3 Answers2026-03-03 00:52:27
ดิฉันมักจะเริ่มจากการล็อกอินเข้าไปที่หน้าแรกของ 'TrueID' ก่อน แล้วค่อยไล่ดูเมนูตั้งค่าบัญชีอย่างใจเย็น
หลังจากเข้าสู่ระบบให้มองหาคำว่า 'บัญชีของฉัน' หรือ 'ตั้งค่า' ซึ่งตำแหน่งอาจอยู่มุมซ้ายบนหรือในเมนูโปรไฟล์ เลือกเข้าไปแล้วมองหาส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว เช่น อีเมลและรหัสผ่าน หากต้องการเปลี่ยนอีเมล ให้กดแก้ไขช่องอีเมล ใส่อีเมลใหม่ ระบบมักจะส่งอีเมลยืนยันไปยังที่อยู่นั้น ให้เข้าไปคลิกลิงก์ยืนยันในอีเมลเพื่อจบขั้นตอน ถ้ามีการยืนยันด้วยรหัส OTP ทาง SMS ระบบอาจขอให้กรอกรหัสที่ส่งมายืนยันตัวตนอีกครั้ง
การเปลี่ยนรหัสผ่านมักจะอยู่ในเมนูความปลอดภัยหรือด้านล่างของหน้าตั้งค่าบัญชี ตัวเลือกจะเป็น 'เปลี่ยนรหัสผ่าน' ระบบจะให้กรอกรหัสเดิมแล้วตามด้วยรหัสใหม่สองครั้ง ถ้าจำรหัสเก่าไม่ได้ ให้เลือก 'ลืมรหัสผ่าน' ที่หน้าล็อกอิน ระบบจะส่งลิงก์หรือรหัสยืนยันไปยังอีเมลหรือเบอร์โทรที่ผูกไว้ กรณีที่ไม่สามารถเข้าถึงอีเมลเก่าได้ ให้ใช้เบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชีหรือเตรียมข้อมูลยืนยันตัวตน เช่น หมายเลขสมาชิก เบอร์มือถือที่ใช้งานล่าสุด หรือเตรียมหมายเลขบัตรประชาชนเพื่อให้ทีมช่วยเหลือยืนยันตัวตน
ส่วนตัวแล้วชอบสำรองข้อมูลสองทางคืออีเมลสำรองและเบอร์มือถือ ที่สำคัญคือตั้งรหัสผ่านให้ยาวและไม่ซ้ำกับแอปอื่น รวมถึงออกจากระบบบนอุปกรณ์สาธารณะ จะทำให้สบายใจขึ้นเมื่อต้องจัดการกับข้อมูลบัญชี
4 Answers2026-04-28 17:53:39
ในกรณีแบบนี้การตั้งสติเป็นเรื่องสำคัญก่อนเลย — จะรีเซ็ตรหัสผ่านบัญชีเมื่อ 'X' เข้าสู่ระบบไม่ได้ฉันมักเริ่มจากวิธีพื้นฐานสุดก่อน
อันดับแรกให้ลองคลิกลิงก์ 'ลืมรหัสผ่าน' บนหน้าเข้าสู่ระบบของ 'X' แล้วใส่อีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกไว้กับบัญชี ถ้ามีการส่งอีเมลยืนยันมาให้ตรวจกล่องจดหมาย ขยะ หรือโฟลเดอร์โปรโมชันด้วยเพราะหลายครั้งมันลงไปอยู่ตรงนั้น ฉันเองเคยได้อีเมลรีเซ็ตในโฟลเดอร์สแปมและแทบไม่เชื่อสายตา
ถ้าหลักฐานยืนยันตัวตนแบบปกติใช้ไม่ได้ ให้ดูว่ามีตัวเลือกสำรองไหม เช่น รหัสสำรอง (backup codes), แอปยืนยันตัวตน (authenticator app), หรือการยืนยันด้วยอุปกรณ์ที่เคยล็อกอินอยู่แล้ว ถ้าเคยผูกบัญชีกับบริการอื่น เช่น 'Google' หรือ 'Apple' บางครั้งสามารถล็อกอินผ่านผู้ให้บริการนั้นได้ทันที
