All Chapters of เกิดใหม่เป็นภรรยาของท่านแม่ทัพ: Chapter 21 - Chapter 30

38 Chapters

บทที่ 21 แลกเปลี่ยนถุงหอม

เกิดใหม่เป็นฮูหยินของแม่ทัพ(อสูร)นั้นไม่ง่าย บทที่ 21แลกเปลี่ยนถุงหอม “เหนื่อยหรือไม่” ภายในรถม้า มู่ฉีหลินถามไถ่สุ่ยเซียนด้วยความห่วงใย ทั้งยังหยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากอกเสื้อแล้วยื่นมาตรงหน้าภรรยาสาว เนื่องจากเป็นฤดูร้อน อากาศแม้จะปลอดโปร่งโล่งสบาย หากก็มีช่วงที่อบอ้าว บนหน้าผากของสุ่ยเซียนจึงมีเม็ดเหงื่อผุดซึม “ไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ” นางตอบ พร้อมรับผ้าเช็ดหน้ามาจากมู่ฉีหลินด้วยความงุนงง เขาคงไม่ได้ลืมหรอกใช่ไหมว่านางเองก็พกผ้าเช็ดหน้าติดตัวเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่คิดหักหาญน้ำใจอีกฝ่ายด้วยการปฏิเสธ “ขอบใจเจ้ามาก ที่ไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวตอนอยู่ต่อหน้าคนตระกูลมู่” จู่ๆ มู่ฉีหลินก็พูดขึ้น สุ่ยเซียนเอียงศีรษะถามกลับอย่างใสซื่อ “ท่านพูดเกินไปหรือไม่ บ้านท่านทั้งครื้นเครงทั้งเป็นมิตร แล้วทำไมข้าต้องหวาดกลัวด้วย?” ก็ไม่รู้ว่าคำพูดของสุ่ยเซียนมีอะไรผิดปกติ ถึงทำให้มู่ฉีหลินนิ่งอึ้งไป พอเห็นท่าทีของมู่ฉีหลินเปลี่ยนไป สุ่ยเซียนถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนพูดมากอีกแล้ว นางยกมือขึ้นปิดปาก
Read more

บทที่ 22 อยู่ร่วมอย่างปองดอง

เกิดใหม่เป็นฮูหยินของแม่ทัพ(อสูร)นั้นไม่ง่าย บทที่ 22อยู่ร่วมอย่างปองดอง ช่วงนี้ดูเหมือนว่ามู่ฉีหลินจะพกถุงหอมติดเอวอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็จะหยิบขึ้นมานั่งมอง ก่อนจะถึงนำไปผูกที่เอวด้วยความบรรจง ราวกับถุงหอมใบนั้นเป็นสิ่งของล้ำค่าที่ตระกูลมู่มอบให้บุตรหลานสืบทอดต่อกันมาก็ปาน ทว่า เฉินเจี๋ยซูรู้ดีว่าไม่มีเรื่องแบบนั้นในตระกูลมู่ ถุงหอมใบนั้นก็หาใช่สมบัติล้ำค่าที่สืบทอดต่อในตระกูลแต่อย่างใด ตระกูลมู่เป็นตระกูลของผู้ฝึกวรยุทธ์ คนในตระกูลไม่พกของสวยๆ งามๆ ต่อให้เป็นมู่เฟิงไป๋ ธิดาคนสุดท้อง ตอนนี้แม้อายุแปดขวบ ชื่นชอบของน่ารัก แต่เมื่อโตขึ้นนางก็จะเหมือนกับพวกพี่ชายของนาง ดังนั้น เฉินเจี๋ยซูเดาอีกว่าถุงหอมนั่นคงเกี่ยวข้องกับฉางสุ่ยเซียนไม่มากก็น้อย “ไม่คิดว่าการแต่งงานจะทำให้แม่ทัพมู่ฉีหลินซึ่งขึ้นชื่อความดุร้าย กลายเป็นคนละเอียดอ่อนไปได้” เพราะเป็นทั้งสหายร่วมรบและเป็นสหายสมัยเด็กของมู่ฉีหลิน ปัจจุบันเฉินเจี๋ยซูยังทำหน้าที่เป็นรองแม่ทัพ จัดการงานด้านเอกสารและการสื่อสารแทนมู่ฉีหลินเสียส่วนใหญ่ นับว่าสนิทสนมกันยิ่งก
Read more

