Mag-log in
ภายในห้องสีขาวสะอาดสุดหรูใจกลางเมืองกรุงเทพ แสงไฟถูกเปิดสว่างจ้ามองเห็นทุกอย่างภายในห้องชัดเจน 'คชร' หนุ่มลูกเสี้ยวอังกฤษที่เพิ่งกลับมาจากที่ทำงาน เขาหย่อนตัวนั่งลงโซฟาด้วยอาการเหนื่อยล้าเหมือนทุกวัน ไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็ลุกขึ้นและถูกถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือแค่กางเกงตัวจิ๋วที่ห่อหุ้มท่อนล่างเอาไว้
เขาเก็บเสื้อผ้าโยนใส่ตะกร้าอย่างเหนื่อยหน่ายพร้อมกับเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป คชรมองเรือนร่างของตัวเองที่สะท้อนออกมาจากกระจกบานใหญ่มีขนาดเท่าตัวของเขาพอดีจากสายตาที่ดูอิดโรยเมื่อครู่ก็ดูเปลี่ยนไปเมื่อมองเห็นลำท่อนเอ็นที่ปูดโปนอยู่ภายใต้กางเกงในเกือบจะทะลุออกมา เขาแอ่นกายออกมาให้เห็นชัดขึ้นก็พบว่ามันกำลังผงาดอยู่ภายใต้ผ้าบางเบา ความรู้สึกปวดหนึบก็แล่นเข้ามาทันที เป็นอีกครั้งที่เขาต้องจัดการกับมันให้สงบลง มือใหญ่รูดกางเกงในลงช้าๆแล้วนั่งบนชักโครกอ้าขาออก45องศาตำแหน่งพอดีกับท่อนเอ็นที่ตั้งตะหง่านเป็นดอกเห็ด หัวแดงเด่นชูชันสู้มือที่กำลังโอบอุ้มจนเต็มฝ่ามือก่อนจะค่อยๆสาวขึ้นลงช้าๆ "อ๊าส์~" คชรกัดริมฝีปากตัวเองด้วยความเสียวหลังจากรูดอยู่สักพักใหญ่ๆปลายท่อนเอ็นเริ่มมีน้ำปริ่มออกมาเมื่อถูกเขารูดมันซ้ำๆและความเสียวก็เพิ่มทวีมากขึ้นพร้อมกับส่งเสียงครางที่ดังขึ้นไม่ต่างกัน "อ๊างงงส์~" เขาเอื้อมมือข้างที่ว่างไปจับขอบผนังเอาไว้พร้อมรูดท่อนเอ็นขึ้นลงเรื่อยๆ เท้าจิกเกร็งและบริเวณลำโคนกระตุก เขาเสียวจนแทบจะกลั้นไม่อยู่แต่เพราะความอยากผ่อนคลายที่สะสมมาตลอดทั้งวันมันทำให้เขาอยากสัมผัสกับความเสียวนี้ไปนานๆ คชรเพิ่มระดับเร็วขึ้นและใช้มืออีกข้างสัมผัสแผงอกและลูบไล้ไปทั่วทุกอณู "อ๊าส์~ อื้มมมม" เขาเร่งจังหวะเร็วขึ้นตามลำดับ ตัวเกร็งและกระตุกพร้อมจะปล่อยน้ำกามออกมาสู่โลกภายนอก เขาเป็นพวกคลั่งความเสียวและมีความต้องการสูงมาก แต่ก็ชอบอยู่คนเดียวไม่ยอมมีแฟนสักที ทำให้ต้องจัดการมันด้วยตัวเองอยู่บ่อยครั้ง "อ๊างงงงงส์~" น้ำสีขาวขุ่นพุ่งกระจายเต็มพื้น เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วงและสัมผัสได้ถึงความเบาสบายที่มีในตอนนี้ บางทีคชรก็คิดอยากจะมีแฟนกับคนอื่นเขานะ แต่ความต้องการของเขามันมากกว่าคนปกติทั่วไปมันเลยทำให้เขาหยุดความคิดนั้นไว้ ช่วงเช้าของทุกวันก่อนไปทำงานเขาจะช่วยตัวเองตอนอาบน้ำและช่วงเย็นหลังเลิกงานเหมือนวันนี้ เรียกได้ว่าเช้าเย็นทุกวันก็ว่าได้ หลังจากจัดการทำความสะอาดคราบที่เลอะพื้นและอาบน้ำก่อนที่เขาจะลงไปหาอะไรกินด้านล่าง "พี่คะ" ไม่ทันที่จะปิดประตูก็มีเสียงเรียกจากทางด้านหลัง "ครับ" "พี่ชื่ออะไรคะ" "อ๋อ คชรครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ" "หนูชื่อบิวนะคะ เพิ่งย้ายมาอยู่ห้องนี้" พร้อมกับชี้ไปที่ห้องข้างๆของเขา "อ่อ ครับ" "แล้วนี่พี่จะไปไหนคะ" "พี่จะลงไปหาอะไรกินหนะ สนใจไปด้วยกันไหมครับ" พร้อมกับยิ้มให้บางๆ สาวร่างเล็กผิวขาวตากลมคนนี้จัดว่าสวยใช้ได้ เขามองเธอตั้งหัวจรดเท้า คนตัวเล็กที่ถูกมองก็ไม่ได้มีท่าทีจะกลัวอะไรเขาเลย กลับเอื้อมมือมาเกาะแขนแล้วเดินไปกับเขาดื้อๆเสียอย่างนั้น "ไปค่ะ" หลังจากกินข้าวเสร็จคชรก็พาบิวกลับขึ้นมาบนห้องกำลังจะเดินมาส่งหญิงสาวที่หน้าประตูทางเข้า "เอ่อ...ฝันดีนะคะ" "ฝันดีครับ" เธอคนนี้ดูจะสนใจเขาเป็นพิเศษ เพราะตลอดการนั่งกินข้าวด้วยกันเธอชวนเขาคุยตลอด หรือเป็นเพราะเธอคุยเก่งเข้ากับคนง่ายกันแน่ คชรนึกถึงเหตุการณ์ไม่กี่ชม.ที่ผ่านมา สิ่งที่เขานั้นลืมไม่ลงเลยก็คือหุ่นบอบบางแต่ไม่ถึงกับผอมแห้งจนไม่มีอะไรเลย มันน่าสัมผัสและทำให้เขาอยากลูบไล้สำรวจให้ทั่วทุกสัดส่วน ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเขาที่กระเด้งตัวขึ้นมาจากเตียง คชรตัดสินใจอยู่พักหนึ่งจึงเดินไปเปิด "อ้าวบิว" "พี่คชร บิวรู้สึกหน้ามืดอ่ะห้องพี่พอจะมียาหอมบ้างไหมคะ" "อ๋อมีๆ เข้ามาก่อนสิ" บิวในชุดนอนเดรสลูกไม้ผ้าพริ้วบางๆกุมขมับพร้อมกับหน้านิ่วคิ้วขมวด คชรพยุงเธอเข้ามาด้านในก่อนจะพาไปนั่งโซฟา "เดี๋ยวพี่เอายามาให้" เขายื่นขวดยาหอมให้หญิงสาวก่อนที่เธอจะรับไป "ดีขึ้นไหม" "ดีกว่าเมื่อกี้นิดหน่อยค่ะ" "'งั้นนั่งตรงนี้ก่อนนะพี่ไปเอาน้ำหวานๆมาให้" "ขอบคุณนะคะ" "ในห้องพี่มีแค่นมเย็นอ่ะ ลองดื่มอะไรหวานๆดูเผื่อดีขึ้น" พรึ่บ "เห้ยยย" "หกหมดเลย..." น้ำหวานทั้งแก้วหกเลอะชุดลูกไม้เผยให้เห็นเนินอกอวบที่ซุกซ่อนอยู่ภายในเสื้อ คชรเห็นอย่างนั้นก็กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่และรีบหันหน้าหนีทันที "พี่เป็นอะไรคะ" "ไม่มีอะไร รีบไปล้างเถอะ" ยิ่งล้างก็เหมือนชุดของเธอก็ยิ่งเปียกชุ่มไปทั้งตัว คชรเห็นว่าหญิงสาวหายไปนานจึงเดินตามมา "เอ่อ..." เขาทำท่าอึกอัก "หนูขอยืมผ้าเช็ดตัวพี่ได้ไหมคะ..." "อ๋อ ได้ๆ" "อะนี่" "ขอบคุณนะคะ พี่น่ารักแบบนี้กับทุกคนไหมคะ" "ก็ไม่นะ" "พี่ไม่มีแฟน?" เธอจ้องมองชายหนุ่มพร้อมกับเช็ดผมไปพลางๆ "ไม่มีครับ" "ถ้างั้น...