เข้าสู่ระบบ【ตามง้อเมียแต่สายไปแล้ว+พระรองขึ้นครองที่】 รักกันมานานแปดปี “สืออวี๋” ที่เคยเป็นรักแรกในใจของ “เหลียงหยวนโจว” กลับกลายเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่เขาอยากสลัดทิ้งให้เร็วที่สุด พยายามนานถึงสามปี จนกระทั่งหมดสิ้นแม้เศษเสี้ยวความรู้สึกสุดท้าย สืออวี๋จึงตัดใจหันหลังเดินจากไป วันเลิกลา เหลียงหยวนโจวหัวเราะเยาะใส่เธอ “สืออวี๋ ผมจะรอดูวันที่คุณกลับมาขอคืนดีกับผม” แต่รอแล้วรออีก กลับเป็นข่าวงานหมั้นของสืออวี๋แทน! เขาโกรธจนแทบบ้า รีบโทรหาทันที “บ้าพอแล้วหรือยัง?” แต่ปลายสายมีเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายอีกคนดังมา “ประธานเหลียง ว่าที่ภรรยาของผมกำลังอาบน้ำอยู่ ไม่สะดวกรับสายคุณ” เหลียงหยวนโจวหัวเราะเยาะ แล้วตัดสายไป คิดว่านี่เป็นเพียงกลยุทธ์เล่นตัวของสืออวี๋เท่านั้น จนกระทั่งในวันแต่งงานจริง เขาเห็นเธอสวมชุดเจ้าสาว อุ้มช่อดอกไม้ เดินไปหาผู้ชายอีกคน เหลียงหยวนโจวจึงเพิ่งตระหนักได้ว่า สืออวี๋ไม่เอาเขาแล้วจริงๆ เขาคลั่งจนวิ่งฝ่าเข้าไปตรงหน้าเธอ “อาอวี๋! ผมรู้ผิดแล้ว อย่าแต่งกับคนอื่นเลย ได้ไหม?” สืออวี๋เพียงยกชายกระโปรงเดินผ่านเขาไป “ประธานเหลียง คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าคุณกับเสินหลีต่างหากที่เกิดมาคู่กัน? แล้วจะมาคุกเข่าอะไรในงานแต่งของฉัน?”
ดูเพิ่มเติมหลังจากวางสาย เธอก็ตวาดสายตามองเหลียงอวิ๋นเซินอย่างเย็นชา“ประธานเหลียงร้ายกาจจริง ๆ ถึงกับทำให้จ้าวเหวินยอมไปมอบตัวและรับผิดแทนทั้งหมดได้!”“ขอบคุณสำหรับคำชมครับคุณหนูสือ เมื่อไม่มีจ้าวเหวินแล้ว สถานการณ์ของสือซื่อคงจะยิ่งลำบากขึ้นไปอีกใช่ไหม?”สืออวี๋จ้องหน้าเหลียงอวิ๋นเซินแล้วเอ่ยเน้นทีละคำ “ต่อให้สือซื่อต้องล้มละลาย ฉันก็จะไม่ยอมให้เหลียงซื่ออยู่อย่างเป็นสุขแน่”พูดจบ สืออวี๋ก็หมุนตัวเดินจากไปเหลียงอวิ๋นเซินไม่ได้เก็บคำพูดของสืออวี๋มาใส่ใจ เขาเอนกายพิงโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลาย มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยดูจากสถานการณ์ตอนนี้ สือซื่อคงยื้อต่อไปได้อีกไม่ถึงครึ่งเดือนด้วยซ้ำต่อจากนี้เขาไม่ต้องทำอะไรเลย แค่รอให้สือซื่อล้มละลาย แล้วค่อยเข้าไปชุบมือเปิปผลประโยชน์ทั้งหมดก็พอเมื่อออกจากเหลียงซื่อ สืออวี๋ไม่มีเวลาแม้แต่จะพักหายใจ เธอรีบตรงไปยังสถานที่นัดหมายต่อไปเพื่อพบลูกค้าทันทีกว่าจะคุยกับลูกค้าเสร็จ ก็ปาเข้าไปบ่ายสองกว่าแล้วสืออวี๋ถือสัญญาที่เซ็นเรียบร้อยเดินออกมาจากร้านอาหาร แต่จู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็มืดดับ ร่างของเธอเซถลาล้มลงไปด้านข้างไต้เฮ่อที่เดินตามหลังมาสองก้าวรีบเข้ามาประคอ
สีหน้าของสือหมิงฮุยขรึมลง “แกลองไปคุยดูก่อนเถอะ เผื่อว่าทางนั้นเขาอาจจะยอมช่วยก็ได้?”สืออวี๋เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ากล่าวว่า “ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันจะลองติดต่อไปดูว่าตอนนี้เธอสะดวกให้เข้าพบไหม”“อืม ฉันไม่มีอะไรแล้ว แกไปทำงานเถอะ”หลังจากออกจากบ้านตระกูลสือ สืออวี๋ก็มุ่งหน้าตรงไปยังบริษัททันทีเมื่อทิ้งตัวลงนั่งในห้องทำงาน สืออวี๋หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ลังเลอยู่เนิ่นนานแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกดโทรหาฮว่าหรูเสวี่ยปลายสายกดรับอย่างรวดเร็ว เสียงเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ของฮว่าหรูเสวี่ยดังลอดออกมา “คุณหนูสือ มีธุระอะไรกับฉันหรือคะ?”