LOGINOn the night of Natalie’s biggest achievement...winning the Actress Award....her world came crashing down. Just as she stood in the spotlight, soaking in the applause, Richard, the man she once loved, walked up and handed her divorce papers in front of everyone. The gasps from the audience drowned out the cheers, and her joy instantly turned to heartbreak. Determined to move on, Natalie poured herself into her acting career. During an audition, she met Liam, a talented playwright whose words reignited her belief in love. His kindness and passion helped her heal, and soon, they grew close. But just as Natalie was ready to start over, Richard came back, asking for another chance. Now, she faces an impossible choice....return to the man who once broke her heart or embrace the new love standing right in front of her. Which path will she choose?
View More– บทที่ 1 –
หงลี่ฮวาลุกขึ้นมาแต่เช้าเพื่อแต่งตัวงานชมบุปผาที่จวนสกุลจูได้จัดขึ้น วันนี้นางเลือกที่จะใส่สีน้ำเงินเข้ม สตรีในเมืองนี้มักจะแต่งตัวด้วยชุดที่มีสีอ่อน แต่สำหรับนางแล้วสีพวกนั้นดูจืดชืดยิ่งนัก
หญิงสาวนั่งมองใบหน้างดงามนั้นผ่านกระจก ใบหน้านี้เหมือนนางกับในโลกปัจจุบันไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่ร่างนี้ดูงดงามเย้ายวนมากกว่าเท่านั้น
นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะเหตุใดจึงมาอยู่ในโลกแห่งนี้ รู้เพียงว่าก่อนที่จะตื่นมาอยู่ในร่างนี้ นางพลัดตกลงไปในน้ำขณะไปท่องเที่ยว รู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ในร่างนี้แล้ว และเจ้าของร่างนี้
ก็ตกน้ำเช่นกัน แต่ต่างกันตรงที่มีคนตั้งใจทำให้ตกน้ำและยังหาตัวคนผิดไม่ได้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนั้นสตรีผู้นี้คิดอะไรอยู่ถึงออกไปเดินเล่นตอนกลางคืนจึงทำให้ถูกผลักลงน้ำเช่นนั้นจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เกือบจะสองเดือนแล้วที่นางมาอยู่ที่นี่ เดิมทีนางคิดที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข แต่มันก็ไม่เป็นดั่งที่นางหวังเลยแม้แต่น้อย ในทุก ๆ วันจะต้องมีเรื่องวิ่งเข้ามาหานางเสมอ
ลี่ฮวาเดินออกจากเรือนหมู่ตานเพื่อไปขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่หน้าประตูใหญ่ ระหว่างทางก็พบเข้ากับน้องสาวที่กำลังจะเดินไปขึ้นรถม้าเหมือนกัน แต่นางก็มิได้สนใจและเลือกที่จะเดินต่อไป
หงฝูเหยาที่เห็นพี่สาวต่างมารดาเดินมาก็ไม่ได้คิดที่จะทักทาย มิหนำซ้ำยังเร่งเดินเพื่อให้ทัน แล้วเดินชนนางอย่างแรง ใบหน้าน้อย ๆ ยกยิ้มขึ้นและเดินต่อไปอย่างไม่สนใจ
หญิงสาวที่ถูกชนก็หยุดนิ่งด้วยความโมโห พยายามระงับอารมณ์ของตน และเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ออกจะเย็นชา
“หยุด!”
