LOGINFire suddenly breaks out at the hotel where we're hosting our wedding. My fiance, Alan Godwin, doesn't hesitate to pick up Brenda Larkin, my cousin who has already collapsed out of fright, and rush out to safety. Meanwhile, my parents and older brother hurriedly cart away the wedding gift Brenda has made. They don't want her to get sad if the gift is damaged in any way. As for me, I've twisted my ankle, making it inconvenient for me to escape from the hotel. Everyone has already forgotten all about me, so I end up getting severe burns all over my body. When they look at the bandages wrapped around my body, they shoot me disgusted looks. "Why are you such a jinx? How is it possible for a fire to break out at your own wedding? Thanks to you, Brenda has fainted out of shock!" "Well, it's not like you're suited for any public appearances when you look like this, anyway. Brenda's figure is similar to yours. Why don't you let her replace you in the wedding?" I just nod calmly and agree to the suggestion. After that, I sort out the details of getting dispatched overseas for my job with my boss. One month later, I board my flight on the day Brenda is set to wed Alan. I no longer want Alan, who's blind to the truth, and my family, who are nothing but biased toward Brenda. But why is it that they are filled with regret after I leave them?
View Moreบทนำ
ในสถานที่เริงรมย์กลางเมืองปรากฏร่างระหงส์ของหญิงสาวในเสื้อกล้ามครอปสีดำสนิทโชว์เอวเล็กคอด บวกกับกางเกงยีนส์เข้ารูปและที่ทำให้เธอดูโดดเด่นเป็นพิเศษเห็นจะเป็นใบหน้าสะสวย ซึ่งถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสนุกสนานเนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดของเพื่อนสนิทเธอจึงได้ออกจากบ้านหรือที่เธอเรียกมันว่าถ้ำ เธอมักจะหมกตัวอยู่ในโลกส่วนตัวทำคลิปเทรนลูกค้าเรื่องการควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก พอได้ออกมาเพื่อนสาวของเธอเลยจัดหนักจัดใหญ่ให้เธอได้เมาจนแทบจะพากันเลื้อยกลับ
โชคยังดีที่ตอนนี้มีบริการคนขับรถแทนเธอจึงจำต้องใช้บริการเพราะไม่สามารถขับรถกลับไปในสภาพนี้ได้จริง ๆ
“ฉันกลับก่อนนะ มีความสุขมาก ๆ นะแก” ภาพวาดคือชื่อของหญิงสาวที่ยืนเซซ้ายเซขวาอยู่หน้าทางออกจากคลับ ซึ่งเธอกำลังร่ำลาเจ้าของวันเกิดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแก้มที่เคยมีสีชมพูอ่อนเพราะบลัชออน ตอนนี้บลัชออนได้จางไปหมด แต่ที่เห็นว่าแก้มนวลยังมีสีชมพูอยู่คงเพราะแอลกอฮอล์สูบฉีดอยู่ในร่างกายของเธอละมั้งมันถึงแดงมากกว่าบลัชออนซะอีก
“โอเค แล้วเจอกันใหม่นะภาพวาดเพื่อนรัก” เจ้าของวันเกิดบอกเสียงอ้อแอ้เพราะอาการลิ้นเปลี้ยจากการดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปมาก ไม่ต่างจากเพื่อนสาวตรงหน้าเลยและทั้งคู่ก็อยู่ในสภาพเซซ้ายเซขวาไม่ต่างกันเลยแม้แต่นิดเดียว ร่ำลากันเสร็จก็กลับมากอดกัน พอกอดกันเสร็จก็มาร่ำลากันอีก ทั้งคู่ทำแบบนี้อยู่สองสามหนจนการ์ดที่เฝ้าประตูยังหัวเราะ สุดท้ายเพื่อนที่เดินออกไปแล้วเลยต้องกลับมาแยกทั้งสองออกจากกันถึงกลับบ้านได้
“พี่ขับนิ่ม ๆ หน่อยนะวาดเวียนหัว” พอนั่งรถก็หันไปกำชับคนขับรถแทนที่เรียกมา ก่อนจะเอนหลังแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เธอเปิดไปที่การนำทางก่อนจะยื่นแผนที่ที่ปักหมุดบ้านตนเองไว้ให้คนขับเพราะสภาพเธอตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะนั่งบอกทางจริง ๆ
