา แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะสรุปอะไรฉันรีบเปิดเอกสารเวชระเบียนนั้นออกมา อ่านทุกคำอย่างรวดเร็ว และมุ่งหน้าไปที่สรุปท้ายสุดว่านี่คือหลักฐานที่ฉันต้องการจริง ๆ หรือเปล่าข้อคว
더 보기

บทที่ 205

“ปึง” เสียงอื้ออึงดังขึ้นในสมองของฉันทันที ร่างกายอ่อนแรงสมองของฉันเมื่อครู่เขาพูดว่าอะไรนะ?"คดีถูกปิดแล้ว?"ฉันตกตะลึงจนไม่อาจควบคุมได้ เสียงสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว "ทำไมถึงปิดคดีไปล่ะคะ?! ทำไมไม่มีใครแจ้งฉันเลย! ทั้งพยาน ทั้งหลักฐานก็มีอยู่ครบ ถ้าฝ่ายโจทก์ยังไม่ได้ถอนฟ้อง คุณมีสิทธิอะไรปิดคดี!"เสียงของฉันดังเกินไป จนทั้งสถานีตำรวจต้องหันมามองเฉิงเฉิงและฟางฉิงหยางเองก็เช่นกันฉันเห็นเงาสองร่างวิ่งตรงมาทางฉันอย่างเร่งรีบผ่านหางตา แต่ในตอนนี้ฉันไม่ได้สนใจอะไรแล้วฉันต้องการคำอธิบายที่ชัดเจน!"ฉันบอกพวกคุณไว้เลยนะว่าการรับสินบนช่วยฆาตกรให้พ้นผิดมันผิดกฎหมาย!" เสียงของฉันดังขึ้นเรื่อย ๆ จนสถานีตำรวจเหลือเพียงเสียงตะโกนของฉันตรงหน้าฉัน ผู้บัญชาการตำรวจเองก้กำลังหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธ สายตาของเขาเย็นเยียบจ้องฉันราวกับจะกลืนฉันเข้าไปทั้งเป็นถ้าเป็นปกติ ฉันอาจจะรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้างแต่ในตอนนี้ความโกรธได้ครอบงำฉันจนไม่เหลือที่ว่างให้ความกลัวอีกแล้วดวงตาของฉันแดงก่ำ ร่างกายพุ่งไปข้างหน้า หมายจะคว้าปกเสื้อของเขาเพื่อถามให้รู้เรื่องแต่ก่อนที่มือของฉันจะสัมผัสชายเสื้อของผู้กำ
더 보기

บทที่ 206

ฉันคิดว่าถ้าฉันได้หลักฐานมา ก็จะสามารถส่งเฉินเยวี่ยเข้าคุกได้ แต่ใครจะคิดว่า สุดท้ายแล้วก็ยังทำไม่ได้อยู่ดี คดีถูกปิดแล้ว และเฉินเยวี่ยก็ถูกพาตัวไปแล้วเช่นกัน ตอนนี้ฉันไม่มีโอกาสแม้แต่จะชนเธอให้ตายแล้วด้วยซ้ำ ฉันหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะตบหลังมือของเฉิงเฉิงเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นไร” เมื่อเฉิงเฉิงได้ยินฉันพูดเช่นนั้น น้ำตาก็พรั่งพรูออกมา “ลั่วเป่า เธอไม่ต้องกลั้นน้ำตาไว้หรอกนะ ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาได้เลย อยู่ต่อหน้าเรา ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอก” ฉันมองดูเฉิงเฉิง มองดูเธอปล่อยน้ำตาไหลพรั่งพรูราวกับเขื่อนแตกแม้แต่ฟางฉิงหยาง ดวงตาก็ยังเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอ ได้ยินเสียงสะอื้นของเฉิงเฉิง แต่ในดวงตาของฉันกลับแห้งผากไร้น้ำตาฉันร้องไห้ไม่ออกแม้กระทั่งเมื่อเห็นน้ำตาในดวงตาของเฉิงเฉิงและฟางฉิงหยาง ฉันกลับรู้สึกเลือนลาง ราวกับว่าฉากแบบนี้ห่างไกลจากตัวฉันเหลือเกิน ไกลเสียจนฉันไม่อาจสัมผัสถึงอารมณ์ใด ๆ ได้เลย ฉันจ้องมองพวกเขาอย่างเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ ว่า “ฉันอยากกลับบ้าน” เฉิงเฉิงดูเหมือนจะตกใจกลัวกับสิ่งที่ฉันพูด พอได้ยินฉันบอกว่าอ
더 보기