นางหันหน้ากลับไปมองสตรีที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่สาวช้า ๆ และยิ้มออกมาอย่างยียวน
“พี่รองมีอันใดหรือ” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อราวกับไม่รู้ว่าตนเองทำผิด
“ทำเช่นนี้ยังกล้าเรียกข้าว่าพี่อีกหรือ”
รอยยิ้มเย็นชาถูกประดับไว้บนใบหน้างดงาม แต่หญิงสาวตรงหน้าก็หาได้หวาดกลัวไม่ แถมยังจะยกยิ้มขึ้นอย่างท้าทาย
“ข้ารีบจนไม่ได้ดู”
“ข้าเป็นพี่สาวของเจ้า ไม่ทำความเคารพก็แล้วไปเถิด แต่มาทำกิริยาเช่นนี้ใส่ข้า ต้องให้ข้าบอกมารดาของเจ้าหรือจะให้ข้าสั่งสอนแทนมารดาเจ้า!!” นางปรายตามองเด็กที่ไม่รู้ความด้วยสายตาเหยียดแคลน
หงจินเยว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็เกิดความโมโห “เกิดก่อนข้าไม่กี่เดือนอย่าริอ่านมาวางตัวเป็นพี่สาวข้า!! ข้าให้เกียรติเจ้าเท่านี้ก็มากเกินพอแล้ว”
ปีนั้นฮูหยินในจวนต่างพากันท้องพร้อมกันทั้งสามคน แต่เป็นนางที่เกิดคนสุดท้าย สวรรค์ช่างไม่เป็นใจเอาเสียเลย หากนางเป็นคนที่เกิดก่อน สตรีผู้นี้ไม่มีทางได้ชูคอเช่นนี้อย่างแน่นอน
“หืม ถึงกับกล้าพูดเช่นนี้กับพี่สาวเลยหรือ เห็นทีว่าข้าคงต้องสั่งสอนให้เจ้ารู้มารยาทจริง ๆ เสียแล้ว” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาราวกับมิได้เดือดดาลกับสิ่งที่น้องสาวเอ่ยออกมาเลยแม้แต่น้อย
“เจ้าคิดว่าตนเองดีกว่าข้ามากหรือ ก็แค่คนที่ไม่มีมารดาคอยสั่งสอน กล้าดีอย่างไรมาพูดเช่นนี้กับข้า!!” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระด้าง สตรีผู้นี้มีคุณสมบัติอันใดมาสั่งสอนนาง ตัวเองยังเอาไม่รอด หากไม่มีเย่ฮองเฮาคอยหนุนหลังนางก็เป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งเท่านั้น!!
หงลี่ฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่น้ำเสียงเย็นยะเยียบจะถูกเปล่งออกมา “หากข้ามีมารดาสั่งสอนแล้วไม่รู้จักมารยาทเช่นเจ้า ข้าขอไม่มีมารดาเสียยังดีกว่า!!”
หญิงสาวย่างเท้าเข้าไปหาหงจินเยว่ด้วยก้าวที่มั่นคง และหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของนาง “หากข้าเป็นมารดาของเจ้า ข้าคงวิ่งชนกำแพงตายไปนานแล้ว!!”
“เจ้า!!” นางมองหน้าสตรีตรงหน้าด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด
นี่ถึงขั้นกล้าด่ามารดาของนางเชียวหรือร่างบางขยับรอยยิ้มบาง ๆ ไปให้ผู้เป็นน้องสาว และเดินออกมาโดยไม่ได้สนใจท่าทีโกรธเกรี้ยวของน้องสาวที่แสดงออกมาเลยแม้แต่น้อย
หงลี่ฮวาเมื่อเดินมาถึงหน้าประตูใหญ่ก็พบว่าผู้เป็นพี่สาวยืนรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองพยักหน้าให้กันเล็กน้อย แม้หงฝูเหยาผู้นี้จะเป็นพี่สาวของนาง แต่ก็เป็นเพียงบุตรสาวของอนุเท่านั้น
ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอันใด แต่ดีหน่อยที่อีกฝ่ายมีความเฉลียวฉลาด บิดาเห็นว่ามีความสามารถ ในภายภาคหน้าอาจจะสร้างประโยชน์ให้ได้ ไม่มากก็น้อย จึงดูแลให้ความสำคัญอยู่มาก และได้ออกไปงานเลี้ยงกับพวกนางอยู่บ่อย ๆ“ไปกันเถิด” นางเอ่ยก่อนจะเดินนำคนทั้งหมดไปขึ้นรถม้า
แต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อเสียงของหงจินเยว่ที่เดินตามมาทีหลัง“หยุด!! เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้ จะมาด่ามารดาข้าแล้วเดินจากไปเช่นนี้ไม่ได้!” หญิงสาวแผดเสียงออกมาด้วยความโมโห และ
ชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างเกลียดชัง“ที่ข้าพูดไปยังไม่สำนึกอีกหรือ? หรือต้องให้ข้าลงมือกับเจ้าจริง ๆ” นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบโดยไม่หันไปมองคนที่แสดงท่าทีเกรี้ยวกราดอยู่ด้านหลัง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะนี่ก็สายมากแล้ว สมควรที่จะออกเดินทางเสียที
“จะไปหรือไม่สกุลจู หากไม่ก็อย่ามาทำให้ข้าเสียเวลา
ข้ามิอยากเป็นคนที่ไม่รู้มารยาทเช่นเจ้า” หลังเอ่ยจบก็เดินไปขึ้นรถม้าโดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องที่อยู่นอกรถม้าหงฝูเหยาที่ยืนเงียบอยู่นานก็เดินตามน้องสาวคนรองไปโดยไม่สนใจอีกคนที่ยืนกรีดร้องอยู่
เมื่อเห็นว่าพี่สาวขึ้นมานั่งบนรถม้าแล้ว หญิงสาวที่ขึ้นมาก่อนหน้าก็ตะโกนสั่งคนขับรถม้าทันที
