《ฝ่าบาท ข้าเป็นขันทีไม่ใช่สนม》全部章節:第 11 章 - 第 20 章

33 章節

๑๑ อีกคนหนึ่งรู้ทัน อีกคนซ่อนไม่มิด

แม้แต่ฮ่องเต้หลงเฉิงเทียนยังถูกลอบสังหาร ทั้งที่มีองครักษ์ล้อมหน้าล้อมหลังแน่นหนาปานนั้น จวบจนบัดนี้ก็ยังหาตัวคนร้ายไม่พบ เมืองหลวงยังกระสับกระส่าย บัลลังก์ยังไม่มั่นคง หวังจื่อหลงเพียงหวั่นเกรงว่า หากเมื่อใดที่บุรุษผู้นี้มีจุดอ่อนให้ใครคว้าได้ คงไม่เป็นผลดีนักเขายังพูดไม่ทันจบประโยคทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงคู่หนึ่งดังสะท้อนขึ้นมาจากด้านหน้าศาลา โชยมาพร้อมความเยียบเย็นของยามบ่ายคล้อยที่พัดแทรกเข้ามา“เกรงว่าข้าคงมิได้มารบกวนเวลาอันใดของฝ่าบาทกระมัง”น้ำเสียงนั้นทุ้มเรียบ แฝงความเย้าแหย่เพียงเล็กน้อย ทว่าเย็นยะเยือกพอจะทำให้ทั้งสามสะดุดกึกฉางเจ๋อเจียนก้าวเข้ามาภายในลานหน้าศาลาด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มบางราว สายตาคมกริบจ้องตรงไปยังหวังจื่อหลงไม่วางตาราวกับหยั่งรู้ถึงจิตใจทั้งหมดจากท่าทางที่เขาพยายามเก็บซ่อน“ไม่เจอหน้ากันเสียนาน…” เขาเอ่ยต่อคนทั้งสามหยุดชะงักในทันที ราวกับความตึงเครียดทั้งหมดถูกดึงให้แข็งค้างอยู่กลางอากาศหวังจื่อหลงหรี่สายตามองจนใบหน้าย่ำแย่ ลมหายใจสะดุด เขาไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่มากน้อยเพียงใด แต่สายตาที่ฉางเจ๋อเจียนมองม
閱讀更多

๑๒ ความสัมพันธ์ลึกซึ้ง

ไฉนเบื้องหลังแผนลอบสังหารน้องชายเมื่อหลายเดือนก่อนนั้น หลงอี้เสวียนจะไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของผู้ใด ทว่าทั้งที่มีร่องรอยจางๆ หลงเหลืออยู่แต่กลับไม่หนักแน่นพอที่จะพิสูจน์ ดึงตัวเอาผู้ที่กระทำผิดทั้งหมดมายืนลงตรงหน้าได้สักคนแน่นอนว่า หลงอี้เสวียนย่อมโกรธแค้น และเจ็บใจยิ่งนักทั้งโทสะที่ปะทุในอก และความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้ามา ผสมปนเปกับต่อน้องชายทั้งที่สิ้นใจตายไปนานหลายเดือนแต่คดีก็ยังปิดไม่ลง หรือน้องสะใภ้และหลานชายตัวน้อยถึงจะยังมีชีวิตอยู่แต่กลับต้องใช้ชีวิตหลบซ่อนอยู่ในเงามืด โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ นอกจากเขาเองในใจของหลงอี้เสวียนทั้งทุกข์ ทั้งโกรธและทั้งเจ็บปวดต่างพอกทับหนักอึ้งจนยากลืมเขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางสูดลมหายใจเข้าลึกกดโทสะที่พลุ่งพล่านลงไป จนทำให้หน้ากระเพื่อมอย่างเห็นได้ชัดสายตาคมกริบจับจ้องฉางเจ๋อเจียน แววตานั้นเย็นยะเยียบ ดั่งคมดาบที่พร้อมจะฟันช่วงเวลาบุรุษตรงหน้า…หาใช่แค่ศัตรูทางการเมืองเท่านั้นแต่คือคนกินในเรือน ขี้รถบนหลังคารอเวลาที่จะกัดเจ้าของให้จมดิน!มือทั้งสองข้างของหลงอี้เสวียนกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขากัดกรอดแค่นเสียงพูดออกมาแผ่วเบา แต่กลับดังสะท้อนก้องไ
閱讀更多

