ฝ่าบาท ข้าเป็นขันทีไม่ใช่สนม

ฝ่าบาท ข้าเป็นขันทีไม่ใช่สนม

last updateآخر تحديث : 2026-04-02
بواسطة:  วอลจูمكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
لا يكفي التصنيفات
33فصول
723وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เซวียนอี้หยาง บุตรชายสกุลขุนนางฝ่ายบู๊ ผู้มีพรสวรรค์ด้านการจับไหสุรา เกียจคร้านจนใครๆ ต่างส่ายหน้า ชีวิตอยู่กับโรงเตี๊ยมมากกว่าสนามรบ ทว่าชะตากลับเล่นตลก จู่ๆ เขาก็ต้องเข้าวังหลวงในฐานะขันที...ภายใต้ภารกิจลับสำคัญ หน้าที่ของเขาหาใช่ดูแลรินน้ำชา หาใช่พัดวีแต่คือปกป้องมังกรหนุ่มให้รอดถึงวันพรุ่งนี้! และไม่มีใครควรรู้ว่าเขา…คือ บุรุษครบสามส่วน การปลอมตัวควรทำให้เขากลมกลืนและอยู่รอดอย่างเงียบเชียบ ทว่าใบหน้าหวานเกินเหตุกลับไปสะดุดตาคนผู้หนึ่งเข้าเต็มๆ จากที่คิดว่าจะหลบสายตามังกร กลายเป็นว่ามังกรกลับจับตาเขาทุกลมหายใจ ยิ่งนานวัน “ฮ่องเต้หลงเฉิงเทียน” ยิ่งแสดงท่าทีไม่ปกติ จับแขน เขย่าคาง ลากเข้าไปใกล้ไม่เว้นวัน ราวกับทุกฝีก้าวตะโกนว่า 'เจ้าต้องเป็นของข้าเพียงผู้เดียว' ยิ่งตามติด เขายิ่งกลัวว่าความลับจะถูกเปิด แต่พอยิ่งดิ้นให้หลุด มังกรกลับยิ่งรัดแน่นกว่าเดิม “ฝ่าบาท! ปล่อยข้าเถิด ข้าเป็นขันทีหาใช่สนม!” แทนที่จะปล่อย อีกฝ่ายกลับยิ้ม ราวกับกำลังตอบในใจว่า ไม่ว่าสนมหรือขันที ตราบใดที่เป็นเจ้า ข้าก็อยากได้ทั้งนั้น

عرض المزيد

الفصل الأول

๑ ขันทีใหม่ในตำหนักมังกร

สายลมอ่อนต้นฤดูใบไม้ผลิพัดต้องยอดสนจนเกิดเสียงเสียดสีกันเบาๆ อยู่หน้าประตูวังหลวง เหล่าทหาร นางกำนัล และขุนนางเดินขวักไขว่ไปตามหน้าที่ ทว่าเมื่อประตูใหญ่เปิดออก ใครคนหนึ่งกลับมุดผ่านช่องแคบระหว่างเหล่าผู้คุมแล้วก้าวพรวดเข้าไปเหมือนลูกหมาจรจัดหลงฝูง

เซวียนอี้หยาง บุรุษหนุ่มรูปร่างเล็ก ผิวขาวจัด ดวงตากลมใสคล้ายสตรี สวมใส่อาภรณ์สีเข้ม ตั้งใจจะเข้าไปอย่างสงบเรียบร้อย ท่วงท่าสง่างาม

แต่…เขาดันสะดุดชายเสื้อของตนเอง กึ่งล้มกึ่งกลิ้งเข้าไปต่อหน้าผู้คุมซะอย่างงั้น

“เจ้าเป็นใคร!”

น้ำเสียงเข้มของทหารยามดังขึ้นจนเขาตกใจแทบสิ้นสติ

เซวียนอี้หยางยกมือขึ้นเหนือศีรษะทันที ดวงตากระพริบปริบๆ ริมฝีปากบางเม้มแน่น “ขะ…ข้าเป็นขันทีใหม่ขอรับ!”

ยิ่งพูดก็ยิ่งฟังดูไม่น่าเชื่อ น้ำเสียงหวานรื่นหูหาได้เล็กแหลมน่ารำคาญ มิหนำซ้ำเพราะใบหน้าอ่อนหวานนั้น ยังดูคล้ายคลึงสตรีไม่เหมือนขันทีสักนิด

ทหารยามหรี่ตาลง ไล่สำรวจมองบุรุษหน้าหวานตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความลังเลและชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ

“ชื่อแซ่อะไร!”

เซวียนอี้หยางสะดุ้งเฮือกทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นมา ท่าทางของเขาสั่นไหวชัดเจนราวกับความหวาดกลัวแล่นวาบขึ้นจนห้ามไม่อยู่

“อี้หยาง…เซวียนอี้หยางขอรับ” เขาพูดแต่สายตากลับหลุบต่ำก้มมองพื้น

หัวใจในอกเต้นกระหน่ำโครมคราม เอาแต่ร้องว่า แย่แล้ว!

