《ฝ่าบาท ข้าเป็นขันทีไม่ใช่สนม》全部章節:第 21 章 - 第 30 章

33 章節

๒๑ ความตายก็พรากเขาไปไม่ได้

หลายวันผ่านไปอาการของหลงอี้เสวียนนั้น นับว่าหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่คนทั่วไปจะทนไหว เกินกว่าจะเรียกว่าบาดธรรมดาได้วันแรกหลังเหตุการณ์ เขาไม่กล้าแม้แต่ขยับตัวแรงเพราะมีสายตากลมโตดุๆ ของคนผู้หนึ่งจ้องเขม็งตลอดเวลา ทำได้เพียงนอนนิ่งๆ เชื่อฟังอย่างว่าง่าย ส่วนบาดแผลนั้นก็เพียงใช้สมุนไพรป่ารักษาไว้ชั่วคราว เพื่อสมานบาดแผลเอาไว้เท่านั้นสายตาคมกริบที่พร่ามัวมองเห็นเพียงความมืดมิดและเงาของความตายที่เดินวนเวียนอยู่ปลายเตียงสติที่เลื่อนลอยจะดับวูบไปหลายครั้งหลายคราแต่กลับมีฝ่ามือนุ่มนิ่มคู่หนึ่ง...คอยกอบกุมเอาไว้แน่น คล้ายกำลังยื้อเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย แม้แต่ปรโลกก็ไม่มีสิทธิพรากเขาไปก็ไม่ปานยามที่ค่ำคืนย่างกรายเข้ามา ความเงียบงันในหมู่บ้านเล็กๆ กลางป่านกลับยิ่งทำให้เสียงลมหายใจหอบกระท่อนกระแท่นของหลงอี้เสวียนชัดเจนขึ้นทุกขณะกลิ่นเลือดคาวฉุนอบอวลในอากาศจนแม้แต่เปลวตะเกียงยังสั่นไหวราวกับหวาดกลัวเขานอนคว่ำอยู่บนฟูกเก่าๆ ผ้าห่มผืนบางถูกม้วนออกเพื่อเผยให้เห็นบาดแผลที่แหว่งลึกกลางแผ่นหลัง เส้นเลือดแตกกระจายแดงฉานราวกับมีเงาของปีศ
閱讀更多

๒๒ คำถามที่ทำให้สำลักข้าว

พอสิ้นประโยคนั้น หมอหนุ่มถึงกับสะอึก ชะงักงันในทันที มือที่ถือถาดสมุนไพรสั่นจนเกือบหลุดปลิวจากนิ้วส่วนเซวียนอี้หยางตาเบิกกว้าง ริมฝีปากบางสั่นระริกเอ่ยออกมาอย่างตะลึงงันปนกระอักกระอ่วน“หลง…ฝ่าบาท ทรงกล่าวอะไรออกมา!” เขาร้องเสียงหลง และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเห็นดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายฉายชัดทั้งความแน่วแน่และความไม่พอใจปะปนอยู่เซวียนอี้หยางก็ใจหายวาบ ราวกับอีกเสี้ยวลมหายใจ หากหลงอี้เสวียนลุกไหวจริงๆ เกรงว่าท่านหมอผู้นี้ก็คงจะถูกจับฟันคอคาเตียงอย่างไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำหลงอี้เสวียนหัวเราะเบาๆ แต่เย็นเยียบ แววตากลับมืดลึกดูแล้วน่ากลัวไม่น้อยแม้เขาจะเจ็บแทบขาดใจยังไม่วายหาเรื่องหยอกคน“เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือ…ว่าอะไรอยากได้สิ่งตอบแทน ข้าก็แค่เพียงทำเอ่ยในสิ่งที่ให้ได้เท่านั้น”หลงอี้เสวียนเลิกคิ้วตอบกลับอย่างเจ้าเล่ห์เซวียนอี้หยางถึงกับยืนตัวแข็งส่วนหมออู๋เซียนถอนหายใจแรง เหมือนอยากจะยกมือฟาดคนป่วยผู้นี้ให้สลบไปอีกทีเขายอมลดตัวให้อ่อนข้อไปแล้วหนึ่งส่วน แต่คนผู้นี้ยังดื้อดึง กัดไม่ปล่อยเสียจริง “หายไวๆ เถอะขอรับ ข้าจะได้ไม่ต้องมาทนฟังวาจาเช่นนี้อีก”อู๋เซียนเอ่ยอย่างเหนื่อยหน่ายราวกับหมดสิ้
閱讀更多