เมื่อวิธีอัตโนมัติไม่ผ่าน แนะนำให้เตรียมข้อมูลยืนยันตัวตนให้ครบก่อนติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ 'X' — หมายเลขโทรศัพท์ที่ผูก, วันเดือนปีเกิด, ภาพถ่ายบัตรประชาชนถ้าระบบขอ แล้วส่งฟอร์มฟื้นฟูบัญชีตามขั้นตอน บางครั้งต้องรอหลายวัน แต่ประสบการณ์สอนว่าเตรียมข้อมูลชัด ๆ เพิ่มโอกาสได้บัญชีกลับคืนสูงขึ้น สุดท้ายอย่าลืมตั้งรหัสที่แข็งแรงและเปิดการยืนยันสองชั้นเมื่อได้บัญชีกลับมาแล้ว เท่านี้ก็ลดความยุ่งยากในอนาคตได้มาก
6 Answers2025-10-14 16:03:17
การเปลี่ยนรหัสผ่านหลังจากเข้าใช้ 'Joker123' ควรเริ่มจากมุมมองความปลอดภัยก่อนเลย — ฉันมักคิดว่าการจัดการบัญชีมันเหมือนการล็อกประตูบ้าน ถ้าล็อกแน่นก็สบายใจขึ้นเยอะ
ขั้นแรกให้เข้าไปที่เมนูบัญชีหรือการตั้งค่า แล้วหาส่วนที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือรหัสผ่าน จากนั้นเลือกเปลี่ยนรหัสผ่านและตั้งค่ารหัสใหม่ที่ยาวพอ มีทั้งตัวพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์ ผสมคำที่ไม่มีความหมายตรงๆกับชื่อหรือวันเกิดเพื่อกันการเดาง่ายๆ
หลังเปลี่ยนเสร็จ ฉันมักจะตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้: อัพเดตอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์สำรอง เพื่อให้กู้คืนได้ง่าย เปิดการยืนยันตัวตนสองชั้นหากมี และออกจากระบบทุกอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก อย่าลืมล็อกเอาต์จากเครื่องสาธารณะและถ้าใช้แอปให้ตรวจสอบเวอร์ชันล่าสุด การทำตามขั้นตอนพวกนี้ทำให้รู้สึกว่าแอคเคาท์ปลอดภัยขึ้นจริงๆ
3 Answers2026-06-13 20:15:46
เจอข้อความบล็อกชั่วคราวตอนพยายามเปิดอีเมลแล้วติดอยู่เป็นเรื่องปวดหัวที่ใครก็ไม่อยากเจอ แต่ในมุมมองของคนที่จัดการปัญหาเหล่านี้บ่อย ๆ ฉันมักจะใจเย็นแล้วไล่เช็กทีละจุดก่อนทำอะไรใหญ่โต
เริ่มจากดูข้อความที่ระบบแจ้งให้ชัดเจน: บางครั้งมันบอกว่าเป็นการล็อกเพราะพยายามเข้าสู่ระบบหลายครั้งผิดพลาด หรือระบบสงสัยพฤติกรรมแปลกปลอม ถ้าข้อความบอกว่าเป็นการล็อกชั่วคราว การรอประมาณ 15–30 นาทีแล้วลองใหม่บ่อยครั้งช่วยได้ และไม่ควรพยายามเดารหัสซ้ำ ๆ เพราะจะทำให้ล็อกนานขึ้นหรือถูกบล็อกถาวร
หลังจากรอแล้ว ผมจะแนะนำให้ตรวจสอบสิ่งพื้นฐานก่อน เช่น เปิด–ปิดอุปกรณ์ ล้างแคชและคุกกี้ของเบราว์เซอร์ ลองใช้โหมดไม่ระบุตัวตน หรือลองจากอุปกรณ์/เครือข่ายอื่น เพื่อแยกว่าเป็นปัญหาเครื่องหรือเครือข่ายหรือเป็นปัญหาบัญชี หากยังเข้าไม่ได้ ให้ใช้ตัวเลือกกู้คืนบัญชี (เช่น ยืนยันผ่านหมายเลขโทรศัพท์หรืออีเมลสำรอง) หรือทำการรีเซ็ตรหัสผ่านอย่างปลอดภัย การติดต่อฝ่ายสนับสนุนของผู้ให้บริการอีเมลพร้อมข้อมูลเวลาและหน้าจอแสดงข้อผิดพลาดมักช่วยให้เปิดบัญชีคืนได้เร็วขึ้น