“อย่าลืมรัดเข็มขัดนะครับ” คนขับรถแทนพูดจบก็สตาร์ทรถแล้วขับออกไปทันที ตลอดเส้นทางที่คลาคล่ำไปรถส่วนตัวและรถสาธารณะทำให้จราจรติดขัดบ้างเป็นช่วง ๆ คนเมาเลยเกิดอาหารเวียนหัวยกใหญ่ก่อนจะพยายามพาตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราไปก่อนจะถึงบ้านตัวเอง โดยที่เธอยังคงก่นด่าตัวเองในใจว่าต่อไปจะไม่กินเยอะแบบนี้อีกเด็ดขาด เวลาผ่านไปเกือบ 20 นาทีคนขับรถแทนก็ขับเข้าไปจอดในชั้นจอดรถใต้คอนโดแล้วส่งเสียงปลุกคนที่กำลังหลับอยู่ให้รู้สึกตัว
“คุณครับ คุณ ถึงแล้วนะครับ” คนขับรถวัยยี่สิบกว่า ๆ ส่งเสียงปลุกอยู่นานจนกระทั่งเธอสลึมสะลือลุกขึ้นมาควักธนบัตรใบสีม่วงให้เพื่อเป็นทิป พอเสร็จก็จัดการล็อกรถแล้วตรงดิ่งไปที่ลิฟต์เพื่อขึ้นห้อง ลิฟต์หยุดลงที่ชั้น 9 ภาพวาดลากสังขารที่จะหลับไม่หลับแหล่ออกมาจากลิฟต์เปิดประตูเข้าไปในห้องตัวเอง
“เวียนหัวจังเลยเว้ย” พอเข้าห้องได้คนเมาก็โยนกระเป๋าและกุญแจห้องไปคนละทิศคนละทาง พร้อมกับพึมพำถึงอาการเวียนหัวคลื่นไส้ของตัวเอง ขณะที่กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำก็บังเอิญเห็นลู่วิ่งไฟฟ้าของตัวเองอยู่ใกล้ ๆ กับประตูห้องน้ำ
“วันนี้แม่ยังไม่ได้ปลุกหนูเลยใช่ไหมลูก” คนเมาพูดกับลู่วิ่งไฟฟ้าก่อนจะขึ้นไปยื่นบนลู่แล้วกดเปิดเครื่องพร้อมกับออกแรงเดินเบา ๆ ไปบนลู่ด้วยส้นสูงสี่นิ้วที่สวมอยู่บนเท้า ภาพวาดเอื้อมมือไปเร่งสปีดลู่วิ่งจนตัวเองเริ่มหอบแฮ่ก ๆ พอตัวเองเริ่มวิ่งไม่ไหวเธอเลยเอื้อมมือไปปิดแต่โชคร้ายเธอกลับไปโดนสปีดทำให้ลู่วิ่งเร็วขึ้นจนเธอตามไม่ทันเพราะส้นสูงและความเมา
“โอ๊ย” ภาพวาดตะโกนออกมาพร้อม ๆ กับร่างเพรียวบางหงายหลังตกจากลู่วิ่งจนหัวไปกระแทกกับขอบโต๊ะที่วางโทรศัพท์บ้านอยู่ เสียงสุดท้ายของเธอดังขึ้นโดยที่ไม่มีใครรู้เห็นเลยสักคน ร่างเพรียวบางนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงทำให้รู้ว่า ณ ตอนนี้เธอไม่หายใจอีกต่อไปแล้ว
“มึง นางเป็นอะไรหรือเปล่าวะ โทรตามรถพยาบาลดิ” หญิงสาวสองคนที่กำลังจะเดินผ่านห้องของหญิงสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่ไป แต่บังเอิญได้ยินเสียงกรีดร้องก่อนจะหงายหลังลงพื้นของภาพวาด ทำให้ทั้งสองเดินย้อนกลับมาพร้อมผลักประตูที่แง้มไว้เข้าไปในห้อง ก่อนจะสะกิดกันด้วยความตกใจแล้วพากันร้องโวยวายเสียงดังจนกระทั่งมีคนมามุ่งเรื่อย ๆ
"เป็นอย่างไรบ้างเล่า ทีนี้จะเชื่อข้าได้หรือยังว่าเจ้านั่นตายแล้ว" เสียงเข้มดังมาจากปากผู้ชายในชุดสูทสีดำคลุมทับด้วยโค้ตยาวสีน้ำเงินเข้ม คนพูดยืนมองร่างไร้วิญญาณอยู่ตรงประตูทางเข้าที่ถูกเปิดออกกว้างเพื่อการตรวจสอบที่เกิดเหตุ
"โอ๊ย! ฉันอายุแค่นี้เองนะทำไมถึงตายเร็วขนาดนี้" วิญญาณของเจ้าของห้องพูดขึ้นขณะที่เธอทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นห้อง และไม่มีใครมองเห็นเธอซึ่งกำลังนั่งมองร่างตัวเองที่หงายหลังฟาดกับตู้ปลาจนตาย
"เจ้าตายแล้วแต่เจ้ายังไม่ถึงฆาต"
"แล้วมันแปลว่าอะไรล่ะ ไม่ถึงฆาตแล้วตายได้ยังไงแบบนี้มันไม่ยุติธรรมนะคะ ว่าแต่คุณเป็นใคร" หญิงสาวที่กำลังนั่งจุมปุ๊กอยู่บนพื้นเอ่ยถามก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองคนข้าง ๆ ด้วยแววตาจริงจัง เธอคงเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าเธอกำลังคุยกับใครบางคนอยู่ในขณะที่ตัวเองเป็นแค่วิญญาณเท่านั้น
"ข้าคือหัวหน้ายมฑูต"
"หัวหน้ายมฑูตเนี่ยนะ แล้วทำไมไม่ใส่โจงแดงล่ะ ปกติในหนัง ยมฑูตไทยต้องโจงแดงหรือท่านเป็นยมฑูตสัญชาติเกาหลี" น้ำเสียงสงสัยเอ่ยขึ้นมาพร้อม ๆ กับที่เธอลุกยืนเต็มความสูงแต่ก็ยังสูงน้อยกว่าคนที่บอกว่าตนเองคือยมฑูตอยู่ดี
"ยมฑูตแบบนั้นก็มีแต่ในละครน้ำเน่าของพวกเจ้าเท่านั้นแหละ พวกข้าแต่งตัวตามยุคตามสมัยบางทีก็มีประชุมยมฑูตนานาชาติ หากใส่โจงแดงไม่น่าขำหรอกหรือ" คนที่บอกว่าเป็นยมฑูตบอกเธอด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง
"แล้วที่นี้ทำยังไงล่ะไปนรกเหรอ ว่าแต่นรกนี่ร้อนไหม" วิญญาณเจ้าของห้องตะโกนถามยมฑูตที่เดินนำไปพร้อมก้าวเท้าวิ่งตามออกไป แต่วิ่งยังไงก็ยังไกลจากยมฑูตอยู่ดีจนเธอเองสงสัยว่ามันอาจมีทริคการเดินแบบวิญญาณแน่ ๆ
"ข้ามีทางเลือกให้เจ้าสองทาง เหตุเพราะส่วนหนึ่งคือความผิดพลาดของการจัดการบัญชีเป็นตายในยมโลก"
"ทางเลือกหมายถึงฉันไม่ต้องลงไปในนรกก็ได้ใช่ไหมคะ"
"ถูกต้อง" ยมฑูตในชุดสไตล์เกาหลีพูดขึ้นพร้อมหันกลับไปมองวิญญาณหญิงสาวที่เดินตามมาตาละห้อย หลังจากที่ยมฑูตพูดจบแววตาก็มีความหวังขึ้นมาทันที
"ถ้ายังงั้นมีเรื่องอะไรบ้างล่ะคะ"
"อย่างแรกเจ้าจะได้เกิดใหม่ในร่างคุณหนูสกุลใหญ่ในอดีตนางหนักหนึ่งร้อยกิโลเป็นบุตรสาวของพ่อค้าที่มีฐานะและมีสามีแล้ว" สีหน้าจริงจังน้ำเสียงเรียบดังออกมาจากปากยมฑูตที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ
"อันนี้ดีนะ แต่ใช้คำว่าสกุลนี่ไม่ใช่ในไทยเหรอคะ"
"ไม่ นางคือเจ้าในอดีตเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว"
"แล้วทางเลือกที่สองล่ะคะ" หญิงสาวเอียงคอถามยมฑูตอย่างสงสัย เพราะทางเลือกแรกสำหรับเธอที่ไม่ชอบให้ตัวเองอวบอ้วนมันค่อนข้างเลือกยากสักหน่อย เธอจึงถามหาทางเลือกที่สองเพื่อประกอบการพิจารณา
"อยู่ในยุคนี้แต่เป็นร่างสุนัขของคนรวย" ร่างโปร่งแสงตอบหน้าตายก่อนจะยกยิ้มมุมปาก คล้ายกำลังเยาะเย้ยทางเลือกทั้งสองของเธอ
"ทำไมทางเลือกของฉันมันถึงโหดร้ายนักล่ะเนี่ย" ภาพวาดโวยวายอย่างหัวเสีย ผิดกับท่านยมฑูตที่ยกยิ้มอย่างพอใจ ราวกับการแกล้งใครสักคนเป็นเรื่องน่าสนุก
"กรรมของเจ้ายังไงล่ะ"
"กรรมอะไรของฉัน เกิดมาไม่เคยจะทำร้ายใครเลย เหล้ายังนาน ๆ กินที"
"กรรมที่เจ้าขายยาลดน้ำหนักทั้งที่เจ้าเองไม่เคยกินยานั่น แปลว่าเจ้าโกหกยังไงล่ะ" พอยมฑูตพูดจบร่างโปร่งแสงของหญิงสาวก็ทรุดลงกับพื้นโถงทางเดินในคอนโดของเธอ แล้วนั่งนึกถึงเรื่องเมื่อหลายปีก่อนที่เธอเข้าวงการลดน้ำหนักใหม่ ๆ แล้วอยากหารายได้เสริมจึงขายยาลดน้ำหนัก แต่พอขายไปก็รู้สึกละอายใจเลยเลิกขายแล้วผันตัวมาเป็นโค้ชลดน้ำหนักออนไลน์แทน
"คิดได้หรือยังว่าจะเลือกทางไหน หากนานเกินกว่าสองวันข้าจะปล่อยให้เจ้าเป็นวิญญาณเร่ร่อนไปอีก 40 ปีจนกว่าจะถึงเวลาตายจริง ๆ ของเจ้า"
Alan was about to ask me something and step forward, but a tall man grabbed him by the collar. "Anna, who are they?" a tall man asked, looking at me with confusion.I beamed and threw myself into his arms. "What are you doing here?"He gave a shy smile. "Mom baked the cookies you love and asked me to bring them to you. She said she was worried you'd be home too late and they wouldn't taste right. By the way, who are these people? Were they here to harm you?"I ignored them and laughed lightly. "They're not important. Just see them out. Look at the flowers you gave me—I've done my best to keep them alive. Let's take them home with us when we leave."Harrison smiled fondly and steered the shocked group out the door.That was the last time I ever saw Alan, and the last time I saw my parents and Ronald. By the time I heard about them again, I was already home with Harrison.Cynthia messaged me, savoring every bit of their trouble, and updated me on how they were doing. When Alan