บทที่ 207

หลังจากฉันออกไป เฉิงเฉิงก็ตื่นขึ้นมา เธอหันไปมองเตียงผู้ป่วยโดยอัตโนมัติ แต่บนเตียงกลับไม่มีฉันอยู่แล้ว เมื่อวานฉันเป็นลมหน้าสถานีตำรวจ เธอตกใจมาก รีบเรียกรถแล้วพาฉันส่งโรงพยาบาลพร้อมกับฟางฉิงหยาง หมอบอกว่าฉันเป็นลมเพราะความเครียดและความโศกเศร้าอย่างรุนแรง แค่ฟื้นขึ้นมาก็ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว แต่เฉิงเฉิงยังไม่วางใจ คอยเฝ้าฉันอยู่ข้างเตียงตลอดเวลา ช่วยวอร์มมือให้ฉัน ทาปากให้ชุ่มชื้น และทุกครั้งที่ฉันมีการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย เธอก็รีบเข้ามาดูทันที พอถึงช่วงดึก เฉิงเฉิงเริ่มทนไม่ไหว จึงผล็อยหลับไปในที่สุด ใครจะคิดว่าเพียงแค่ชั่วขณะ พอตื่นขึ้นมาอีกที ฉันกลับหายไปแล้ว เฉิงเฉิงตกใจจนร้องไห้ออกมา มือสั่นเทาควักโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาฟางฉิงหยาง “ฟางฉิงหยาง ลั่วเป่าหายไปแล้ว!” ฟางฉิงหยางตกใจจนหน้าถอดสี เขาไม่สนใจสิ่งอื่นใด รีบขับรถตรงมายังโรงพยาบาลทันที เฉิงเฉิงเพิ่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลเสร็จ พอเห็นฟางฉิงหยางมา น้ำตาก็พลันพรั่งพรูอีกครั้ง “ฟางฉิงหยาง…” เฉิงเฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะพุ่งเข้าสู่อ้อมอกของฟางฉิงหยาง เธอกอดเขาไว้แน่นแล้วพูดทั้งน้ำตาเสียงสะอ
더 보기

บทที่ 208

ฉันคิดว่า หากครั้งนี้ฉันไม่มา ไม่นานนักลานบ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ก็คงจะหายไปในสายธารแห่งกาลเวลา เช่นเดียวกับคุณย่า พอคิดถึงตรงนี้ ฉันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกจมูกแสบจนเจ็บ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอในดวงตา ฉันเบือนสายตาไปทางอื่น สูดลมหายใจกลั้นสะอื้น ก่อนกดความรู้สึกอยากร้องไห้ลง แล้วหยิบกระเป๋าเดินทางเดินเข้าไปข้างใน รองเท้าเหยียบลงบนพื้นหญ้าหนาทึบ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบา ๆ ตามจังหวะก้าวเดิน ฉันเดินต่อไปตามทาง ก้าวขึ้นบันไดหินที่แตกร้าว วางกระเป๋าเดินทางไว้บนพื้นที่เรียบ แล้วเงยหน้ามองชายคาที่เหลือกระเบื้องอยู่เพียงไม่กี่แผ่น ความรู้สึกกังวลพลันเอ่อล้นขึ้นมาในใจ แต่วินาทีถัดมา ฉันก็รีบกดความรู้สึกนั้นลงไป ฉันมองหาทิศทางเล็กน้อยแล้วเดินไปยังตัวบ้านหลัก เมื่อผลักประตูเข้าไป กลุ่มฝุ่นหนาก็พุ่งเข้ามาอย่างแรงจนแทบสำลัก ทำเอาฉันน้ำตาแทบไหลออกมา ฉันรีบเอียงตัวหลบ พร้อมรอให้ฝุ่นในบ้านจางลงบ้าง ก่อนจะยกเท้าเดินเข้าไปข้างในทุกย่างก้าวที่เดินเข้าไป ความทรงจำที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ก็ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง ‘คุณย่า หนูอยากกินขนมเค้กพุทราแดงค่ะ’ ‘ฮือ ๆ โต๊ะนี่ชนหนูค่ะ คุณย่าช่วยตีมันให้หนูหน่อย’ ‘ค
더 보기