เพราะกว่าจะหาทางเล็ดลอดเข้ามาได้ก็นับว่ายากเย็นนัก

เขาสอดส่องสังเกตอยู่นานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน หากมิใช่เรื่องจำเป็นจริงๆ ชั่วชีวิตนี้คงไม่ย่างเหยียบสถานที่เช่นนี้แม้สักครึ่งก้าว

ทว่ากลับต้องมาตายเอาเพราะสะดุดชายเสื้อของตัวเอง!

ช่างเป็นความอัปยศที่น่าอับอาย ไม่สมควรจะเกิดขึ้นกับคนสกุลเซวียนแม้แต่น้อย

ยิ่งกว่านั้น ตอนนี้ยิ่งไม่เหมาะแก่การแสดงพิรุธใดๆ

ยามนี้แผ่นดินสั่นคลอน บ้านเมืองกำลังกระสับกระส่าย ฮ่องเต้องค์ก่อนถูกลอบสังหารอย่างอุกอาจ คนร้ายยังไร้เงา

แต่กลับมีผู้หนึ่งขึ้นครองราชย์แทน เพียงเพราะหลานชายที่เป็นองค์รัชทายาทโดยสายเลือดมังกร เพิ่งมีอายุเพียงไม่กี่เดือนหลังถือกำเนิด

กลิ่นคาวของการช่วงชิงอำนาจอบอวลไปเมืองหลวง

ยิ่งทำให้ทุกผู้คนหวาดหวั่น หากผู้ใดเคลื่อนไหวผิดจังหวะ เกรงว่าอาจถูกลากตัวไปไต่สวน ตัดหัวหรือลงโทษเฆี่ยนตีจนสิ้นใจได้ทุกเมื่อไม่มียกเว้น

สำหรับสกุลเซวียนกล่าวได้ว่าเป็นตระกูลใหญ่ในราชสำนักที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะมีความสัมพันธ์กับวังหลวงมานาน

อีกทั้งพี่ชายของเซวียนอี้หยางยังเป็นองครักษ์ลับ ส่วนบิดาก็เป็นแม่ทัพใหญ่ และเหล่าญาติฝ่ายบิดาต่างรับราชการเป็นขุนนางฝ่ายบู๊ทั้งสิ้น

สำหรับบุรุษ นั่นคือเกียรติสูงสุด เป็นความภาคภูมิใจ เป็นความฝันของบุรุษทั้งเมืองหลวงได้กระมัง

แต่สำหรับเซวียนอี้หยางแล้ว…มันคือพันธนาการ

เขาอยากเป็นบุรุษเสเพล วันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากเที่ยวดื่ม เล่นสนุก และทำตัวอย่างขี้เกียจเท่านั้น

ทว่าโชคชะตากลับกลั่นแกล้งอย่างเลือดเย็นนัก!

ภายหลังจากเกิดเหตุลอบสังหารฮ่องเต้องค์ก่อน องครักษ์ ขันที และขุนนางหลายฝ่ายถูกกวาดล้าง ราชสำนักเต็มไปด้วยความหวาดระแวง

และผู้ที่ขึ้นครองบัลลังก์…คือฮ่องเต้หลงอี้เสวียน ผู้เป็นท่านอาของรัชทายาทน้อยเพียงไม่กี่เดือน

ราชสำนักจึงกลายเป็นสนามรบ เต็มไปด้วยกลลวง

ดังนั้น พี่ชายของเขาที่เป็นองครักษ์ลับผู้ภักดีจึงยิ่งไม่อาจไว้วางใจผู้ที่ใกล้ชิดในกับบัลลังก์มังกรได้

ขันทีที่ถูกส่งมาใหม่ล้วนไม่น่าเชื่อถือ กระทั่งพี่ชายของเขาจึงตัดสินใจขอให้ทำสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำในชีวิต

ปลอมตัวเป็นขันที!

ไม่ใช่เพียงขันทีธรรมดา หากแต่ต้องอยู่ใกล้ฮ่องเต้มากที่สุด

ตามติดทุกฝีก้าว…ทำหน้าที่คอยสอดส่องหาหนอนบ่อนไส้ในราชสำนัก และคอยลอบปกป้องฮ่องเต้อย่างแนบเนียน

สำหรับเขา…คนที่เคยหนีทหาร นี่คือฝันร้ายยิ่งกว่าสิ่งใด

แต่ไม่ว่าจะกลัวเพียงใด แต่เซวียนอี้หยางกลับต้องก้าวเท้าเข้ามาในวังหลวง…เพราะครั้งนี้มิใช่แค่หน้าตาของตระกูล

หากยังเป็นชีวิตที่เขาจะได้ภายหลังจากนี้ต่างหาก!

