ฉันเองหลงใหลใน 'The King in Yellow' ของโรเบิร์ต ดับเบิลยู. แชมเบอร์ส เพราะมันเป็นงานรวมเรื่องสั้นที่โยงกันด้วยหนังสือห้ามอ่านและความบิดเบี้ยวของความจริง หนังสือเล่มนี้ไม่จำเป็นต้องมีผีออกมากระพือผ้า แต่มันสร้างความหวั่นไหวจากไอเดียว่าเมื่อคนสัมผัสบางสิ่ง เขาอาจถูกทำลายทางจิตใจ สิ่งที่ฉันชอบคือโทนแบบ Weird Fiction ที่ผสมระหว่างกอธิกและไซไฟ ทำให้ผลงานนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผลงานสมัยใหม่หลายชิ้น การอ่าน 'The King in Yellow' ให้ความรู้สึกเหมือนยืนอยู่หน้ากระจกที่สะท้อนอีกโลกหนึ่ง — ไม่สะดวกสบาย แต่น่าจดจำ
ฉันชอบแนะนำ 'The Haunting of Hill House' ของเชอร์ลี่ แจ็กสัน ให้คนไทยที่อยากเริ่มอ่านนวนิยายสยองขวัญจริงจัง เพราะมันแฝงด้วยบรรยากาศอึมครึมที่ทำงานผ่านความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร มากกว่าจะพึ่งภาพศพหรือเลือด ไทม์มิ่งของความหลอนในเล่มนี้จะทำให้หัวใจเราหยุดเต้นเป็นช่วง ๆ และยังทิ้งข้อสงสัยให้กลับมาคิดซ้ำๆ หลังจากวางหนังสือแล้ว
ถ้าต้องการเรื่องสั้นที่กระชากมากขึ้น ให้ลองอ่าน 'The Lottery' ซึ่งเป็นอีกชิ้นงานของแจ็กสันที่สั้นแต่แรง ฉันอ่านแล้วชอบการเล่นกับบรรทัดฐานของชุมชนและความโหดร้ายที่ดูปกติ หนังสือสองชิ้นนี้เหมาะสำหรับคนไทยที่ชอบบทสรุปไม่ชัดเจนและบรรยากาศหนักๆ — อ่านในคืนฝนตกแล้วมันได้อารมณ์มากกว่ากลางวันแน่นอน
เราเป็นคนที่ชอบจมอยู่กับบรรยากาศแปลกๆ ของเรื่องสั้นคลาสสิก ซึ่งมักจะเจอนักเขียนที่ปล่อยผลงานให้อ่านฟรีและมีเรื่องสั้นจำนวนมากจนแทบจะเลือกอ่านไม่หมดในครั้งเดียว
Edgar Allan Poe คือชื่อแรกที่ผมมักแนะนำ เพราะถ้าชอบความหลอน บทกวีเชิงเล่าเรื่อง และความเข้มข้นของจิตใจคนเดียว เรื่องอย่าง 'The Tell-Tale Heart' กับ 'The Fall of the House of Usher' ให้ความรู้สึกอินเนอร์ที่รวมทั้งความสยองและความงามของภาษาได้เยี่ยมมาก อีกคนที่ควรอ่านคือ Guy de Maupassant ซึ่งจับจังหวะชีวิตและจุดหักมุมได้คมมาก—ลองอ่าน 'The Necklace' แล้วจะเข้าใจว่าทำไมงานเขียนเขาถึงยังคมอยู่
ถ้าต้องการสืบเสาะแนวสืบสวนหรือนิยายสั้นแบบพล็อตไว Arthur Conan Doyle ก็มีเรื่องสั้นหลายตอนที่ให้ความบันเทิงแบบคาดเดาได้สนุก เช่นเรื่องที่เกี่ยวกับเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ส่วน H.P. Lovecraft จะตอบคนที่อยากได้ความรู้สึกกลัวแบบค่อยเป็นค่อยไปและจินตนาการอันกว้างใหญ่ของจักรวาล ทั้งหมดนี้หาอ่านได้จากคลังงานสาธารณะหรือเว็บไซต์รวมผลงานสาธารณสมบัติ เหมาะสำหรับคนที่อยากไล่เก็บเรื่องสั้นยาวๆ ประมาณยี่สิบเรื่องโดยไม่ต้องเสียเงิน และจบด้วยความขมหวานของการอ่านที่ติดค้างในใจมากกว่าการอ่านจบแล้วผ่านไปง่ายๆ