“ออกรถ”
หงจินเยว่ที่เอาแต่ร้องออกมาอย่างไม่ได้ดั่งใจ เมื่อเห็นว่ารถม้าเคลื่อนตัวก็รีบตะโกนออกมาทันที “หยุด!! ข้าบอกให้หยุด”
คนขับรถม้าที่ได้ยินเสียงคุณหนูของจวนตะโกนบอกให้หยุดรถก็ทำตามคำสั่งทันที
รถม้าค่อย ๆ หยุดลง ร่างบางที่เห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปขึ้นรถม้าทันที โอกาสที่จะได้เข้าหาจูซินหยาน นางเป็นถึงบุตรของมหาเสนาบดี หากสนิทชิดเชื้อเอาไว้ก็จะเป็นเรื่องดี
หลังจากขึ้นมาในรถม้า หงจินเยว่ก็สงบปากสงบคำขึ้น เพราะกลัวถูกไล่ลงจากรถม้า ตอนนี้นางไม่มีมารดาคอยช่วยเหลือ จะทำอะไรตามใจไม่ได้
รถม้าเคลื่อนตัวไปไม่นาน ก็หยุดลงที่หน้าประตูจวนสกุลจู
ทั้งสามลงจากรถม้าด้วยความช่วยเหลือของสาวใช้ของตน และเดินเข้าไปในจวนพร้อมกันโดยมีหงลี่ฮวาเดินนำ“คุณหนูทั้งสาม เชิญตามมาทางนี้เจ้าค่ะ” สาวใช้สกุลจูเดินนำสามพี่น้องเข้าไปในส่วนจัดเลี้ยง ตอนนี้ผู้ที่ได้รับเทียบเชิญก็มากันเกือบจะครบแล้ว ทว่าผู้เป็นเจ้าของเทียบเชิญก็ยังไม่ปรากฏตัว
“เชิญคุณหนูตามสบาย” ใบหน้าของสาวใช้ประดับไปด้วยรอยยิ้ม
ทั้งสามพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะแยกย้ายกันไปหาสหายของตน แต่หงฝูเหยาเป็นบุตรสาวของอนุ จึงไม่อยากมีผู้ใดคบหา ทำได้เพียงตามหงลี่ฮวาไปเท่านั้น
“น้องรอง เจ้าไปหาสหายเถิด ข้าอยู่คนเดียวได้” นางเอ่ยด้วยท่าทีที่นอบน้อม
“ไม่ล่ะ ข้าเบื่อที่จะต้องปั้นหน้าใส่ผู้อื่น” มองดูแล้วสตรีเหล่านี้ต่างก็ใส่หน้ากากเข้าหากัน แทบจะหาคนที่จริงใจไม่ได้เลยสักคน ทุกคนต่างเข้าหากันเพื่อผลประโยชน์ นางอยากจะรู้ยิ่งนักว่าหากคนใดคนหนึ่งเป็นเพียงบุตรหลานชาวบ้านธรรมดา จะมีผู้ใดสนใจหรือไม่
“เช่นนั้นแล้วจะมาทำไม” ความแปลกใจแล่นเข้ามาในหัวของนางทันที พลางมองน้องสาวของตนด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“มาตามเทียบเชิญเท่านั้น” นางตอบอย่างไม่ใส่ใจ แม้ไม่อยากผูกมิตร แต่ก็ไม่อาจหักหน้า จูซินหยานผู้นี้นิสัยร้ายกาจ
ไม่เคยไว้หน้าผู้ใด เป็นคนที่ไม่ควรมีเรื่องด้วยที่สุด“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” นางพยักหน้าอย่างเข้าใจ ที่แท้ก็ไม่อาจหักหน้าจูซินหยาน นางเลือกที่จะหันไปชื่นชมความงดงามของบุปผาในสวน ไม่สนใจคนที่นั่งอยู่ด้วย
หงลี่ฮวาปรายมองพี่สาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะยกยิ้มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น สตรีผู้นี้เป็นคนฉลาด รู้จักการวางตัว ยามอยู่กับจินเยว่ก็วางตัวอีกแบบ อยู่กับนางก็วางตัวอีกแบบ ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดจึงเป็นที่พอใจของบิดา ดูบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินแต่ละคนสิ หวังพึ่งไม่ได้สักคน
ก่อนที่นางจะเข้ามาอยู่ในร่างนี้ หงลี่ฮวาคนก่อนถือว่าตนเป็นบุตรของฮูหยินใหญ่ ไหนจะฮองเฮาที่รักและเอ็นดู นางจึงทำตัวเอาแต่ใจ ร้ายกาจ ไม่สนใจผู้ใด ซ้ำยังโง่งมไม่เก็บงำอารมณ์ ส่วนหงจินเยว่ก็โง่งมไม่ต่างกัน ไม่รู้มารยาทจนถึงที่สุด ยังดีหน่อยที่มีมารดาคอยปราม แถมคิดว่าตนเองฉลาด แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ จะมีก็แต่สตรีผู้นี้ที่พอจะหวังพึ่งพาได้
รอได้ไม่นานหญิงสาวร่างบางที่มีใบหน้างดงามอ่อนหวาน
ก็ปรากฏตัวขึ้น นางมาพร้อมกับชุดสีแดงสด ใบหน้าของนางเชิดขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง นางปรายตามองคนที่มาร่วมงานอย่างไม่สนใจ“ไปเถิด เข้าไปทักทายเจ้าของงานเลี้ยงหน่อยก็ดี” นางลุกขึ้นเดินไปหาจูซินหยานโดยไม่คิดรั้งรอพี่สาวที่นั่งอยู่ด้วยเลยแม้แต่น้อย
หงฝูเหยาเลือกที่จะอยู่ตรงนี้ต่อ เพราะนางรู้ว่าอย่างไรคุณหนูจูผู้นั้นไม่มีทางสนทนากับนางอย่างแน่นอน
“คุณหนูจู” หญิงสาวเอ่ยทักทายผู้เป็นเจ้าของงานเลี้ยงด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ
หงลี่ฮวาคนก่อนเดิมทีก็เป็นที่สนใจของเหล่าคุณหนู แต่ติดที่ว่านางถือดีเกินกว่าจะยอมคบหากับผู้ใดง่าย ๆ ถึงอย่างนั้นนางก็ยังได้รับเทียบเชิญอยู่เสมอ หลานสาวที่ฮองเฮาทรงรักและเมตตา รู้จักไว้ก็ไม่เสียหลาย
