2 Jawaban2025-11-24 05:03:55
ภาพแรกที่ผุดขึ้นมาคือท่อนเบส-กลองที่ฉุดให้ทั้งเพลงไหลไปด้วยแรงดึง — นี่แหละสิ่งที่ทำให้สไตล์ของโรเจอร์ เทย์เลอร์โดดเด่นสำหรับฉัน
ในฐานะแฟนเพลงรุ่นเก่า ผมชอบดูว่าเขาไม่ได้เล่นแบบแข็งทื่อเป็นแค่เครื่องจักรรักษาจังหวะ แต่เลือกใช้กลองเป็นเครื่องมือเล่าเรื่อง ตัวอย่างชัดเจนอยู่ในช่วงต่างๆ ของ 'Bohemian Rhapsody' ที่เขาคุมไดนามิกสุดคม: บางพาร์ทเขาเล่นเบาเป็นเงาให้เสียงประสาน ส่วนพาร์ทระเบิดอารมณ์ก็ทุบหนักด้วยทอมและค้างค้างเสียงฉาบเพื่อส่งอิมแพค เพลงเร็วๆ อย่าง 'Stone Cold Crazy' แสดงให้เห็นความเร็วและความแม่นยำของเขา ขณะที่เพลงเรียบง่ายแต่ทรงพลังอย่าง 'We Will Rock You' เวอร์ชันสดมักแปลงร่างเป็นการโชว์จังหวะที่ยืดหยุ่นและมีพรสวรรค์ในการเติมฟิลเล็กๆ ที่ไม่ทำลายหลักจังหวะ
เทคนิคที่ผมชอบคือวิธีที่เขาใช้ทอมเป็นตัวบอกทางอารมณ์ ไม่ได้แค่เล่นเติมช่องว่าง แต่เป็นการกระตุ้นความรู้สึก เช่น ฟิลล์ทอมที่กระชับและสั้นในจังหวะเปลี่ยนท่อน ทำให้เพลงเปลี่ยนอารมณ์ได้โดยไม่ต้องพึ่งกีตาร์เยอะ นอกจากนี้เขายังใส่ซาวด์ฉาบและครัชเพื่อเน้นจุดสำคัญของบาร์ ใช้การเว้นจังหวะเป็นอาวุธ ทำให้ท่อนโซโลหรือคอรัสเด่นขึ้น ฉันยังชอบความสามารถในการปรับตัวของเขา — จะเล่นเป็นจังหวะหนักหรือกลองที่ซัพพอร์ตแบบบิสซิกซ์ก็ได้โดยไม่ทำให้เพลงเสียสมดุล
สรุปได้ว่าเสน่ห์ของโรเจอร์อยู่ที่ความเป็นนักดนตรีที่คิดถึงเพลงก่อนเสมอ การเล่นของเขาผสมระหว่างพลังและความละเอียดอ่อน เขาไม่จำเป็นต้องโชว์ลวดลายยาวๆ เสมอไป แต่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรทุบ เมื่อไหร่ควรเว้น ให้เพลงหายใจ — นั่นแหละที่ยังทำให้ผมฟังซ้ำไม่เบื่อ
2 Jawaban2025-11-24 06:22:18
บ่อยครั้งที่เพลงจากมือกลองคนนี้กลับกลายเป็นเพลงที่คนไทยร้องตามได้แบบไม่ต้องคิด—และเพลงนั้นก็มักจะเป็น 'Radio Ga Ga' เสมอ
เสียงตบมือที่เข้าจังหวะในคอรัสกับเมโลดี้แบบเข้าใจง่ายทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงรวมพลัง เวลาที่ได้ยินในวิทยุ ผมจะนึกออกทันทีว่าคนรอบตัวจะร้องตามหรือปรบมือไปด้วย แม้อารมณ์ของเพลงจะมาจากการมองโลกของผู้แต่ง แต่จังหวะซินธิไซเซอร์กับบรรยากาศแบบอารีน่าทำให้มันเหมาะกับการเป็นเพลงที่แฟนไทยชอบนำไปร้องในงานรวมคนรักเพลงหรือคัฟเวอร์ออนไลน์ เห็นหลายคลิปในโซเชียลที่แฟน ๆ ทำคัฟเวอร์แล้วคนดูแห่คอมเมนต์ว่า "เพลงนี้ต้องปรบมือ" ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ชื่อเพลงติดหู