สุดท้ายอย่าลืมปรับการตั้งค่าความปลอดภัยหลังจากกลับเข้าได้ เช่น เปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น อัปเดตรหัสผ่านให้แข็งแรง และตรวจสอบกิจกรรมบัญชีแปลก ๆ วิธีนี้ลดโอกาสเจอการบล็อกซ้ำได้ดี
3 Answers2025-12-28 12:17:43
ความจริงแล้วการที่ตัวเอกถูกทรราชหรือคนที่มีอำนาจตามเอาใจเป็นเทรนด์ที่สะท้อนทั้งจินตนาการและกลไกการเล่าเรื่องในเวลาเดียวกัน
ผมมองว่ามีเหตุผลหลายชั้นซ้อนกัน คือด้านจิตวิทยาของตัวละครทรราชเองที่มักจะถูกวาดให้เป็นคนเหงานอกใหญ่ มีความอยากได้อยากมี และมองการครอบครองเป็นวิธีเติมเต็มช่องว่างภายใน การตามเอาใจตัวเอกจึงไม่ใช่แค่เรื่องความรัก แต่เป็นการแสดงอาณัติของอำนาจ เหมือนฉากใน 'เงาราชัน' ที่ราชันใช้อำนาจเพื่อทำให้ใครบางคนอยู่ใกล้ตัว นั่นทำให้ความสัมพันธ์มีแรงเสียดทานและความเข้มข้นทางอารมณ์
อีกชั้นคือมุมมองของผู้อ่าน: เรื่องแบบนี้ให้ที่ว่างสำหรับแฟนตาซีของการได้รับความสนใจจากคนทรงอำนาจ ซึ่งเป็นรูปแบบของ wish-fulfillment ว่าถ้ามีคนทรงอำนาจมาซื้อใจเรา ชีวิตจะเปลี่ยนไปอย่างไร นักเขียนที่ดีมักใช้โครงสร้างนี้เพื่อพัฒนาอีโมชันทั้งสองฝ่าย จากการตามเอาใจที่เริ่มด้วยการครอบงำ กลายเป็นการค้นพบความเปราะบางและการเติบโต ตัวเอกที่มีเหตุผลและหน่วยก้านจะทำให้เรื่องไม่กลายเป็นแค่การโรแมนซ์แบบอันตราย แต่กลายเป็นพื้นที่ให้ทั้งสองฝ่ายสะท้อนกันได้ เหมือนฉากที่ราชันเริ่มเปิดใจหลังการเผชิญหน้า
สุดท้ายผมคิดว่าการเล่าเรื่องต้องระวังเส้นบาง ๆ ระหว่างโรแมนซ์กับการโรแมนซ์ความรุนแรง การให้ตัวเอกมีพลังเลือก มีขอบเขต และมีการรักษาความเคารพต่อความยินยอม จะทำให้การตามเอาใจนั้นน่าสนใจและไม่กลายเป็นการยุยงให้เห็นว่าการครอบครองคือความรัก
3 Answers2026-06-13 22:11:37
หลังจากที่อีเมลของฉันโดนแฮกจนเข้าใช้งานไม่ได้ครั้งหนึ่ง ฉันเลยเริ่มมองภาพรวมของความเสียหายก่อนเป็นอันดับแรก: ตรวจดูเมลขาออก, การตั้งค่าการส่งต่อ, และกฎอีเมลที่ถูกเพิ่มเข้ามาโดยคนร้าย แล้วจึงลงมือแก้ที่ละจุดเพื่อกู้คืนการควบคุม
ขั้นตอนแรกที่ฉันทำคือเปลี่ยนรหัสผ่านจากอุปกรณ์ที่ปลอดภัยและล็อกเอาต์ทุกเซสชันจากการตั้งค่าบัญชีทันที หากใช้ 'Gmail' ให้ใช้เมนู 'ปลดการเชื่อมต่ออุปกรณ์' เพื่อบังคับออกทุกเครื่อง แล้วรีเซ็ตรหัสเป็นรหัสที่ยาวและไม่ซ้ำกัน พร้อมเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอนด้วยแอปตัวสร้างรหัส (Authenticator) แทน SMS เมื่อเป็นไปได้ ฉันยังลบแอปที่เคยให้สิทธิ์เข้าถึงอีเมลและรีเซ็ตรหัสผ่านในบัญชีอื่นๆ ที่ใช้รหัสเดิม
