ฝ่าบาท ข้าเป็นขันทีไม่ใช่สนม

ฝ่าบาท ข้าเป็นขันทีไม่ใช่สนม

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-02
Oleh:  วอลจูTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
Belum ada penilaian
33Bab
754Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เซวียนอี้หยาง บุตรชายสกุลขุนนางฝ่ายบู๊ ผู้มีพรสวรรค์ด้านการจับไหสุรา เกียจคร้านจนใครๆ ต่างส่ายหน้า ชีวิตอยู่กับโรงเตี๊ยมมากกว่าสนามรบ ทว่าชะตากลับเล่นตลก จู่ๆ เขาก็ต้องเข้าวังหลวงในฐานะขันที...ภายใต้ภารกิจลับสำคัญ หน้าที่ของเขาหาใช่ดูแลรินน้ำชา หาใช่พัดวีแต่คือปกป้องมังกรหนุ่มให้รอดถึงวันพรุ่งนี้! และไม่มีใครควรรู้ว่าเขา…คือ บุรุษครบสามส่วน การปลอมตัวควรทำให้เขากลมกลืนและอยู่รอดอย่างเงียบเชียบ ทว่าใบหน้าหวานเกินเหตุกลับไปสะดุดตาคนผู้หนึ่งเข้าเต็มๆ จากที่คิดว่าจะหลบสายตามังกร กลายเป็นว่ามังกรกลับจับตาเขาทุกลมหายใจ ยิ่งนานวัน “ฮ่องเต้หลงเฉิงเทียน” ยิ่งแสดงท่าทีไม่ปกติ จับแขน เขย่าคาง ลากเข้าไปใกล้ไม่เว้นวัน ราวกับทุกฝีก้าวตะโกนว่า 'เจ้าต้องเป็นของข้าเพียงผู้เดียว' ยิ่งตามติด เขายิ่งกลัวว่าความลับจะถูกเปิด แต่พอยิ่งดิ้นให้หลุด มังกรกลับยิ่งรัดแน่นกว่าเดิม “ฝ่าบาท! ปล่อยข้าเถิด ข้าเป็นขันทีหาใช่สนม!” แทนที่จะปล่อย อีกฝ่ายกลับยิ้ม ราวกับกำลังตอบในใจว่า ไม่ว่าสนมหรือขันที ตราบใดที่เป็นเจ้า ข้าก็อยากได้ทั้งนั้น

Lihat lebih banyak

Bab 1

๑ ขันทีใหม่ในตำหนักมังกร

สายลมอ่อนต้นฤดูใบไม้ผลิพัดต้องยอดสนจนเกิดเสียงเสียดสีกันเบาๆ อยู่หน้าประตูวังหลวง เหล่าทหาร นางกำนัล และขุนนางเดินขวักไขว่ไปตามหน้าที่ ทว่าเมื่อประตูใหญ่เปิดออก ใครคนหนึ่งกลับมุดผ่านช่องแคบระหว่างเหล่าผู้คุมแล้วก้าวพรวดเข้าไปเหมือนลูกหมาจรจัดหลงฝูง

เซวียนอี้หยาง บุรุษหนุ่มรูปร่างเล็ก ผิวขาวจัด ดวงตากลมใสคล้ายสตรี สวมใส่อาภรณ์สีเข้ม ตั้งใจจะเข้าไปอย่างสงบเรียบร้อย ท่วงท่าสง่างาม

แต่…เขาดันสะดุดชายเสื้อของตนเอง กึ่งล้มกึ่งกลิ้งเข้าไปต่อหน้าผู้คุมซะอย่างงั้น

“เจ้าเป็นใคร!”

น้ำเสียงเข้มของทหารยามดังขึ้นจนเขาตกใจแทบสิ้นสติ

เซวียนอี้หยางยกมือขึ้นเหนือศีรษะทันที ดวงตากระพริบปริบๆ ริมฝีปากบางเม้มแน่น “ขะ…ข้าเป็นขันทีใหม่ขอรับ!”

ยิ่งพูดก็ยิ่งฟังดูไม่น่าเชื่อ น้ำเสียงหวานรื่นหูหาได้เล็กแหลมน่ารำคาญ มิหนำซ้ำเพราะใบหน้าอ่อนหวานนั้น ยังดูคล้ายคลึงสตรีไม่เหมือนขันทีสักนิด

ทหารยามหรี่ตาลง ไล่สำรวจมองบุรุษหน้าหวานตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความลังเลและชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ

“ชื่อแซ่อะไร!”