อีกมุมหนึ่งที่คนไทยปลื้มคือเพลงที่มีความเท่และแอบขบถอย่าง 'I'm in Love With My Car' ผลงานที่แสดงด้านดิบของแนวร็อกเสียงต่ำและกลองเด่น ๆ ทำให้กลุ่มคนขับรถหรือสายมอเตอร์ไบค์มักยกเพลงนี้เป็นเพลงประกอบการรวมกลุ่ม บทเพลงแบบนี้ไม่ได้ดังจากคอรัสเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความเท่ของเนื้อหาและเสียงร้องที่ให้ความรู้สึกมั่นใจในสไตล์ผู้ชาย ทำให้ได้ฐานแฟนกลุ่มหนึ่งที่วันไหนมีมิตติ้งรถก็ต้องเปิดเพลงนี้
มีเพลงอีกประเภทที่แตะหัวใจคนไทยได้ดี เช่น 'These Are the Days of Our Lives' ซึ่งมีกลิ่นอายของความโหยหาและความคิดถึง เสียงร้องที่อ่อนโยนและเนื้อหาที่ย้อนมองเวลาทำให้เพลงนี้ถูกหยิบมาใช้ในงานไว้อาลัยหรือช่วงที่ผู้คนต้องการบทเพลงปลอบใจ ผมมองว่าแฟนเพลงไทยชอบความหลากหลายของงานจากคนนี้—บางเพลงเอาไว้ขยับตาม บางเพลงเอาไว้เงียบคิด และทั้งหมดนี้รวมกันกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เขามีเพลงฮิตหลายแนวในกลุ่มแฟนไทย เหมือนกับว่าพอได้ยินชื่อ ก็มีเพลงหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวทันที ซึ่งนั่นเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ยังคงถูกหยิบฟังไม่เลิก
2 Jawaban2025-11-24 18:50:49
เมื่อนึกถึงเพลงที่โรเจอร์ เทย์เลอร์แต่งให้ 'Queen' เพลงหนึ่งที่โดดเด่นและคนจดจำได้ทันทีคือ 'Radio Ga Ga' เพลงนี้มีทั้งเครื่องหมายการแสดงออกอย่างการปรบมือที่ติดหูและความเป็นป็อป-อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่เหมือนใครจนกลายเป็นบทเพลงคลาสสิกของยุค 80 เสียงซินธ์และจังหวะกลองถูกจัดวางให้เว้นจังหวะเพื่อเปิดทางให้คอรัสที่ส่งพลังได้มหาศาล ซึ่งทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงที่แฟนเพลงร้องตามได้ทั้งสนามคอนเสิร์ต
การฟังครั้งแรกของผมกับเพลงนี้ไม่ได้อยู่ในบรรยากาศทางการ แต่มันติดอยู่ในความทรงจำจากคลิปการแสดงสด — การที่ผู้คนทั้งหมดยกมือปรบมือเป็นหนึ่งเดียวกันทำให้ฉันรู้สึกว่าบทเพลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เพลงป็อป แต่เป็นบทเพลงที่พูดถึงการเปลี่ยนผ่านของสื่อและความทรงจำทางดนตรี โรเจอร์เขียนเนื้อหาไว้แบบมีมุมมองวิพากษ์ ไม่ได้หวือหวาด้วยคำร้องรักโรแมนติก แต่ใช้ภาพของวิทยุและการสื่อสารเป็นสัญลักษณ์ ทำให้มันโดดเด่นทั้งเชิงบันทึกยุคสมัยและเชิงดนตรี
