โจวฉินเงยหน้าขึ้นมองเขา “สือหมิงฮุย ถ้าคุณไม่ยอมแบ่งสินสมรสคนละครึ่ง ฉันก็ไม่ยอมหย่า และตราบใดที่ฉันไม่ตกลง ต่อให้คุณฟ้องไปก็เปล่าประโยชน์”“คุณคิดว่าจะขู่ผมได้เหรอ?”“ฉันไม่ได้ขู่ แค่พูดความจริงเท่านั้น พวกเราอายุปูนนี้แล้ว ขืนหย่าไปก็ไม่ดีงาม มีแต่จะขายขี้หน้ากันเสียเปล่า”สือหมิงฮุยจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชา “แต่คนที่อยากหย่าก่อนไม่ใช่คุณหรือไง?”โจวฉินหลุบตาลง ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้กล่าวว่า “ฉันก็แค่ถือทิฐิมาทั้งชีวิต ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ก็เลยพูดเรื่องหย่าออกไปแบบนั้น”เธอหลงคิดมาตลอดว่าสือหมิงฮุยคงไม่ถือสาหาความกับคำพูดเหล่านั้นของเธอ เพิ่งมารู้เอาตอนนี้เองว่า ตนเองมั่นใจเกินไปภายในห้องทำงานเงียบสงัด สือหมิงฮุยขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดสิ่งใดไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเลขาเดินเข้ามาส่งเอกสาร เมื่อเห็นบรรยากาศระหว่างทั้งสองคนดูไม่ค่อยดีนัก จึงกล่าวอย่างระมัดระวัง “ประธานสือครับ เอกสารพวกนี้ต้องการลายเซ็นด่วนเลยครับ”สือหมิงฮุยโบกมือไล่ “รู้แล้ว คุณออกไปเถอะ”“รับทราบครับ”หลังจากเลขาออกไป โจวฉินก็ลุกขึ้นยืน “คำพูดของฉัน คุณลองเก็บไปคิดดูให้
Baca selengkapnya