共有

นักฆ่าตำหนักเย็น
นักฆ่าตำหนักเย็น
作者: เยวี่ยหลิงจงเทียน

ตำหนักเหลิ่งกง

last update 公開日: 2025-12-24 15:34:30

อัศนีบาตรฟาดคำรามดังสนั่นกึกก้องอยู่เหนือตำหนักเย็น เมฆฝนอึมครึมตั้งเค้ามาแต่ไกล ความเงียบงันและหนาวเหน็บคืบคลานไปทั่วทุกสารทิศ ทว่าห่างจากจุดนี้ไปกลับสว่างไสวโชติช่วง

ภายในตำหนักเย็นที่ไร้ความสะดวกสบาย ลมเหมันต์พัดผ่านเข้ามาทำให้ทั่วสรรพางค์หนาวเหน็บสั่นสะท้านจนรู้สึกด้านชา ร่างบอบบางบนเตียงค่อย ๆ สะลึมสะลือลืมตาขึ้นมา

“ทำไมอากาศหนาวแบบนี้ เปิดแอร์สิบเก้าองศาหรือยังไงกันเนี่ย!”

หญิงสาวบนเตียงนอนขลุกตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่ม ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงด้วยความงัวเงีย

หาว–

เสียงหาวหวอด ๆ ดังขึ้นพร้อมกับน้ำตาเล็ดที่หางตาทั้งสองข้าง หญิงสาวพยายามนั่งบิดขี้เกียจเพื่อคลายความเมื่อยล้า นัยน์ตาทั้งสองหันมองสอดส่องไปทั่วห้องในความมืดมิด

“ทำไมห้องนอนของฉันถึงดูแปลกตาจัง”

นัยน์ตาดอกท้อกะพริบขึ้นลงอย่างเชื่องช้า ไม่นานพลันเบิกกว้างเสียเบ้าตาแทบถลน หันซ้ายหันขวาตื่นตระหนกกับภาพที่เห็น

“ที่นี่มันที่ไหนล่ะเนี่ย!”

เสียงตะโกนแหกปากดังลั่นไปทั่วห้อง ภายในอกหัวใจเต้นระรัวประหนึ่งกลองศึก อีกนิดคงทะลุออกมาเต้นอยู่ด้านนอก

พรึบ

หญิงสาวลุกออกมาจากเตียงวิ่งไปที่บานประตู แต่นางกลับเปิดไม่ออก แม้แต่บานหน้าต่างก็เช่นกัน สถานการณ์แปลก ๆ ที่พบเจอทำให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน ไม่นานร่างทั้งร่างล่วงหล่นลงสู่พื้นล้มหมดสติไป

-----

จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ

เช้าวันรุ่งขึ้นท้องฟ้าปลอดโปร่งไร้เมฆหมอกต่างจากเมื่อคืน กลิ่นน้ำค้างเกาะบนหญ้าลอยไปทั่วบริเวณหน้าตำหนัก ร่างอันบอบบางกำลังหลับใหลอยู่บนพื้นสะดุ้งตื่นลุกขึ้นพรวดด้วยความตื่นตระหนก

หันซ้ายหันขวาเช็กเพื่อความแน่ใจ ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างกลับไม่ใช่ความฝัน หญิงสาวใช้สองมือพยุงร่างให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะยกมือขึ้นเกาหัวแกรก ๆ ด้วยความงุนงงและสับสน เดินพาร่างที่ไร้น้ำนวลไปนั่งพักหายใจที่เก้าอี้

“เฮ้อ...”

เสียงถอนหายใจยาวเหยียดที่สุดของวันนี้ดังขึ้น ฝ่ามือบางนวดขมับวนซ้ำเวียนไปเวียนมา พยายามเรียกสติอันน้อยนิดของตน

เมื่อควบคุมอารมณ์และสติได้แล้วจึงเริ่มลุกขึ้นเดินสำรวจไปทั่วห้อง จากการประเมินสถานการณ์ตรงหน้าด้วยเพียงสายตา สถานที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอันใดทั้งสิ้น และดูเหมือนจะไม่ได้ทำความสะอาดมาร่วมสามสิบปีเลยก็ว่าได้

“นี่มันบ้านผีสิงใช่ไหมเนี่ย ทำซะเหมือนจริงสุด ๆ”

