ฝ่าบาท ข้าเป็นขันทีไม่ใช่สนม

ฝ่าบาท ข้าเป็นขันทีไม่ใช่สนม

last updateHuling Na-update : 2026-04-02
By:  วอลจูKumpleto
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
33Mga Kabanata
724views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

เซวียนอี้หยาง บุตรชายสกุลขุนนางฝ่ายบู๊ ผู้มีพรสวรรค์ด้านการจับไหสุรา เกียจคร้านจนใครๆ ต่างส่ายหน้า ชีวิตอยู่กับโรงเตี๊ยมมากกว่าสนามรบ ทว่าชะตากลับเล่นตลก จู่ๆ เขาก็ต้องเข้าวังหลวงในฐานะขันที...ภายใต้ภารกิจลับสำคัญ หน้าที่ของเขาหาใช่ดูแลรินน้ำชา หาใช่พัดวีแต่คือปกป้องมังกรหนุ่มให้รอดถึงวันพรุ่งนี้! และไม่มีใครควรรู้ว่าเขา…คือ บุรุษครบสามส่วน การปลอมตัวควรทำให้เขากลมกลืนและอยู่รอดอย่างเงียบเชียบ ทว่าใบหน้าหวานเกินเหตุกลับไปสะดุดตาคนผู้หนึ่งเข้าเต็มๆ จากที่คิดว่าจะหลบสายตามังกร กลายเป็นว่ามังกรกลับจับตาเขาทุกลมหายใจ ยิ่งนานวัน “ฮ่องเต้หลงเฉิงเทียน” ยิ่งแสดงท่าทีไม่ปกติ จับแขน เขย่าคาง ลากเข้าไปใกล้ไม่เว้นวัน ราวกับทุกฝีก้าวตะโกนว่า 'เจ้าต้องเป็นของข้าเพียงผู้เดียว' ยิ่งตามติด เขายิ่งกลัวว่าความลับจะถูกเปิด แต่พอยิ่งดิ้นให้หลุด มังกรกลับยิ่งรัดแน่นกว่าเดิม “ฝ่าบาท! ปล่อยข้าเถิด ข้าเป็นขันทีหาใช่สนม!” แทนที่จะปล่อย อีกฝ่ายกลับยิ้ม ราวกับกำลังตอบในใจว่า ไม่ว่าสนมหรือขันที ตราบใดที่เป็นเจ้า ข้าก็อยากได้ทั้งนั้น

view more

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
33 Kabanata
๑ ขันทีใหม่ในตำหนักมังกร
สายลมอ่อนต้นฤดูใบไม้ผลิพัดต้องยอดสนจนเกิดเสียงเสียดสีกันเบาๆ อยู่หน้าประตูวังหลวง เหล่าทหาร นางกำนัล และขุนนางเดินขวักไขว่ไปตามหน้าที่ ทว่าเมื่อประตูใหญ่เปิดออก ใครคนหนึ่งกลับมุดผ่านช่องแคบระหว่างเหล่าผู้คุมแล้วก้าวพรวดเข้าไปเหมือนลูกหมาจรจัดหลงฝูงเซวียนอี้หยาง บุรุษหนุ่มรูปร่างเล็ก ผิวขาวจัด ดวงตากลมใสคล้ายสตรี สวมใส่อาภรณ์สีเข้ม ตั้งใจจะเข้าไปอย่างสงบเรียบร้อย ท่วงท่าสง่างามแต่…เขาดันสะดุดชายเสื้อของตนเอง กึ่งล้มกึ่งกลิ้งเข้าไปต่อหน้าผู้คุมซะอย่างงั้น“เจ้าเป็นใคร!”น้ำเสียงเข้มของทหารยามดังขึ้นจนเขาตกใจแทบสิ้นสติเซวียนอี้หยางยกมือขึ้นเหนือศีรษะทันที ดวงตากระพริบปริบๆ ริมฝีปากบางเม้มแน่น “ขะ…ข้าเป็นขันทีใหม่ขอรับ!”ยิ่งพูดก็ยิ่งฟังดูไม่น่าเชื่อ น้ำเสียงหวานรื่นหูหาได้เล็กแหลมน่ารำคาญ มิหนำซ้ำเพราะใบหน้าอ่อนหวานนั้น ยังดูคล้ายคลึงสตรีไม่เหมือนขันทีสักนิดทหารยามหรี่ตาลง ไล่สำรวจมองบุรุษหน้าหวานตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความลังเลและชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ“ชื่อแซ่อะไร!”เซวียนอี้หยางสะดุ้งเฮือกทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นมา ท่าทางของเขาสั่นไหวชัดเจนราวกับความหว