นอกจาก 'Radio Ga Ga' แล้ว ยังมีเพลงช้าทรงอารมณ์อย่าง 'These Are the Days of Our Lives' ที่มอบมิติอ่อนโยนจากฝีมือของเขา เพลงนี้ทำให้เห็นอีกด้านของคนเขียนที่สามารถจับความคิดถึง ความเปราะบาง และการยอมรับช่วงเวลาผ่านเมโลดี้เรียบง่าย คำร้องเรียกความรู้สึกระลึกถึงและสร้างภาพอดีตอย่างนุ่มนวล การได้ฟังมันในช่วงปลายยุคของวง มักจะทำให้ฉันเงยหน้ามองภาพรวมของวงและคิดถึงว่าทุกคนมีบทบาทที่แตกต่างกันอย่างไร โรเจอร์ไม่ได้เป็นเพียงมือกลองหรือคนคอยเติมจังหวะให้กับวง แต่เป็นผู้แต่งที่มีความหลากหลายทั้งในเชิงพลังและความอ่อนไหว ซึ่งสิ่งนั้นสะท้อนอยู่ชัดในสองเพลงนี้จนทำให้ชื่อของเขาเป็นที่จดจำในฐานะผู้แต่งที่สร้างทั้งความยิ่งใหญ่และความอบอุ่นให้กับเสียงของ 'Queen'
3 Jawaban2026-04-04 12:23:56
เสียงกลองที่ชัดเจนเริ่มจากไม้ที่เลือกได้ดี
ฉันเป็นคนที่ชอบตีหนักในวงร็อกกลางคัน ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ไม้หนักที่สุดเสมอไป แต่เลือกไม้ที่ให้พลังและรีบาวด์พอเหมาะต่างหากที่สำคัญมากสำหรับสไตล์นี้ โดยทั่วไปฉันชอบไม้ชนิด 'ฮิคกอรี่' เพราะมันให้ความยืดหยุ่นและรีบาวด์ดี ทำให้ตีต่อเนื่องได้ไม่เหนื่อยง่าย ๆ เสียงออกมาอิ่มและมีพลัง ไม้ขนาด 5A จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่ต้องการบาลานซ์ระหว่างความคล่องและพลัง ส่วนถ้าต้องการพลังล้น ๆ เพื่อชนะแอมป์หนา ๆ ก็จะขยับมาใช้ขนาด 5B หรือแม้กระทั่ง 2B
รูปทรงปลายไม้และการเทเปอร์ก็เปลี่ยนแปลงเสียงได้ชัดเจน ปลายทรง 'teardrop' จะให้เสียงทอมและสแนร์อิ่มหนา ส่วนปลายแบบ 'acorn' หรือทรงกลมจะช่วยให้ซับเสียงไซเลนต์กับไฮแฮทละเอียดขึ้น นอกจากนี้ความยาวไม้ก็มีผล: ไม้ยาวให้แรงตีจากแขนมากขึ้น แต่ควบคุมยากกว่า ส่วนไม้สั้นจะเน้นข้อมือและทำให้เก็บไดนามิกได้ดีกว่า
สุดท้ายฉันแนะนำให้เลือกไม้ที่เข้ากับเทคนิคของตัวเองมากกว่ากลุ่มคำแนะนำทั่วไป บางคนชอบความทนทานของไม้แข็ง บางคนต้องการรีบาวด์นุ่ม ๆ เพื่อเล่นฟิลที่ซับซ้อน หากมีโอกาสให้ลองเล่นหลายขนาด หลายรูปทรงปลาย และสังเกตความรู้สึกตอนตี จะช่วยให้เลือกไม้ที่ทำให้เสียงกลองออกมาตรงตามที่ต้องการได้ดีที่สุด
2 Jawaban2025-11-24 05:23:31
มาลงรายละเอียดกันหน่อย — งานเดี่ยวของโรเจอร์ เทย์เลอร์ไม่ได้มีแค่เพลงข้างถนนของวงหลัก แต่มันเป็นพื้นที่ที่เขาได้ทดลองเสียงและมุมมองที่ต่างออกไปจากเสียงอันยิ่งใหญ่ของวง