แม้ด้านนอกจะเป็นเวลายามเช้า แต่แสงสว่างแทบไม่เล็ดลอดเข้ามา หญิงสาวจึงต้องเดินหากล่องไม้ขีด เพื่อนำมาจุดเทียนที่มีใยแมงมุมเกาะตั้งอยู่บนโต๊ะ

ครืด

“แค่ก แค่ก แค่ก”

เสียงไอดังขึ้นพยายามโบกมือปัดฝุ่นฟุ้งในอากาศตรงหน้า หญิงสาวจุดไม้ขีดที่หาเจอในลิ้นชักและนำมาจุดเทียน

พรึบ

แสงสว่างไสวจากเปลวเทียนทำให้มองเห็นสภาพภายในห้องชัดเจนยิ่งขึ้น หญิงสาวยืนอึ้งกับภาพที่พบเห็นตรงหน้า ในมือถือเชิงเทียนหันไปทางนั้นทีทางนี้ที

“เฮ้อ...”

เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้งของวัน หญิงสาวเดินกลับไปที่บานประตูของเมื่อวานที่พยายามเปิดอยู่นานสองนาน ทว่าตอนนี้กลับเปิดออกอย่างง่ายดายเหมือนปอกกล้วยเสียอย่างนั้น

“เฮอะ นี่มันไม่ตลกไปหน่อยเหรอ?”

ทันทีที่เปิดบานประตูได้แล้ว หญิงสาวจึงรีบสาวเท้าเดินออกมายังด้านนอกห้อง แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ส่องตกกระทบกับนัยน์ตาทำให้ต้องเบือนหน้าหนี อากาศบริสุทธิ์ในยามเช้าเยียวยาจิตใจของหญิงสาวให้สงบลงได้หลายส่วน

เมื่อพักเยียวยาจิตใจได้พอประมาณ หญิงสาวรีบหันไปมองด้านหลังของตนเองทันที

ป้ายที่แขวนอยู่เหนือศีรษะมีตัวอักษรสีดำขีดเขียนเอาไว้คำว่า...

“เหลิ่งกง”

นัยน์ตาดอกท้อทั้งสองข้างกะพริบปริบ ๆ มองหันซ้ายหันขวาอีกครั้ง

แกร๊ก

เสียงเปิดประตูจากด้านหลังเรียกให้หญิงสาวหันไปจ้องมอง สตรีในชุดโบราณกำลังเดินยกถาดบางอย่างเข้ามา

“สำรับอาหารวันนี้มาถวายแล้วเพคะ เชิญว่าที่พระชายาเสวยตามสบายได้เลยเพคะ หม่อมฉันขอตัวก่อนเพคะ”

ในขณะที่นางกำนัลคนนั้นกำลังจะเดินจากไป หญิงสาวจึงรีบเรียกดักเอาไว้ก่อน

“เดี๋ยว!”

นางกำนัลหันกลับมา แต่ทว่าไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับหญิงสาว

“เจ้าเป็นใคร?”

“...”

ไม่มีเสียงตอบกลับตั้งแต่แรก ทว่าไม่นานนางกำนัลก็เอ่ยขึ้น

“หม่อมฉันเป็นนางกำนัลห้องเครื่อง หากว่าที่พระชายามีพระประสงค์จะให้หม่อมฉันเปลี่ยนสำรับอาหาร หม่อมฉันจะแจ้งพ่อครัวหลวงให้เองเพคะ”

หญิงสาวขมวดคิ้วไม่เข้าใจว่านางกำนัลตรงหน้าพูดถึงเรื่องอันใดอยู่ นางยกมือขึ้นกุมขมับเอ่ยถามในสิ่งที่ตนสงสัย

“ฉันกำลังแสดงละครเรื่องอะไรอยู่งั้นเหรอคะ?”

“ว่าที่พระชายาทรงตรัสถึงสิ่งใดเพคะ”

ไม่ใช่สิ มันไม่ใช่อย่างนี้

“ฉันหมายถึง...ฉันน่ะ ฉันเป็นใคร?”