ในขณะที่ทหารยามยังจับตามองอย่างไม่ลดละ ขวางทางไม่ยอมให้ผ่านไปง่ายๆ ริมฝีปากของเซวียนอี้หยางแห้งผากจนเกือบพูดไม่ออก

“เข้าไปได้…” น้ำเสียงเข้มต่ำ แต่ชัดเจน

แม้ว่าวังหลวงยามนี้จะมีผู้คนเข้าออกจวนเป็นว่าเล่น ย่อมต้องระมัดระวังความปลอดภัยให้มาก หากจะกล่าวถึงในฐานะขันที มองดูแล้วรูปร่างอาจบอบบางไปเสียหน่อย แต่มั่นใจได้ว่าปลอดภัยจากอันตราย

เซวียนอี้หยางได้ยินแล้วรีบเดินทันก่อนอีกฝ่าจะเปลี่ยนใจ

หรือเขาเผยออกมาจนจับสังเกตบางอย่างได้ เพราะดีใจจนเกือบเก็บอาการไม่อยู่ ใบหน้าแดงราวกับไฟลาม หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอก

รอดแล้วหนึ่ง! เกือบไปแล้วจริงๆ

เซวียนอี้หยางกลืนน้ำลายพลางปลอบใจตัวเองไม่หยุด เรื่องที่เขาปลอมตัวเป็นขันทีลอบเข้าวัง…มีเพียงบิดาและพี่ชายเท่านั้นที่รู้ หากความแตก ต่อให้สกุลเซวียนยิ่งใหญ่เพียงใด ก็ปกป้องเขาไม่ได้แน่นอน

เขาจึงได้แต่สูดลมหายใจลึกๆ แล้วทำทีเป็นสงบนิ่ง แต่ในใจกลับร้องลั่น ขออย่าให้ถูกจับได้อีกเลย!

เซวียนอี้หยางเดินตามเส้นทางอันยาวเหยียดของวังหลวง ดวงตากลมกวาดมองไปโดยรอบบริเวณตำหนักยิ่งใหญ่โอ่อ่า ท้องฟ้าสดใสเหนือหลังคากระเบื้องสีมรกต กลิ่นอ่อนๆ ของไม้หอมลอยฟุ้งมาตามลม…แทบทำเขาหลงลืมเป้าหมายไปชั่วครู่

กระทั่งมาถึงลานกว้างหน้าตำหนักหย่งเทียน

บานประตูกำลังเปิดออกพอดี ขุนนางในชุดสีน้ำเงินเข้มเดินออกมาด้วยใบหน้าเร่งรีบ

“ขันทีใหม่ใช่หรือไม่…เข้ามาเสีย ฝ่าบาทเพิ่งเสด็จกลับจากว่าราชการ พระองค์ไม่ชอบเสียงรบกวน หากเผลอส่งเสียงดังแม้นิดเดียว…” ยังพูดไม่ทันจบ ด้านในก็มีเสียงทุ้มเย็นดังลอดออกมา

“น่ารำคาญ! วุ่นวายกันนัก”

ขุนนางผู้นั้นสะดุ้งเฮือก หน้าถอดสีราวกับเลือดไหลหนีหาย ส่วนเซวียนอี้หยางก็ยืนตัวแข็งทื่อ กระพริบตาปริบๆ อ้าปากพะงาบอย่างคนพูดไม่ออก ยังไม่ทันได้เอ่ยสักคำก็ถูกคนตรงหน้าร่ายยาวใส่ หาได้คิดจะไถ่ถามเขาเลยแม้แต่น้อย

ฮ่องเต้หลงอี้เสวียนนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้หอมกลางห้อง ใบหน้าหล่อคมคายราวกับแกะสลักจากหยกเนื้อดี ท่วงท่าเย็นชาเฉกเช่นหิมะเหนือยอดเขา ดวงตาคู่นั้นเพียงทอดมองเพียงครั้งเดียว…แต่กลับทำให้หัวใจของอี้หยางเหมือนโดนบีบเข้าอย่างแรง

นี่ใช่หรือ…คนที่ทั้งเมืองหลวงกล่าวว่าเย็นชาที่สุดในใต้หล้า

แต่เหตุใดถึงได้หล่อเหล่าเพียงนี้กันเล่า!

“เจ้าคือขันทีใหม่…”

น้ำเสียงทุ้มราบเรียบ แต่กดความเย็นเยียบไว้จนสั่นสะท้านถึงกระดูก หัวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเอ่ยถาม

อี้หยางคุกเข่าลงทันที เสียงดังสะท้อนกลับมาฟังแล้วคงเจ็บไม่น้อย “พะย่ะค่ะ ข้า...เซวียนอี้หยาง ขอรับ!”