สืออวี๋เล่าสถานการณ์วิกฤตที่สือซื่อกำลังเผชิญอยู่อย่างรวบรัด ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วในตอนท้าย “คุณหนูฮว่า ฉันรู้ว่าคำขอนี้อาจดูรบกวนเกินไป แต่ตอนนี้สือซื่อกำลังจะถึงทางตันแล้วจริง ๆ ค่ะ”ฮว่าหรูเสวี่ยถอนหายใจ น้ำเสียงเจือความลำบากใจ “คุณหนูสือ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากช่วยนะคะ แต่ช่วงนี้ฉันเองก็มีเรื่องต้องจัดการเยอะมาก สินค้าของบริษัทลูกมีปัญหา กว่าจะแก้จบฉันคงปลีกตัวไปไหนไม่ได้เลย คุณลองไปถามคนอื่นดูเถอะค่ะ”สืออวี๋เตรียมใจว่าจะถูกปฏิเสธไว้ตั้งแต่แรกแล้
การล้มละลายและชำระบัญชีเพื่อปิดกิจการ คือจุดจบที่มองเห็นอยู่รำไรสือหมิงฮุยเองก็ตระหนักในข้อนี้ดี เพียงแต่เขายังไม่ยอมตัดใจ คิดแต่จะนำเงินก้อนสุดท้ายที่มีทุ่มลงไปในสือซื่อจนหมดหน้าตักในสายตาของสืออวี๋ พฤติกรรมเช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับผีพนันอีกอย่าง เขาจะต้องพนันแพ้อย่างแน่นอนสือหมิงฮุยเบิกตากว้าง ระดับเสียงสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ยื่นขอเป็นบุคคลล้มละลายงั้นเหรอ?! แกพูดออกมาได้ง่าย ๆ! แกไม่รู้หรือไงว่าตลอดหลายปีมานี้ฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อสือซื่อไปมากแค่ไหน? อีกอย่าง บริษัทนี้คุณย่าของแกเป็นคนสร้างมากับมือ ตอนนี้ท่านก็ไม้ใกล้ฝั่งแล้ว ถ้าสือซื่อต้องล้มละลาย แกคิดว่าท่านจะทนรับความกระทบกระเทือนใจไหวหรือ?!”สืออวี๋มีสีหน้าเย็นชา “ถ้าภายในครึ่งเดือนยังหาคู่ค้าไม่ได้ นอกจากรอวันล้มละลาย ยังจะมีหนทางอื่นอีกเหรอคะ?”“ฉันขายคฤหาสน์ได้ ขายทรัพย์สินที่เป็นชื่อของฉันได้ ไม่ว่ายังไง ฉันก็ไม่มีวันยอมให้สือซื่อต้องล่มสลายเด็ดขาด!”เมื่อเห็นสือหมิงฮุยมีท่าทีเด็ดเดี่ยวปานนั้น สืออวี๋ก็ขมวดคิ้วมุ่น “ต่อให้คุณขายคฤหาสน์หรือทรัพย์สินส่วนตัวไปก็เปล่าประโยชน์ ปัญหาหลักตอนนี้คือต้องหาคู่ค้ารายใหม่ให้ไ
“วางใจเถอะ ที่ฉันตามแกมาก็เพราะเรื่องงาน แกรีบกลับมาเดี๋ยวนี้เลย ฉันรอแกอยู่ที่บ้าน”หนึ่งชั่วโมงให้หลัง รถของสืออวี๋ก็มาจอดเทียบหน้าประตูบ้านตระกูลสือเธอก้าวลงจากรถแล้วเดินเข้าไปด้านใน ทันทีที่เท้าแตะธรณีประตูห้องรับแขก เธอก็ได้ยินเสียงโต้เถียงกันระหว่างโจวฉินกับสือหมิงฮุยดังลอดออกมา“สือหมิงฮุย ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่มีวันยอมให้คุณขายคฤหาสน์หลังนี้เด็ดขาด ถ้าขายแล้วพวกเราจะไปซุกหัวนอนที่ไหนกัน?! ตอนนี้สือซื่อเกินเยียวยาแล้ว เราควรรีบตัดช่องน้อยแต่พอตัว ถึงบริษัทจะล้มละลายไปจริง ๆ อย่างน้อยเราก็ยังมีบ้าน มีเงินเก็บ ส่วนพวกตึกแถวร้านค้าในชื่อฉัน ฉันตั้งใจจะเก็บไว้เป็นสินเดิมให้สืออวี๋ตอนแต่งงาน เป็นไปไม่ได้หรอกที่ฉันจะยอมขาย!”“ไม่ขายก็ต้องขาย ผมตัดสินใจไปแล้ว ตอนนี้บริษัทขาดเงินหมุนเวียนทุกวัน ขืนไม่มีเงินเติมเข้าไป อีกไม่นานบริษัทก็ต้องล้มละลายแน่”น้ำเสียงของโจวฉินแหลมสูงขึ้น “ก็บริษัทมันใกล้จะเจ๊งอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง? ลำพังเงินจากการขายที่ทางของฉันรวมกับค่าบ้านหลังนี้ ยังไม่พอให้บริษัทหมุนได้ถึงสองวันด้วยซ้ำ ยังไงฉันก็ไม่ยอมขายบ้านกับสมบัติของฉันเด็ดขาด!”สืออวี๋เดินเข้ามาในห้อง
ความคิดเห็น