ก็แสดงว่าพี่..." เธอพูดพร้อมกับเดินเข้าหาเขาในระยะประชิดตัว "อะ อะไร" เขาแทบกลั้นหายใจเมื่อถูกเธอเอาจมูกอันจิ้มลิ้มเข้ามาถูๆกับปลายคางมนของเขา หัวใจของคชรเต้นระรัวก่อนจะพยายามแสดงสีหน้าให้เป็นปกติ "เปล่าค่ะ" เธอตอบแค่นั้นแล้วหมุนตัวกลับเตรียมจะออกจากห้องน้ำ "เดี๋ยว..." หมับ "อื้อออออ" คชรคว้าแขนของบิวเอาไว้แล้วกระชากกลับมาประกบปากจูบอย่างดูดดื่ม จ้วบ จ้วบ มือเล็กดันแผงอกเบาๆ คชรดันร่างเล็กให้ชิดผนังพร้อมกับบดจูบเธออย่างบ้าคลั่ง ลิ้นร้อนซุกไซร้ควานหาสำรวจกันและกัน มือหนาก็ไม่ปล่อยให้เรือนร่างอันเพรียวบางของเธอได้รอดพ้นไปได้เช่นกัน "อะ อื้มมม" "อือออ" บิวดันตัวคชรออกอีกครั้ง เธอนั่งคุกเข่าลงตรงหว่างขาเขาพอดี "จะทำอะไร..." "ขอทำให้นะ" "อะอื้ม" ทั้งคู่ช่วยกันถอดกางเกงออกทันที โดยเฉพาะคชรที่อยากโดนOมไม่ไหว บิวมองท่อนเอ็นตรงหน้าอย่างอึ้งๆ ขนาดของมันเท่าท่อนแขนของเธอและยังอวบขาวชมพูน่ากินอีก เธอกอบกุมจนเต็มกำมือก่อนจะครอบครองด้วยริมฝีปาก "ซี๊ดดดดส์~" เธออมท่อนที่คับปากเข้าไปจนสุดลำพร้อมกับดูดปลายดอกเห็ดที่บานโร่เป็นสีแดงระเรื่อ "อ๊าาาาาาส์~" ลำกายแกร่งกระเด้งสู้ ปากอันนุ่มนิ่มดีกว่ามือของเขาเป็นไหนๆเห็นทีเขาอาจจะยื่นข้อเสนอให้เธอมาเป็นผู้หญิงของเขาแก้เบื่อ เธอปล่อยท่อนเอ็นอันมหึมาออกพักหายใจพร้อมกับน้ำกามของคชรที่ไหลเยิ้มติดปากออกมาด้วย ไม่นานปากก็ครอบลงไปใหม่คราวนี้เธอเร่งจังหวะเร็วขึ้น ดูดแรงขึ้น ปลายลิ้นระรัวสลับกับลากไล้ไปทั่วทุกสัดส่วน "อ๊างงงส์~" บ้วบ บ้วบ "อ๊าส์~ เสียวอื้มมม" " " "แบบนั้นแหละครับ พี่จะแตกแล้ว" " " "อื้มม เด็กดี...อูยยยยย" " " "เร็วอีกครับ จะเสร็จแล้ว" " " "อ๊างงงส์ อ๊าาาา~" " " บิวใช้มือรูดสองสามครั้ง จังหวะที่เขาจะปล่อยน้ำออกมาเธอรีบเอาปากอมไว้ในปากเหมือนเดิม ไม่นานในปากก็เต็มไปด้วยน้ำสีขาวขุ่นที่ไหลเยิ้มออกมาขอบริมฝีปากของบิว เธอใช้มือเช็ดมันอย่างลวกๆก่อนจะใช้ลิ้นเลียกินด้วยท่าทางกระหายไม่ต่างจากคชรที่แทบล้มทั้งยืนเล่นเอาซะขาสั่นกันเลยทีเดียว"เดี๋ยวพิมลเช็ดตัวให้นะคะผู้ใหญ่..." พิมลส่งสายตาแพรวพราว พลางลงมือแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของขุนออก ชายหนุ่มที่สติสับสนพยายามผลักออก แต่น้ำฤทธิ์ยาทำให้ร่างกายของเขาร้อนรุ่มและไร้เรื้อแรง พิมลถือโอกาสโน้มตัวลงหวังจะซุกไซ้และมีความสัมพันธ์กับขุนให้ตกเป็นของเธอในคืนนี้!หมับ!"ทำอะไรน่ะ!"เสียงหวานเข้มดังขึ้นตรงหน้าประตูห้องนอน! แก้วตา ในชุดเสื้อคลุมเดินเข้ามาเห็นภาพพิมลกำลังก้มลงซุกไซ้อกเปลือยเปล่าของขุนที่นอนหายใจกระเส่าอยู่บนเตียง แก้วตาใจสลายไปวูบหนึ่ง แต่ด้วยสติและสายตาตาคมของเธอที่มองเห็นอาการทรมานผิดปกติของขุน ดวงตาแดงซ่าน เหงื่อแตกพล่าน และมือหนาที่พยายามดันพิมลออก เธอจึงรู้ทันทีว่าเกิดเรื่องไม่ชอบมาพากลขึ้น!