บทที่ 23 พอใจแล้ว และ ความลังเลของเสี่ยวเถา

เกิดใหม่เป็นฮูหยินของแม่ทัพ(อสูร)นั้นไม่ง่าย บทที่ 23พอใจแล้ว และ ความลังเลของเสี่ยวเถา วันถัดมา หลังจากจบการประชุมช่วงเช้าภายในราชสำนัก มู่ฉีหลินเดินทางมายังค่ายฝึกทหารต่อ เฉินเจี๋ยซูเห็นมู่ฉีหลินมาถึง ก็เดินเข้าไปกอดคอถามด้วยความอยากรู้ “เป็นอย่างไร หลังจากข้ากลับบ้านแล้ว พวกเจ้าได้สานต่อความสัมพันธ์กันหรือไม่” เมื่อคืนวาน ก่อนแยกย้ายกลับบ้าน เฉินเจี๋ยซูตั้งใจพูดกระตุ้นมู่ฉีหลินด้วยประโยคที่ว่า ‘มีความเชื่อใจก็ดีอยู่หรอก แต่เจ้าจะคิดเช่นนี้ได้ตลอดจริงหรือ เจ้าพอใจกับเรื่องแค่นี้จริงๆ?’ นั่นก็เพื่อให้สหายมีความกล้า ตัดสินใจเดินหน้าสานสัมพันธ์กับสตรีที่ตนมีใจ “เจี๋ยซู นับวันเจ้าจะเพ้อเจ้อใหญ่แล้ว” มู่ฉีหลินเอ็ดใส่สหาย “เจ้าก็รู้ เดิมตระกูลฉางทะนงตนและอวดดี บิดามารดาเป็นเช่นไร บุตรสาวย่อมเป็นเช่นนั้น ตอนแรกข้าอดห่วงว่าเจ้าจะถูกนางปั่นหัว หรือไม่ก็...เป็นเจ้าที่ข่มขู่ให้นางอยู่ แต่จากที่ได้เห็นเมื่อวานนี้ แม่นาง...ไม่สิ เจ้ากับฮูหยินออกจะเข้ากันได้ดี เกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้า ข้าไม่รู้หรอกนะ แต่ในเมื่อพวกเจ้าเข้ากั
Read more

บทที่ 24 สุ่ยเซียนกำลังสูญเสียพื้นที่สงบ

เกิดใหม่เป็นฮูหยินของแม่ทัพ(อสูร)นั้นไม่ง่าย บทที่ 24สุ่ยเซียนกำลังสูญเสียพื้นที่สงบ ข้างศาลาคือต้นหอมหมื่นลี้ กลิ่นหอมรวยรื่น ใบไม้หนาทึบช่วยกรองแสงแดดจากดวงอาทิตย์อีกชั้นหนึ่ง ต่อให้เป็นวันที่อบอ้าว ถึงอย่างนั้น สุ่ยเซียนที่หลับกลางวันอยู่ในศาลากลับไม่ได้รู้สึกร้อนแต่อย่างใด ตรงข้าม กระแสลมที่พัดเบาๆ และต่อเนื่องให้รู้สึกเย็นสบาย หลังจากนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม นางจึงค่อยๆ ลืมตาตื่นด้วยความรู้สึกสดชื่น แต่ทันใด กลับพบว่าแก้มของตนแนบอยู่กับแผงอกกว้างอันแข็งแรง ทั้งมือนั้นยังถือพัดกลมคอยพัดวีให้ อย่าบอกนะว่าเป็นมู่ฉีหลิน? ถึงว่าล่ะ ทั้งที่วันนี้อากาศค่อนข้างร้อน หากนางกลับรู้สึกว่าหลับสบายมาก ที่แท้ มู่ฉีหลินก็เป็นทั้งหมอนและพัดลมให้กับนางนี่เอง สุ่ยเซียนยิ้มบาง ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามาซาบซึ้ง นางต้องสำนึกในบุญคุณและเกรงใจเขาถึงจะถูก หลังจากคิดได้ สุ่ยเซียนก็ผละตัวออกมา “ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าหลับไปนานหรือเปล่า ทำให้ท่านชาตรงไหนไหม” “เจ้าหลับไปสักพักเชียวละ แต่ไม่ได้ทำให้ข้าชาตรงไหน”
Read more