๑๓ ห้ามตายตรงหน้าข้าเด็ดขาด

หลายวันผ่านไปภายหลังจากฮ่องเต้หลงเฉิงเทียนถูกลอบสังหาร วังหลวงตกอยู่ในความโศกเศร้าและเงียบสงัด ประกาศให้ไว้ทุกข์ยาวนานถึงสามปี ทำให้งานรื่นเริงทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นพิธีแต่งงานหรือเทศกาลสำคัญต่างถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดแม้แต่คู่บ่าวสาวก็ไม่มียกเว้น ทั้งที่ยกแม่สื่อไปสู่ขอแล้วและเตรียมกราบไหว้ฟ้าดินในวันรุ่งขึ้นก็ต้องหยุดชะงักไปโดยไม่อาจฝืนชะตากรรมจึงได้รับเพียงสุรทหนึ่งจอกแทนการเฉลิมฉลองเท่านั้นวันนี้ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของฮ่องเต้หลงเฉิงเทียนพอดีแม้มีฎีกาสั่งให้งดการเฉลิมฉลองตามธรรมเนียม แต่ความโศกเศร้ายังปกคลุมวังหลวงทุกมุมเหล่านางกำนัลวังหลวงต่างเตรียมเครื่องไหว้สำหรับสุสานของฮ่องเต้หลงเฉิงเทียนไว้ตั้งแต่เมื่อคืน พอรุ่งเช้าวันใหม่เช้าตอนที่ท้องฟ้ายังคลอด้วยหมอกหนาทึบ พวกนางจึงเร่งขนเครื่องไหว้ขึ้นรถม้ารอฮ่องเต้หลงอี้เสวียนย่างกายขึ้นมาก็ออกเดินทาง สายตาของผู้คนเต็มไปด้วยความเศร้า ราวกับน้ำหนักแห่งความทุกข์ในอดีตยังคงกดทับอยู่เหนือตำหนักแสงแรกของวันส่องกระทบไปทั่วบริเวณ สายลมพัดโชยเอากลิ่นธูปและเครื่องหอมลอยคละคลุ้งในอากาศ พร้อมกับกลิ่นความทุกข์แผ่ปกครอบคลุมทั่วทั้งวังหลวง
閱讀更多

๑๔ คนของข้าอย่างได้แตะ

ทันทีที่สิ้นคำพูดของหลงอี้เสวียน รถม้าส่ายไปมาอย่างแรงราวกับสูญเสียการควบคุม หรือไม่สารถีขับรถม้าก็ถูกสังหารจนสิ้น ทำให้เซวียนอี้หยางแทบเสียหลักยังดีที่มีฮ่องเต้หนุ่มรั้งเอาไว้เขาหอบหายใจแรงด้วยความตกใจปนหวาดกลัว ดวงตาคู่นั้นสั่นระริกอย่างหวาดหวั่นและกลัวตายแน่นอนว่าไม่มีผู้ใดหลีกหนีความตายพ้น แต่เขายังไม่อยากตายตอนนี้เสียหน่อย!ขอใช้ชีวิตให้ยืนยาวกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือสวรรค์!เซวียนอี้หยางกดด่าสวรรค์ในใจอย่างเหลืออด…หรือหากอยากพรากชีวิตให้เขาตายนัก ก็ให้ตายดีๆ หน่อยไม่ได้หรือไรกันไฉนจึงต้องให้ตายอย่างทรมาน“หากมีข้าอยู่…เจ้าย่อมไม่เป็นอะไรแน่”หลงอี้เสวียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันราวคำสาบาน ดวงตาคมกริบจ้องมองเซวียนอี้หยางที่หน้าซีดเผือด ราวกับอ่านทุกความคิดและความกลัวที่อีกฝ่ายพยายามซ่อนเซวียนอี้หยางแทบจะเสียสติ ไหนเลยเขาเคยเจอเหตุการณ์เสี่ยงเช่นนี้มาก่อนในชีวิตกันเล่าเขายืนนิ่ง มองลูกธนูดอกนั้นด้วยความหวาดหวั่น“ตั้งสติเสีย….ต่อให้ข้าดึงเจ้าไว้ได้ คราวอาจก็ช่วยไม่ทัน”หลงอี้เสวียนเอ่ยเสียงเข้ม เมื่อเห็นอีกฝ่ายังยืนนิ่ง สายมองลูกธนูดอกนั้นอย่างเหม่อลอยเซวียนอี
閱讀更多

