5 คำตอบ
หลังเลิกงานฉันมักเจอพิซซ่าที่เหลือจากปาร์ตี้และมีวิธีโปรดในการทำให้แป้งกลับมากรอบ
เราแยกชิ้นพิซซ่าจากกล่องแล้วนำออกมาอุ่นโดยเร็ว หากอยากให้หน้าไม่แห้งและขอบกรอบให้ใช้เตาอบหรือกระทะเทฟลอน ใส่พิซซ่าบนกระทะที่ร้อนปานกลาง ปิดฝาเล็กน้อยให้ชีสละลายจากไอร้อน วิธีนี้ได้ฐานกรอบเหมือนไม่เคยแช่เย็นมาก่อน อีกตัวเลือกคืออุ่นในแอร์ฟรายเออร์ 3–6 นาทีที่ 160–180°C จะได้ความกรอบคืนมาเร็ว ๆ
ไมโครเวฟสามารถใช้ได้ถ้าเร่งด่วน แต่ใส่แก้วน้ำไว้ข้าง ๆ จะช่วยลดการแฉะของแป้งได้ บันทึกไว้ว่าพิซซ่าที่มีท็อปปิ้งเปียก ๆ อย่างมะเขือเทศสดหรือผักสลัดบางชนิดอาจไม่เหมาะกับการอุ่นซ้ำ — ถ้ากินไม่ลงก็ทิ้งไปดีกว่า
เช้าวันหนึ่งฉันนึกถึงแฮมเบอร์เกอร์ที่เหลือจากเมื่อคืนแล้วคิดว่ามันจะกลับมาดีเหมือนเดิมได้ไหม
เราเก็บของเหลือให้ปลอดภัยก่อนเป็นอันดับแรก — อย่าเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกินสองชั่วโมง ถ้าทิ้งไว้ข้ามคืนที่อุ่นๆ โอกาสเสียมีสูง ทันทีที่เย็นลง ควรแยกชิ้นส่วนไว้: แผ่นเนื้อกับขนมปังและผักเก็บแยกกันจะคืนสภาพได้ดีกว่า การอุ่นในเตาอบหรือกระทะให้ผลดีที่สุดสำหรับความกรอบและรสชาติ ตั้งเตาอบที่ประมาณ 170–190°C อุ่นแผ่นเนื้อบนถาดจนอุณหภูมิภายในแตะประมาณ 74°C ส่วนขนมปังอาจอบอีกสั้น ๆ เพื่อให้กรอบและไม่เปียกชื้น
การใช้ไมโครเวฟสะดวกแต่ทำให้ขนมปังและผักแฉะ ถ้จำเป็นให้วางเนื้อแยกแล้วอุ่นด้วยพลังงานกลาง ๆ แล้วประกอบใหม่ โดยรวมแล้วอย่าอุ่นมากกว่าหนึ่งครั้ง และถ้าแช่ตู้เย็นเกิน 3–4 วันหรือกลิ่นเปลี่ยนไป ให้ทิ้งไปจะปลอดภัยกว่า — แค่นี้ก็ยังคงได้แฮมเบอร์เกอร์ที่กินได้โดยไม่เสี่ยงมากเกินไป
กลางดึกเมื่อมีไก่ทอดเหลืออยู่ในตู้เย็น ฉันจะเลือกวิธีอุ่นที่รักษาความกรอบก่อนเป็นอันดับแรก
เราเริ่มจากนำไก่ออกจากตู้เย็นให้คลายความเย็นเล็กน้อยประมาณ 10–15 นาที แล้วซับน้ำส่วนเกินออกด้วยกระดาษทิชชู่ เทคนิคที่ชอบคือใช้เตาอบหรือแอร์ฟรายเออร์ ตั้งไฟ 175–190°C วางบนชั้นอบที่มีตะแกรงเพื่อให้อากาศไหลรอบชิ้น จะได้หนังกรอบและเนื้อร้อนทั่วถึง ใช้เวลา 10–20 นาทีขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้น และตรวจสอบอุณหภูมิภายในให้ถึง 74°C หากใช้ไมโครเวฟควรอุ่นแบบสั้น ๆ แล้วนำไปจี่ในกระทะสั้น ๆ เพื่อคืนความกรอบ
สิ่งที่สำคัญคืออย่าอุ่นซ้ำหลายครั้ง เพราะเนื้อไก่อ่อนแอลงและเสี่ยงเรื่องแบคทีเรีย เก็บในตู้เย็นไม่เกิน 3–4 วัน ถ้าจะเก็บนานกว่านั้นให้แยกชิ้นแล้วแช่แข็ง — วิธีการพวกนี้ช่วยให้รสชาติยังคงดีและปลอดภัยต่อการกินมากขึ้น
เป็นคนหนึ่งที่กินแซนด์วิชหรือซูชิที่เหลือไม่ค่อยบ่อย เพราะบางอย่างไม่ควรถูกอุ่นซ้ำ
เราแยกประเภทก่อน: ถ้าเป็นแซนด์วิชที่มีเนื้อปรุงสุก เช่นไก่ย่างหรือเนื้อแดง สามารถอุ่นเนื้อแยกแล้วประกอบใหม่ได้ แต่ผักสดและซอสที่มีมายองเนสควรกินสดหรือทิ้งไป เพราะรสชาติและความปลอดภัยลดลงมาก ในกรณีของซูชิที่มีปลาดิบห้ามอุ่นซ้ำเลย ถ้าซูชิเหลือมากและเก็บในตู้เย็นเกิน 24 ชั่วโมง ความเสี่ยงจะสูงกว่าประโยชน์
ถ้าต้องเก็บให้เลือกแยกซอสและผักออกจากส่วนที่ต้องอุ่น และอย่าลืมว่าอาหารประเภทครีมและซอสที่เน้นนมควรเก็บได้ไม่นานนัก การแยกส่วนก่อนเก็บช่วยให้เราตัดสินใจง่ายขึ้นในมื้อถัดไป และป้องกันไม่ให้ต้องทิ้งทั้งกล่องเพื่อความปลอดภัย
บอกตรงๆ ข้าวผัดหรือข้าวสวยที่เหลือเป็นของที่ฉันระวังมากเมื่อจะอุ่นซ้ำ
เรารู้ว่าข้าวมีความเสี่ยงจากสปอร์ของแบคทีเรียบางชนิดที่ทนความร้อนได้ ถ้าทิ้งข้าวไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกิน 1–2 ชั่วโมง โอกาสเกิดปัญหาจะเพิ่มขึ้น ดังนั้นต้องทำให้เย็นเร็วแล้วแช่ตู้เย็น ทันทีที่จะแกะออกมาอุ่น ให้โรยน้ำเล็กน้อยแล้วคลุกเพื่อลดความแห้ง จากนั้นอุ่นจนร้อนทั่วถึง (เพื่อให้ไอน้ำพาอุณหภูมิทะลุจุดปลอดภัย) การอุ่นในกระทะปิดฝาหรืออุ่นในไมโครเวฟโดยคนบ่อย ๆ ช่วยให้ร้อนสม่ำเสมอ
ข้อแนะนำสำคัญคืออย่าอุ่นข้าวซ้ำหลายครั้งและเก็บไม่เกิน 3–4 วัน หากมื้อต่อไปยังไม่แน่ใจเรื่องความสด ควรเลือกเมนูใหม่จะปลอดภัยกว่า