ผมชอบเริ่มจากอัลบั้มสตูดิโอหลักของเขา เพราะมันแสดงพัฒนาการชัดเจน ตั้งแต่ 'Fun in Space' ที่ปล่อยออกมาในยุคต้น 80s ซึ่งผสมกลิ่นอิเล็กทรอนิกส์และป็อปแบบทดลอง ทำให้เราเห็นอีกด้านหนึ่งของเขาในฐานะนักร้องนำและนักแต่งเพลง นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนของการทำงานเดี่ยว ซึ่งมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าผลงานของวง
ต่อมาเป็นขั้นก้าวหน้าทางซาวด์และทิศทางอย่างที่เห็นใน 'Strange Frontier' ที่มาพร้อมกับเมโลดี้แนวป็อป-ร็อกและการเรียบเรียงที่เฉียบคม จากนั้นเขามีผลงานอีกสองชิ้นที่น่าสนใจในทศวรรษถัดมา คือ 'Happiness?' ซึ่งสะท้อนมุมคิดและเสียงที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ขึ้น กับ 'Electric Fire' ที่พาเขากลับมาค้นเสียงร็อกสมัยใหม่ ความต่อเนื่องของงานเหล่านี้ทำให้เห็นว่าเขาไม่ได้หยุดนิ่ง แต่เลือกใช้เวทีเดี่ยวเป็นห้องทดลองส่วนตัวสำหรับไอเดียใหม่ๆ
อีกมุมหนึ่งที่สำคัญแต่ไม่ใช่ผลงานเดี่ยวล้วนๆ คือโปรเจกต์วง 'The Cross' ซึ่งเขารับบทนำในการตั้งวงและผลักดันทิศทางดนตรีแบบร่วมทีม อัลบั้มอย่าง 'Shove It' หรือ 'Mad, Bad and Dangerous to Know' แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถสลับบทบาทจากนักตีกลองมาเป็นผู้นำวงได้อย่างมั่นใจ งานในโปรเจกต์นี้มีโทนแดนซ์-ร็อกและความสนุกที่ต่างจากงานเดี่ยวอย่างเป็นเอกเทศ
โดยรวมแล้ว งานเดี่ยวของโรเจอร์เป็นเสมือนการยืดเส้นยืดสายของคนที่ไม่ยอมถูกจำกัดอยู่กับภาพลักษณ์เดิมๆ — มีทั้งช่วงทดลอง กลิ่นอิเล็กโทรนิค ป็อป และร็อกแบบตรงไปตรงมา ซึ่งถ้าคุณอยากรู้จักคนที่อยู่อีกฝั่งของเครื่องกลองของวงยักษ์ นี่คือจุดเริ่มที่ดี และผมมักจะกลับไปฟังงานเหล่านี้เมื่ออยากเห็นความกล้าลองของศิลปินคนหนึ่ง
3 Jawaban2026-04-08 07:22:07
ครั้งแรกที่ได้ดูคลิปคอนเสิร์ตของ 'เต้ย อภิวัฒน์' กีตาร์ที่เขาจับถือสะดุดตามาก และผมก็เริ่มสังเกตจนกลายเป็นความชอบส่วนตัว
จากที่ติดตามมาสักพัก จะเห็นว่าในโชว์แบบพาเวอร์ซาวด์หรือเพลงที่ต้องการไดนามิกชัดเจน เขามักเลือกกีตาร์ทรงสตราทไลน์ที่ให้โทนใสและคม เสียงลีดที่ฉีกออกมาแบบมีประกายมักเป็นงานของปิ๊กอัพซิงเกิลคอยล์ซึ่งทำให้เมโลดี้ดูมีพื้นที่และไม่ทับกับเสียงร้อง นอกจากนี้ยังเห็นว่าในการแสดงบางช่วงเขาใช้กีตาร์โปร่งร่วมกับแอมป์แบบแอคูสติก เพื่อให้ได้ความอบอุ่นและสัมผัสที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น
