Share

นักฆ่าตำหนักเย็น
นักฆ่าตำหนักเย็น
Author: เยวี่ยหลิงจงเทียน

ตำหนักเหลิ่งกง

last update Last Updated: 2025-12-24 15:34:30

อัศนีบาตรฟาดคำรามดังสนั่นกึกก้องอยู่เหนือตำหนักเย็น เมฆฝนอึมครึมตั้งเค้ามาแต่ไกล ความเงียบงันและหนาวเหน็บคืบคลานไปทั่วทุกสารทิศ ทว่าห่างจากจุดนี้ไปกลับสว่างไสวโชติช่วง

ภายในตำหนักเย็นที่ไร้ความสะดวกสบาย ลมเหมันต์พัดผ่านเข้ามาทำให้ทั่วสรรพางค์หนาวเหน็บสั่นสะท้านจนรู้สึกด้านชา ร่างบอบบางบนเตียงค่อย ๆ สะลึมสะลือลืมตาขึ้นมา

“ทำไมอากาศหนาวแบบนี้ เปิดแอร์สิบเก้าองศาหรือยังไงกันเนี่ย!”

หญิงสาวบนเตียงนอนขลุกตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่ม ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงด้วยความงัวเงีย

หาว–

เสียงหาวหวอด ๆ ดังขึ้นพร้อมกับน้ำตาเล็ดที่หางตาทั้งสองข้าง หญิงสาวพยายามนั่งบิดขี้เกียจเพื่อคลายความเมื่อยล้า นัยน์ตาทั้งสองหันมองสอดส่องไปทั่วห้องในความมืดมิด

“ทำไมห้องนอนของฉันถึงดูแปลกตาจัง”

นัยน์ตาดอกท้อกะพริบขึ้นลงอย่างเชื่องช้า ไม่นานพลันเบิกกว้างเสียเบ้าตาแทบถลน หันซ้ายหันขวาตื่นตระหนกกับภาพที่เห็น

“ที่นี่มันที่ไหนล่ะเนี่ย!”

เสียงตะโกนแหกปากดังลั่นไปทั่วห้อง ภายในอกหัวใจเต้นระรัวประหนึ่งกลองศึก อีกนิดคงทะลุออกมาเต้นอยู่ด้านนอก

พรึบ

หญิงสาวลุกออกมาจากเตียงวิ่งไปที่บานประตู แต่นางกลับเปิดไม่ออก แม้แต่บานหน้าต่างก็เช่นกัน สถานการณ์แปลก ๆ ที่พบเจอทำให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน ไม่นานร่างทั้งร่างล่วงหล่นลงสู่พื้นล้มหมดสติไป

-----

จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ

เช้าวันรุ่งขึ้นท้องฟ้าปลอดโปร่งไร้เมฆหมอกต่างจากเมื่อคืน กลิ่นน้ำค้างเกาะบนหญ้าลอยไปทั่วบริเวณหน้าตำหนัก ร่างอันบอบบางกำลังหลับใหลอยู่บนพื้นสะดุ้งตื่นลุกขึ้นพรวดด้วยความตื่นตระหนก

หันซ้ายหันขวาเช็กเพื่อความแน่ใจ ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างกลับไม่ใช่ความฝัน หญิงสาวใช้สองมือพยุงร่างให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะยกมือขึ้นเกาหัวแกรก ๆ ด้วยความงุนงงและสับสน เดินพาร่างที่ไร้น้ำนวลไปนั่งพักหายใจที่เก้าอี้

“เฮ้อ...”