Magbasa pa
๒ ฮ่องเต้ผู้เป็นชาแต่ใจอ่อนกับผู้เดียว
เซวียนอี้หยางก้าวเข้ามาในตำหนักหย่งเทียนตามคำสั่ง มือไม้ยังสั่นระริกด้วยความลนลานทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิด ทว่าเขากลับอยากจะวิ่งหนีให้พ้นสายตาคมกริบของบุรุษผู้นั้นที่จับจ้องมองไม่วางตาเหลือเกินแต่กลับต้องพยายามรักษาท่วงท่าตนเองให้สง่างาม สุขุมและเย็นชาให้สมกับเป็นขันทีหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อบานประตูปิดลง ความเงียบงันก็แผ่เข้าปกคลุมฮ่องเต้หลงอี้เสวียนยังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้หอมไม่ขยับทว่าดวงตาคมกริบที่กวาดมองมาทางเขาเพียงครู่เดียว แต่ทำเอาหัวใจเซวียนอี้หยางเต้นแรงจนผิดจังหวะ“ฝนหมึกให้ข้า…และอย่าได้ทำตัวน่ารำคาญ”น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นราบเรียบ แต่กลับไม่กดดันเสียจนหายใจไม่ออกเซวียนอี้หยางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความยากลำบาก“ขะ…ขอรับ!”เขาพยักหน้าหงึกๆ แต่มือกลับกำชายเสื้อจนแน่น ก่อนจะเหลือบมองแท่นฝนหมึกที่แห้งเหือดอยู่ข้างกาย แล้วแอบถอยห่างจากบุรุษผู้นั้นอย่างไม่รู้ตัวหลงอี้เสวียนเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ สายตาลุ่มลึกกวาดมองบุรุษหนุ่มที่มีท่าทางฮวบฮาบราวกับสตรี มุมปากหนายกขึ้นเล็กน้อยคล้ายยิ้มแต่ไม่ถึงกับยิ้มแต่กลับกดดันจนคนมองใจสั่นเขาเห็นอีกฝ่ายถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว จึง
Magbasa pa
๓ คือแรกในตำหนักหย่งเทียน
บรรยากาศยามค่ำคืนภายในของวังหลวงเงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตนเอง สายลมเย็นพลิ้วผ่านมาแผ่วเบาปะทะผิวกายราวจะแทรกซึมเข้าสู่กระดูกแสงโคมไฟสลัวส่องพร่าอยู่ทั่วทั้งตำหนักหย่งเทียน เหล่าองครักษ์ผลัดเปลี่ยนเวรยามตามตำแหน่งเฝ้าระวังอย่างเคร่งครัด โดยไม่รู้เลยว่าในมุมหนึ่งของตำหนักนั้น มีคนผู้หนึ่งกำลังสู้กับความง่วงงุนอย่างสุดชีวิตเซวียนอี้หยางนั่งพิงเสาไม้กลางห้อง ดวงตาค่อยๆ ปรือลงด้วยความเหน็ดเหนื่อย คล้ายจะเผลอหลับไปทั้งที่ยังอยู่ในหน้าที่คืนนี้เป็นคืนแรกที่เขาต้องคอยเฝ้าระวังความปลอดภัยให้ มังกรผู้นี้แต่ร่างกายกลับล้าเกินรับไหว หนังตาหนักราวถูกค้อนทุบแม้หน้าที่ของขันทีจะดูเหมือนไร้ประโยชน์ เอาแต่เดินตามฮ่องเต้รายงานทุกลมหายใจ แต่หากพูดกันตามตรง…ทั้งวังกว้างใหญ่นี่ มีผู้ใดทำงานหนักกว่าเขาบ้างไหม!นี่หาใช่งานขันทีแล้ว นี่มันงานพี่เลี้ยงเด็กชัดๆ!ทั้งที่งานไม่หนักก็จริง แต่เรื่องยิบย่อยมากมายเสียจนแทบลากสังขารไม่ไหวโดยเฉพาะการต้องคอยเดาความคิดของมังกรผู้นั้นที่ไม่เคยเอ่ยปากบอกความต้องการของตนสักคำ!หากอยากดื่มชาก็ควรพูดออกมา มิใช่เพียงเหลือบมองจอกน้ำชาแห้งเหือดจนริมฝีปากแ
