โลกแฟนตาซีของฝรั่งกับอนิเมะให้ประสบการณ์คนละแบบ 'Lord of the Rings' สร้างความยิ่งใหญ่ด้วยประวัติศาสตร์ยาวนาน แต่ 'Made in Abyss' สร้างความลึกลับด้วยการสำรวจโลกใหม่
ตัวละครในอนิเมะมักพัฒนาชัดเจนผ่านตอนต่างๆ เช่น การเติบโตของ Gon ใน 'Hunter x Hunter' ขณะที่ซีรีส์ฝรั่งอย่าง 'Shadow and Bone' เน้นพล็อตเรื่องเป็นหลัก การออกแบบสิ่งมีชีวิตในอนิเมะก็แปลกตากว่า ดูพวกดันเจี้ยนกับมอนสเตอร์ใน 'danmachi' สิ คิดนอกกรอบสุดๆ
แฟนตาซีตะวันตกหลายเรื่องจบแบบสะใจแต่ก็มีบางเรื่องที่จบไม่สมบูรณ์แบบ 'Game of Thrones' จบไป 8 ซีซั่นเต็มๆ แต่หลายคนยังเถียงกันไม่จบว่าจบดีไหม ส่วน 'The Lord of the Rings' แม้จะจบแบบสมบูรณ์ในหนังไตรภาคแต่ก็มีภาคต่ออย่าง 'The Hobbit' ออกมาอีก 3 ภาค
เรื่องแบบ 'The Witcher' ตอนนี้ยังไม่จบ แต่คาดว่าจะมีประมาณ 7 ซีซั่นถ้าเดินตามหนังสือเป๊ะๆ แล้วแต่สตูดิโอจะตัดสินใจ บางทีการจบไม่ใช่จุดสิ้นสุดจริงๆ เพราะแฟนตาซีมักมีโลกที่กว้างใหญ่ให้สำรวจต่อได้อีกเยอะ
ปีนี้ซีรี่ย์จีนย้อนยุคมีการพัฒนาในด้านเทคนิคการผลิตอย่างเห็นได้ชัด เมื่อย้อนดูผลงานปีก่อนๆ อย่าง 'The Longest Day in Chang'an' ที่เคยสร้างความตื่นตะลึงด้วยฉากแอ็กชั่นสมจริง ตอนนี้ซีรีส์ปี 2024 อย่าง 'The Tale of Rose' ยกระดับไปอีกขั้นด้วย CGI ที่ลื่นไหลและไม่รู้สึกแข็งทื่อ
อีกจุดเปลี่ยนสำคัญคือการเลือกนักแสดง นิยมใช้หนุ่มสาวดาวรุ่งมากกว่าตัวเก๋าอย่างปีก่อน ทำให้ได้อารมณ์สดใหม่ แต่บางเรื่องก็ยังขาดประสบการณ์การแสดงเมื่อเทียบกับซีรีส์คลาสสิกอย่าง 'Nirvana in Fire' ที่ยังคงเป็นตำนานยากจะมีใครเทียบได้