อยากพูดถึงอีกมุมหนึ่งที่เน้นงานเล่าเรื่องแบบนิยายแฟนตาซีและวิทยาศาสตร์ที่ชวนให้คิด: 'The Name of the Wind' เป็นนิยายที่ใช้ภาษาเล่าเรื่องแบบเพลง มันชวนให้ติดตามจากบรรทัดแรกเพราะการบรรยายที่ใส่ใจรายละเอียดของโลกและเสียงเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ โครงเรื่องเน้นการเติบโตของตัวเอกแบบใกล้ชิด ทำให้ความสำเร็จหรือความพ่ายแพ้ของเขามีน้ำหนัก
ถ้าต้องการงานที่เล่นกับแนวคิดวิทยาศาสตร์และสังคมอย่างเข้มข้น ลอง 'The Three-Body Problem' ที่ผสมวิทยาศาสตร์กับประวัติศาสตร์ได้อย่างแปลกและท้าทาย ความรู้สึกของความสูญเสียและความไม่แน่นอนของมนุษยชาติจากมุมมองเชิงกว้างทำให้เรื่องนี้อ่านแล้วต้องหยุดคิดนาน ๆ นอกจากนั้นถ้าอยากได้ความสนุกแบบเกมกับวัฒนธรรมป็อป 'Ready Player One' ให้ทั้งความเร็วของโครงเรื่องและความคิดถึงวัฒนธรรมยุคเก่า ๆ เป็นอีกแนวที่อยากแนะนำ