๑๕ สุนัขลอบกัด

เลือดสีเข้มไหลซึมออกจากกลางแผ่นหลังของหลงอี้เสวียนเป็นเส้นยาว ไม่ว่าเซวียนอี้หยางจะพยายามกดแผลเพียงใดก็ไม่อาจหยุดยั้งได้ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนแสบปลายจมูกเซวียนอี้หยางหน้าซีดราวกระดาษด้วยความตกใจ มือสั่นระริกยื่นเข้าไปพยุงอีกฝ่ายไว้ทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา“ฝะ…ฝ่าบาท! ท่านโดนแทง!” เขาแทบตะโกน เสียงสั่นจนฟังแทบไม่ออกว่าเป็นความหวาดกลัวหรือความตกใจมากกว่ากันหลงอี้เสวียนหอบหายใจแรง กลิ่นเลือดคละคลุ้งอยู่ในลำคอ ทว่าดวงตาคมกริบกลับตวัดไปมองนักฆ่าอย่างเย็นเยียบ ไม่ต่างจากสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุมแต่ยังคงจองกัดไม่ยอมตายง่ายๆ ใบหน้าของของเขาเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยเลือด ยิ่งทำให้ดูดุดันน่าเกรงขาม จนเซวียนอี้หยางรู้สึกเหมือนยืนอยู่ข้างปีศาจร้ายมากกว่าอยู่ข้างคนเขาหาได้สนใจบาดแผลกลางแผ่นหลังไม่ ใบหน้าหล่อเหล่าเคร่งขรึมหาได้ฉายความเจ็บปวดออกมาสักนิด“ถอยไปข้างหลัง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมา ทั้งที่ลมหายใจขาดห้วงเป็นคำสั่งที่แฝงอำนาจมากพอให้หัวใจคนฟังสะท้านทว่าเซวียนอี้หยางกลับส่ายหน้า ไม่ยอมขยับแม้ครึ่งก้าว
閱讀更多

๑๖ พันธะลวงตา

ณ จวนสกุลฉางทั่วทั้งเมืองหลวงวันนี้ถูกความหม่นหมองปกคลุม ผู้คนล้วนสวมอาภรณ์สีดำไว้ทุกข์ให้ฮ่องเต้หลงเฉิงเทียน บ้านเรือน จวนสกุลต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ร้านค้าต่างเงียบงันราวกับลมหายใจก็ไม่กล้าขยับทว่า…จวนสกุลฉางกลับแตกต่างโดยสิ้นเชิงเหล่าสาวใช้ในจวนต่างแต่งกายสวมใส่อาภรณ์ด้วยชุดสีสันฉูดฉาดสะดุดตา ตามคำสั่งของผู้เป็นนาย แม้ว่าจะรู้สึกระอาใจและหวาดหวั่น ทว่าพวกนางก็จำต้องทำตาม ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะผู้ที่พวกนางรับใช้…หาใช่มังกรบนบัลลังก์ แต่คือสกุลฉางต่างหากฉางเจ๋อเจียนถึงกับจ้างนางจากหอนางโลมโคมเขียวมาร่ายรำและบรรเลงดนตรีถึงในจวน ทั้งยังพูดคุยหยอกล้อ ปรนเปรอราวกับกำลังฉลองเหตุการณ์อันน่ายินดีในขณะที่เมืองทั้งเมืองกำลังไว้ทุกข์ตั้งแต่เช้าจรดเย็นใบหน้าหล่อเหลาของเขาแดงระเรื่อจากสุรานับสิบไหได้ แต่สายตายังคมกริบยังคงแข็งกร้าว ไม่ได้ขาดสติแม้เพียงเสี้ยวริมฝีปากหนายกยิ้มกว้าง ประหนึ่งกำลังชื่นชมความวุ่นวายที่ตนเป็นผู้ก่อ…ด้วยความเบิกบานใจล้นเหลือ“เอามาให้อีกไห!”น้ำเสียงทุ้มตะโกนดังออกมาลั่นเรือน เหล่าสาวใช้ที่ยืนก้มหน้าไม่ไกลต่างสะดุ้งโหยง ก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าออกไปจัดหาเอาสุราให้นายเหนือห
閱讀更多