น้ำเสียงของเขาตะกุกตะกักเต็มไปด้วยความประหม่าและลังเล ทั้งชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยคลุกคลีหรือเรียนรู้มารยาทในวังหลวง ถ้อยคำที่เอ่ยออกมากลับเกร็งๆ กังๆ ไม่รู้ชัดเจนว่าควรหรือไม่

พอได้รู้ว่าถูกเรียกให้ปลอมตัวเป็นขันที เขาเพียงพยักหน้ารับและตัดสินใจเข้ามาโดยไม่ลังเล

ทันใดนั้น บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่

ดวงตาคมกริบลึกล้ำคู่นั้น จ้องมองด้วยความรู้สึกบางอย่างเหมือนกำลังพิจารณาสิ่งของหายาก

พลางกวาดมองตั้งแต่ศีรษะถึงปลายเท้าอย่างละเอียด

เซวียนอี้หยางเกิดความรู้สึกกระอักกระอ่วน ราวกับถูกลอกผิวทีละชั้นทั้งขนลุกและประหม่าไปพร้อมๆ กัน แม้สายตาจะหลุบต่ำ ไม่กล้าเงยมองตรงๆ แต่กลับอดไม่ได้ลอบมองอย่างหวาดหวั่น

กระทั่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำของฮ่องเต้หลงอี้เสวียนเอ่ยเบาๆ

“หน้าตาแบบเจ้ารึ…เป็นขันที”

พอสิ้นคำนั้น หัวใจของเซวียนอี้หยางแทบหยุดเต้น เขาเงยหน้าขึ้นประสานสบตาเข้ากับอีกฝ่ายทันที

รู้แล้วเหรอ!?

จบกันแล้ว…ชีวิตข้าจบตอนแรกเลยหรือ!?

แต่ยังไม่ทันที่จะตอบ ก็ได้ยินน้ำเสียงทุ้มอ่อนลงจากคราวที่แล้ว…แต่นิดเดียวจริงๆ

“อือ…ตั้งแต่นี้ จะเป็นผู้ติดตามใกล้ชิดของเรา”

เซวียนอี้หยางเงยหน้า พูดไม่ออก ได้แต่มองตาปริบๆ งุนงง

ขุนนางผู้นั้นถึงกับตาโตด้วยความตกใจ มองดูผิวเผินแม้อีกฝ่ายจะมีใบหน้าหวานเยิ้มราวสตรี รูปร่างบอบบาง ดูไร้เรี่ยวแรง แต่กลับแฝงความเด็ดขาดแผ่ซ่านออกมาอย่างเหลือเชื่อ

แท้จริงแล้ว ผู้ใดจะรู้กันเล่าว่าบุรุษหน้าหวานตรงหน้าคงจะมีฝีมือไม่น้อย

ทว่าเขากลับก็อดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่า ใครกันแน่จะคุ้มครองใครในยามนี้

ฮ่องเต้หลงอี้เสวียนเอื้อมมือแตะถ้วยชาเบาๆ สายตามองขันทีหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ลดละ

“ตามติดข้าทุกฝีก้าว อย่าให้ข้าผิดหวัง…เซวียนอี้หยาง”

หัวใจเขาเต้นแรงจนแทบทะลุอก ทั้งตกใจ ทั้งโล่งอก และ…สั่นอย่างประหลาด

เริ่มงานวันแรกก็ได้ติดตามฮ่องเต้แล้วรึ…ง่ายเกินไปกระมัง

แต่ชีวิตเขาจะมีชีวิตรอดถึงวันพรุ่งนี้ไหม!?

เซวียนอี้หยางมองใบหน้าหล่อคมเย็นชาที่นั่งอยู่ตรงนั้น เขาถึงกับยิ้มไม่ออก…แต่ก็หยุดยิ้มไม่ได้เสียที