บทที่ 25 ข้างบ้านแสนวุ่นวาย

เกิดใหม่เป็นฮูหยินของแม่ทัพ(อสูร)นั้นไม่ง่าย บทที่ 25ข้างบ้านแสนวุ่นวาย วันอันแสนวุ่นวายไม่ได้จบเพียงแค่เซี่ยงจวิ้นยอมลามือและกลับบ้าน ในช่วงสายของวันเดียวกัน หม่าฮูหยินกับลูกสะใภ้ซึ่งอยู่ข้างบ้าน จู่ๆ ก็อยากพบสุ่ยเซียน บอกว่ามีของว่างสุดอร่อยที่อยากให้นางได้ลองชิม ตั้งแต่สุ่ยเซียนแต่งเข้ามาอยู่ในจวนแม่ทัพ ถึงไม่ได้สังเกตอย่างจริงจัง หากก็เห็นว่าบ้านใกล้เรือนเคียงไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมกับเจ้าของจวนหลังนี้สักเท่าไร เนื่องจากต่างก็หวั่นกลัวชื่อเสียงของมู่ฉีหลิน นอกจากนี้แล้ว ทั้งสุ่ยเซียนทั้งคนข้างบ้านก็ไม่เคยพูดคุยกันมาก่อน แต่หม่าฮูหยินกลับอยากนำของว่างมาให้ ออกจะน่าสงสัยอยู่สักหน่อยไม่ใช่หรือ “คุณหนู จะให้พวกเขาเข้ามาหรือไม่เจ้าคะ” เสี่ยวเถายืนถามอยู่ข้างๆ สุ่ยเซียนวางของว่างในมือที่กัดกินไปได้นิดเดียวลงบนจาน เอียงศีรษะด้วยสีหน้าครุ่นคิด หม่าฮูหยินกับลูกสะใภ้ต้องการพบนางด้วยเรื่องอะไร นางเองก็อยากรู้ มนุษย์ทุกคนล้วนมีความอยากรู้อยากเห็น สุ่ยเซียนก็ไม่มีข้อยกเว้น จึงพยักหน้าส่งเสียงบอกบอกเสี่ยวเถา
Read more

บทที่ 26 รักครั้งแรกมักเกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

เกิดใหม่เป็นฮูหยินของแม่ทัพ(อสูร)นั้นไม่ง่าย บทที่ 26รักครั้งแรกมักเกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ความวุ่นวายที่มาเยือนถึงหน้าบ้านไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่วันสองวันแล้วจบ แต่สุ่ยเซียนต้องปวดหัวไม่เว้นวัน ซึ่งติดต่อยาวนานเกือบจะหนึ่งสัปดาห์แล้ว ทั้งความช่างตื้อของเซี่ยงจวิ้น ทั้งความชอบยุของแม่สามีกับลูกสะใภ้แซ่หม่าที่อยู่ข้างบ้าน หม่าฮูหยินกับลูกสะใภ้ของนาง ภายนอกเหมือนแสดงความปรารถนาดีกับสุ่ยเซียน แต่ความเป็นจริง แต่ละเรื่องที่ชวนคุยก็เพื่อสอดแหนม และท้ายที่สุด พวกนางจะนำเรื่องต่างๆ ที่ได้ยินไปบอกต่อกับฉางฮูหยินที่จ้างวานมาอีกทีหนึ่ง นอกจากนี้ แม้ลูกสะใภ้ของหม่าฮูหยินจะพูดจากับสุ่ยเซียนดีนักดีหนา ปากยิ้มแย้ม หากสายตาคู่นั้นกลับหาความจริงใจไม่ได้เลยสักนิด ดังนั้น สุ่ยเซียนจึงพอเดาออกว่าสะใภ้ของหม่าฮูหยินผู้นี้ เป็นคนประเภทปากหวานก้นเปรี้ยว และชอบนำเรื่องคนอื่นไปพูดขยายความต่อ ต้องขอบคุณความล้มเหลวจากชาติที่แล้ว รวมถึงบทเรียนจากการได้พบเจอผู้คนหลากหลายประเภท ทำให้สุ่ยเซียนไม่เผลอพูดเรื่องโง่เขลาออกไป มากสุดแค่แสร้งยิ้มไร้เดียงสาโดยให้อีกฝ่ายตีคว
Read more