เสียงถอนหายใจยาวเหยียดที่สุดของวันนี้ดังขึ้น ฝ่ามือบางนวดขมับวนซ้ำเวียนไปเวียนมา พยายามเรียกสติอันน้อยนิดของตน

เมื่อควบคุมอารมณ์และสติได้แล้วจึงเริ่มลุกขึ้นเดินสำรวจไปทั่วห้อง จากการประเมินสถานการณ์ตรงหน้าด้วยเพียงสายตา สถานที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอันใดทั้งสิ้น และดูเหมือนจะไม่ได้ทำความสะอาดมาร่วมสามสิบปีเลยก็ว่าได้

“นี่มันบ้านผีสิงใช่ไหมเนี่ย ทำซะเหมือนจริงสุด ๆ”

แม้ด้านนอกจะเป็นเวลายามเช้า แต่แสงสว่างแทบไม่เล็ดลอดเข้ามา หญิงสาวจึงต้องเดินหากล่องไม้ขีด เพื่อนำมาจุดเทียนที่มีใยแมงมุมเกาะตั้งอยู่บนโต๊ะ

ครืด

“แค่ก แค่ก แค่ก”

เสียงไอดังขึ้นพยายามโบกมือปัดฝุ่นฟุ้งในอากาศตรงหน้า หญิงสาวจุดไม้ขีดที่หาเจอในลิ้นชักและนำมาจุดเทียน

พรึบ

แสงสว่างไสวจากเปลวเทียนทำให้มองเห็นสภาพภายในห้องชัดเจนยิ่งขึ้น หญิงสาวยืนอึ้งกับภาพที่พบเห็นตรงหน้า ในมือถือเชิงเทียนหันไปทางนั้นทีทางนี้ที

“เฮ้อ...”

เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้งของวัน หญิงสาวเดินกลับไปที่บานประตูของเมื่อวานที่พยายามเปิดอยู่นานสองนาน ทว่าตอนนี้กลับเปิดออกอย่างง่ายดายเหมือนปอกกล้วยเสียอย่างนั้น

“เฮอะ นี่มันไม่ตลกไปหน่อยเหรอ?”

ทันทีที่เปิดบานประตูได้แล้ว หญิงสาวจึงรีบสาวเท้าเดินออกมายังด้านนอกห้อง แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ส่องตกกระทบกับนัยน์ตาทำให้ต้องเบือนหน้าหนี อากาศบริสุทธิ์ในยามเช้าเยียวยาจิตใจของหญิงสาวให้สงบลงได้หลายส่วน

เมื่อพักเยียวยาจิตใจได้พอประมาณ หญิงสาวรีบหันไปมองด้านหลังของตนเองทันที

ป้ายที่แขวนอยู่เหนือศีรษะมีตัวอักษรสีดำขีดเขียนเอาไว้คำว่า...

“เหลิ่งกง”

นัยน์ตาดอกท้อทั้งสองข้างกะพริบปริบ ๆ มองหันซ้ายหันขวาอีกครั้ง

แกร๊ก

เสียงเปิดประตูจากด้านหลังเรียกให้หญิงสาวหันไปจ้องมอง สตรีในชุดโบราณกำลังเดินยกถาดบางอย่างเข้ามา

“สำรับอาหารวันนี้มาถวายแล้วเพคะ เชิญว่าที่พระชายาเสวยตามสบายได้เลยเพคะ หม่อมฉันขอตัวก่อนเพคะ”

ในขณะที่นางกำนัลคนนั้นกำลังจะเดินจากไป หญิงสาวจึงรีบเรียกดักเอาไว้ก่อน

“เดี๋ยว!”

นางกำนัลหันกลับมา แต่ทว่าไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับหญิงสาว

“เจ้าเป็นใคร?”

“...”

ไม่มีเสียงตอบกลับตั้งแต่แรก ทว่าไม่นานนางกำนัลก็เอ่ยขึ้น

“หม่อมฉันเป็นนางกำนัลห้องเครื่อง หากว่าที่พระชายามีพระประสงค์จะให้หม่อมฉันเปลี่ยนสำรับอาหาร หม่อมฉันจะแจ้งพ่อครัวหลวงให้เองเพคะ”

หญิงสาวขมวดคิ้วไม่เข้าใจว่านางกำนัลตรงหน้าพูดถึงเรื่องอันใดอยู่ นางยกมือขึ้นกุมขมับเอ่ยถามในสิ่งที่ตนสงสัย

“ฉันกำลังแสดงละครเรื่องอะไรอยู่งั้นเหรอคะ?”

“ว่าที่พระชายาทรงตรัสถึงสิ่งใดเพคะ”

ไม่ใช่สิ มันไม่ใช่อย่างนี้

“ฉันหมายถึง...ฉันน่ะ ฉันเป็นใคร?”