แก้วตาตรงเข้าไปดึงตัวพิมลออกอย่างแรง! "ออกไปให้พ้นจากตัวผู้ใหญ่ขุนเดี๋ยวนี้นะพิมล!""คุณหนูแก้วตา! เข้ามาได้ยังไงคะ!" พิมลลนลาน หน้าซีดแก้วตาสบตาพิมลด้วยความเด็ดเดี่ยว "ฉันสังเกตเห็นขวดยาแปลกๆ ในกระเป๋าเธอตั้งแต่ตอนช่วยถือของแล้ว! คิดจะใช้วิธีต่ำช้าแบบนี้กับคนของฉันงั้นเหรอ? ออกไปจากบ้านพักเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะแจ้งตำรวจและพ่อเลี้ยงให้มาลากตัวเธอไป!"พิมลเห็นสายตาจริงจั
พ่อเลี้ยงพิพัฒน์หัวเราะร่าด้วยความสุขใจ เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องประสานเสียง แสงจันทร์คืนวันเพ็ญฉายลอดเข้ามาบนเรือนไทย โอบล้อมร่างของทั้งสองคนที่กุมมือกันไว้แน่นจุมพิตที่เคยเกิดจากความจำเป็นในคืนเกิดเรื่อง บัดนี้ได้ถักทอ กลายเป็นความรักอันมั่นคงที่จะคงอยู่ตราบนานเท่านานหลังจากคืนที่ความจริงทุกอย่างคลี่คลาย เรือนไทยหลังใหญ่กลับมาสงบร่มเย็นอีกครั้ง ขุนในฐานะผู้ใหญ่บ้านคนใหม่เร่งตระเตรียมสินสอดทองหมั้นเพื่อก้าวเข้ามาสู่ขอแก้วตาอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทว่า... เรื่องราวกลับไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิดบ่ายวันนั้น อากาศอบอ้าวเป็นพิเศษ เสียงหัวเราะดังมาจากเรือนรับรองเมื่อ คุณชายวัชระ ลูกชายของเพื่อนสนิทพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ เศรษฐีหนุ่มดีกรีนอกเพิ่งเดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ พร้อมขนขบวนขันหมากและเครื่องเพชรชุดใหญ่มาสู่ขอแก้วตาตัดหน้าอย่างกระทันหัน!"พ่อเลี้ยงครับ ผมชอบพอน้องแก้วตามาตั้งแต่เด็กๆ พอกลับมาจากเมืองนอกเลยรีบให้คุณพ่อมาสู่ขอทันที" วัชระเอ่ยด้วยท่าทีทะนงตน พลางส่งยิ้มให้แก้วตาที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆบังเอิญเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ขุนตั้งใจเดินขึ้นเรือนไทยมาเพื่อแจ้งข่าวเรื่องเอกสา
"คุณหนูอาจจะไม่ได้ตั้งใจแต่ถูกมันล่อลวงครับพ่อเลี้ยง!" นายจ้อยได้ทีรีบเสี้ยมต่อ "มันรู้ว่าคุณหนูไร้เดียงสา เลยใช้เสน่ห์โจรหลอกล่อ แถมตอนนี้มันยังใช้ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมาบังหน้าเพื่อจะฮุบไร่นาของพ่อเลี้ยงอีก! ถ้าพ่อเลี้ยงไม่เชื่อ คืนนี้ลองเรียกมันมาคุย แล้วให้พวกผมค้นตัวมันดูสิครับ ผมสืบมาว่ามันชอบพกผ้าโพกหน้าสีดำผืนที่ใช้ปล้นติดตัวไว้ตลอดเวลา!"พ่อเลี้ยงพิพัฒน์กำหมัดแน่น สายตาทรงอำนาจเต็มไปด้วยความผิดหวังและความเกรี้ยวเกรี้ยว "ถ้าเป็นจริงอย่างที่มึงพูด... กูจะไม่ละเว้นมันไว้แน่! ไปตามตัวไอ้ขุนกับแก้วตาขึ้นมาบนเรือนเดี๋ยวนี้!"