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
33 فصول
๑ ขันทีใหม่ในตำหนักมังกร
สายลมอ่อนต้นฤดูใบไม้ผลิพัดต้องยอดสนจนเกิดเสียงเสียดสีกันเบาๆ อยู่หน้าประตูวังหลวง เหล่าทหาร นางกำนัล และขุนนางเดินขวักไขว่ไปตามหน้าที่ ทว่าเมื่อประตูใหญ่เปิดออก ใครคนหนึ่งกลับมุดผ่านช่องแคบระหว่างเหล่าผู้คุมแล้วก้าวพรวดเข้าไปเหมือนลูกหมาจรจัดหลงฝูงเซวียนอี้หยาง บุรุษหนุ่มรูปร่างเล็ก ผิวขาวจัด ดวงตากลมใสคล้ายสตรี สวมใส่อาภรณ์สีเข้ม ตั้งใจจะเข้าไปอย่างสงบเรียบร้อย ท่วงท่าสง่างามแต่…เขาดันสะดุดชายเสื้อของตนเอง กึ่งล้มกึ่งกลิ้งเข้าไปต่อหน้าผู้คุมซะอย่างงั้น“เจ้าเป็นใคร!”น้ำเสียงเข้มของทหารยามดังขึ้นจนเขาตกใจแทบสิ้นสติเซวียนอี้หยางยกมือขึ้นเหนือศีรษะทันที ดวงตากระพริบปริบๆ ริมฝีปากบางเม้มแน่น “ขะ…ข้าเป็นขันทีใหม่ขอรับ!”ยิ่งพูดก็ยิ่งฟังดูไม่น่าเชื่อ น้ำเสียงหวานรื่นหูหาได้เล็กแหลมน่ารำคาญ มิหนำซ้ำเพราะใบหน้าอ่อนหวานนั้น ยังดูคล้ายคลึงสตรีไม่เหมือนขันทีสักนิดทหารยามหรี่ตาลง ไล่สำรวจมองบุรุษหน้าหวานตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความลังเลและชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ“ชื่อแซ่อะไร!”เซวียนอี้หยางสะดุ้งเฮือกทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นมา ท่าทางของเขาสั่นไหวชัดเจนราวกับความหว
اقرأ المزيد
๒ ฮ่องเต้ผู้เป็นชาแต่ใจอ่อนกับผู้เดียว
เซวียนอี้หยางก้าวเข้ามาในตำหนักหย่งเทียนตามคำสั่ง มือไม้ยังสั่นระริกด้วยความลนลานทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิด ทว่าเขากลับอยากจะวิ่งหนีให้พ้นสายตาคมกริบของบุรุษผู้นั้นที่จับจ้องมองไม่วางตาเหลือเกินแต่กลับต้องพยายามรักษาท่วงท่าตนเองให้สง่างาม สุขุมและเย็นชาให้สมกับเป็นขันทีหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อบานประตูปิดลง ความเงียบงันก็แผ่เข้าปกคลุมฮ่องเต้หลงอี้เสวียนยังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้หอมไม่ขยับทว่าดวงตาคมกริบที่กวาดมองมาทางเขาเพียงครู่เดียว แต่ทำเอาหัวใจเซวียนอี้หยางเต้นแรงจนผิดจังหวะ“ฝนหมึกให้ข้า…และอย่าได้ทำตัวน่ารำคาญ”น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นราบเรียบ แต่กลับไม่กดดันเสียจนหายใจไม่ออกเซวียนอี้หยางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความยากลำบาก“ขะ…ขอรับ!”เขาพยักหน้าหงึกๆ แต่มือกลับกำชายเสื้อจนแน่น ก่อนจะเหลือบมองแท่นฝนหมึกที่แห้งเหือดอยู่ข้างกาย แล้วแอบถอยห่างจากบุรุษผู้นั้นอย่างไม่รู้ตัวหลงอี้เสวียนเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ สายตาลุ่มลึกกวาดมองบุรุษหนุ่มที่มีท่าทางฮวบฮาบราวกับสตรี มุมปากหนายกขึ้นเล็กน้อยคล้ายยิ้มแต่ไม่ถึงกับยิ้มแต่กลับกดดันจนคนมองใจสั่นเขาเห็นอีกฝ่ายถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว จึง
اقرأ المزيد
๓ คือแรกในตำหนักหย่งเทียน
บรรยากาศยามค่ำคืนภายในของวังหลวงเงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตนเอง สายลมเย็นพลิ้วผ่านมาแผ่วเบาปะทะผิวกายราวจะแทรกซึมเข้าสู่กระดูกแสงโคมไฟสลัวส่องพร่าอยู่ทั่วทั้งตำหนักหย่งเทียน เหล่าองครักษ์ผลัดเปลี่ยนเวรยามตามตำแหน่งเฝ้าระวังอย่างเคร่งครัด โดยไม่รู้เลยว่าในมุมหนึ่งของตำหนักนั้น มีคนผู้หนึ่งกำลังสู้กับความง่วงงุนอย่างสุดชีวิตเซวียนอี้หยางนั่งพิงเสาไม้กลางห้อง ดวงตาค่อยๆ ปรือลงด้วยความเหน็ดเหนื่อย คล้ายจะเผลอหลับไปทั้งที่ยังอยู่ในหน้าที่คืนนี้เป็นคืนแรกที่เขาต้องคอยเฝ้าระวังความปลอดภัยให้ มังกรผู้นี้แต่ร่างกายกลับล้าเกินรับไหว หนังตาหนักราวถูกค้อนทุบแม้หน้าที่ของขันทีจะดูเหมือนไร้ประโยชน์ เอาแต่เดินตามฮ่องเต้รายงานทุกลมหายใจ แต่หากพูดกันตามตรง…ทั้งวังกว้างใหญ่นี่ มีผู้ใดทำงานหนักกว่าเขาบ้างไหม!