บทที่ 27 ท่านดีอยู่แล้ว

เกิดใหม่เป็นฮูหยินของแม่ทัพ(อสูร)นั้นไม่ง่าย บทที่ 27ท่านดีอยู่แล้ว ไม่กี่วันต่อมา เฉินเจี๋ยซูที่อาสาสืบเรื่องของสุ่ยเซียนแทนสหาย ได้นำข้อมูลทุกอย่างมาบอก คนที่ยุแยงให้เซี่ยงจวิ้นตามตื้อสุ่ยเซียนคือฉางฮูหยินจริง ทว่าคนที่หนุนหลังฉางฮูหยินอีกทีหนึ่งคืออ๋องสาม ‘เกาเฟยเทียน’ สามีของฉางฝูหลง หรือก็คือพี่เขยของสุ่ยเซียนนั่นเอง “งานนี้เจ้าลำบากจริงๆ เสียแล้ว ฉีหลิน เหมือนตระกูลฉางจะต้องการให้เจ้าหย่าขาดกับฮูหยินให้ได้ ถึงได้ยืมมืออ๋องสาม มิน่าเล่า คุณชายเซี่ยงถึงได้เหิมเกริม ไปเยียบจวนเจ้าทุกวันอย่างไม่เกรงกลัว” เฉินเจี๋ยซูส่ายหน้ากล่าว มู่ฉีหลินยังคงแสดงสีหน้านิ่งเฉยเมื่อฟังจบ ทว่าเพราะเติบโตมาด้วยกัน เฉินเจี๋ยซูจึงมองออกว่ายิ่งมู่ฉีหลินนิ่งสงบมากเท่าไร ในอกก็ยิ่งร้อนรนมากเท่านั้น “แต่ไม่ต้องกังวลไป นางแต่งกับเจ้าแล้ว และดูเหมือนนางจะเลือกเจ้า หาใช่คุณชายเซี่ยง เจ้าไม่ต้องกลัวไป” เฉินเจี๋ยซูกล่าวปลอบอีกหนึ่งประโยค “ใครกลัว” เฉินเจี๋ยซูยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนชี้ที่มู่ฉีหลิน “เจ้าอาจจะโกหกผู้อื
Read more

บทที่ 28 สุ่ยเซียนออกหน้าปกป้องคน

เกิดใหม่เป็นฮูหยินของแม่ทัพ(อสูร)นั้นไม่ง่าย บทที่ 28สุ่ยเซียนออกหน้าปกป้องคน ไหนๆ มู่ฉีหลินก็ซื้อของมาให้เยอะแยะ จะปล่อยทิ้งกองพะเนินไว้เฉยๆ ก็น่าเสียดายแย่ สุ่ยเซียนจึงถามชื่อร้านจากชายหนุ่ม และนำผ้าแพรสีสันฉูดฉาดบางส่วนไปเปลี่ยนเป็นผ้าสีพื้นๆ สำหรับบุรุษ ยามว่าง นางจะนำผ้าเหล่ามาตัดเป็นเสื้อคลุมให้กับมู่ฉีหลิน ปักลายตรงชายเสื้อนิดหน่อย โดยอาศัยความทรงจำของฉางสุ่ยเซียนซึ่งเป็นเจ้าของร่างเดิม ลำพังแค่ความพยายามของตัวเองคงทำงานยากๆ แบบนี้ไม่ได้ ต้องยอมรับว่างานฝีมือของผู้หญิงในยุคนี้ใช้ความอดทนสูง เพราะกว่าจะตัดเย็บเสื้อผ้าได้แต่ละตัวทั้งใช้เวลาและน่าเบื่อมากจริงๆ ทว่า สุ่ยเซียนที่มีความตั้งใจว่าจะตอบแทนมู่ฉีหลิน ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้เป็นเรื่องน่าเบื่อ ระหว่างกำลังนั่งเย็บเสื้อคลุมให้มู่ฉีหลินอยู่ในสวน เสี่ยวเถาก็เข้ามาบอกว่า หม่าฮูหยินกับลูกสะใภ้มาขอพบ คราวนี้ก็ยังอ้างว่ามีขนมอร่อยๆ มาฝาก นางแอบกรอกตามองบนด้วยความเอือมระอา ก่อนจะสั่งให้เสี่ยวเถาเก็บของเข้าบ้าน และอนุญาตให้พวกนางมาพบที่สวน “
Read more