ในฐานะแฟนเพลงที่ฟังหลายมุม ผมชอบตรงที่การเลือกกีตาร์ของ 'เต้ย อภิวัฒน์' ไม่ได้ยึดติดกับยี่ห้อเดียวตลอด แต่เลือกตามความต้องการของเพลงและบรรยากาศการแสดง บางครั้งพอเป็นเพลงช้า ๆ แบบอะคูสติก ความเรียบง่ายของกีตาร์โปร่งก็ยิ่งทำให้ฟีลเพลงมีเสน่ห์ ส่วนเพลงร็อกป็อปก็ใช้กีตาร์ไฟฟ้าที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน สรุปแล้วสิ่งที่ประทับใจไม่ใช่แค่ว่าชื่อยี่ห้ออะไร แต่อยู่ที่การจับคู่เครื่องดนตรีให้เข้ากับอารมณ์ของเพลงได้อย่างลงตัว ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ผมชอบดูเขาเล่นสดเสมอ
3 Jawaban2026-07-17 08:21:42
แฟนเพลงอย่างผมสังเกตว่าเธอมักเลือกอุปกรณ์ที่ทำให้เสียงกีต้าร์ออกมาใสและเป็นธรรมชาติเสมอ
สาเหตุที่ผมคิดเช่นนั้นมาจากการดูการแสดงสดหลายครั้งและคลิปบันทึกเสียงที่เธอปล่อยออกมา: กีต้าร์โปร่งที่เห็นบ่อยสุดคือยี่ห้อ Takamine ซึ่งให้โทนกลางชัด เหมาะกับการร้องเพลงแนวป็อปร้องช้า ส่วนตัวติดใจที่เธอมักติดตั้งระบบรับเสียงจาก Fishman เป็นพรีแอมป์/พิคอัพในตัว ทำให้เสียงจากเวทียังคงรายละเอียดของนิ้วและคอร์ดได้ดี ผมยังสังเกตว่าเธอใช้สายกีต้าร์แบรนด์ D'Addario ซึ่งให้ทั้งความทนและบาลานซ์ของโทน อีกอย่างคือเครื่องแต่งเสียงบนเวทีมักจะเป็นเครื่องจูนแบบกะทัดรัดของ Korg และคาโปของ Kyser ที่เห็นบ่อยในการเปลี่ยนคีย์ระหว่างเพลง
นอกจากนั้น อุปกรณ์ที่เสริมความสะดวกในการเล่นสดคือไมโครโฟนสำหรับร้องอย่าง Shure SM58 ซึ่งจับเสียงร้องบนเวทีได้ชัดเจน และเคยเห็นเคสแข็งยี่ห้อ Gator สำหรับปกป้องกีต้าร์ระหว่างเดินทางทั้งหมดนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าเธอให้ความสำคัญกับความคงที่ของเสียงและความสะดวกเวลาแสดงมากกว่าเครื่องมือที่เน้นลูกเล่นเอฟเฟกต์เยอะ ๆ — ผลลัพธ์คือเสียงกีต้าร์ที่ฟังแล้วรู้สึกเป็นธรรมชาติและเข้ากับน้ำเสียงของเธอได้ดี
1 Jawaban2026-05-20 14:14:25
ต้องยอมรับว่าการจัดวางกล้องของ 'แคชจอย' ดูเป็นมืออาชีพและเน้นคุณภาพภาพเยอะกว่าคนทำคอนเทนต์ทั่วไป
ผมมักสังเกตเห็นว่าโมเมนต์หน้ากล้องจะให้โทนสีที่นุ่มและคอนทราสต์ดี ซึ่งมักได้จากกล้องมิเรอร์เลสเซนเซอร์ฟูลเฟรมยี่ห้อ Sony ร่วมกับเลนส์ไวแสงระยะกลาง-กว้าง การใช้ระบบกันสั่นแบบกิมบอลก็ช่วยให้ช็อตเคลื่อนไหวลื่นไหล เสียงพูดชัดเจนจากไมโครโฟนติดกล้องถูกเสริมด้วยไมค์คอนเดนเซอร์คุณภาพสูงที่เชื่อมต่อกับมิกเซอร์สำหรับสตรีมสด
ผมยังสังเกตว่ามีการใส่ฮาร์ดแวร์สำหรับงานไลฟ์ เช่นการ์ดแคปเจอร์และสวิตช์เกอร์ขนาดเล็ก ทำให้เปลี่ยนมุมกล้องระหว่างถ่ายสดได้ง่าย แสงถูกปรับด้วยไฟ LED ที่ให้แสงนุ่มและอุณหภูมิสีคงที่ ทั้งหมดนี้ทำให้ภาพรวมของวิดีโอมีความเป็นมืออาชีพโดยไม่รู้สึกเยอะเกินไป ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผมติดตามงานเขาอยู่บ่อย ๆ