นางกำนัลตรงหน้าแอบชำเลืองมองเพียงเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้ากลับไปที่เดิม

“ว่าที่พระชายาก็คือว่าที่พระชายาไงเพคะ พระองค์ตรัสถึงสิ่งใด หม่อมฉันมิเข้าใจเลยเพคะ”

“งั้นบอกชื่อฉันมา และบอกมาฉันเป็นว่าที่พระชายาของใคร”

“พระองค์มีนามว่า ‘หลี่หลิ่งฟาง’ เป็นว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาท ‘หวังจิ้งเสวียน’ เพคะ”

ความทรงจำไม่ทราบที่มาที่ไปผุดขึ้นมาเป็นสิบ ๆ ฉาก ในขณะที่ร่างอันบอบบางทรงตัวไม่อยู่ก็ได้นางกำนัลตรงหน้าเข้ามาช่วยประคอง

“ว่าที่พระชายาเพคะ! พระองค์ทรงเป็นอันใดไปเพคะ หรือพระองค์ทรงประชวรเพคะ”

หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่เป็นไร พาข้ากลับไปข้างในเถิด”

นางกำนัลไม่ได้ซักถามอันใดต่ออีก นางช่วยประคับประคองว่าที่พระชายากลับเข้ามาในตำหนัก เมื่อเดินกลับเข้ามาภาพตรงหน้าทำให้นางกำนัลยืนตกใจกับสภาพที่เห็น

“พาข้าไปที่เตียง”

นางกำนัลส่ายหน้าไล่ความคิด พยุงร่างของว่าที่พระชายาไปที่เตียงตามคำสั่ง

“พระองค์ค่อย ๆ นั่งนะเพคะ ค่อย ๆ”

“ขอบใจเจ้ามาก ข้าติดหนี้บุญคุณเจ้าแล้ว”

“ติดหนี้บุญคุณอันใดกันเพคะ หม่อมฉันมิได้ทำอันใดเลย”

เสียงหัวเราะดังขึ้นก่อนจะเงียบหายไปอีกครั้ง

“เจ้าชื่ออันใด?”

“หม่อมฉันชื่อว่า อันฉี เพคะ”

หญิงสาวผงกศีรษะ “ชื่อของเจ้าน่ารักดีข้าชอบนัก บิดามารดาเจ้าคงรักเจ้ามากเลยสินะ ถึงได้ตั้งชื่อน่ารัก ๆ ให้เจ้า”

คำพูดที่โพล่งมาแบบไม่ได้คิดอะไรมากกลับทำให้นางกำนัลร้องไห้

“เดี๋ยวสิ! ทำไมเจ้าถึงร้องไห้ล่ะ ข้าพูดอันใดไม่ดีไปงั้นเหรอ?”

“ฮึก มิใช่เพคะ หม่อมฉันแค่คิดถึงบิดามารดาเพคะ ฮึกฮือ”

หญิงสาวรู้สึกผิดที่ไปพูดสะกิดต่อมความเศร้าของนาง

“อย่าร้องเลย ข้าผิดเอง”

“ฮึกฮือ...”

วันนี้ในตำหนักมีเพียงเสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่วตำหนัก

แสงแดดยามอู่เข้ามาเยือนหน้าตำหนัก เสียงร้องไห้หลงเหลือเพียงแค่เสียงสะอึกสะอื้น ความทรงจำก่อนหน้าที่ผุดขึ้นมาทำให้หญิงสาวเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด

สถานที่ที่นางกำลังอาศัยอยู่ในตอนนี้เป็นเพียงโลกนิยายเรื่องหนึ่งที่มีชื่อเรื่องว่า ‘บุปผางามในคืนหยวนเซียว’ เป็นนิยายพีเรียดจีนโบราณชื่อดัง และร่างที่ตนกำลังสิงอยู่คือว่าที่พระชายา ‘หลี่หลิ่งฟาง’ หรือตัวประกอบดี ๆ นั่นเอง