Magbasa pa
๔ เช้าของความวุ่นวาย
เช้าวันถัดมาแสงแดดอ่อนยามสายสาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามา แพขนตางามคู่นั้นกระพริบสั่นถี่คล้ายถูกรบกวน ร่างเล็กที่นอนสงบนิ่งบนเตียงกว้างจึงพลิกตัวเลี่ยงแสงที่เริ่มทาบทับลงบนใบหน้าหัวเข้มขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความร้อนเบาบางจากแสงแดด เขาลืมตามองเพดานเพียงชั่วครู่ ก่อนจะขยับกายหนีอย่างเกียจคร้านแล้วเลื่อนตัวไปยังอีกฝั่งหนึ่งของเตียง ตำแหน่งที่ไร้แสงสะท้อนส่องและให้ความเย็นมากกว่าหลงอี้เซวียนหาได้จะดีดตัวตื่นขึ้นมาไม่ เปลือกตายังคงปิดสนิทอย่างเกียจคร้านทว่า ขณะที่ร่างสูงขยับตัว…ที่ข้างๆ บนเตียงอ่อนพลันอ่อนยวบลงไป จนเขาที่กำลังเคลิบใกล้หลับต้องลืมตาขึ้นมาดูหลงอี้เสวียนลุกขึ้นยืนอยู่ข้างเตียง สายตาคมกริบมองร่างบางที่นอนขดตัวอยู่บนมุมเตียงด้านนอกในท่าที่ดูไม่ค่อยสบายนัก ผ้าห่มถูกดึงไปถึงครึ่ง ทว่ากลับยังคงหลับสนิทเหมือนไม่รู้ตัวว่าเมื่อคืนได้ผล็อยหลับอยู่ข้างฮ่องเต้เสียอย่างนั้นดวงตาของเซวียนอี้หยางพร่ามัวราวกับปกคลุมด้วยหมอกยามเช้า เขากระพริบตาถี่ๆ อยู่หลายครั้งแต่ก็ยังไม่ตื่นเต็มตาเสียที ร่างกายยังอ่อนล้าเหมือนถูกดึงไว้ให้อยู่บนเตียงนุ่มไม่ยอมลุกแต่แล้ว…สายตาที่พร่าเลือนค่
Magbasa pa
๕ ความลับที่ถูกคาดคั้น
ไฉนเลยเซวียนอี้หยางจะข่มตานอนหลับลงได้อีก หลังจากที่ประตูตำหนักปิดลงอย่างแผ่วเบา ภายในจึงตกอยู่ในความเงียบงันเขานอนนิ่งอยู่บนเตียงครู่หนึ่ง กวาดสายตามองเพดานสูงตรงเบื้องบนอย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้ว่าควรจัดการชีวิตของตนอย่างไร หรือคงต้องกลับไปจวนสกุลเซวียนแล้วสารภาพว่าไร้ความสามารถ ยอมจำนนต่อชะตากรรม ให้บิดาจับไปเป็นทหารในค่ายเสียให้สิ้นเรื่อง ส่วนชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไปนั้น…เขาก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร หากไม่ตายกลางสนามรบก็คงใช้มันอย่างไร้จุดหมายแน่เซวียนอี้หยางนอนนิ่งอยู่นาน ความเหน็ดเหนื่อยจากเมื่อวานทำให้เขาไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อใด มิหนำซ้ำยังไม่ทันรู้ตัวอีกว่ามีผู้ใดอุ้มเขาขึ้นมานอนบนเตียงใครกัน…ผู้ใดอุ้มเขาเข้ามา!?ความคิดนั้นทำให้เซวียนอี้หยางรู้สึกสับสน จนเอ็นขมับเต้นตุบๆ ปวดเกร็ง ก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นและรีบออกจากตำหนักทันทีวังหลวงกว้างใหญ่เกินกว่าที่เขาเคยคิดไว้ และนี่ก็เป็นเพียงวันที่สองที่ได้เข้ามาเมื่อวานนี้เซวียนอี้หยางยังไม่ทันได้สังเกตสิ่งใด เพราะมัวแต่ยุ่งวุ่นอยู่กับการปรนนิบัติบุรุษผู้นั้นเซวียนอี้หยางเดินสำรวจรอบๆ ตำหนักที่เพิ่งออกมาสายตาของเขากวาดมองไปทุก