นี่หาใช่งานขันทีแล้ว นี่มันงานพี่เลี้ยงเด็กชัดๆ!ทั้งที่งานไม่หนักก็จริง แต่เรื่องยิบย่อยมากมายเสียจนแทบลากสังขารไม่ไหวโดยเฉพาะการต้องคอยเดาความคิดของมังกรผู้นั้นที่ไม่เคยเอ่ยปากบอกความต้องการของตนสักคำ!หากอยากดื่มชาก็ควรพูดออกมา มิใช่เพียงเหลือบมองจอกน้ำชาแห้งเหือดจนริมฝีปากแ
اقرأ المزيد
๔ เช้าของความวุ่นวาย
เช้าวันถัดมาแสงแดดอ่อนยามสายสาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามา แพขนตางามคู่นั้นกระพริบสั่นถี่คล้ายถูกรบกวน ร่างเล็กที่นอนสงบนิ่งบนเตียงกว้างจึงพลิกตัวเลี่ยงแสงที่เริ่มทาบทับลงบนใบหน้าหัวเข้มขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความร้อนเบาบางจากแสงแดด เขาลืมตามองเพดานเพียงชั่วครู่ ก่อนจะขยับกายหนีอย่างเกียจคร้านแล้วเลื่อนตัวไปยังอีกฝั่งหนึ่งของเตียง ตำแหน่งที่ไร้แสงสะท้อนส่องและให้ความเย็นมากกว่าหลงอี้เซวียนหาได้จะดีดตัวตื่นขึ้นมาไม่ เปลือกตายังคงปิดสนิทอย่างเกียจคร้านทว่า ขณะที่ร่างสูงขยับตัว…ที่ข้างๆ บนเตียงอ่อนพลันอ่อนยวบลงไป จนเขาที่กำลังเคลิบใกล้หลับต้องลืมตาขึ้นมาดูหลงอี้เสวียนลุกขึ้นยืนอยู่ข้างเตียง สายตาคมกริบมองร่างบางที่นอนขดตัวอยู่บนมุมเตียงด้านนอกในท่าที่ดูไม่ค่อยสบายนัก ผ้าห่มถูกดึงไปถึงครึ่ง ทว่ากลับยังคงหลับสนิทเหมือนไม่รู้ตัวว่าเมื่อคืนได้ผล็อยหลับอยู่ข้างฮ่องเต้เสียอย่างนั้นดวงตาของเซวียนอี้หยางพร่ามัวราวกับปกคลุมด้วยหมอกยามเช้า เขากระพริบตาถี่ๆ อยู่หลายครั้งแต่ก็ยังไม่ตื่นเต็มตาเสียที ร่างกายยังอ่อนล้าเหมือนถูกดึงไว้ให้อยู่บนเตียงนุ่มไม่ยอมลุกแต่แล้ว…สายตาที่พร่าเลือนค่
اقرأ المزيد
๕ ความลับที่ถูกคาดคั้น
ไฉนเลยเซวียนอี้หยางจะข่มตานอนหลับลงได้อีก หลังจากที่ประตูตำหนักปิดลงอย่างแผ่วเบา ภายในจึงตกอยู่ในความเงียบงันเขานอนนิ่งอยู่บนเตียงครู่หนึ่ง กวาดสายตามองเพดานสูงตรงเบื้องบนอย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้ว่าควรจัดการชีวิตของตนอย่างไร หรือคงต้องกลับไปจวนสกุลเซวียนแล้วสารภาพว่าไร้ความสามารถ ยอมจำนนต่อชะตากรรม ให้บิดาจับไปเป็นทหารในค่ายเสียให้สิ้นเรื่อง ส่วนชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไปนั้น…เขาก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร หากไม่ตายกลางสนามรบก็คงใช้มันอย่างไร้จุดหมายแน่เซวียนอี้หยางนอนนิ่งอยู่นาน ความเหน็ดเหนื่อยจากเมื่อวานทำให้เขาไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อใด มิหนำซ้ำยังไม่ทันรู้ตัวอีกว่ามีผู้ใดอุ้มเขาขึ้นมานอนบนเตียงใครกัน…ผู้ใดอุ้มเขาเข้ามา!?ความคิดนั้นทำให้เซวียนอี้หยางรู้สึกสับสน จนเอ็นขมับเต้นตุบๆ ปวดเกร็ง ก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นและรีบออกจากตำหนักทันทีวังหลวงกว้างใหญ่เกินกว่าที่เขาเคยคิดไว้ และนี่ก็เป็นเพียงวันที่สองที่ได้เข้ามาเมื่อวานนี้เซวียนอี้หยางยังไม่ทันได้สังเกตสิ่งใด เพราะมัวแต่ยุ่งวุ่นอยู่กับการปรนนิบัติบุรุษผู้นั้นเซวียนอี้หยางเดินสำรวจรอบๆ ตำหนักที่เพิ่งออกมาสายตาของเขากวาดมองไปทุก
اقرأ المزيد
๖ ปั้นน้ำเป็นตัว