๑๗ กิ่งทองใบหยด

พอได้ยินประโยคนั้น หว่านไป๋เยว่ถึงกับชะงักงันไปทันทีดวงตางดงามพลางเบิกกว้างเล็กน้อย ราวกับคำตอบนั้นทำให้นางตั้งตัวไม่ติด ไฉนเลยคาดว่าจะได้ยินคำตอบเช่นนี้หว่านไป๋เยว่เพียงจ้องมองบุรุษหน้าหวานตรงหน้าอย่างนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง สายตาของนางสลับระหว่างเขากับคนที่ยังหลับสนิทบนเตียง ก่อนจะกลับมามองอีกครั้งด้วยความลังเลและตื่นตระหนกในทีเดียว คล้ายไม่เชื่อหูและในสิ่งที่ได้ยินนัก“คะ…คนรักงั้นหรือ” น้ำเสียงของนางสั่นพร่า ไม่แน่ชัดว่าเพราะตกใจหรือตีความไปไกลเพียงใดบุรุษ…และบุรุษ!?นางก้มมองหลงอี้เสวียนที่นอนแน่นิ่งบนเตียง แล้วเงยหน้ามองคนตรงสลับกันไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างหยุดไม่ได้ แววตาเต็มไปด้วยความแปลกใจยิ่งกว่าเห็นผีกลางวันแสกๆ เสียอีก“เช่นนั้น ท่านทั้งสองเป็นคู่รักกันจริงๆ หรือเจ้าคะ”น้ำเสียงนางเบาลงเอ่ยถามอีกครั้งอย่างไม่มั่นใจ คล้ายกลัวว่าหากพูดดังไปคำตอบจะยิ่งทำให้ตนหน้าแดงกว่าเดิมเซวียนอี้หยางที่เพิ่งโกหกไปสดๆ ถึงกับนิ่งค้างไปครู่หนึ่งเห็นชัดว่ามุมปากเขากระตุกนิดๆ ประหนึ่งอยากแก้ตัว แต่ก็แก้ไม่ได้แล้วในเมื่อคำพูดมันหลุดออกไปแล้ว ทว่าก่อนที่เขาจะได้ตอบ สตรีผู้นั้นกลับถอนหายใจยาวอย่าง
閱讀更多

๑๘ หัวใจว้าวุ่นเพราะผู้เดียว

หว่านไป๋เยว่…น้องสะใภ้ของหลงอี้เสวียน หรือหากกล่าวให้ถูกแล้ว เมื่อไม่กี่เดือนก่อน นางยังเป็นหงส์เคียงบัลลังก์มังกรชีวิตที่ผ่านมาของนางราบรีบราบกับโรยด้วยกลีบดอกไม้จากคุณหนูสูงศักดิ์ของตระกูลใหญ่ สู่การถูกคัดเลือกถวายตัวเข้าวังหลวง และก้าวขึ้นเป็นฮองเฮาเคียงคู่ฮ่องเต้หลงเฉิงเทียนแต่ยามนี้…ทุกย่างก้าวของนางกลับเต็มไปด้วยหนามแหลมที่พร้อมจะทิ่มแทงเลือดเนื้อได้ทุกเมื่อนางต้องอยู่หลบๆ ซ่อนๆ หวาดกลัวแม้แต่เสียงลมพัด ยิ่งเมื่อนึกถึงเหตุลอบสังหารที่ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ก็ยิ่งหนักใจ ทั้งตัวนางและบุตรชายวัยเพียงสามเดือน กลับกลายเป็นเป้าหมายที่ต้องถูกกำจัดทิ้งไม่ยกเว้นหากวันนั้นนางยังดื้อดึงอยู่ในวังหลวงต่อเกรงว่าคงมิอาจมีชีวิตมาถึงวันนี้ด้วยซ้ำและยิ่งเมื่อเห็นสภาพของหลงอี้เสวียนหรือพี่สามีที่บาดเจ็บสาหัสจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากปรโลก ไม่ต้องคาดเดาก็รู้ว่าเหตุทั้งหมด…โยงใยถึงวังหลวงอย่างแน่นอนหว่านไป๋เยว่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ มาสี่เดือนกว่าแล้ววันที่ที่สามีถูกลอบสังหาร…พี่ชายสามีผู้นี้เป็นผู้ลักลอบพานางและบุตรชายหลบหนีออกมาด้วยความทุลักทุเลนางหนีออกมาพร้อมเงินเพียงเล็กน้อยไร้สาวใช้ ไ
閱讀更多