บทที่ 29 รับมือกับฉางฮูหยิน

เกิดใหม่เป็นฮูหยินของแม่ทัพ(อสูร)นั้นไม่ง่าย บทที่ 29รับมือกับฉางฮูหยิน ในวันต่อมา สุ่ยเซียนนั่งรถม้ามาที่คฤหาสน์ตระกูลฉางด้วยทำทีว่ากลับมาเยี่ยมบ้าน ทั้งที่จริงแล้ว นางมาเพื่อพูดคุยกับฉางฮูหยิน ไม่ให้เข้ามายุ่งวุ่นวายเรื่องส่วนตัวของนางมากเกินไป เมื่อเห็นว่านางมาถึง ฉางฮูหยินโผเข้ามากอด ขณะประคองบุตรสาวไปนั่งเก้าอี้ และยังรัวเสียงถามไปด้วย “เซียนเอ๋อร์ลูกรัก เจ้ากลับมาบ้านจะไม่มีปัญหากับแม่ทัพมู่หรือ แม่ได้ยินมาว่าชายคนนี้กักขังเจ้าให้อยู่แค่ในเรือน อย่าบอกนะว่าเจ้าหนีกลับมาบ้านของเรา?” ชาติก่อนนั้น สุ่ยเซียนไม่เคยสัมผัสความรักของบิดามารดา มีก็แต่ตายายที่เลี้ยงดูมา แต่พวกท่านไม่เคยเข้ามาบงการชีวิตของสุ่ยเซียนมากเกินความจำเป็น เข้าใจละว่า ฉางฮูหยินรักและหวงแหนบุตรสาวมากเพียงไหน ทว่าความรักของบิดามารดาที่มีมากเกินไป รังแต่จะทำให้บุตรสาวลำบากใจ อีกอย่างหนึ่ง สิ่งที่ฉางฮูหยินพูดมาล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่คิดไปเอง แต่สุ่ยเซียนไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมฉางฮูหยินถึงได้มีความคิดแบบผิดๆ เกี่ยวกับมู่ฉีหลิน นั่นเพราะหม่าฮูหยินกับลูกสะใภ้นำ
Read more

บทที่ 30 การตัดสินใจของมู่ฉีหลิน

เกิดใหม่เป็นฮูหยินของแม่ทัพ(อสูร)นั้นไม่ง่าย บทที่ 30การตัดสินใจของมู่ฉีหลิน เสียงหัวเราะของเฉินเจี๋ยซูดังลั่นออกมาจากภายในส่วนประจำการที่มู่ฉีหลินรับผิดชอบ ส่วนอะไรทำให้เขาหัวเราะครื้นเครงได้มากขนาดนี้ ย่อมเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้ นอกเสียจากเรื่องของมู่ฉีหลินกับสุ่ยเซียนที่ตนให้ความสนใจในช่วงนี้นั่นเอง “ฮะๆ คิดแล้วเชียว เรื่องของพวกเจ้าทำให้ข้าสนุกและฆ่าเวลาได้ดี” เฉินเจี๋ยซูพูดพลางกุมท้องหัวเราะไปด้วย “เรื่องในบ้านข้า ถูกเจ้ามองว่าเป็นความสนุกส่วนตัวไปแล้ว ช่างไร้มารยาทเสียจริง” “ก็สนุกจริงๆ ไม่ใช่หรือ อีกอย่าง ข้าไม่อยากได้ยินคำนั้นจากปากคนตายด้านอย่างเจ้าหรอกนะ” เฉินเจี๋ยซูหาได้ปฏิเสธ แม้จะถูกมู่ฉีหลินมองค้อนด้วยความไม่พอใจ มิหนำซ้ำ ยังกล่าวในสิ่งที่คิดออกมาอย่างไม่ปิดบัง “ฟังจากสาวใช้ในคฤหาสน์ตระกูลฉาง ตอนที่ฉางสุ่ยเซียนพูดเข้าข้างเจ้า ฉางฮูหยินนี้หน้าเสียไปเลย ขอโทษที่ข้าหัวเราะแม่ยายของเจ้านะ ฉีหลิน แต่ฉางฮูหยินทำกับพวกเจ้าขนาดนี้ ข้ามองว่าสมควรที่นางจะโดนบุตรสาวหักหน้าแล้วละ” สมกับเป็นเฉินเจี๋
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status