“คุณหนูหง ไม่คิดว่าเจ้าจะมาร่วมงานเลี้ยงของข้าด้วย” นางปรายตามองหญิงสาวร่างระหงที่อยู่ในชุดสีน้ำเงินเข้ม ไม่มากนักที่สตรีในรุ่นนี้จะกล้าแต่งตัวด้วยสีเช่นนี้ ทว่าก็ทำให้ดูเด่นไม่น้อย รสนิยมดีไม่น้อย ไม่เหมือนสตรีเหล่านั้นที่ที่เอาแต่ใส่สีจืดชืด
“คุณหนูจูส่งเทียบเชิญไป จะไม่มาได้อย่างไร” ใบหน้าของนางยังคงประดับด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้พูดเอาอกเอาใจ
จูซินหยานเหมือนคนอื่น ๆ เพราะที่นางเอ่ยบอกไปก็หมายความเช่นนั้น เทียบเชิญนี้ไม่สามารถปฏิเสธได้“ฮ่า ๆ ๆ ตอบได้ดี” หญิงสาวหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ไม่เคยมีผู้ใดตอบกลับนางเช่นนี้มาก่อน ทุกคนล้วนแต่ตอบเอาใจนางทั้งนั้น
คนที่มาร่วมงานต่างก็มองไปที่ทั้งสองคนอย่างสนใจ เพราะน้อยคนนักที่จะทำให้จูซินหยานหัวเราะออกมาได้เช่นนี้ เพราะนางถือว่าตนเป็นบุตรสาวของอัครมหาเสนาบดี จึงค่อนข้างจะถือดี ไม่คบหากับผู้ใด
“นั่งก่อนสิ จะรีบไปที่ใด”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงยืนอยู่ นางก็เอ่ยชวนให้นั่งลงด้วยกัน นางรู้ว่าบุตรสาวของตระกูลหงเป็นพระญาติกับฮองเฮา ซ้ำยังร้ายกาจ แต่เท่าที่นางเห็นนี้ก็มิได้เป็นเช่นนั้นเลยสักนิด ออกจะน่าสนใจไม่น้อย
“เดิมทีคิดจะมาเพียงครู่เดียว แต่เมื่อคุณหนูจูเอ่ยปากชวน ข้าก็จะอยู่ต่อสักครู่”
นางตอบ พลางนั่งลงตามคำชวนของจูซินหยาน แล้วจัดการรินน้ำชาให้ตนเองเสร็จสรรพ
After managing to get into the school building, Mr Whimper stepped out of one of the staff washrooms dressed in a janitor’s uniform. A cap was pulled low over his head and a mask concealed his face too well.He glanced at himself in the mirror, adjusting the outfit carefully, making sure nothing gave him away..Satisfied, he picked up the bucket and mop and looked around, ensuring no one was nearby.He had taken only a few steps when a heavy voice stopped him.“Janitor.”Mr Whimper slowed and paused.“Please, could you clean the hallway at the kids’ section?” the voice continued. “There’s been a spill of water from the hallway leading to the principal’s office.”Without turning around, Mr Whimper muttered, “Okay,” his head still lowered. He remained exactly where he was, listening closely until the footsteps faded and the person moved away. Only then did he act, slipping quickly into a nearby room and disappearing from sight.He hid himself quietly, waiting for the school bell to ring f
The next morning, Natalie arrived at the school as early as possible.She walked Isabella to her classroom and gently told her to calm down. She assured her that she was going to speak with the principal. Isabella didn’t resist. She only nodded quietly before going inside.After that, Natalie went straight to the front office and sat in the waiting area, patiently waiting for Principal Putnam.Principal Putnam wasn’t heading into her office at first. But the moment she stepped into the hallway and saw Natalie seated directly in front of her office, she paused.She was clearly taken aback.“Good morning, Miss Natalie,” the principal greeted.Natalie barely acknowledged her. That was not why she was there.They both entered the office. Natalie stood quietly and waited for Principal Putnam to take her seat. When the principal gestured for her to sit as well, Natalie only nodded.“I’m fine standing,” she said calmly.“Principal Putnam,” Natalie began, her voice steady, “I want to understa