เหล่านางกำนัลและทหารยามที่เดินผ่านบริเวณนั้นต่างเบิกตากว้าง บางคนถึงกับชะลอฝีเท้า หยุดมองด้วยความสนใจทั้งสิ้นภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า…คือขันทีเซวียนกำลังชักสีหน้ามีปากเสียง แถมยังหาเรื่องพระสนมเหม่ยเฟยงั้นหรือ!?หลายคนถึงกับยกมือขึ้นขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลัวว่าตนเองจะสายตาเลอะเลือนมองผิดไปร่างบางของเซวียนอี้หยางชะงักกึกทันที ดวงตากลมโตเบิกขึ้นด้วยความตกใจคล้ายไม่อยากเชื่อ เขามองตามฝ่ามือตนเองที่ถูกสตรีตรงหน้าบีบบังคับให้ยื่นไปคว้าอาภรณ์ของนางอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำท่าทางให้ดูราวกับเขาเป็นคนลงมือเสียเองนี่นาง…กำลังปั้นน้ำเป็นตัวใส่เขาอย่างนั้นหรือ!?“ปะ…ปล่อยข้า!”เขาสะบัดมือบางออกตามสัญชาตญาณ ทั้งยังสะบัดทิ้งแต่กลับยิ่งทำให้อาภรณ์ของนางขยับตามแรง ทว่าภาพที่ออกมากลับดู เหมือนเขาลงมือจริง ยิ่งกว่าเดิมเสียอีกเสียงซุบซิบเริ่มดังตามมาเกือบจะทันทีสั่นไหวในอากาศเหมือนเปลวไฟที่กำลังลามไปทั่วตำหนัก“ตายแล้ว…ขันทีไปจับอาภรณ์พระสนมเหม่ยเฟยหรือ!?”“นี่มันเรื่องใหญ่แล้วนะ!”“เขาบ้าหรืออย่างไร!”ถ้อยคำซุบซิบเหล่านั้นดังแว่วมาถึงหูของเซวียนอี้หยางเป็นระลอกไม่หยุด จนเขาได้แต่ยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อราวถู
اقرأ المزيد
๗ เรื่องที่ไม่ควรกล่าวถึง
ความเงียบระหว่างทั้งคู่ยืดยาวขึ้นอย่างน่าอึดอัดเซวียนอี้หยางเก้ๆ กังๆ สายตาล่อกแล่กไปมา นั่งนิ่งตรงนั้น แอบเหลือบตาขึ้นมองพี่ชายแล้วรีบหลุบลงทันที ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะมองทะลุความลับทั้งหมดของเขาเซวียนจื่อเหวินเลิกคิ้วอย่างจับผิด“เงียบเช่นนี้…น่าสงสัยนัก” เขาเอ่ยเสียงเรียบ พลางยกน้ำชาขึ้นจรดริมฝีปากค่อยๆ ลิ้มรสช้าๆ อย่างละเมียดละไมพอได้ยินคำนั้น หัวใจของเซวียนอี้หยางกระตุกวาบเขารีบแสร้งกระแอมไอ พร้อมกับดึงสีหน้าราบเรียบให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้“ข้า…เพียงคิดว่ายามเช้าเช่นนี้ หาได้อันตรายนัก ไม่ว่าผู้ใดก็นอนตื่นสายกันทั้งสิ้น ไม่เว้นแต่นักฆ่าที่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ข้าจึงคิดว่าไม่จำเป็นต้องเร่งรีบนัก” น้ำเสียงของเขาสั่นน้อยๆ จนได้ยินชัดเจนเซวียนอี้หยางเอาแต่จ้องมองจอกน้ำชาเย็นเฉียบในมือเซวียนจื่อเหวินขมวดคิ้ว เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้เพียงคืบ“หึ! อย่างงั้นหรือ”สายตาคมกริบจ้องมองนิ่งๆ เหมือนอยากจะควักหัวใจของอีกฝ่ายออกมาดูให้รู้ความจริงช่างเป็นคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นเหลือเกิน!ทว่า เพียงคำสั้นๆ คำนั้น หยาดเหงื่อเย็นก็ไหลซึมตามไรผมของเซวียนอี้หยางลงมาตามกรอบใบหน้าหวาน เขาเม้มริ
اقرأ المزيد
๘ ความหึงหวง
กว่าหลงอี้หยางจะออกจากท้องพระโรง ฟ้าก็มืดสนิทพอดีแสงตะเกียงสลัวตามโถงทางเดินทอดเงายาวจนทาบลงบนใบหน้าหล่อเหลาของฮ่องเต้หลงอี้เสวียนที่เคร่งขรึมอยู่แล้ว กลับยิ่งทำให้ดูน่าเกรงกลัวขึ้นไปอีกหลายเท่าบรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวด้วยความกดดันเสียจนเหล่าทหารองครักษ์และนางกำนัลที่เดินตามหลังมา ต่างพากันก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าสบตา หรือไม่กล้ากระทั่งหายใจแรงด้วยซ้ำเสียงฝีหนักแน่น ดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งทางเดิน แฝงความขุ่นเคืองอย่างชัดเจนหลงอี้เสวียนยังหงุดหงิด เหล่าขุนนางพวกนั้นไม่หายกระทั่งเขาก้าวเท้ายังไม่ทันพ้นขอบบานประตูประตูตำหนัก ความเย็นเยียบแฝงโทสะที่ปะทุอยู่ลึกๆ ก็ยิ่งทวีขึ้นอีก เมื่อรู้ว่าได้มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นในระหว่างที่เขาไม่อยู่คนคนนั้นควรจะอยู่ในตำหนัก ทั้งที่สมควรจะรออย่างสงบเสงี่ยม นอนอยู่บนเตียง ไม่ออกไปก่อเรื่องใดทั้งสิ้นแต่สิ่งที่ได้ยินกลับเป็น…ขันทีน้อยของเขาผู้นั้นไปทำเรื่องวุ่นวายกับสตรีวังหลัง!