บทที่ 209

“รู้แล้ว” กู้จือโม่เดินขึ้นชั้นบนไปทันที ประตูห้องหนังสือปิดอยู่ กู้จือโม่ยกมือเคาะประตูเบา ๆ เมื่อได้ยินเสียงตอบจากข้างในว่า “เข้ามา” เขาจึงบิดลูกบิดประตูแล้วเดินเข้าไป เมื่อประตูห้องเปิดออก กู้จือโม่เห็นเงาร่างชราผู้หนึ่งกำลังนอนเอนหลังอยู่บนระเบียงโดยหันหลังให้เขา มือถือหนังสือปกผ้าฉบับเก่ากำลังอ่านอยู่ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า อีกฝ่ายไม่ได้หันกลับมา มองว่าเป็นพ่อบ้านหลี่จึงพูดขึ้นว่า “มีเรื่องอะไร” กู้จือโม่ไม่ได้ตอบทันที เขาเดินไปยืนอยู่ด้านหลังของกู้เซิ่งเหยียน จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า “คุณปู่ เฉินเยวี่ยล่ะ? เธออยู่ไหน” กู้เซิ่งเหยียนหันกลับมาด้วยความประหลาดใจ กู้เซิ่งเหยียนมองกู้จือโม่เพียงแวบหนึ่งก่อนเบือนสายตาไปด้วยสีหน้าเย็นชา แล้วเอนตัวกลับไปบนเก้าอี้หวาย เอ่ยเสียงเรียบว่า “กลับมาคราวนี้ก็จะมาทะเลาะกับฉันอีกใช่ไหม?” “ผมแค่อยากรู้ว่าเฉินเยวี่ยอยู่ที่ไหน” “เธออยู่ที่ไหน ไม่จำเป็นที่แกต้องยุ่ง” กู้เซิ่งเหยียนตอบด้วยสีหน้าเย็นชา กู้จือโม่โกรธขึ้นมาทันที “เพราะฆาตกรคนหนึ่ง ปู่ถึงยอมแลกกับชื่อเสียงร้อยปีของตระกูลกู้งั้นเหรอครับ!” “นั่นเป็นการฆ่าโดยไม่เจตนา” กู้เซิ่ง
더 보기

บทที่ 210

“อะไรนะ?” กู้เซิ่งเหยียนหันขวับมาด้วยความตกใจ ชี้ไปที่กู้จือโม่พลางถามว่า “เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ?” ตัดขาดกันงั้นเหรอ?! ใบหน้าของกู้เซิ่งเหยียนเต็มไปด้วยความโกรธ เขาก้าวเท้าอย่างรวดเร็วไปยืนต่อหน้ากู้จือโม่ ชี้นิ้วไปที่หน้าเขาและตวาดเสียงดังว่า “พูดสิ่งที่แกเพิ่งพูดมาอีกครั้งสิ!” กู้จือโม่ไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขาพูดซ้ำด้วยน้ำเสียงสงบว่า “ผมบอกว่า ถ้าไม่ส่งตัวเฉินเยวี่ยไป ผมจะตัดขาดกับปู่...” “เพียะ!” กู้จือโม่ยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ศีรษะของเขาหันไปด้านข้างตามแรงตบ ใบหน้าชาไปทั้งแถบ ห้องหนังสือเงียบงันไปชั่วขณะ ชั่วครู่ต่อมา กู้จือโม่ใช้ลิ้นดุนแก้มที่ชา ก่อนเงยหน้าขึ้น มองด้วยสายตาคมกริบและแน่วแน่พร้อมพูดว่า “ในเมื่อปู่รักเฉินเยวี่ยขนาดนั้น งั้นก็รับเธอเป็นหลานสาวไปเลยสิครับ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ผมไม่ขอมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับตระกูลกู้อีก” พูดจบ เขาก็หันหลังแล้วก้าวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เบื้องหลังเขา กู้เซิ่งเหยียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อมองเห็นเงาร่างของกู้จือโม่หายลับไปต่อหน้าต่อตา เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่กลางอกอย่างรุนแรง ทันใดนั้น
더 보기
이전
1
...
1920212223
...
37
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status