ไม่ต้องพูดถึงบทเด่นบทดังอันใด เพราะหลี่หลิ่งฟางนั้นเป็นเพียงตัวประกอบที่ตายอย่างโดดเดี่ยวในตำหนักเย็น ทั้ง ๆ ที่นางถูกใส่ร้าย ทว่ากลับไม่มีใครสืบเสาะหาความจริงให้กับนาง ยกเว้นแต่บิดาของนางเอง

หลี่หลิ่งฟางเป็นบุตรีเพียงผู้เดียวของอัครมหาเสนาบดี ว่าที่สวามีอย่างองค์รัชทายาทไม่ต้องพูดถึง เขานั้นตกหลุมรักนางเอกนิยายอย่าง ‘เยว่หลิน’ ทั้ง ๆ ที่ตัวของเขาเป็นเพียงตัวประกอบไม่ต่างจากหลี่หลิ่งฟาง บทพระเอกพระรอง หรือแม้กระทั่งบทตัวร้ายก็ไม่ได้เป็น

ช่างน่าสงสาร

การที่หลี่หลิ่งฟางเป็นเพียงว่าที่พระชายา สาเหตุก็มาจากองค์รัชทายาท เขานั้นอ้างเหตุผลร้อยแปดพันข้อเพื่อที่จะไม่ให้หลี่หลิ่งฟางได้เป็นพระชายาของตน เขาอยากให้ตำแหน่งนี้เป็นของคนที่เขารัก คนคนนั้นก็คือนางเอกนิยาย

‘ทั้งที่แต่งงานกันมาสามปีแล้วนะ พวกบ่าวรับใช้ยังเรียกว่าที่อยู่อีก คงไม่แปลกใจ สงสัยถูกสั่งห้ามเรียกยศจริง ๆ สินะ’ หญิงสาวพึมพำในใจ

“ว่าที่พระชายาเพคะ หม่อมฉันเก็บกวาดที่นี่ให้ดีหรือไม่เพคะ”

หญิงสาวในร่างหลี่หลิ่งฟางมองสภาพหยากไย่ และฝุ่นมากมายที่เกาะเต็มไปหมด นางจึงพยักหน้าให้กับนางกำนัล

ไม่นานหลังจากที่อันฉีนางกำนัลห้องเครื่องกลับออกไปนำอุปกรณ์ทำความสะอาด โดยอ้างว่าสำรับอาหารหกเลอะเทอะไปหมด องครักษ์หน้าตำหนักจึงอนุญาตให้นางนำของพวกนั้นเข้ามาได้

อันฉียกถังไม้วางไว้บนพื้น เดินไล่ปัดฝุ่นในห้องจนฟุ้งกระจัดกระจาย

“แค่ก แค่ก แค่ก”

หลี่หลิ่งฟางก็ช่วยทำความสะอาดอีกแรง ถึงแม้ตอนแรกอันฉีจะไม่อยากให้ทำก็ตาม แต่ถ้าปล่อยให้อันฉีทำคนเดียวทั้งหมดนี่ละก็...เกรงว่าคืนนี้อันฉีคงนอนปวดระบมร่างกายเป็นแน่

วันนี้ทั้งวันหญิงสาวทั้งสองต่างช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดตำหนักเย็นจนถึงยามโหย่ว โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ตำหนักเฟิ่งอี๋