๒๓ อย่ายุ่งกับคนของข้า

“คนที่ข้าเลือกเองงั้นหรือ…!?”ถ้อยคำประหลาดเหล่านั้นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเซวียนอี้หยางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งนึกถึงเท่าไร ใบหน้าของเขาก็ยิ่งร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีไฟลุกอยู่ใต้ผิวแก้มเลือกเองอันใดกันเล่า!?เขากับบุรุษผู้นั้นจะมีอะไรให้เลือกได้อย่างไร นอกจากต่างมีฐานะเป็นเพียงฮ่องเต้กับขันทีที่ต่างกันสุดขั้วเท่านั้น…ทว่าพอนึกถึงแววตาคมกริบคู่นั้นที่จ้องเขาราวกับจะกลืนกิน หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นสะดุดไม่เป็นจังหวะเสียอย่างนั้น“ไร้สาระจริงๆ เซวียนอี้หยาง…เจ้าคิดสิ่งใดอยู่กันแน่”เขาพึมพำพูดกับตนเอง พลางตบแก้มเบาๆ คล้ายตั้งสติ แต่ยิ่งพยายามขับไล่ความคิดออกจากหัว ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อครู่กลับผุดขึ้นชัดเจนกว่าเดิมน้ำเสียงทุ้มนั้น…คำพูดนั้น…และสายตาที่มองเขาแตกต่างจากผู้อื่นนั้น…หัวใจเขาของเซวียนอี้หยางก็รัวแรงขึ้นจนน่าหงุดหงิด“ข้าเป็นขันที! เขาเป็นฮ่องเต้! จะมามองข้าเป็น…อะไรแบบนั้นได้อย่างไรกัน!” เซวียนอี้หยางพูดกับตัวเองเสียงเบา แต่แก้มกลับแดงจัดขึ้นอีกหนึ่งส่วนอย่างช่วยไม
閱讀更多

๒๔ นกยูงพอกหน้ากับสุนัขยิ้มเยาะ

ณ วังหลวงไม่เพียงแต่เหล่าขุนนางในท้องพระโรงที่วุ่นวายกับการหายตัวไปหลายวันของฮ่องเต้หลงอี้เสวียน…หากมีชีวิตอยู่ก็ไร้แม้แต่เงาหากจากสิ้นใจตายไปแล้วก็ไร้แม้แต่ร่างให้กราบไหว้…คลื่นใต้น้ำที่ก่อตัวอยู่ก่อนหน้าก็นี้ยิ่งปะทุรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ท้องพระโรงในยามนี้คล้ายถูกพัดถล่มด้วยพายุลูกใหญ่ ทุกฝ่ายต่างสั่นคลอนจนแทบตั้งหลักไม่ทันเหล่าขุนนางทั้งหลายที่เคยแบ่งฝักแบ่งฝ่ายตั้งแต่เมื่อคราวฮ่องเต้หลงเฉิงเทียนสิ้นพระชนม์ ยามนี้พอฮ่องเต้หลงอี้เสวียนหายจากบัลลังก์ไป ก็รีบโยกย้ายเปลี่ยนมายืนข้างใหม่กันจ้าละหวั่นแทบไม่ทัน บางคนถึงกับหน้าซีดเผือดจนเกือบสะดุดล้ม ส่วนบางคนกลับยิ้มพรายยินดีอย่างอารมณ์เบิกบาน แอบลำพองว่าตนมีอำนาจอยู่ในมือ หวังฉวยโอกาสช่วงชิงบัลลังก์และอำนาจทั้งหมดไว้แต่เกรงว่า…คงไม่ง่ายอย่างที่คิดหากไม่ได้สกุลเซวียนคอยดูแลและรักษาความสงบเอาไว้ วังหลวงคงปั่นป่วนจนสิ้นไปแล้ว!แม้แต่วังหลังเองก็โกลาหลไม่แพ้กัน เหล่าสตรีทั้งหลายต่างร่ำร้องโวยวายจนใต้หล้าสั่นสะเทือน บ้างก็ถึงกับร่ำไห้สะอึกสะอื้นว่าไม่อยากกินยาพิษตามเสด็จไปข้างกาย เกรงว่าชะตาชีวิตยังมาไม่ถึง ไม่อาจตายตามโดยฝืนกฎสวรรค์ได้ห
閱讀更多