นางกำนัลตรงหน้าแอบชำเลืองมองเพียงเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้ากลับไปที่เดิม

“ว่าที่พระชายาก็คือว่าที่พระชายาไงเพคะ พระองค์ตรัสถึงสิ่งใด หม่อมฉันมิเข้าใจเลยเพคะ”

“งั้นบอกชื่อฉันมา และบอกมาฉันเป็นว่าที่พระชายาของใคร”

“พระองค์มีนามว่า ‘หลี่หลิ่งฟาง’ เป็นว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาท ‘หวังจิ้งเสวียน’ เพคะ”

ความทรงจำไม่ทราบที่มาที่ไปผุดขึ้นมาเป็นสิบ ๆ ฉาก ในขณะที่ร่างอันบอบบางทรงตัวไม่อยู่ก็ได้นางกำนัลตรงหน้าเข้ามาช่วยประคอง

“ว่าที่พระชายาเพคะ! พระองค์ทรงเป็นอันใดไปเพคะ หรือพระองค์ทรงประชวรเพคะ”

หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่เป็นไร พาข้ากลับไปข้างในเถิด”

นางกำนัลไม่ได้ซักถามอันใดต่ออีก นางช่วยประคับประคองว่าที่พระชายากลับเข้ามาในตำหนัก เมื่อเดินกลับเข้ามาภาพตรงหน้าทำให้นางกำนัลยืนตกใจกับสภาพที่เห็น

“พาข้าไปที่เตียง”

นางกำนัลส่ายหน้าไล่ความคิด พยุงร่างของว่าที่พระชายาไปที่เตียงตามคำสั่ง

“พระองค์ค่อย ๆ นั่งนะเพคะ ค่อย ๆ”

“ขอบใจเจ้ามาก ข้าติดหนี้บุญคุณเจ้าแล้ว”

“ติดหนี้บุญคุณอันใดกันเพคะ หม่อมฉันมิได้ทำอันใดเลย”

เสียงหัวเราะดังขึ้นก่อนจะเงียบหายไปอีกครั้ง

“เจ้าชื่ออันใด?”

“หม่อมฉันชื่อว่า อันฉี เพคะ”

หญิงสาวผงกศีรษะ “ชื่อของเจ้าน่ารักดีข้าชอบนัก บิดามารดาเจ้าคงรักเจ้ามากเลยสินะ ถึงได้ตั้งชื่อน่ารัก ๆ ให้เจ้า”

คำพูดที่โพล่งมาแบบไม่ได้คิดอะไรมากกลับทำให้นางกำนัลร้องไห้

“เดี๋ยวสิ! ทำไมเจ้าถึงร้องไห้ล่ะ ข้าพูดอันใดไม่ดีไปงั้นเหรอ?”

“ฮึก มิใช่เพคะ หม่อมฉันแค่คิดถึงบิดามารดาเพคะ ฮึกฮือ”

หญิงสาวรู้สึกผิดที่ไปพูดสะกิดต่อมความเศร้าของนาง

“อย่าร้องเลย ข้าผิดเอง”

“ฮึกฮือ...”

วันนี้ในตำหนักมีเพียงเสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่วตำหนัก

แสงแดดยามอู่เข้ามาเยือนหน้าตำหนัก เสียงร้องไห้หลงเหลือเพียงแค่เสียงสะอึกสะอื้น ความทรงจำก่อนหน้าที่ผุดขึ้นมาทำให้หญิงสาวเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด

สถานที่ที่นางกำลังอาศัยอยู่ในตอนนี้เป็นเพียงโลกนิยายเรื่องหนึ่งที่มีชื่อเรื่องว่า ‘บุปผางามในคืนหยวนเซียว’ เป็นนิยายพีเรียดจีนโบราณชื่อดัง และร่างที่ตนกำลังสิงอยู่คือว่าที่พระชายา ‘หลี่หลิ่งฟาง’ หรือตัวประกอบดี ๆ นั่นเอง

ไม่ต้องพูดถึงบทเด่นบทดังอันใด เพราะหลี่หลิ่งฟางนั้นเป็นเพียงตัวประกอบที่ตายอย่างโดดเดี่ยวในตำหนักเย็น ทั้ง ๆ ที่นางถูกใส่ร้าย ทว่ากลับไม่มีใครสืบเสาะหาความจริงให้กับนาง ยกเว้นแต่บิดาของนางเอง

หลี่หลิ่งฟางเป็นบุตรีเพียงผู้เดียวของอัครมหาเสนาบดี ว่าที่สวามีอย่างองค์รัชทายาทไม่ต้องพูดถึง เขานั้นตกหลุมรักนางเอกนิยายอย่าง ‘เยว่หลิน’ ทั้ง ๆ ที่ตัวของเขาเป็นเพียงตัวประกอบไม่ต่างจากหลี่หลิ่งฟาง บทพระเอกพระรอง หรือแม้กระทั่งบทตัวร้ายก็ไม่ได้เป็น