เซวียนอี้หยางสะดุ้งเฮือกทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นมา ท่าทางของเขาสั่นไหวชัดเจนราวกับความหวาดกลัวแล่นวาบขึ้นจนห้ามไม่อยู่

“อี้หยาง…เซวียนอี้หยางขอรับ” เขาพูดแต่สายตากลับหลุบต่ำก้มมองพื้น

หัวใจในอกเต้นกระหน่ำโครมคราม เอาแต่ร้องว่า แย่แล้ว!

เพราะกว่าจะหาทางเล็ดลอดเข้ามาได้ก็นับว่ายากเย็นนัก

เขาสอดส่องสังเกตอยู่นานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน หากมิใช่เรื่องจำเป็นจริงๆ ชั่วชีวิตนี้คงไม่ย่างเหยียบสถานที่เช่นนี้แม้สักครึ่งก้าว

ทว่ากลับต้องมาตายเอาเพราะสะดุดชายเสื้อของตัวเอง!

ช่างเป็นความอัปยศที่น่าอับอาย ไม่สมควรจะเกิดขึ้นกับคนสกุลเซวียนแม้แต่น้อย

ยิ่งกว่านั้น ตอนนี้ยิ่งไม่เหมาะแก่การแสดงพิรุธใดๆ

ยามนี้แผ่นดินสั่นคลอน บ้านเมืองกำลังกระสับกระส่าย ฮ่องเต้องค์ก่อนถูกลอบสังหารอย่างอุกอาจ คนร้ายยังไร้เงา

แต่กลับมีผู้หนึ่งขึ้นครองราชย์แทน เพียงเพราะหลานชายที่เป็นองค์รัชทายาทโดยสายเลือดมังกร เพิ่งมีอายุเพียงไม่กี่เดือนหลังถือกำเนิด

กลิ่นคาวของการช่วงชิงอำนาจอบอวลไปเมืองหลวง

ยิ่งทำให้ทุกผู้คนหวาดหวั่น หากผู้ใดเคลื่อนไหวผิดจังหวะ เกรงว่าอาจถูกลากตัวไปไต่สวน ตัดหัวหรือลงโทษเฆี่ยนตีจนสิ้นใจได้ทุกเมื่อไม่มียกเว้น

สำหรับสกุลเซวียนกล่าวได้ว่าเป็นตระกูลใหญ่ในราชสำนักที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะมีความสัมพันธ์กับวังหลวงมานาน

อีกทั้งพี่ชายของเซวียนอี้หยางยังเป็นองครักษ์ลับ ส่วนบิดาก็เป็นแม่ทัพใหญ่ และเหล่าญาติฝ่ายบิดาต่างรับราชการเป็นขุนนางฝ่ายบู๊ทั้งสิ้น

สำหรับบุรุษ นั่นคือเกียรติสูงสุด เป็นความภาคภูมิใจ เป็นความฝันของบุรุษทั้งเมืองหลวงได้กระมัง

แต่สำหรับเซวียนอี้หยางแล้ว…มันคือพันธนาการ

เขาอยากเป็นบุรุษเสเพล วันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากเที่ยวดื่ม เล่นสนุก และทำตัวอย่างขี้เกียจเท่านั้น

ทว่าโชคชะตากลับกลั่นแกล้งอย่างเลือดเย็นนัก!

ภายหลังจากเกิดเหตุลอบสังหารฮ่องเต้องค์ก่อน องครักษ์ ขันที และขุนนางหลายฝ่ายถูกกวาดล้าง ราชสำนักเต็มไปด้วยความหวาดระแวง

และผู้ที่ขึ้นครองบัลลังก์…คือฮ่องเต้หลงอี้เสวียน ผู้เป็นท่านอาของรัชทายาทน้อยเพียงไม่กี่เดือน

ราชสำนักจึงกลายเป็นสนามรบ เต็มไปด้วยกลลวง

ดังนั้น พี่ชายของเขาที่เป็นองครักษ์ลับผู้ภักดีจึงยิ่งไม่อาจไว้วางใจผู้ที่ใกล้ชิดในกับบัลลังก์มังกรได้

ขันทีที่ถูกส่งมาใหม่ล้วนไม่น่าเชื่อถือ กระทั่งพี่ชายของเขาจึงตัดสินใจขอให้ทำสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำในชีวิต

ปลอมตัวเป็นขันที!