๒๕ ร้อนรนราวกับถูกน้ำร้อนลวก

หลายวันก่อนหน้าแม้เซวียนจื่อเหวินจะตะโกนเร่งให้เซวียนอี้หยางพาฮ่องเต้หลงอี้เสวียนหลบหนีไปก่อน แต่หลังจากที่เขาฟาดฟันเหล่านักฆ่าจนล้มตายเรียบ และเมตตาเหลือชีวิตไว้เพียงผู้เดียวเพื่อส่งกลับไปให้มันรายงานผู้เป็นนาย เขาก็รีบไล่ติดตามคนทั้งสองทันทีทว่าเมื่อพบกัน กลับเป็นฮ่องเต้หลงอี้เสวียนที่เอ่ยปากออกคำสั่งให้เขาย้อนกลับวังหลวงแทน พร้อมองครักษ์ที่เหลือทั้งหมดคำสั่งเด็ดขาดยิ่งกว่าคมดาบ‘กลับวังไป ปล่อยข่าวว่าข้าหายตัว อาการบาดเจ็บสาหัส อาจไม่รอด’พร้อมกันนั้นยังมีสั่งให้ เก็บกวาดที่เกิดเหตุทั้งหมดให้เกลี้ยง ไม่ให้เหลือแม้คราบเลือดสักหยดหรือเงาของศพเพราะยังไงเสียผู้ลงมือย่อมมากลับมาสำรวจซ้ำและเมื่อพบนรกที่ถูกลบล้างจนเกลี้ยง…มันผู้นั้นก็จะร้อนรนยิ่งกว่าน้ำเดือดพล่านจนต้องลากความวุ่นวายกลับเข้าสู่วังหลวงด้วยตัวเองนี่คือกับดักและเบ็ดถูกเหวี่ยงไปแล้วคำสั่งทั้งหมด มีเพียงเซวียนจื่อเหวินผู้เดียวเท่านั้นที่ได้รับรู้เท่านั้น และเมื่อเขากลับถึงวังหลวง…หวังอ๋องได้ข่าวลือบิดเบี้ยวนั้นแล้วก็โมโหเกรี้ยวกราดจนไม่ว่าผู้ใดก็มองหน้าไม่ติด ไม่กล้าแม้แต่จะเฉียดเข้าใกล้แม้แต่เงาคราแรกเซวียนจื่อเหวินหา
閱讀更多

๒๖ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์

เรื่องแผนการลอบสังหารฮ่องเต้หลงเฉิงเทียนที่เกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อนนั้นหวังจื่อหลงเคยพูดคุยกับหลงอี้เสวียนแล้ว และพอจะล่วงรู้ดีว่าผู้อยู่เบื้องหลังเป็นฝีมือของผู้ใดแท้จริงแล้วก็คือ ฉางเจ๋อเจียน!คนสารเลวผู้กล้าฆ่าแม้แต่สหายร่วมสาบาน เพียงเพราะถูกความโลภและอำนาจกัดกินหัวใจจนสิ้น เหลือเพียงแค่ความมืดดำ!เพียงเห็นหน้าอีกฝ่ายครั้งหนึ่ง…ในอกของหวังจื่อหลงก็มีแต่ความหนักอึ้งครุ่กรุ่นที่พุ่งขึ้นมาอัดคับแน่น จนเขาต้องสูดลมหายใจลึกหลายครั้งเพื่อบังคับให้โทสะไม่ปะทุออกมาเป็นไฟอย่างไรเสีย นี่คือความแค้นโดยตรงของสหายเขามิอาจก้าวล้ำ หรือเอื้อมมือไปจัดการแทนได้มีเพียงต้องปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกระดานหมากที่หลงอี้เสวียนวางไว้แต่แรกเท่านั้นเมื่อหวังจื่อหลง องครักษ์จื่อ และเหล่าทหารนับสิบก้าวเข้าสู่วังหลัง บรรยากาศทั้งวังเหมือนอุณหภูมิดิ่งตกจนเย็นยะเยือกใบหน้าของพวกเขาแต่ละคนราบเรียบนิ่งไร้อารมณ์จนเหล่าดอกไม้งามในตำหนักที่กำลังเบ่งบานก็ถึงกับเหี่ยวเฉาแทบคอพับไม่เว้นแม้แต่บรรดาสตรีทั้งหลาย…บางคนเพียงเห็นเงาร่างของพวกเขาปรากฏ ก็ถึงกับหันตัววิ่งหนีเข้าเรือน ปิดประตูลงกลอนแทบไม่ทันไฉนเลยผู
閱讀更多