ช่างน่าสงสาร

การที่หลี่หลิ่งฟางเป็นเพียงว่าที่พระชายา สาเหตุก็มาจากองค์รัชทายาท เขานั้นอ้างเหตุผลร้อยแปดพันข้อเพื่อที่จะไม่ให้หลี่หลิ่งฟางได้เป็นพระชายาของตน เขาอยากให้ตำแหน่งนี้เป็นของคนที่เขารัก คนคนนั้นก็คือนางเอกนิยาย

‘ทั้งที่แต่งงานกันมาสามปีแล้วนะ พวกบ่าวรับใช้ยังเรียกว่าที่อยู่อีก คงไม่แปลกใจ สงสัยถูกสั่งห้ามเรียกยศจริง ๆ สินะ’ หญิงสาวพึมพำในใจ

“ว่าที่พระชายาเพคะ หม่อมฉันเก็บกวาดที่นี่ให้ดีหรือไม่เพคะ”

หญิงสาวในร่างหลี่หลิ่งฟางมองสภาพหยากไย่ และฝุ่นมากมายที่เกาะเต็มไปหมด นางจึงพยักหน้าให้กับนางกำนัล

ไม่นานหลังจากที่อันฉีนางกำนัลห้องเครื่องกลับออกไปนำอุปกรณ์ทำความสะอาด โดยอ้างว่าสำรับอาหารหกเลอะเทอะไปหมด องครักษ์หน้าตำหนักจึงอนุญาตให้นางนำของพวกนั้นเข้ามาได้

อันฉียกถังไม้วางไว้บนพื้น เดินไล่ปัดฝุ่นในห้องจนฟุ้งกระจัดกระจาย

“แค่ก แค่ก แค่ก”

หลี่หลิ่งฟางก็ช่วยทำความสะอาดอีกแรง ถึงแม้ตอนแรกอันฉีจะไม่อยากให้ทำก็ตาม แต่ถ้าปล่อยให้อันฉีทำคนเดียวทั้งหมดนี่ละก็...เกรงว่าคืนนี้อันฉีคงนอนปวดระบมร่างกายเป็นแน่

วันนี้ทั้งวันหญิงสาวทั้งสองต่างช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดตำหนักเย็นจนถึงยามโหย่ว โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

 

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   บทส่งท้าย : ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับเจ้าลูกเจี๊ยบ

    ผ่านไปหายวันชินอ๋องได้รับโทษประหาร และเสนาบดีกรมโยธากับเสนาบดีกรมพิธีการก็ได้รับโทษเช่นกัน ฮ่องเต้กวาดล้างฝ่ายกบฏตามรายชื่อในสมุดบันทึกจดสิ้น ท่ามกลางแสงอรุณแห่งการเริ่มต้นใหม่หวังจิ้งเสวียนและหลี่หลิ่งฟางต่างใช้ชีวิตเรียบง่ายในวัง พวกเขามักจะมาพักผ่อนที่เรือนผิงอันกลางสระบัวหลวง ที่สร้างขึ้นมาพร้อมทำนุบำรุงวังหลวงเมื่อครานั้นตั่งตั้งตรงกลางโถงกว้างที่รับลมสี่ทิศ ผ้าม่านพลิ้วไหวยามสายลมวสันต์พัดผ่าน บนตั้งมีร่างของหวังจิ้งเสวียนนอนหนุนตักหลี่หลิ่งฟาง โดยที่หลี่หลิ่งฟางเล่นผมชายหนุ่มความเงียบสงบทำให้พวกเขาผ่อนคลาย ยามฟังเสียงนกร้อง เสียงปลาหลี่กระโดดขึ้นผิวน้ำ หรือกลิ่นหอมจากต้นเหมยบนฝั่งลอยมา“ฟางเอ๋อร์ หากวันหน้าเราขึ้นครองบัลลังก์ เจ้าจะยังอยู่เคียงข้างเราหรือไม่?”“เหตุใดถึงตรัสถามเช่นนั้น หม่อมฉันก็อยู่เคียงข้างพระองค์อยู่แล้วตั้งแต่แรก”หวังจิ้งเสวียนยกยิ้มมุกปาก “ตั้งแต่วันแรกที่เราพบหน้าเจ้าก่อนจะอภิเษกสมรส วันนั้นเรามิเคยเล่าความรู้สึกให้ผู้ใดฟัง”“เล่ามาให้หม่อมฉันฟังเดี๋ยวนี้&rdqu

