ผมชอบการ์ตูน 'Valérian and Laureline' เพราะมันเป็นผลงานที่ค่อยๆ ขยายโลกผ่านตอนสั้นๆ หลายเล่ม โดยมีรายละเอียดเชิงสังคม การเมือง และมุกเสียดสีแทรกอยู่เบาๆ ทำให้แต่ละโลกย่อยรู้สึกมีน้ำหนักและเหตุผลของมันเอง ขณะที่ภาพยนตร์ 'Valerian and the City of a Thousand Planets' ตัดสินใจย่อรวมหลายเส้นเลยเป็นหนึ่งเรื่องใหญ่ที่เน้นงานออกแบบและภาพเอฟเฟกต์ ทำให้บางมิติของเรื่องราวเดิมที่กระจายอยู่ในหลายเล่มถูกย่อหรือเปลี่ยนบทบาทไป
การผจญภัยใน 'Valerian and the City of a Thousand Planets' เล่าเรื่องคู่หูสายสืบอวกาศที่ต้องรับงานสำคัญแล้วพบว่าปัญหามากกว่าที่เห็นบนผิวหน้า
เราเป็นแฟนหนังไซไฟที่ชอบความอลังการแบบภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะมันรวมทั้งแอ็กชัน สเกลจักรวาล และหัวใจของเรื่องเอาไว้ด้วยกัน เรื่องเริ่มจากวาเลเรียนกับลอเรลีนได้รับมอบหมายให้ตามหาทรัพย์หรือสิ่งมีชีวิตที่ถูกขโมยซึ่งมีพลังอันตราย ความสืบสวนพาไปสู่สถานีอวกาศขนาดมหึมา 'อัลฟ่า' ที่เป็นเมืองรวมเผ่าพันธุ์นับพัน
ความน่าสนใจคือเมื่อเค้าเจอเงื่อนงำกลับค่อย ๆ เผยว่ามีการปกปิดการทำลายดาวเคราะห์และการเอาทรัพยากรชีวิตของเผ่าพันธุ์อื่นมาใช้เพื่อความอยู่รอดของอาณาจักรมนุษย์ การต่อสู้ไม่ได้มีแค่ระหว่างคู่หูกับวายร้าย แต่ยังเป็นการตั้งคำถามว่าการอยู่ร่วมกันของเผ่าพันธุ์ต่างดาวควรมีขอบเขตอย่างไร หนังจบด้วยการค้นพบความรับผิดชอบและการเลือกที่จะคืนบางสิ่งที่ถูกทำลายไป ซึ่งทำให้ฉากสุดท้ายรู้สึกทั้งเศร้าและหวังในเวลาเดียวกัน