แปลความหมายของ 'เสียงหัวใจ' ในภาษาอังกฤษแล้ว มันไม่ใช่แค่การได้ยินเสียงทางกายภาพ แต่คือการรับรู้ถึงอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ อย่างประโยค 'Even if I don’t say a word' บอกเลยว่าคนเขียนเนื้อคงอยากสื่อว่า บางครั้งความเงียบก็พูดมากกว่าคำพูดเสียอีก เหมือนในหนังรักหลายเรื่องที่ตัวละครเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูด
คำว่า 'กลางหัวใจ' ในมุมมองของฉันเป็นภาพคำที่อ่อนโยนแต่หนักแน่นพร้อมกัน — แปลตรงตัวได้ว่า 'in the middle of (the) heart' หรือ 'at the center of (my) heart' แต่พอเอาไปใช้ในเนื้อเพลง ภาษาอังกฤษมีหลายทางเลือกที่ให้โทนต่างกันเล็กน้อย ฉันชอบมองมันทั้งในเชิงพจนานุกรมและเชิงบทกวี: แบบแรกคือจะแปลตามตัวอักษร เช่น 'in the center of my heart' ซึ่งชัดเจนและตรงไปตรงมา ส่วนแบบที่ให้ความหมายเชิงอารมณ์มากขึ้นจะเป็น 'deep within my heart' หรือ 'inside the deepest part of my heart' ซึ่งให้ความรู้สึกลึกซึ้งและอบอุ่นกว่า
เมื่อแปลเนื้อเพลง สิ่งที่ฉันคำนึงถึงนอกจากความหมายคือจังหวะเสียง ประโยคเชื่อม และภาพพจน์ ตัวอย่างเช่น ถ้าประโยคภาษาไทยคือ "เธออยู่ตรงกลางหัวใจ" ทางเลือกในการแปลที่ต่างสไตล์ได้แก่: 'You sit in the center of my heart' (เรียบง่ายและตรงตัว), 'You're at the core of my heart' (ฟังมีน้ำหนัก และใช้คำว่า 'core' ให้ความรู้สึกเป็นแก่นกลาง), หรือ 'You reside deep within my heart' (เป็นบทกวีมากขึ้นและเหมาะกับบรรยากาศเพลงช้าหรือบรรยายความรักอย่างละเอียด) ฉันมักเลือกคำที่สอดคล้องกับทำนอง ถ้าท่อนฮุกต้องกระชับ ก็อาจใช้ 'You are my heart's center' หรือแม้แต่ย่อเป็น 'My heart's center is you' เพื่อรักษาจังหวะและสัมผัสคำ
อีกมุมที่ฉันชอบลองคือการปรับให้เข้ากับอิมเมจที่ต้องการสื่อ: ถาต้องการเน้นความเจ็บปวดหรือการสูญเสีย อาจแปลเป็น 'in the middle of my aching heart' หรือ 'at the hollow in my heart' เพื่อเพิ่มมิติ ส่วนถ้าอยากได้ความหวานอบอุ่น อาจใช้ 'safe inside my heart' หรือ 'held within my heart' ผมมักทดลองสลับคำพวกนี้จนได้สมดุลระหว่างความหมายกับเสียง เมื่อจบบทเพลงแล้ว ประโยคที่เลือกควรจะยังคงภาพเดิมของเวอร์ชั่นภาษาไทยไว้ แต่ก็ต้องเป็นสำนวนที่ฟังเป็นธรรมชาติสำหรับคนฟังภาษาอังกฤษ สุดท้ายแล้วการแปลเนื้อเพลงเหมือนการแต่งบทกวีอีกรูปแบบหนึ่ง — ต้องการทั้งความจริงใจและความไหลลื่นของภาษา