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ทำนุบำรุงวังหลวง

    วังหลวงในยามอรุณเบิกฟ้า แสงแดดยามเช้าสาดกระทบยอดหลังคากระเบื้องเคลือบเงาวาว พลันทอแสงสีทองเหนือพระราชวังอันสง่างาม เสียงฆ้องระฆังจากหอระฆังดังสะท้อนก้อง ปลุกหมู่ช่าง ชาววัง และขุนนางให้เริ่มต้นวันใหม่ในเขตพระราชฐานชั้นใน เหล่าช่างหลวงกำลังเดินเรียงแถวเข้ามา พกค้อน ตะปู และเครื่องไม้เครื่องมือ ขื่อเสาวังที่พังไปจากเหตุการณ์ก่อนหน้าถูกแทนที่ด้วยไม้หอมใหม่เอี่ยม ที่ล้วนแล้วแต่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันผนังวังที่แตกร้าวถูกปะซ่อมบรรจง ดอกไม้ในสวนหลวงถูกปลูกซ้ำด้วยสายพันธุ์หายาก สีสันสดชื่นพอจะกลบกลิ่นคาวเลือดที่เพิ่งจางไปเหล่านางกำนัลและขันทีต่างก้มหน้าเร่งฝีเท้าทำหน้าที่กันอย่างแข็งขัน บางคนขัดลานหินอ่อน บ้างเช็ดราวระเบียงจนเงาวาว ราวกับพยายามลบเลือนภาพความโกลาหลในวันวานให้หมดไปที่หน้าท้องพระโรงใหญ่ ผืนพรมมังกรผืนใหม่จากแคว้นถังเพิ่งปูวางเรียบสนิท เหล่าขุนนางชั้นสูงเริ่มทยอยเข้าสู่ที่ประชุม พวกเขาต่างทราบดีว่าเหตุการณ์ที่ชินอ๋องถูกจับนั้นไม่เพียงเปลี่ยนดุลอำนาจ หากยังสะท้อนว่าองค์รัชทายาทยิ่งแข็งแกร่งขึ้นทุกคราบนผนังเบื้องหลังบัลลังก์ บันทึกประวั

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   หลั่งโลหิตล้างแผ่นดิน

    เสียงเกือกม้าเหล็กกระทบพื้นดินดังกึกก้อง เมื่อทหารแม่ทัพหยางเริ่มเคลื่อนพลเดินเข้าสู่เขตจวนชินอ๋อง ประตูไม้ใหญ่ของจวนยังคงปิดแน่น ราวกับเป็นการท้าทายทัพที่มีกำลังพร้อมเต็มที่หวังจิ้งเสวียนไม่รีบร้อน เขายังคงยืนนิ่งพิจารณาผลของการตัดสินใจที่กำลังจะเกิดขึ้นหลี่หลิ่งฟางกระชับมือบนดาบที่อยู่ข้างเอว หันไปมององค์รัชทายาท สายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นคง“พระองค์มั่นใจหรือไม่ว่าเขาจะเปิดประตู?”หวังจิ้งเสวียนหันไปสบตาหลี่หลิ่งฟาง ดวงตาของเขาแฝงแววเด็ดเดี่ยว “หากเขายังมีความภักดีต่อราชสำนัก แม้เพียงเสี้ยวก็ต้องยอมเปิด แต่หากเขาทรยศ เราก็มิสามารถห้ามทัพได้อีกต่อไป”เสียงคำประกาศจากแม่ทัพหยางดังขึ้นอีกครั้ง“ชินอ๋อง! เปิดประตูเสีย! หากท่านยังยืนกรานกบฏคิดต่อสู้ เราจะมิออมมือ!”ทหารที่อยู่ด้านหลังเริ่มดึงดาบตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการบุกหลี่หลิ่งฟางยกมือขึ้นชี้ไปที่ประตูจวนที่ยังปิดสนิท “เราคงต้องเข้าไปเอง”หวังจิ้งเสวียนหันไปมองหญิงสาว ก่อนจะผงกศีรษะ “ให้ทหารเตรียมพร้อม หากเข