หลังจากได้ควบคุมบัญชีแล้ว ฉันจะตรวจสอบให้ละเอียดว่ามีบัญชีการเงินหรือบริการสำคัญที่เชื่อมกับอีเมลนี้ไหม ถ้ามีจะเปลี่ยนรหัสและแจ้งธนาคารทันที อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือสแกนคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนหาไวรัสหรือมัลแวร์ ติดตั้งโปรแกรมจัดการรหัสผ่านเพื่อเก็บรหัสที่แข็งแรง และตั้งการแจ้งเตือนความปลอดภัยสำหรับกิจกรรมที่ผิดปกติ การทำตามขั้นตอนพวกนี้ช่วยให้ฉันกลับมาควบคุมสถานการณ์ได้และลดความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีซ้ำ
3 Answers2026-04-25 23:49:50
ปัญหาที่ล็อกอินเข้าบัญชีอื่นไม่ได้เป็นเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดได้เร็วมาก และผมมักจะจัดการกับมันอย่างเป็นระบบเพราะเคยเจอหลายครั้ง
โดยปกติฉันจะเริ่มจากการเช็กข้อมูลพื้นฐานก่อน เช่น ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านว่าพิมพ์ถูกหรือไม่ เรื่องเล็ก ๆ อย่างตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่หรือช่องว่างที่เผลอพิมพ์มักเป็นต้นเหตุ จากนั้นดูอีเมลที่เชื่อมกับบัญชีว่ามีอีเมลแจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงหรือข้อความจากระบบหรือไม่ บางครั้งรหัสผ่านถูกรีเซ็ตไปแล้วแต่ข้อความไปอยู่ในโฟลเดอร์สแปม
ถ้าวิธีปกติไม่สำเร็จ ให้ลองใช้การกู้คืนผ่านหมายเลขโทรศัพท์หรือโค้ดสำรอง (backup codes) ที่เคยเก็บไว้ รวมถึงตรวจสอบแอปยืนยันตัวตน (authenticator) และอุปกรณ์ที่เคยล็อกอินไว้ หากบัญชีถูกล็อกเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย การเตรียมข้อมูลยืนยันตัวตนเช่น หมายเลขบัญชี อีเมลที่ลงทะเบียน หรือหลักฐานการชำระเงินจะช่วยให้ทีมซัพพอร์ตดำเนินการได้เร็วขึ้น
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ฉันเก็บโค้ดสำรองไว้ในที่ปลอดภัย ใช้ตัวจัดการรหัสผ่าน และเปิดการยืนยันตัวตนแบบสองชั้นบนทุกแพลตฟอร์มที่สำคัญ เรื่องเล็ก ๆ แต่ทำให้สบายใจมากกว่า และเวลาทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจะรู้สึกโล่งใจว่ามาตรการเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยได้จริง ๆ
1 Answers2025-12-28 07:55:33