๒๗ เจ็บจริงหรือแค่เสแสร้ง

ฝ่ามือหนายกขึ้นแตะแก้มนุ่มนิ่มเบาๆ อีกครั้ง คล้ายล้อเล่น แต่แววตากลับเจือลึกมากกว่าแค่การหยอกเย้าหลงอี้เสวียนเห็นมือของเซวียนอี้หยางสั่นเครือเช่นนั้น เขาจึงยกคิ้วขึ้นทีหนึ่ง นึกอยากจะกลั่นแกล้งยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะแกล้งขยับตัว…แล้วดึงข้อมืออีกฝ่ายทีเดียวจนร่างบางเซล้มลงมาปะทะอกแกร่งของเขาอย่างจัง“เพ่ย!”เซวียนอี้หยางสะดุ้งจนหน้าแดงวาบโดยไม่ทันตั้งตัว รีบยันอกอีกคนจะผละออก แต่กลับถูกแขนแข็งแรงรั้งเอาไว้แน่นกว่าเดิมหลงอี้เสวียนหัวเราะอย่างอารมณ์ดีได้ยินชัด“ตกใจอันใดกัน…ข้าเจ็บแผล ไม่ได้จะกินเจ้าเสียหน่อย”“ปล่อยข้าก่อน…นี่ใกล้เกินไปแล้ว!”ใบหน้าแดงของเซวียนอี้หยางแดงจนลามไปถึงปลายหู ทั้งยังรู้สึกได้ว่าหัวใจของตัวเองเต้นจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินอีก!หลงอี้เสวียนโน้มหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบข้างหู “ใกล้แค่นี้ก็หน้าแดงแล้วหรือ…เช่นนั้นหากข้าดึงเข้ามาอีกนิดคงจะไม่เป็นลมไปเลยหรือไร”ดวงตาของเซวียนอี้หยางกระพริบปริบๆ หัวใจเต้นกระหน่ำรัวเร็วไม่เป็นจังหวะ ริมฝีปากพลางแห้งผากขึ้นมาจนต้องได้แลบลิ้นแตะเบาๆ สายตาล่อกแล่กไปมาระหว่างใบหน้าหล่อเหลา“กลิ่นกายเจ้าหรือ…หอมนั
閱讀更多

๒๘ ดื้อรั้นยิ่งกว่าเด็กสามขวบ

อู๋เซียนก้าวเข้ามาในห้องด้วยอย่างมั่นคงเฉกเช่นทุกวัน ร่างสูงสวมใส่อาภรณ์ซีดเซียวหากแต่สะอาดสะอ้านและเรียบร้อย กลิ่นสมุนไพรจางๆ ลอยละมุนตามมาติดตัว ทำให้บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบลงชั่วขณะ“บาดแผลของฝ่าบาทสาหัสไม่น้อย” น้ำเสียงทุ้มราบเรียบ แต่กลับแฝงความเย็นชาที่ทำให้หลงอี้เสวียนเห็นหน้าแล้วเบื่อหน่ายเขาแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ มุมปากหนากระตุกโค้งยกยิ้มเยาะอย่างเย้ยหยัน สายตาของหลงอี้เสวียนทอดมองบุรุษผู้มาใหม่ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า“วางใจเถอะ ข้าไม่ได้ง่ายๆ แน่ ที่มีลมหายใจก็หาใช่เพราะฝีมือของเจ้าเก่งกาจแต่เป็นข้ากัดฟันอดทนมาจนถึงตอนนี้ต่างหาก” น้ำเสียงทุ้มเต็มไปด้วยความเย้ยหยันไม่ปิดบังเลยว่า เขาไม่ถูกชะตากับหมอหนุ่มผู้นั้นสักนิดกล่าวได้ว่าชังขี้หน้าเข้ากระดูกดำเสียด้วยซ้ำ!อู๋เซียนมองอย่างไม่สะทกสะท้าน พลางเลิกคิ้วสูงเล็กน้อย “อา…ที่หายดีหาใช่เพราะฝีมือข้า หากแต่เป็นความสามารถของเจ้าใช่หรือไม่”สายตาของอู๋เซียนจับจ้องเขม็งไปที่คนป่วยดื้อรั้นนั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยใจ เหตุใดจึงเถียงคำไม่ตกฟากเช่นนี้ เสมือนเด็กสามขวบที่พยายามอยากเอาชนะก็ไม่ปาน มิหนำซ้ำยังกล้าดีอย่างไรกล่าวว่าเป็นความสามาร
閱讀更多