๑๙ อย่าได้หวาดกลัวข้า

พอได้ยินถ้อยคำนั้น ใบหน้าซีดเซียวของหลงอี้เสวียนก็พลันถมึงทึงขึ้นมาทันใด ดวงตาคมกริบที่เมื่อครู่ยังทอดมองบุรุษตรงหน้าอย่างอ่อนโยน กลับแข็งกร้าววาวโรจน์ขึ้นราวกับคมดาบชโลมเลือดมุมปากหนากระตุกยกขึ้นเล็กน้อย คล้ายยิ้มแต่ไม่ถึงกับยิ้ม หากแต่แฝงไปด้วยเพลิงโทสะลุกโชนอยู่ภายในฝ่ามือหนาค่อยๆ กำหมัดแน่นขึ้นทีละน้อย บรรยากาศที่เพิ่งคลายความกดดันไปเมื่อครู่กลับตึงขึ้นอีกครั้ง ราวกับตาข่ายสายหนึ่งถูกดึงจนตึง เส้นอากาศรอบตัวหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออกเซวียนอี้หยางเห็นท่าทางเปลี่ยนของอีกฝ่ายก็ชะงักงันทันทีถ้อยคำที่เพิ่งเผลอพึมพำออกมาเหมือนจะติดค้างอยู่ปลายลิ้นจนกลืนไม่ลง“จิตใจโหดเหี้ยมงั้นหรือ…” น้ำเสียงทุ้มต่ำของหลงอี้เสวียนแค่นพูดออกมาทีละคำอย่างเย็นเยียบ“เหอะ! พวกหมาขี้เรื้อนที่เอาแต่ลอบกัดผู้อื่น ควรดูสังขารเน่าๆ ของมันเองเสียก่อนเถิด”เขากัดฟันกรอด แค่นพูดออกมาอย่างเดือดดาลคล้ายโทสะพร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกลมหายใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ระหว่างที่รถม้ากำลังเดินทางไปสุสาน พอถึงปลายเชิงเขาเปลี่ยวไร้ผู้คนผ่านไปมา รถม้าถูกดักซุ่ม โจมตีล้อมรอบด้วยนักฆ่าสวมชุดดำปิดคลุมทั้งร่าง เหลือให้เห็นเ
閱讀更多

๒๐ บัลลังก์ไร้ผู้สืบทอด

ยามนี้ท้องพระโรงวุ่นวายยิ่งกว่าทุกเช้าเสียอีกเหล่าขุนนางที่ได้รับข่าวลือต่างรีบร้อนลุกขึ้นแต่งตัวเข้าวังตั้งแต่เช้าตรู่ตอนที่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง สีท้องฟ้ายังไม่เปลี่ยนจากหมอกเทาเป็นน้ำเงินด้วยซ้ำ ผู้คนเร่งรีบเข้าออกวังหลวงกันไม่ขาดสายราวเป็นมดงานก็ไม่ปานคลื่นน้ำในทะเลสาบที่นิ่งสงบมานานพลันไหวระริกราวกับเป็นลางร้ายตั้งแต่แรกเริ่มเพราะข่าวที่แพร่สะพัดอยู่ในยามนี้ ขบวนรถม้าของฮ่องเต้หลงอี้เสวียน ถูกพวกโจรป่าที่ซุ่มอยู่ระหว่างเส้นทางไปสุสานบรรพบุรุษดักปล้น!แต่สิ่งที่สร้างความหวาดหวั่นยิ่งกว่า คือในรถม้านั้นมีเพียงของเซ่นไหว้บรรพชนทั้งสิ้นหาได้มีเงินทองหรือสิ่งของราคาแพงไม่แต่ยิ่งไปกว่านั้น ขบวนรถม้าถูกตีจนแตกกระเจิง นางกำนัลบางคนถึงกับกลายเป็นร่างไร้ลมหายใจในพริบตา แม้แต่ทหารฝีมือดีบางส่วนก็ยังมิอาจต้านทานเล่ห์กลของพวกโจร ถูกซัดสังหารอย่างเหี้ยมเกรียมและมีเพียงแค่องครักษ์จื่อที่มีชีวิตรอดกลับถึงวังหลวง ทว่าก็กลับความตื่นตระหนกตกใจให้เหล่าทหารตั้งแต่หน้าประตูวังหลวง ด้วยสภาพของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเลือดแดงฉานไม่ว่าใบหน้า อาภรณ์…ล้วนถูกอาบด้วยกลิ่นสังหารเลือดสีแดงสดร่วงหยดลงบนพื้นศิลาเป
閱讀更多
上一章
1234
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status