After that day, I began seeing the same unwelcome faces every time I went out. Sometimes it was my parents, sometimes Ronald, sometimes Alan. They treated my place like a regular stop, showing up every few days with those sorrowful, pitying looks that made me deeply uncomfortable.I tried to pretend they weren't there, but their lingering presence eventually drew complaints from the neighbors. When property management reached out, I gave in and allowed them to come inside.They walked in cautiously, still looking a little taken aback. "Wow, your place is really nice," Alan commented stiffly as he glanced around.He had no idea I had such a sense of style. The apartment was alive with lush green plants. "Do you like gardening? I have a garden at my villa, and you're welcome to plant whatever you like."My parents nodded eagerly. "Exactly. There's space at home too. You could grow flowers there."I took a small sip of my coffee. "No need. I won't be staying in the country for long
Alan's eyes immediately welled up with tears. "You don't love me anymore? How could that be? Anna, you're lying to me, aren't you?"I had never seen him so disheveled and pleading, yet my heart no longer stirred for him. "I'm not lying. Just go."He wanted to say more, but the security guards dragged him away. From across the room, Mom, Dad, and Ronald saw how coldly I had treated Alan and didn't dare come closer. They stayed back as I made my way into the banquet hall, and I never looked back.This time, it felt like something had truly changed. After returning home, I moved into the small house I had bought outright and invited friends I hadn't seen in years. We shared stories of everything that had happened and confided in each other.The atmosphere was perfect, but then someone knocked on my door. Through the peephole, I saw Mom, Dad, and Ronald. Somehow, they had found out where I lived and actually came to see me.I ignored their knock and dove back into the fun with my fr
After being posted overseas for two years, I led the foreign branch to secure a deal worth over a hundred million. When the news made it back home, my boss was all smiles and told me to return, saying he wanted to throw me a proper celebration dinner.At the dinner, I saw many familiar faces, including my parents, Ronald, and Alan. They all looked far more worn and haggard than before. The company's security stopped them at the entrance, yet they stared at me with eyes red from worry."Anna, you're finally back!" Mom said, wiping away her tears, unable to hide the longing in her eyes. "How could you just leave like that and go overseas on your own? You even blocked all our contact information. Do you have any idea how worried we were about you?"Dad held Mom firmly, but his own eyes mirrored the raw emotion she carried. "Enough. You're back, and that's what matters."Alan's gaze was fixed on me as well.I had no doubt that if security had not been there, he would have rushed strai












Welcome to GoodNovel world of fiction. If you like this novel, or you are an idealist hoping to explore a perfect world, and also want to become an original novel author online to increase income, you can join our family to read or create various types of books, such as romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel and so on. If you are a reader, high quality novels can be selected here. If you are an author, you can obtain more inspiration from others to create more brilliant works, what's more, your works on our platform will catch more attention and win more admiration from readers.