ไม่ใช่เพียงขันทีธรรมดา หากแต่ต้องอยู่ใกล้ฮ่องเต้มากที่สุด

ตามติดทุกฝีก้าว…ทำหน้าที่คอยสอดส่องหาหนอนบ่อนไส้ในราชสำนัก และคอยลอบปกป้องฮ่องเต้อย่างแนบเนียน

สำหรับเขา…คนที่เคยหนีทหาร นี่คือฝันร้ายยิ่งกว่าสิ่งใด

แต่ไม่ว่าจะกลัวเพียงใด แต่เซวียนอี้หยางกลับต้องก้าวเท้าเข้ามาในวังหลวง…เพราะครั้งนี้มิใช่แค่หน้าตาของตระกูล

หากยังเป็นชีวิตที่เขาจะได้ภายหลังจากนี้ต่างหาก!

ในขณะที่ทหารยามยังจับตามองอย่างไม่ลดละ ขวางทางไม่ยอมให้ผ่านไปง่ายๆ ริมฝีปากของเซวียนอี้หยางแห้งผากจนเกือบพูดไม่ออก

“เข้าไปได้…” น้ำเสียงเข้มต่ำ แต่ชัดเจน

แม้ว่าวังหลวงยามนี้จะมีผู้คนเข้าออกจวนเป็นว่าเล่น ย่อมต้องระมัดระวังความปลอดภัยให้มาก หากจะกล่าวถึงในฐานะขันที มองดูแล้วรูปร่างอาจบอบบางไปเสียหน่อย แต่มั่นใจได้ว่าปลอดภัยจากอันตราย

เซวียนอี้หยางได้ยินแล้วรีบเดินทันก่อนอีกฝ่าจะเปลี่ยนใจ

หรือเขาเผยออกมาจนจับสังเกตบางอย่างได้ เพราะดีใจจนเกือบเก็บอาการไม่อยู่ ใบหน้าแดงราวกับไฟลาม หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอก

รอดแล้วหนึ่ง! เกือบไปแล้วจริงๆ

เซวียนอี้หยางกลืนน้ำลายพลางปลอบใจตัวเองไม่หยุด เรื่องที่เขาปลอมตัวเป็นขันทีลอบเข้าวัง…มีเพียงบิดาและพี่ชายเท่านั้นที่รู้ หากความแตก ต่อให้สกุลเซวียนยิ่งใหญ่เพียงใด ก็ปกป้องเขาไม่ได้แน่นอน

เขาจึงได้แต่สูดลมหายใจลึกๆ แล้วทำทีเป็นสงบนิ่ง แต่ในใจกลับร้องลั่น ขออย่าให้ถูกจับได้อีกเลย!

เซวียนอี้หยางเดินตามเส้นทางอันยาวเหยียดของวังหลวง ดวงตากลมกวาดมองไปโดยรอบบริเวณตำหนักยิ่งใหญ่โอ่อ่า ท้องฟ้าสดใสเหนือหลังคากระเบื้องสีมรกต กลิ่นอ่อนๆ ของไม้หอมลอยฟุ้งมาตามลม…แทบทำเขาหลงลืมเป้าหมายไปชั่วครู่

กระทั่งมาถึงลานกว้างหน้าตำหนักหย่งเทียน

บานประตูกำลังเปิดออกพอดี ขุนนางในชุดสีน้ำเงินเข้มเดินออกมาด้วยใบหน้าเร่งรีบ

“ขันทีใหม่ใช่หรือไม่…เข้ามาเสีย ฝ่าบาทเพิ่งเสด็จกลับจากว่าราชการ พระองค์ไม่ชอบเสียงรบกวน หากเผลอส่งเสียงดังแม้นิดเดียว…” ยังพูดไม่ทันจบ ด้านในก็มีเสียงทุ้มเย็นดังลอดออกมา

“น่ารำคาญ! วุ่นวายกันนัก”

ขุนนางผู้นั้นสะดุ้งเฮือก หน้าถอดสีราวกับเลือดไหลหนีหาย ส่วนเซวียนอี้หยางก็ยืนตัวแข็งทื่อ กระพริบตาปริบๆ อ้าปากพะงาบอย่างคนพูดไม่ออก ยังไม่ทันได้เอ่ยสักคำก็ถูกคนตรงหน้าร่ายยาวใส่ หาได้คิดจะไถ่ถามเขาเลยแม้แต่น้อย

ฮ่องเต้หลงอี้เสวียนนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้หอมกลางห้อง ใบหน้าหล่อคมคายราวกับแกะสลักจากหยกเนื้อดี ท่วงท่าเย็นชาเฉกเช่นหิมะเหนือยอดเขา ดวงตาคู่นั้นเพียงทอดมองเพียงครั้งเดียว…แต่กลับทำให้หัวใจของอี้หยางเหมือนโดนบีบเข้าอย่างแรง

นี่ใช่หรือ…คนที่ทั้งเมืองหลวงกล่าวว่าเย็นชาที่สุดในใต้หล้า

แต่เหตุใดถึงได้หล่อเหล่าเพียงนี้กันเล่า!