ไม่นานนัก แสงตะเกียงเจ้าพายุบนเรือนไทยสว่างโล่ง บรรยากาศกดดันและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก แก้วตาเดินขึ้นเรือนมาด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะพบขุนที่เดินตามขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบกลับกวาดมองนายจ้อยที่ยิ้มกริ่มอยู่ข้างกายพ่อเลี้ยงอย่างจับสังเกต"พ่อคะ... มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ เรียกพวกเราขึ้นมารวมกันดึกดื่นแบบนี้" แก้วตาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสับสนตึง!พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ก้าวเข้ามาหาลูกสาว สายตาคาดเค้นจนแก้วตาสะดุ้ง "แก้วตา... บอกพ่อมาตามตรง คืนเกิดเหตุ
ยามเย็นของวันเดียวกัน แสงอาทิตย์สีอัศดงฉาบท้องฟ้าทุ่งนาเป็นสีส้มอมทอง ลมพัดไอเย็นยามโพล้เพล้พัดผ่านทิวไผ่รอบสะพานไม้เก่าท้ายสวนผลไม้ เสียงตักนกและจิ้งหรีดเริ่มออกร้องประสานเสียงขัดความเงียบสงบแก้วตาเดินก้าวสั้นๆ มาตามคันนา หัวใจเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ มือบางกระชับผ้าพันคอไว้แน่น ในกระเป๋าเสื้อคลุมมี ผ้าโพกหน้าสีดำ ผืนนั้นติดตัวมาด้วย เธอพยายามบอกตัวเองว่าที่มา... เพียงเพราะต้องการมาเคลียร์ให้จบและขู่ไม่ให้เขามาวุ่นวายกับครอบครัวเธออีกเท่านั้นบนสะพานไม้สักเก่า ร่างสูงใหญ่ของผู้ใหญ่ขุนยืนพิงราวสะพาน ทอดสายตามองลำน้ำที่ไหลผ่านอย่างเคลิบเคลิ้ม เมื่อได้ยินเสียงก้าวเท้า ชายหนุ่มจึงหันกลับมา ยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้ม"ในที่สุดเธอก็มา... คุณหนูแก้วตา" ขุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแก้วตาหยุดเดิน ห่างจากเขาพอสมควร เธอเชิดหน้าขึ้นพยายามทำเสียงแข็ง "ฉันมาเพื่อฟังความจริง! แล้วก็มาบอกแกด้วยว่าอย่าเอารเรื่องคืนนั้นมาขู่ฉันอีก พูดมาสิ... ทำไมวันนั้นโจรอย่างแกถึงต้องบุกขึ้นเรือนไทยของพ่อฉัน!"ขุนถอนหายใจยาว ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้แก้วตาทีละก้าว แต่คราวนี้ไร้ซึ่งคราบของโจรผู้ก้าวร้าว ดวงตา
หนึ่งเดือนผ่านไป... ไอเย็นของฤดูหนาวเริ่มจางหาย เปลี่ยนเป็นลมแล้งยามต้นปีตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แก้วตาไม่เคยลืมเรื่องราวในคืนนั้นได้เลย ผ้าโพกหน้าสีดำผืนนั้นถูกซ่อนไว้ลึกที่สุดในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง ทุกครั้งที่เธอส่องกระจก สัมผัสอุ่นร้อนที่ริมฝีปากและสายตาคมกริบคู่ นั้นยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ ราวกับเป็นตราบาปที่สลักลึกอยู่กลางใจวันนี้เรือนไทยของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์คึกคักเป็นพิเศษ เสียงหัวเราะและบทสนทนาดังมาจากเรือนรับรองด้านหน้า เมื่อคหบดีใหญ่กำลังต้อนรับ "ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่" ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งเข้ามาดูแลสุขทุกข์ของชาวบ้านในตำบล"แก้วตา... ยกน้ำชาและมารยาทอบอุ่นไปให้ผู้ใหญ่เขาหน่อยสิลูก" เสียงแม่นมเอ่ยเรียกแก้วตาที่กำลังนั่งเหม่ออยู่ตรงระเบียงเรือนไทย"ค่ะแม่นม..." แก้วตารับถาดไม้สักประดิดประดอย ถือแก้วน้ำชาควันฉุยเดินลงบันไดเรือนไทยอย่างเรียบร้อย กิริยาอ่อนช้อยของลูกสาวคหบดีใหญ่เป็นที่เลื่องลือไปทั่วแปดบ้านสองเมืองเมื่อก้าวเข้าไปในเรือนรับรอง สายตาของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ก็หันมามองด้วยความภาคภูมิใจ "มาพอดีเลยแก้วตา... มาทำความรู้จักกับ ผู้ใหญ่ขุน ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ของเราสิ อายุน้
แสงขมุกขมัวของรุ่งอรุณ ค่อยๆ ลอดผ่านร่องม่านไม้สักเข้ามาในห้องนอน ไอเย็นจัดภายนอกทำให้อากาศด้านในยิ่งสงบเงียบ ขุนยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้มุมห้อง สองตาสว่างโล่งตลอดทั้งคืน มือแกร่งกระชับด้ามปืนสั้นเสือพรานไว้ไม่ห่างกาย ขณะที่แก้วตานอนเคลิ้มหลับไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงด้วยความอ่อนล้าก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นหนักแน่นและมีจังหวะขัดความเงียบในยามเช้าตรู่ ทำเอาทั้งสองร่างในห้องสะดุ้งโหยงพร้อมกัน"แก้วตา... ตื่นหรือยังลูก?"เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของ พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ เจ้าของเรือนไทยและคหบดีใหญ่แห่งย่านนี้ ดังแทรกผ่านประตูเข้ามา แก้วตาเบิ่งตากว้าง ตัวเกร็งกาจด้วยความตื่นตระหนก หัวใจล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีขุนดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็วและไร้เสียง ชายหนุ่มสบตาแก้วตาพร้อมส่งสัญญาณมือให้เธอตั้งสติ เขาพุ่งตัวเข้าหาตู้เสื้อผ้าไม้สักใบเดิม แต่ทว่า..."เมื่อคืนจ้อยมันบอกว่ามีคนร้ายแอบขึ้นเรือน พ่อเลยแวะมาดูตั้งแต่เช้า..." เสียงก้าวเท้าของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ขยับเข้าใกล้ประตูมากขึ้น "เปิดประตูให้พ่อหน่อยสิลูก พ่อจะเข้าไปดูแจกันที่ลูกทำตกเมื่อคืนด้วย"แก้วตาหน้าซีดสลด ตู้เสื







