LOGIN【ตามง้อเมียแต่สายไปแล้ว+พระรองขึ้นครองที่】 รักกันมานานแปดปี “สืออวี๋” ที่เคยเป็นรักแรกในใจของ “เหลียงหยวนโจว” กลับกลายเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่เขาอยากสลัดทิ้งให้เร็วที่สุด พยายามนานถึงสามปี จนกระทั่งหมดสิ้นแม้เศษเสี้ยวความรู้สึกสุดท้าย สืออวี๋จึงตัดใจหันหลังเดินจากไป วันเลิกลา เหลียงหยวนโจวหัวเราะเยาะใส่เธอ “สืออวี๋ ผมจะรอดูวันที่คุณกลับมาขอคืนดีกับผม” แต่รอแล้วรออีก กลับเป็นข่าวงานหมั้นของสืออวี๋แทน! เขาโกรธจนแทบบ้า รีบโทรหาทันที “บ้าพอแล้วหรือยัง?” แต่ปลายสายมีเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายอีกคนดังมา “ประธานเหลียง ว่าที่ภรรยาของผมกำลังอาบน้ำอยู่ ไม่สะดวกรับสายคุณ” เหลียงหยวนโจวหัวเราะเยาะ แล้วตัดสายไป คิดว่านี่เป็นเพียงกลยุทธ์เล่นตัวของสืออวี๋เท่านั้น จนกระทั่งในวันแต่งงานจริง เขาเห็นเธอสวมชุดเจ้าสาว อุ้มช่อดอกไม้ เดินไปหาผู้ชายอีกคน เหลียงหยวนโจวจึงเพิ่งตระหนักได้ว่า สืออวี๋ไม่เอาเขาแล้วจริงๆ เขาคลั่งจนวิ่งฝ่าเข้าไปตรงหน้าเธอ “อาอวี๋! ผมรู้ผิดแล้ว อย่าแต่งกับคนอื่นเลย ได้ไหม?” สืออวี๋เพียงยกชายกระโปรงเดินผ่านเขาไป “ประธานเหลียง คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าคุณกับเสินหลีต่างหากที่เกิดมาคู่กัน? แล้วจะมาคุกเข่าอะไรในงานแต่งของฉัน?”
View Moreหวังเทียนเฉิงโบกมืออย่างรำคาญ “ผมไม่อยากฟังพวกทฤษฎีสวยหรูหรอกนะ เอาเป็นว่าจุดยืนของผมตอนนี้ชัดเจน ใครเสนอราคาต่ำกว่า ผมก็ร่วมงานกับคนนั้น ส่วนสือซื่อจะล้มละลายหรือไม่มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับผม ถ้าวันหน้าเหลียงซื่อโก่งราคา ผมก็แค่ย้ายไปหาเจ้าอื่น คุณหนูสือ ผมทำธุรกิจ คุณคงเข้าใจนะ”เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีจะเปลี่ยนใจ ต่อให้สืออวี๋จะไม่ยินยอมแค่ไหน ก็จำต้องยอมถอย“ประธานหวัง ฉันเข้าใจเจตนาของท่านแล้วค่ะ ขอบคุณมากที่สละเวลามาพบฉันในวันนี้”สืออวี๋หยิบกระเป๋าแล้วลุกเดินออกไป ทว่าเมื่อเท้าเพิ่งก้าวถึงหน้าประตู เสียงของประธานหวังก็ดังไล่หลังมา“คุณหนูสือ อันที่จริงเรื่องความร่วมมือมันก็ใช่ว่าจะคุยกันไม่ได้นะ ในเมื่อสือซื่อลดราคาลงอีกไม่ได้ งั้นถ้าคุณยอมนอนกับผมสักคืน สัญญานี้ก็จะเป็นของสือซื่อทันที แล้วถ้าทำให้ผมพอใจได้ ไม่แน่งานล็อตหน้าผมอาจจะยกให้สือซื่อทำทั้งหมดเลยก็ได้”มือที่จับลูกบิดประตูของสืออวี๋กำแน่นขึ้น ที่แท้ก็ดักรอจังหวะนี้สินะเธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินตรงไปหาหวังเทียนเฉิงเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเธอ มุมปากของหวังเทียนเฉิงก็กระตุกยิ้มอย่างหยาบโลน “คุณห
สืออวี๋เพิ่งมาถึงบริษัทได้ไม่ทันไร ไต้เฮ่อก็เคาะประตูแล้วรีบร้อนเดินเข้ามา“คุณหนูสือ คู่ค้าหลายรายที่เราตกลงกันไว้เมื่อก่อนหน้านี้ โทรศัพท์มาขอยกเลิกสัญญากันหมดเลยครับ”“เกิดอะไรขึ้น? ก่อนหน้านี้ก็คุยกันไว้ดิบดีแล้วไม่ใช่เหรอคะ?”