    ตำหนักเฟิ่งอี๋ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเขตพระราชวังต้องห้าม ทุกย่างก้าวมั่นคงเสมอทำให้อากัปกิริยาอ่อนช้อย ราวกับเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ลงมาจุติยังโลกมนุษย์สายตานับหลายคู่ต่างจับจ้องมาที่หญิงสาวอาภรณ์ชมพู เสียงพูดคุยดังคลอเบา ๆ ในมุมต่าง ๆ ตลอดเส้นทางสตรีมากมายที่หลี่หลิ่งฟางเห็น พวกนางล้วนคือเหล่าบรรดาพระสนมของฮ่องเต้ ที่ได้รับการคัดเลือกแต่งตั้งให้เข้าวังหลวงมาเป็นพระสนมหลี่หลิ่งฟางที่เป็นคนยุคปัจจุบันยังเผลอตกใจกับจำนวนพระสนมเหล่านี้ หากจะให้นางนั่งไล่นับขึ้นมาจริง ๆ พระสนมก็คงมีไม่ต่ำไปกว่าสองพันกว่าคนได้กระมัง“เฮ้อ” หลี่หลิ่งฟางถอนหายใจออกมาปลงตก แอบนึกสงสารหลี่หลิ่งฟางตัวจริงขึ้นมาหากองค์รัชทายาทได้ขึ้นครองราชย์สมัยถัดไป หลี่หลิ่งฟางอาจจะบอบช้ำทางจิตใจมากขึ้น เมื่อพระสวามีของตนต้องมีภรรยาเพิ่มเป็นพันกว่าคนขนาดมีเพียงแค่คนเดียว ในยุคปัจจุบันยังมีการนอกใจได้ แต่นี่ไม่มีการนอกกายนอกใจแต่อย่างใด มีเพียงกฎทางราชสำนักที่ฮ่องเต้ต้องมีพระสนมมากมายในประวัติศาสตร์น้อยครั้งที่จะมีฮองเฮาเพียงคนเดียว เพราะถ้าหากไม่รับพระสนมจากการคัดเลือก หรือจากบรรดาบุตรีของเหล่าขุนนางมา เกรงว่าอำนาจของฮ่อ

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ปล่อยตัวว่าที่พระชายา

    วันที่สองในการทำงานหลี่หลิ่งฟางและอันฉีกำลังนั่งถอนหญ้าเฉกเช่นเดิม ทว่าจู่ ๆ ประตูบานใหญ่หน้าตำหนักเหลิ่งกงถูกเปิดออก หญิงสาวทั้งสองต่างลุกขึ้นยืนมองดูผู้มาเยือนหลี่หลิ่งฟางมีความสงสัยปรากฏอยู่บนดวงหน้างาม นางหันกลับมาตรัสถามกับนางกำนัลรับใช้ของตนว่า “อันฉีคนเหล่านี้เป็นใครกัน?”“ทูลว่าที่พระชายา ท่านที่กำลังเดินนำหน้าองครักษ์มาคือกงกงของฝ่าบาทเพคะ‘กงกง...อ้อ! ขันทีใกล้ชิดฮ่องเต้สินะ’“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวกงกงค้อมกายถวายบังคมสตรีเบื้องหน้าหลี่หลิ่งฟางผงกศีรษะรับ “ท่านกงกงมาหาเปิ่นกงด้วยเรื่องอันใดงั้นหรือ?”“ทูลว่าที่พระชายา วันนี้กระหม่อมได้นำราชโองการจากฝ่าบาทมาถวายให้พระองค์พ่ะย่ะค่ะ”‘ราชโองการอะไรล่ะนั่น?’“ว่าที่พระชายารับราชโองการ”หลี่หลิ่งฟางยอบกายรับราชโองการที่ฮ่องเต้พระราชทานมาอย่างงุนงง“ราชโองการฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่ว่าที่พระชายาหลี่หลิ่งฟาง จากเหตุการณ์ที่ถูกต้องโทษข้อหาวางยาพิษลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาท ในวันนี้ความจริงได้ปรากฏออกมาแล้ว ซึ่งว่าที่พระชายาหลี่หลิ่งฟางมิได้กระทำความผิด แต่กลับเป็นแพะรับบาปแทน เรารู้สึกเสียพระทัยกับเหตุการณ์ที