แปลกดีที่ความสัมพันธ์ใน 'Only Friend' ถูกเขียนให้ไต่ระดับจากแค่เพื่อนไปเป็นมากกว่าเพื่อนอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็มีเหตุผลทางอารมณ์และพฤติกรรมที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงนี้รู้สึกทั้งสมเหตุสมผลและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ในหลายฉากที่เป็นจุดเปลี่ยน เราเห็นการเปิดเผยความเปราะบาง การช่วยเหลือกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และการใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ซึ่งเป็นเชื้อไฟสำคัญที่เปลี่ยนความผูกพันของคนสองคนให้ลึกขึ้น เพราะเมื่อเราแบ่งปันความลำบากหรือความลับกับใคร ความใกล้ชิดทางอารมณ์พัฒนาเร็วขึ้นกว่าความสัมพันธ์ผิวเผิน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมคำว่า 'เพื่อน' ค่อย ๆ ถูกทลายลง—ไม่ใช่เพราะใครทำผิด แต่เพราะพื้นฐานของความสัมพันธ์เปลี่ยนไปเองตามการรับรู้และประสบการณ์ร่วม
ในมุมมองของฉัน เรื่องเล่าเองก็มีบทบาทไม่น้อย ผู้เขียนมักใช้เทคนิคเล่าเรื่องเช่น slow burn หรือการเปิดเผยความคิดภายใน เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นการสั่นไหวภายในตัวละครที่อาจถูกกลบไว้ถ้าเล่าแบบตรงไปตรงมา ผลลัพธ์คือฉากธรรมดา ๆ กลายเป็นฉากสำคัญเมื่อกลับมามองย้อนหลัง เช่น ท่าทีที่เป็นห่วงเล็ก ๆ หรือการสัมผัสที่ไม่ตั้งใจ กลายเป็นสัญญาณที่ทั้งสองฝ่ายตีความต่างกัน อีกเรื่องคือการสื่อสารที่ไม่ตรงกัน—การไม่พูดออกมาตรง ๆ มักทำให้ความคาดหวังและความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น คนหนึ่งอาจคิดว่า 'เราเป็นเพื่อนกัน' แต่ฝ่ายหนึ่งเริ่มคาดหวังมากขึ้นโดยไม่ทันรู้ตัว นำมาซึ่งความอึดอัดและความสับสนที่ผลักดันความสัมพันธ์ไปอีกทาง นอกจากนั้น บริบทภายนอกอย่างเพื่อนร่วมวง สังคม หรือเหตุการณ์ชีวิตที่เปลี่ยนก็มีอิทธิพล—ใครบางคนอาจใกล้ชิดขึ้นเพราะร่วมผ่านเหตุการณ์หนัก ๆ มาด้วยกัน เหมือนฉากการเติบโตใน 'Toradora' หรือความค่อยเป็นค่อยไปของความสัมพันธ์ใน 'Kimi ni Todoke' ที่ทำให้ฉันเข้าใจว่าเพื่อนสามารถกลายเป็นคู่รักได้โดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่รู้ตัวในทันที
ท้ายที่สุด ฉันรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงแบบนี้แม้จะทำให้แฟน ๆ บางคนเจ็บปวด แต่มันก็มอบความสมจริงและความหวานขมที่น่าจดจำ เพราะความรักบางครั้งไม่ได้มาเป็นประกาศชัดเจน มันคือการสังเกต ทดสอบขอบเขต และการตัดสินใจที่เกิดจากความอบอุ่นเล็ก ๆ ในวันที่อ่อนแอ การที่ความสัมพันธ์ใน 'Only Friend' เปลี่ยนแปลงไปจึงไม่ใช่แค่พล็อตเท่านั้น แต่มันสะท้อนวิธีที่คนจริง ๆ สัมผัสและตอบสนองต่อกัน และนั่นแหละทำให้ฉันยังคงคิดถึงฉากบางฉากอยู่เสมอ