“เจ้าคือขันทีใหม่…”

น้ำเสียงทุ้มราบเรียบ แต่กดความเย็นเยียบไว้จนสั่นสะท้านถึงกระดูก หัวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเอ่ยถาม

อี้หยางคุกเข่าลงทันที เสียงดังสะท้อนกลับมาฟังแล้วคงเจ็บไม่น้อย “พะย่ะค่ะ ข้า...เซวียนอี้หยาง ขอรับ!”

น้ำเสียงของเขาตะกุกตะกักเต็มไปด้วยความประหม่าและลังเล ทั้งชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยคลุกคลีหรือเรียนรู้มารยาทในวังหลวง ถ้อยคำที่เอ่ยออกมากลับเกร็งๆ กังๆ ไม่รู้ชัดเจนว่าควรหรือไม่

พอได้รู้ว่าถูกเรียกให้ปลอมตัวเป็นขันที เขาเพียงพยักหน้ารับและตัดสินใจเข้ามาโดยไม่ลังเล

ทันใดนั้น บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่

ดวงตาคมกริบลึกล้ำคู่นั้น จ้องมองด้วยความรู้สึกบางอย่างเหมือนกำลังพิจารณาสิ่งของหายาก

พลางกวาดมองตั้งแต่ศีรษะถึงปลายเท้าอย่างละเอียด

เซวียนอี้หยางเกิดความรู้สึกกระอักกระอ่วน ราวกับถูกลอกผิวทีละชั้นทั้งขนลุกและประหม่าไปพร้อมๆ กัน แม้สายตาจะหลุบต่ำ ไม่กล้าเงยมองตรงๆ แต่กลับอดไม่ได้ลอบมองอย่างหวาดหวั่น

กระทั่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำของฮ่องเต้หลงอี้เสวียนเอ่ยเบาๆ

“หน้าตาแบบเจ้ารึ…เป็นขันที”

พอสิ้นคำนั้น หัวใจของเซวียนอี้หยางแทบหยุดเต้น เขาเงยหน้าขึ้นประสานสบตาเข้ากับอีกฝ่ายทันที

รู้แล้วเหรอ!?

จบกันแล้ว…ชีวิตข้าจบตอนแรกเลยหรือ!?

แต่ยังไม่ทันที่จะตอบ ก็ได้ยินน้ำเสียงทุ้มอ่อนลงจากคราวที่แล้ว…แต่นิดเดียวจริงๆ

“อือ…ตั้งแต่นี้ จะเป็นผู้ติดตามใกล้ชิดของเรา”

เซวียนอี้หยางเงยหน้า พูดไม่ออก ได้แต่มองตาปริบๆ งุนงง

ขุนนางผู้นั้นถึงกับตาโตด้วยความตกใจ มองดูผิวเผินแม้อีกฝ่ายจะมีใบหน้าหวานเยิ้มราวสตรี รูปร่างบอบบาง ดูไร้เรี่ยวแรง แต่กลับแฝงความเด็ดขาดแผ่ซ่านออกมาอย่างเหลือเชื่อ

แท้จริงแล้ว ผู้ใดจะรู้กันเล่าว่าบุรุษหน้าหวานตรงหน้าคงจะมีฝีมือไม่น้อย

ทว่าเขากลับก็อดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่า ใครกันแน่จะคุ้มครองใครในยามนี้

ฮ่องเต้หลงอี้เสวียนเอื้อมมือแตะถ้วยชาเบาๆ สายตามองขันทีหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ลดละ

“ตามติดข้าทุกฝีก้าว อย่าให้ข้าผิดหวัง…เซวียนอี้หยาง”

หัวใจเขาเต้นแรงจนแทบทะลุอก ทั้งตกใจ ทั้งโล่งอก และ…สั่นอย่างประหลาด

เริ่มงานวันแรกก็ได้ติดตามฮ่องเต้แล้วรึ…ง่ายเกินไปกระมัง

แต่ชีวิตเขาจะมีชีวิตรอดถึงวันพรุ่งนี้ไหม!?

เซวียนอี้หยางมองใบหน้าหล่อคมเย็นชาที่นั่งอยู่ตรงนั้น เขาถึงกับยิ้มไม่ออก…แต่ก็หยุดยิ้มไม่ได้เสียที

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status