Aditi stood in the house, shaking so much. Seeing Natalie face-to-face had forced her to unmask the fear she had hidden from everyone all these years. What she thought was buried was slowly coming back to light, and she didn’t know how to handle it anymore.She had quickly deposited Mr. Torres’s first deposit for the deal, buying herself time for what to do next. Walking back and forth in the living area, her phone hung loosely in her hand when a call came in. She picked it up immediately.“Thank God, Gab. I’ve been trying to reach you since this afternoon,” Aditi muttered without hesitation.“Oh… yeah, Lawyer Aditi,” Gabriella replied. “I had a brief meeting with a senior associate regarding a filing deadline. That’s why I couldn’t call you back on time.”Aditi nodded even though she was alone. “That’s fine,” she said quickly. “Let’s get straight to why I called.”She paused only for a second. “About client Natalie Sam’s issue…I want you to keep her calm for now. Make her believe eve
Natalie had made it to the hospital with her worker. She brought the car to a stop in the parking lot with the engine humming softly before she turned it off. “Here we are,” the gentleman said, unbuckling his seat belt. He turned toward her, noticing how she was peeking through the side mirror towards the hospital entrance..“I’m really grateful you dropped me off, ma’am,” he said sincerely. Natalie turned to him with a small, tight smile. As he stepped out, thanking her over and over, he paused and turned back.“Ma’am, would you like to come inside to see my uncle?” he asked. Natalie hesitated, but he insisted, saying his uncle would be honored to meet his boss. With a soft sigh, she finally got down from the car, still feeling anxious and a little overwhelmed after how the first court hearing had gone earlier that day.Walking just behind him, Natalie followed as they entered the hospital. She glanced around, her eyes wide, as if it were her first time stepping into one.A nurse s
“It’s only because you were good at school today,” Natalie said with a smile as she held her hand. They walked into the store, and Isabella’s eyes lit up. “Just one toy,” Natalie reminded, raising a playful eyebrow.“Okay, sure…” Isabella said, slipping her hand out of Natalie’s and marching ahead
Hey dear readers! Before you dive in...just letting you know that Book 2 has officially started, and this is where the continuation begins! If you’ve been following the story from the beginning, you're right where you need to be. Get ready for more drama, romance, and unexpected twists!Thanks for
As Brindle walked into the hall, the TV mounted on the wall was playing a news segment, and the voice of the host caught her attention, causing her to stop in her tracks.In a dramatic turn of events, famous actress Natalie, who is popularly known for her role in Until I Die, was saved from the clutc
Sitting at a small metal table in the psychiatric hospital's dining room, Brindle poked at the unappetizing breakfast on her tray. The room was filled with the murmur of other patients, some lost in their own worlds, others engaging in muted conversations of nothingness.A group of three women, notor












Welcome to GoodNovel world of fiction. If you like this novel, or you are an idealist hoping to explore a perfect world, and also want to become an original novel author online to increase income, you can join our family to read or create various types of books, such as romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel and so on. If you are a reader, high quality novels can be selected here. If you are an author, you can obtain more inspiration from others to create more brilliant works, what's more, your works on our platform will catch more attention and win more admiration from readers.
reviewsMore