4 Answers2026-03-03 23:56:29
การจะเปลี่ยนอีเมลที่ผูกกับบัญชีล็อกอิน มองเผินๆ อาจดูซับซ้อน แต่ถ้าแบ่งเป็นขั้นตอนชัดเจนก็ทำได้ไม่ยากเลย
ผมมักเริ่มจากเข้าไปที่เมนูบัญชีหรือ 'Security' ของบริการนั้น ๆ เพื่อหาตัวเลือกเกี่ยวกับข้อมูลติดต่อหรืออีเมลหลัก แล้วเลือก 'แก้ไข' หรือ 'เปลี่ยนอีเมล' ที่นั่นมักจะมีการส่งรหัสยืนยันไปยังอีเมลเดิมหรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกไว้เพื่อยืนยันตัวตน ก่อนจะอนุญาตให้เปลี่ยนเป็นอีเมลใหม่ได้ ถ้าเปิดการยืนยันสองขั้นตอนไว้ บางบริการจะขอรหัส 2FA เพิ่มอีกชั้นหนึ่ง
ในกรณีที่ไม่สามารถเข้าถึงอีเมลเดิมได้ การกู้คืนบัญชีมักต้องใช้เอกสารหรือข้อมูลยืนยันเพิ่มเติม เช่น รูปบัตรประชาชน หรือรหัสรีเซ็ตรับทาง SMS บริการต่างกันไป — อย่าง 'Google' หรือ 'Facebook' มีหน้ากู้คืนที่ละเอียดและแบบฟอร์มให้กรอก ฉันมักแนะนำให้เพิ่มหมายเลขโทรศัพท์และอีเมลสำรองก่อนเปลี่ยนจริง เพื่อให้มีช่องทางยืนยันหลายทางและลดความเสี่ยงที่จะล็อกเอาต์ออกจากบัญชี
สุดท้าย อย่าลืมอัปเดตข้อมูลอีเมลในแอปที่เชื่อมต่อกับบัญชีนั้น ๆ และตรวจสอบการตั้งค่าการแจ้งเตือนหลังเปลี่ยนจบแล้ว จะได้ไม่พลาดการยืนยันหรือการแจ้งเตือนสำคัญ
3 Answers2026-03-24 06:22:56
การเปลี่ยนอีเมลในทรูไอดีสามารถทำเองได้ค่อนข้างตรงไปตรงมา ถ้าใช้แอปหรือเว็บฉันจะแนะนำให้เริ่มจากหน้าโปรไฟล์: แตะรูปโปรไฟล์หรือเมนูมุมบน จากนั้นหาเมนู 'ตั้งค่า' หรือ 'บัญชี' แล้วเลือก 'ข้อมูลส่วนตัว' หรือ 'แก้ไขบัญชี' ซึ่งมักจะมีช่องสำหรับอีเมลให้แก้ไขได้โดยตรง
เมื่อกรอกอีเมลใหม่แล้ว ระบบมักจะให้ยืนยันตัวตนก่อนจะบันทึกการเปลี่ยนแปลง โดยจะส่งรหัสยืนยัน (OTP) มาที่มือถือที่ผูกไว้ หรือส่งอีเมลยืนยันไปที่อีเมลใหม่เพื่อคลิกลิงก์ยืนยัน ฉันมักรอไม่นานกว่า 5–10 นาที ถ้าไม่ได้รับอีเมลให้เช็กโฟลเดอร์สแปมหรือขอส่งใหม่อีกครั้ง
บางกรณีถ้าบัญชีทรูไอดีของคุณผูกกับบัญชีโซเชียลอย่าง Google หรือ Facebook ระบบอาจไม่อนุญาตให้เปลี่ยนอีเมลโดยตรง ต้องเข้าไปจัดการที่การตั้งค่าของบริการนั้น ๆ หรือเลือกที่จะ 'ยกเลิกการเชื่อมต่อ' แล้วเปลี่ยนเป็นล็อกอินด้วยอีเมลแทน หากเจอปัญหาที่แก้ไขด้วยตัวเองไม่ได้ ฉันแนะนำติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของทรูผ่านช่องทางในแอปหรือหน้าเว็บของทรูไอดี เค้าจะขอข้อมูลยืนยันตัวตนเล็กน้อยก่อนช่วยปรับแก้ให้ เสร็จแล้วอย่าลืมล็อกเอาต์แล้วล็อกอินใหม่เพื่อให้การตั้งค่าทำงานถูกต้อง เสร็จเรื่องนี้แล้วก็สบายใจได้เลย