ไต้เฮ่อมีสีหน้าเคร่งเครียด “ดูเหมือนทางเหลียงซื่อจะยื่นข้อเสนอที่งามกว่ามากครับ แถมยังยอมจ่ายค่าปรับผิดสัญญาแทนพวกเขาด้วย”สืออวี๋กำแฟ้มเอกสารในมือแน่น เอ่ยเสียงเย็นเยียบ “คุณไปติดต่อคู่ค้าพวกนั้นดู ว่าพอจะนัดเจอหน้ากันสักหน่อยได้ไหม”“ครับ”ช่วงพักเที่ยง ไต้เฮ่อเคาะประตูเข้ามาในห้องทำงานเพื่อรายงานผลกับสืออวี๋ “คุณหนูสือครับ ผมติดต่อไปครบทุกรายแล้ว มีแค่ประธานหวังจากจื้อเหิงคนเดียวที่ยอมให้เข้าพบเย็นนี้ครับ”สืออวี๋พยักหน้า “ตกลง คุณไปจัดการเรื่องเวลาและสถานที่ให้เรียบร้อย เลิกงานแล้วฉันจะตรงไปทันที”ไม่นานก็ถึงช่วงเย็น เมื่อสืออวี๋ไปถึงร้านอาหาร ประธานหวังก็มารออยู่ก่อนแล้วประธานหวังมีชื่อเต็มว่าหวังเทียนเฉิง ถือเป็นคนที่สร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยมือเปล่า อุปนิสัยใช้ได้ ตอนที่เจรจาธุรกิจกันครั้งก่อน สืออวี๋มีความประทับใจต่อเขาไม่น้อยเลยทีเดียวทว่า
“คุณย่า ทำไมดึกป่านนี้แล้วยังไม่เข้านอนอีกคะ?”เมื่อเห็นใบหน้าอันอิดโรยของสืออวี๋ คุณย่าสือฉายแววตาปวดใจออกมาวูบหนึ่ง“ยัยอวี๋ ช่วงนี้แกงานยุ่ง ดึกป่านนี้ฉันไม่ควรเรียกแกมาเลย แต่ฉันคิดทบทวนดูแล้ว ตัดสินใจเรียกแกมาคุยตอนนี้ดีกว่า”สืออวี๋พยักหน้า “ค่ะคุณย่า มีเรื่องอะไรจะคุยกับหนูหรือคะ?”“เรื่องสถานการณ์ของสือซื่อ ฉันฟังมาจากพ่อของแกแล้ว นี่คือโฉนดที่ดินของเหอเยวี่ยนกับใบรับรองของสะสมทั้งหมดที่อยู่ในนั้น ถ้าสือซื่อขาดสภาพคล่อง แกก็เอาของพวกนั้นกับเหอเยวี่ยนไปขายซะ เงินก้อนนั้นน่าจะเพียงพอให้สือซื่อผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้”เธอมองกล่องใบหนึ่งที่ป้าอู๋เลื่อนเข้ามาตรงหน้า ภายในบรรจุเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินและปึกใบรับรองของเก่าหนาเตอะเหอเยวี่ยนเป็นสินเดิมติดตัวมาของคุณย่าสือ แต่ก่อนไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด ท่านก็ไม่เคยตัดใจขายของในนั้นแม้แต่ชิ้นเดียวกล่องใบนั้นเปรียบเสมือนหินก้อนมหึมาที่กดทับลงกลางอกของสืออวี๋ จนเธอแทบจะหายใจไม่ออก“คุณย่าคะ ขายเหอเยวี่ยนไม่ได้นะคะ ถ้าขายไปตอนนี้ วันข้างหน้าคงยากที่จะซื้อกลับคืนมา”ของสะสมเหล่านั้นล้วนเป็นวัตถุโบราณล้ำค่า สืออวี๋รู้สึกว่าการขายสม
“เรื่องของอาเล็กก็สำคัญ เรื่องของตระกูลสือก็สำคัญไม่แพ้กัน อีกอย่างอาเล็กก็ยังไม่รู้ว่าจะฟื้นเมื่อไหร่ การที่เธอจะไปจัดการปัญหาทางบ้านก่อนมันก็เป็นเรื่องปกตินะครับ”พอได้ยินคำนี้ คุณย่าซือก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟทันที“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ อาของแกก็คงไม่ต้องมานอนเป็นผักแบบนี้หรอก!”ซือห่าวอวี่แสดงสีหน้าไม่เห็นด้วย “คุณย่าครับ คนที่จ้องจะทำร้ายอาเล็กคือพ่อผม ถ้าจะโทษก็ต้องไปโทษพ่อสิครับ พี่สืออวี๋เองก็เป็นผู้บริสุทธิ์เหมือนกัน”ถ้าจะพูดกันตามจริง ตระกูลซือต่างหากที่เป็นฝ่ายติดค้างสืออวี๋ เพราะอุบัติเหตุครั้งนั้ นสำหรับเธอแล้วมันคือคราวเคราะห์ที่ไม่ได้ก่อเลย“ตอนนี้พ่อแกไม่ใช่ไปนอนในคุกแล้วหรือไง! จะให้ฉันไปโทษเขายังไงอีก? ถ้าตอนนั้นสืออวี๋ไม่ได้อยู่ในรถด้วย อาเล็กของแกก็คงไม่ต้องเอาตัวไปปกป้องเธอจนสลบไสลไม่ได้สติอย่างนี้!”เมื่อเห็นว่าคุณย่าซือยึดมั่นในความคิดตัวเอง ไม่ยอมฟังเหตุผล ซือห่าวอวี่จึงไม่อยากจะเถียงต่อ“ครับ ๆ ๆ ท่านว่ายังไงก็ตามนั้นเลย”“ซือห่าวอวี่ แกทำท่าทางแบบนี้หมายความว่ายังไง?!”ซือห่าวอวี่เบะปาก “คุณย่า ผมพูดอะไรหน่อยย่าอย่าโกรธนะครับ ถ้าอยากให้พี่สืออวี๋กลับมาเยี่ยม
reviews