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ความสัมพันธ์แตกหัก

    อากาศยามค่ำคืนเย็นสะท้าน ขณะที่กำลังนอนขดตัวเร้นกายอยู่ภายใต้ผ้าห่ม หลี่หลิ่งฟางกลับนอนไม่หลับ เพราะอากาศภายในตำหนักหนาวเย็นเกินกว่าจะข่มตานอนได้แม้แต่อันฉียังต้องนอนขลุกตัวอยู่ในก้อนกลม ๆ เห็นแล้วก็อดนึกสงสารนางไม่ได้ในเมื่อนอนไม่หลับหลี่หลิ่งฟางจึงออกจากตำหนักไปสำรวจเมืองหลวงแทน ด้วยความสามารถที่ติดตัวมาทำให้ไม่มีผู้ใดสามารถจับสังเกตได้หลี่หลิ่งฟางยืนอยู่เหนือหลังคาแต่ละตำหนัก มองดูเหล่าองครักษ์ตรวจตราทำหน้าที่อย่างขะมักเขม้น ถึงจะไม่รู้ว่าตำหนักที่ตนยืนอยู่บนหลังคาเรียกว่าตำหนักอันใดก็ตามแต่หลี่หลิ่งฟางยอมรับเลยว่าวังหลวงใหญ่โตโอฬารอย่างมาก“อยู่ข้างนอกก็หนาว อยู่ข้างในก็หนาว งั้นคืนนี้ไปอยู่ที่ตำหนักตงกงดีกว่า” หลี่หลิ่งฟางตัดสินใจได้เช่นนั้น นางจึงมุ่งหน้าไปยังตำหนักตงกงที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกทันทีในช่วงเวลานั้นภายในห้องบรรทมตำหนักตงกงเกิดเหตุวุ่นวาย นักฆ่าชุดดำต่างกำลังพยายามจัดฉากการสวรรคตขององค์รัชทายาท เพื่อที่จะได้ไม่มีทางสืบหาต้นตอจนเจอ“นำร่างองค์รัชทายาทมาบรรทมได้แล้ว”นักฆ่าพากันแบกร่างองค์รัชทายาทมาที่เตียง“อือ! อื้อ!”“อย่าทรงดิ้นเลยพ่ะย่ะค่ะ มันก็แค่เจ็บนิดเดี

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   หยกประจำกาย

    ณ ตำหนักตงกงภายในห้องบรรทม องค์รัชทายาทนอนนิ่งจ้องมองเพดานอย่างเหม่อลอย ควันหลายสายลอยเอื่อย ๆ ผ่านไปอย่างเชื่องช้า กลิ่นสมุนไพรคละคลุ้งจนหายใจได้ยากลำบากแอ๊ดบานประตูห้องบรรทมถูกเปิดออก ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเดินระรัวเข้ามาหยุดอยู่ใกล้เตียง หวังจิ้งเสวียนเบนหน้าไปมองแขกผู้มาเยือนด้วยพระพักตร์เรียบเฉย“อาการดีขึ้นหรือยังพ่ะย่ะค่ะ?”“ท่านเห็นว่าเปิ่นกงอาการดีขึ้นหรือยังล่ะ” หวังจิ้งเสวียนตรัสกลับ ก่อนจะเบนหน้ากลับมามองจ้องเพดานตามเดิม“พระองค์กำลังคิดเรื่องอันใดอยู่ ทรงตรัสบอกกระหม่อมได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”หวังจิ้งเสวียนปรายตามองเรียบนิ่งตรัสกลับว่า “ถ้าเสด็จพี่จะซักถามเปิ่นกงขนาดนี้ ตรงโต๊ะมีเก้าอี้ว่างตั้งอยู่ เสด็จพี่สามารถยกมานั่งคุยกับเปิ่นกงได้”ชายหนุ่มอาภรณ์ขาวยกยิ้มขบขัน เขาส่ายหน้าไปมาให้กับความประชดประชันของพระอนุชาตนเอง“อาเสวียนเจ้าโตจนอายุครบยี่สิบปีแล้ว แต่ยังคงชอบประชดประชันอยู่อีกงั้นหรือ” ชายหนุ่มเดินไปยกเก้าอี้ตามที่พระอนุชาบอกมาตั้งใกล้ ๆ เตียง“เปิ่นกงมิได้ประชดประชันเสด็จพี่ ก็ใครใช้ให้เสด็จพี่หายหน้าหายตาไปนาน มิคิดแวะมาเยี่ยมเยือนอนุชาอย่างเปิ่นกงบ้างล่ะ”ชายหนุ่ม

