นอกจากนี้ฉากไล่ล่าบนนครที่มีแสงนีออนทำให้เกิดภาพซ้อนของความงามและความรุนแรง ผมเปรียบได้กับความรู้สึกเมื่อดู 'Ghost in the Shell' ที่ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นคำถามว่าตัวตนถูกกำหนดอย่างไรในยุคที่ทุกเสี้ยววินาทีกลายเป็นข้อมูล มันทำให้เรื่องนี้น่าสนใจในเชิงสังคมด้วย
การเล่าเรื่องมีเทคนิคที่ทำให้นึกถึงงานแนวโหดร้ายแต่มีชั้นเชิง เช่นใน 'No Country for Old Men' ที่การไล่ล่าไม่ได้จบแค่การปะทะ แต่เป็นการเผชิญหน้ากับความไร้เหตุผลของความรุนแรง ส่วนฉากไคลแม็กซ์ใน 'เสี้ยววินาทีสังหาร' ก็ใช้พื้นที่เล็ก ๆ ให้กลายเป็นสนามใหญ่ทางอารมณ์ ซึ่งผมคิดว่าเหมาะกับคนที่ชอบนิยายระทึกขวัญจิตวิทยาและชื่นชอบการอ่านช้าลงเพื่อซึมซับรายละเอียดเท่านั้น