๒๙ เด็กสามขวบบนบัลลังก์มังกร

เดิมทีท้องพระโรงก็วุ่นวายพออยู่แล้ว แต่วันนี้กลับโกลาหลยิ่งกว่าเดิมหลายเท่านักข่าวลือที่ว่า ฮ่องเต้หลงอี้เสวียนถูกโจรป่าดักปล้นระหว่างทางไปสุสานหายสาบสูญ แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงราวกับไฟลามทุ่งหญ้าแห้ง และก่อนที่ผู้ใดจะทันตั้งหลักทัน เหล่าขุนนางบางส่วนก็พากันยื่นฎีกาฉบับหนาปึกเรียงรายเป็นตั้ง เขียนร้องทุกข์ด้วยตัดพ้อสั่นเครือว่าหากฝ่าบาทสิ้นพระชนม์เสียแล้ว เหตุใดราชสำนักจึงยังไร้ผู้ขึ้นนั่งบัลลังก์!หรือราชวงศ์จะไร้ผู้นำปกป้องบ้านเมืองกระนั้นหรือ!ไม่เพียงเท่านั้น ผู้คนในเมืองหลวงจึงเริ่มกระซิบกระซาบว่า บ้านเมืองกระสับกระส่ายสั่นคลอน ความมั่นคงกำลังหายไปต่อหน้าต่อตา ความหวาดหวั่นแผ่ไปทั่วเหมือนหมอกหนาทึบในยามเช้าตรู่และผู้นำความวุ่นวายครั้งนี้ก็ไม่ใช่ผู้ใดอื่นนอกจากคุณชายฉางที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าแถวขุนนาง สวมใส่ชุดเต็มยศ สีหน้าแข็งกร้าวคล้ายตั้งใจจุดไฟกลางลานท้องพระโรงให้ลุกโชนเป็นเพลิงเสียงตีฆ้องดังสะท้อนก้องไปทั่วประตูวังหลวงทุกครั้งที่ตีฆ้องกระทบ เสียงลือก็ยิ่งโหมกระพือรุนแรงขึ้น หัวใจของเหล่ากำนัลในวังหลวงและทหารก็สั่นไหวไม่เป็นส่ำฉางเจ๋อเจียนจงใจตีฆ้องไม่หยุดคล้ายตั้งใ
閱讀更多

๓๐ หึงหวงกลางวังหลวง

ผ้าห่มบนเตียงขยับแผ่วเบา ก่อนที่ดวงตาคมกริบคู่หนึ่งจะโผล่มองขึ้นมา ทั้งดื้อ ทั้งขุ่นเคืองปนความหึงหวงฉายชัดออกมาเซวียนอี้หยางเห็นดังนั้นก็แทบถอนหายใจอีกรอบหลงอี้เสวียนพึมพำต่ำๆ ราวกับออกคำสั่ง“เช่นนั้น ก็อย่าไปดื่มชากับมัน” เขาผ้าห่มขยับอีกนิด เสียงทุ้มต่ำยังคงเจือด้วยดื้อรั้นไม่ยินยอม“วังหลวงก็มีชา…หากเจ้าอยากดื่ม ข้าก็ชงให้ได้!”สายตาคมกริบคู่นั้นช้อนสบกับบุรุษหน้ายังคงเจือด้วยความไม่พอใจอยู่เจ็ดส่วน ริมฝีปากหนาเม้มเป็นเส้นตรง“รูปร่างบางเพียงนี้…จะดื่มอะไรกับมันได้มากเพียงใดกัน”ปลายน้ำเสียงแผ่วเบาคล้ายพึมพำบ่นกับตนเอง แต่ก็ชัดพอให้เซวียนอี้หยางที่ยืนอยู่ไม่ห่างได้ยินไปด้วย ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ท่าทางออกนอกหน้าเช่นนี้นั้น…เขาเอ่ย “ฝ่าบาทกำลังหึงหวงข้าอย่างงั้นงั้นหรือ”เซวียนอี้หยางเอ่ยเสียงอ่อน ใบหน้าหวานปรากฏรอยยิ้มจางๆ อย่างหยอกเย้า พลางโน้มเข้าใกล้ จนระยะห่างเหลือเพียงคืบ“เพ่ย! หลงอี้เสวียน”ทันใดนั้น เสียงของหวังจื่อหลงก็ตะโกนร้องดังลั่นมาตั้งแต่ระเบียงหน้าตำหนัก ราวกับพายุหอบโทสะถั่งโถมเข้ามา“ทั้งวังหลวงกำลังปั่นป่วนโกลาหล! แต่ไฉนคนผู้นี้ยังนอนซุกหัวมุดอย
閱讀更多
上一章
1234
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status