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   บุกตำหนักบูรพา

    พระตำหนักเหลิ่งกงหรือที่คนในวังรู้จักกันในชื่อตำหนักหนาว เป็นตำหนักที่เอาไว้คุมขังเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่กระทำความผิด บ้างก็มีข่าวลือเรื่องคำสาปอาถรรพ์ บ้างก็ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนในยามค่ำคืน ข้าราชบริพารจึงให้สมญานามตำหนักเหลิ่งกงเอาไว้ว่า ‘ตำหนักผีสิง’..“เรื่องเล่าลือของตำหนักก็มีเพียงเท่านี้เพคะ”หลี่หลิ่งฟางนั่งฟังเรื่องเล่าที่ผู้คนแต่งแต้มใส่สีตีไข่มาครึ่งชั่วยาม ข้อมูลที่ได้มาไม่ต่างจากหนังสือประวัติศาสตร์ที่นางเคยนั่งเรียนมาเลยสักบรรทัดเดียวตำหนักเย็นมันก็แค่คุกดี ๆภายในตำหนักไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มีของตกแต่งหรูหราราคาแพง มีเพียงเตียงนอน หมอน ผ้าห่ม ที่ยังพอมีคุณภาพอยู่บ้าง นอกนั้นไม่ต้องพูดถึง“อันฉี ก่อนหน้านี้ที่เจ้าบอกว่าข้าถูกลงโทษ เพราะตัวข้าวางยาพิษองค์รัชทายาท เรื่องนี้มีผู้ใดสืบหาความจริงให้ข้าบ้างหรือยัง?”“เรื่องนั้น...”หลี่หลิ่งฟางคล้ายจะเดาคำตอบออก นางจึงกลอกตาไปมาตอนอ่านถึงหน้าเฉลยความจริงที่หลี่หลิ่งฟางในนิยายโดนครหา แท้จริงแล้วมันเป็นฝีมือขององค์รัชทายาท เขาต้องการให้หลี่หลิ่งฟางไม่ได้เป็นพระชายาของเขา เหตุผลก็น่าจะรู้ ๆ กันอยู่แต่ทว่าเบื้องหลังกลับ

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ตำหนักเหลิ่งกง

    อัศนีบาตรฟาดคำรามดังสนั่นกึกก้องอยู่เหนือตำหนักเย็น เมฆฝนอึมครึมตั้งเค้ามาแต่ไกล ความเงียบงันและหนาวเหน็บคืบคลานไปทั่วทุกสารทิศ ทว่าห่างจากจุดนี้ไปกลับสว่างไสวโชติช่วงภายในตำหนักเย็นที่ไร้ความสะดวกสบาย ลมเหมันต์พัดผ่านเข้ามาทำให้ทั่วสรรพางค์หนาวเหน็บสั่นสะท้านจนรู้สึกด้านชา ร่างบอบบางบนเตียงค่อย ๆ สะลึมสะลือลืมตาขึ้นมา“ทำไมอากาศหนาวแบบนี้ เปิดแอร์สิบเก้าองศาหรือยังไงกันเนี่ย!”หญิงสาวบนเตียงนอนขลุกตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่ม ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงด้วยความงัวเงียหาว–เสียงหาวหวอด ๆ ดังขึ้นพร้อมกับน้ำตาเล็ดที่หางตาทั้งสองข้าง หญิงสาวพยายามนั่งบิดขี้เกียจเพื่อคลายความเมื่อยล้า นัยน์ตาทั้งสองหันมองสอดส่องไปทั่วห้องในความมืดมิด“ทำไมห้องนอนของฉันถึงดูแปลกตาจัง”นัยน์ตาดอกท้อกะพริบขึ้นลงอย่างเชื่องช้า ไม่นานพลันเบิกกว้างเสียเบ้าตาแทบถลน หันซ้ายหันขวาตื่นตระหนกกับภาพที่เห็น“ที่นี่มันที่ไหนล่ะเนี่ย!”เสียงตะโกนแหกปากดังลั่นไปทั่วห้อง ภายในอกหัวใจเต้นระรัวประหนึ่งกลองศึก อีกนิดคงทะลุออกมาเต้นอยู่ด้านนอกพรึบหญิงสาวลุกออกมาจากเตียงวิ่งไปที่บานประตู แต่นางกลับเปิดไม่ออก แม้แต่บานหน้าต่างก็เช

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status