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   เพลิงกบฏชิงอำนาจ

    แสงตะวันยามเช้าถูกกลบด้วยกลุ่มควันจากธูปศึก แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงสวมชุดเกราะสีเหล็กดำ นำทัพทะลวงเข้าประตูวังด้านทิศใต้โดยอ้างคำสั่งจากชินอ๋อง เสียงม้าศึกและธนูโห่ร้องดังก้องทั่วลานพระราชฐานแม่ทัพจ้าวจิ้งหรงนำทัพฝ่าเข้ามาเบื้องหน้าบัลลังก์ทอง โดยคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน สมดั่งที่ทหารลับนามเซียวหนิงเจ๋อแจ้งข่าวลับว่าชินอ๋องพร้อมหนุนหลังเขาโค่นราชสำนักทว่าสิ่งที่รออยู่กลับไม่ใช่ชัยชนะ...หากแต่เป็นกับดักเงาร่างผู้หนึ่งก้าวออกมาจากด้านหลังม่านทองของท้องพระโรง ชุดเกราะทองแดงสะท้อนแสงเป็นประกาย ‘แม่ทัพใหญ่’ ปรากฏตัวพร้อมเสียงประกาศอย่างเยือกเย็น“จ้าวจิ้งหรงเจ้าลืมไปหรือ ว่าในหมากกระดานนี้ ไม่มีที่ยืนสำหรับหมากที่คิดว่าตนเป็นมือเดินหมาก”ข้างกายของแม่ทัพใหญ่ปรากฏร่างของเซียวหนิงเจ๋อ ผู้ปลดหมวกศึกออกเผยโฉมหน้าที่แท้จริง ‘อันเฉิง’ ศิษย์น้องผู้หายตัวไปนานนับสิบปี ดวงตาคู่นั้นยังเป็นประกายเดิม แต่เปี่ยมด้วยความแน่วแน่ที่ไม่เคยมีในอดีต และตอนนี้เขาคือ ห

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   แฝงตัวซ่อนเร้น

    ยามบ่ายท้องฟ้าเหนือค่ายทหารใหญ่คลุมด้วยม่านเมฆสีเทาเรื่อ เสียงธงผืนใหญ่โบกสะบัดบนยอดเสาทำจากไม้ท่อนโตดังไม่ขาดสาย ค่ายกองเงาริมผาทิศใต้มีเพียงกลิ่นดินเปียกและกลิ่นเหล็กกล้าคละคลุ้งภายในกระโจมบัญชาการกลาง แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงยืนพิงโต๊ะแผนที่ แผ่นหลังเหยียดตรงเหมือนหอก ทว่าดวงตากลับทอดมองไปยังหมากล้อมบนกระดานข้างตัวอย่างครุ่นคิด“เขาเดินหมากตัวแรกแล้ว” เสียงแหบพร่าของแม่ทัพเอ่ยเบา ๆ กับตัวเอง นิ้วมือหยาบกร้านจับหมากดำขึ้นหมุนช้า ๆ ระหว่างปลายนิ้ว“ใต้เท้า มีรายงานจากจุดตรวจฝั่งหลินเหอขอรับ” นายกองหนุ่มผลักม่านเข้ามาค้อมตัวต่ำ “มีนายทหารใหม่ผ่านเข้ามาตามคำสั่งของท่าน เห็นชื่อว่าเซียวหนิงเจ๋อ”จ้าวจิ้งหรงเลิกคิ้ว ดวงตานิ่งราวพยัคฆ์เฝ้าปากถ้ำ “ข้าจำมิได้ว่าเคยสั่งรับใครเข้ามาใหม่ในสัปดาห์นี้”นายกองเงียบไปวูบหนึ่งก่อนกล่าวอย่างลังเล “เขามีป้ายผ่านของกองส่งกำลังเมืองซูอัน ท่าทีสงบ ไม่หวาดกลัว ข้าให้คนเฝ้าตามประกบแล้วขอรับ”“ดี” แม่ทัพกล่าวเรียบ ๆ พลางวางหมากดำลงตำแหน่งกลางกระดาน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ถวายสมุดรายชื่อแด่ฮ่องเต้