มุมปากหนาของหลงอี้หยางกระตุกโค้งยกขึ้นเล็กน้อยทันที คล้ายยิ้มแต่ไม่ถึงกับยิ้ม ทว่าเย็นเยียบเสียจนพลันทำให้บรรยากาศอึมครึ้มราวกับมีพายุฝนตั้งเค้าสายตาคมกริบหรี่ลง พยายามข่มโทสะไม่
اقرأ المزيد
๙ ดอกเหมยอาบยาพิษ
เหม่ยเฟยนั่งเอนกายผ่อนคลาย จิบน้ำชาริมหน้าต่างอย่างอ้อยอิ่ง ปลายนิ้วเรียวลูบจอกเคลือบปั้นดินเผาเนื้อดีเบาๆ ราวกับกำลังเพลิดเพลินตกความสุขของตนเอง ดอกเหมยที่เคยบานสะพรั่งเมื่อเดือนก่อน บัดนี้ร่วงหล่นโปรยปรายตามแรงลม เฉกเช่นตำแหน่งที่เคยร่วงโรยของนางในวันวานทว่าแต่วันนี้ ความรู้สึกนั้นกำลังพลิกกลับอีกครั้งเสียงซุบซิบจากเหล่านางกำนัลนอกเรือนลอยมาตามลม“ได้ยินหรือไม่…พระสนมเหม่ยเฟย ถูกขันทีข้างกายฝ่าบาทผลักจนล้มเชียวนะ!”“ยังจะต้องถามอีกหรือ…ข่าวลือลุกลามกระจายไปทั่วทั้งวังหลวงแล้ว ยิ่งกว่าไฟลามทุ่งหญ้าแห้งเสียอีกว่า ไม่แน่ฝ่าบาททรงลุ่มหลงขันทีผู้นั้นจนไม่แลนางแล้วต่างหาก!”“เพ่ย! ได้อย่างไรกัน...ระวังปากของเจ้าเสียบ้าง หากมีผู้ใดผ่านมาได้ยินเข้าคงไม่พ้นถูกตัดหัวแน่!”เหม่ยเฟยได้ยินชัดทุกถ้อยคำ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มกว้างคล้ายยิ้มรับลมเย็น หากแต่ลึกลงไปกลับเต็มไปด้วยความเยาะหยันและพึงพอใจไม่น้อยกับผลลัพธ์“ลุ่มหลงขันทีงั้นหรือ…” นางพึมพำพูดแผ่วเบา ค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้หอม นัยน์ตาเมล็ดซิ่งเปล่งประกายวาววับขึ้นมา นางเอียงหน้าเล็กน้อย มองกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่นลงกลางลาน“หึ! ทว่าตำแหน่งนั
اقرأ المزيد
๑๐ ใกล้ชิดเกินไปแล้วฝ่าบาท
สองสามวันมานี้ อารมณ์ของบุรุษผู้นั้นดีจนผิดสังเกตจริงๆหวังจื่อหลงขมวดคิ้วมุ่น สายตาคมกริบหรี่ลงมองสหายของตนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาตวัดพู่กันเขียนฎีกาไม่หยุดหย่อน เขียนจนหมึกแห้ง หมึกหมด ครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำยังมีขันทีหน้าหวานคอยฝนหมึกให้ไม่เว้นวางและรินน้ำชาให้ไม่มีวันแห้งเหือดยิ่งมอง…เขายิ่งรู้สึกตงิดใจอย่างบอกไม่ถูกเพราะรู้นิสัยของหลงอี้เสวียนดีเกินกว่าผู้อื่นคนผู้นี้หากคิดอยากเข้าใกล้ผู้ใด แม้บัลลังก์มังกรยังสามารถโยนทิ้งเพื่อเดินเข้าไปหาด้วยตนเองหรือแท้จริงแล้ว นี่เป็นเพียงข้ออ้างให้เข้าหาขันทีเซวียน!?อีกทั้ง ในวังหลวงมีขันทีเซวียนผู้เดียวกระมังที่ฝนหมึกได้...คนอื่นทำไม่ได้แล้วงั้นหรือ!?หวังจื่อหลงนั่งอยู่ในศาลาริมสระบัวมานานพอจะจุดธูปได้หนึ่งก้าน ทั้งที่ตั้งใจจะมาดวลหมากกับสหายเพื่อให้ผ่อนคลายสักหน่อย อีกฝ่ายจะได้ไม่ต้องพาลฟาดงวงฟาดงาลงใส่ขุนนางหรือนางกำนัลอย่างที่ผ่านมาดูเสียว่าเขาเป็นสหายที่ดีเพียงใดกันแต่เขารอจนแล้วจนเล่า หลงอี้เสวียนกลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาหายใจด้วยซ้ำ มัวก้มหน้าเขียนอยู่อย่างนั้นจนชวนให้เขาหนักใจแทนสุดท้าย หวังจื่อหลงก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่น้ำเสียง
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status