2 Jawaban2025-11-24 01:16:32
อยากเริ่มจากทางที่ง่ายและสนุกก่อน: สำหรับคนที่อยากรู้จักโรเจอร์ เทย์เลอร์ในมุมที่เป็นเขาจริงๆ ผมมักแนะนำให้เริ่มจากสารคดีสั้น ๆ และบทสัมภาษณ์วิดีโอ เพราะน้ำเสียงและท่าทีของเขาจะชัดเจนที่สุดเมื่อเห็นหน้าฟังเสียงพร้อม ๆ กัน
ผมมักจะกลับไปดูคลิปสัมภาษณ์บนช่องของวงหรือรายการวิทยุ-โทรทัศน์เก่า ๆ และอ่านบทความยาวในนิตยสารดนตรีที่เชื่อถือได้ อย่างนิตยสารสากลหรือฉบับพิเศษที่ทำกับการรีมาสเตอร์อัลบั้มต่าง ๆ นอกจากนี้หนังสืออย่าง 'Queen: As It Began' ให้องค์ประกอบบริบทของยุคและมุมมองของสมาชิกวง ซึ่งช่วยให้บทสัมภาษณ์ของโรเจอร์อ่านได้ลึกขึ้นเพราะเรารู้จักเหตุการณ์รอบตัวเขามากขึ้น
อีกวิธีที่ผมชอบคือฟังอัลบั้มเดี่ยวของเขาพร้อมอ่านบุ๊กเล็ตที่มากับแผ่นรีอิชชู เช่นงานจากยุคที่เขาออกซิงเกิลหรืออัลบั้มเดี่ยว จะเห็นมุมคิดและอารมณ์ที่เขาใส่ไว้ในเพลง ส่วนบทสัมภาษณ์ยาว ๆ ในรายการโทรทัศน์หรือคลิปโปรโมตช่วงรอบการรีลิสต์อัลบั้มของวงมักมีคำตอบตรงและตรงไปตรงมาที่ชวนยิ้ม อรรถรสของการติดตามผลงานแบบผสมผสาน—ดู ดูคลิป อ่านบทความ ฟังเพลง—ทำให้ผมรู้สึกว่าเข้าใกล้คนที่อยู่หลังกลองมากขึ้น และมันก็เป็นความสนุกแบบแฟนที่ได้ค้นหาเองในรายละเอียดเล็ก ๆ ของงานของเขา
3 Jawaban2026-07-18 14:49:46
ภาพของแพทยืนถือกีตาร์บนเวทียังจำได้ชัดเจนว่ามีสไตล์ไม่เหมือนใครเลย
เราเป็นคนที่สังเกตเรื่องเสียงกับรูปลักษณ์กีตาร์อยู่บ่อย ๆ และจากการดูคลิปแสดงสดหลายครั้ง พบว่าแพทมักเลือกกีตาร์แบบที่ให้โทนคม สด และตอบสนองไว เวลาที่เพลงต้องการเทกซ์เจอร์ใส ๆ หรือโซโล่ที่ลื่นไหล จะเห็นกีตาร์ทรงสตราท (Fender Stratocaster) อยู่บ่อย ๆ เสียงคลีนมีมิติและคาแรคเตอร์เด่น เหมาะกับเพลงป็อป-ร็อกที่วงเล่น
เมื่อเพลงต้องการน้ำหนักหนาและซาวด์หนาแน่นขึ้น แพทก็สลับไปใช้กีตาร์ทรงเลสพอล (Gibson Les Paul) ซึ่งให้บอดี้เต็ม เสียงกลางหนา ทำให้ริฟฟ์ดูหนักขึ้น ช่วงอคูสติกหรือมุมเงียบ ๆ ของคอนเสิร์ตมักเห็นเขาใช้กีตาร์อคูสติกแบรนด์ที่คาแรคเตอร์อบอุ่น เช่น 'Taylor' หรือกีตาร์สเปคที่ให้เสียงไพเราะในมิกซ์เวที นอกจากตัวกีตาร์แล้ว เอฟเฟกต์และแอมป์ที่แพทเลือกก็มีส่วนสำคัญในการสร้างโทน ทำให้บางเพลงฟังหวาน บางเพลงดุดัน การเห็นแพทสลับกีตาร์ตามอารมณ์เพลงกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ชอบของเรา เพราะมันทำให้ทุกโชว์มีมุมแตกต่างและสดใหม่เสมอ