    รุ่งเช้าแสงแดดยามอรุณแทรกผ่านบานหน้าต่างทาบทอลงบนพื้นไม้ที่เย็นเยียบ แต่ภายในห้องกลับอบอวลด้วยไออุ่นจากสองร่างที่ยังแนบชิดใต้ผ้าห่มผืนหนาหญิงสาวพลิกกายช้า ๆ ดวงหน้างามซบแนบอยู่กับแผงอกของชายหนุ่ม เสียงหัวใจของเขายังคงเต้นเป็นจังหวะมั่นคง ราวกับกำลังบอกให้นางได้รู้ว่า...‘เจ้ายังอยู่ตรงนี้ ข้าก็อยู่ตรงนี้’หวังจิ้งเสวียนลืมตาขึ้นยามสัมผัสถึงการเคลื่อนไหว แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ริมฝีปากประทับลงบนหน้าผากของนางเบา ๆ“เมื่อคืนเจ้าหนาวหรือไม่?” เขาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ขณะปลายนิ้วไล้แนบผิวแก้มของนาง“หม่อมฉันมีพระองค์อยู่เคียงข้างจะหนาวได้อย่างไรเพคะ” หลี่หลิ่งฟางยิ้มบาง ดวงหน้านั้นมีรอยแดงระเรื่อยิ่งกว่าดอกท้อแรกแย้มหวังจิ้งเสวียนคลี่ยิ้มบางมือของเขากระชับร่างบางไว้แนบอก “เจ้ารู้หรือไม่ เรารอวันเช่นนี้มานานเกินไป แม้จะต้องแลกด้วยสิ่งใด เราก็จะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากเจ้าอีก”หลี่หลิ่งฟางหลุบตาลงต่ำดวงตาสั่นไหวราวสายน้ำกระเพื่อม แต่สุดท้ายก็ค่อย ๆ ผงกศีรษะ “เพคะ ตั้งแต่ว

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   คืนเทศกาลหอมรัญจวน (nc)

    บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าอบอวลไปด้วยเพลิงราคะ บทเพลงรักบรรเลงไปตามจังหวะที่ร่างสูงเป็นคนกำหนด เสียงเนื้อกระทบเนื้อปลุกเร้าให้อารมณ์ของทั้งคู่เดือดพล่านหวังจิ้งเสวียนกระแทกกระทั้นหนักหน่วงจนเตียงสั่นคลอน ดวงตาหงส์จ้องมองดวงหน้าหวานเชิดขึ้นเผยอริมฝีปากอวบอิ่มหอบหายใจถี่ ร่างอรชรดิ้นพล่

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   คำสัญญาในคืนหยวนเซียว (nc)

    พวกเขาทั้งสองต่างยืนทอดมองไปที่จุดเดียวกัน ภายใต้แสงโคมไฟที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า แสงสว่างนวลลอยคว้างไปอย่างเงียบงัน ความเงียบสงบงดงามในค่ำคืนนี้คล้ายถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกหลากหลายที่แนบแน่นในใจทั้งสอง“ปีหน้าพวกเรามาเที่ยวเล่นเทศกาลนี้ด้วยกันอีกครั้งเถิด” หวังจิ้งเสวียนตรัสขึ้น

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   เทศกาลหยวนเซียว

    หลี่หลิ่งฟางจูงมือหวังจิ้งเสวียนเดินทอดน่องไปตามย่านงานเทศกาลที่คึกคักในเมืองหลวง ตลอดสองฟากฝั่งประดับประดาไปด้วยโคมแดงระย้าห้อยละลานตา เสียงจ้อกแจ้กจอแจดังคลอเคล้า กลิ่นอาหารหอมฉุยจากแผงลอยเรียงรายพัดมาตามสายลม เรียกน้ำลายจนท้องไส้ของนางส่งเสียงประท้วงเบา ๆหลี่หลิ่งฟางชะโงกหน้าไปดูร้านหน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   พ่อตาพูดคุยกับลูกเขย

    บรรยากาศเงียบสงบ กลิ่นชาสาลี่ที่เพิ่งรินใส่ถ้วยยังคงอบอวลในอากาศ หลี่หลิ่งฟางได้ขอตัวไปพักที่เรือนของตน โดยปล่อยให้บุรุษทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกันอัครมหาเสนาบดีหลี่ซีเฉิงวางสายตาแน่วนิ่งที่องค์รัชทายาท ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความเคร่งขรึมในฐานะบิดาผู้เป็นห่วงบุตรี และขุนนางผู้มากประสบการณ์ใน

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status