Magbasa pa
๖ ปั้นน้ำเป็นตัว
เหล่านางกำนัลและทหารยามที่เดินผ่านบริเวณนั้นต่างเบิกตากว้าง บางคนถึงกับชะลอฝีเท้า หยุดมองด้วยความสนใจทั้งสิ้นภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า…คือขันทีเซวียนกำลังชักสีหน้ามีปากเสียง แถมยังหาเรื่องพระสนมเหม่ยเฟยงั้นหรือ!?หลายคนถึงกับยกมือขึ้นขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลัวว่าตนเองจะสายตาเลอะเลือนมองผิดไปร่างบางของเซวียนอี้หยางชะงักกึกทันที ดวงตากลมโตเบิกขึ้นด้วยความตกใจคล้ายไม่อยากเชื่อ เขามองตามฝ่ามือตนเองที่ถูกสตรีตรงหน้าบีบบังคับให้ยื่นไปคว้าอาภรณ์ของนางอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำท่าทางให้ดูราวกับเขาเป็นคนลงมือเสียเองนี่นาง…กำลังปั้นน้ำเป็นตัวใส่เขาอย่างนั้นหรือ!?“ปะ…ปล่อยข้า!”เขาสะบัดมือบางออกตามสัญชาตญาณ ทั้งยังสะบัดทิ้งแต่กลับยิ่งทำให้อาภรณ์ของนางขยับตามแรง ทว่าภาพที่ออกมากลับดู เหมือนเขาลงมือจริง ยิ่งกว่าเดิมเสียอีกเสียงซุบซิบเริ่มดังตามมาเกือบจะทันทีสั่นไหวในอากาศเหมือนเปลวไฟที่กำลังลามไปทั่วตำหนัก“ตายแล้ว…ขันทีไปจับอาภรณ์พระสนมเหม่ยเฟยหรือ!?”“นี่มันเรื่องใหญ่แล้วนะ!”“เขาบ้าหรืออย่างไร!”ถ้อยคำซุบซิบเหล่านั้นดังแว่วมาถึงหูของเซวียนอี้หยางเป็นระลอกไม่หยุด จนเขาได้แต่ยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อราวถู
Magbasa pa
๗ เรื่องที่ไม่ควรกล่าวถึง
ความเงียบระหว่างทั้งคู่ยืดยาวขึ้นอย่างน่าอึดอัดเซวียนอี้หยางเก้ๆ กังๆ สายตาล่อกแล่กไปมา นั่งนิ่งตรงนั้น แอบเหลือบตาขึ้นมองพี่ชายแล้วรีบหลุบลงทันที ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะมองทะลุความลับทั้งหมดของเขาเซวียนจื่อเหวินเลิกคิ้วอย่างจับผิด“เงียบเช่นนี้…น่าสงสัยนัก” เขาเอ่ยเสียงเรียบ พลางยกน้ำชาขึ้นจรดริมฝีปากค่อยๆ ลิ้มรสช้าๆ อย่างละเมียดละไมพอได้ยินคำนั้น หัวใจของเซวียนอี้หยางกระตุกวาบเขารีบแสร้งกระแอมไอ พร้อมกับดึงสีหน้าราบเรียบให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้“ข้า…เพียงคิดว่ายามเช้าเช่นนี้ หาได้อันตรายนัก ไม่ว่าผู้ใดก็นอนตื่นสายกันทั้งสิ้น ไม่เว้นแต่นักฆ่าที่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ข้าจึงคิดว่าไม่จำเป็นต้องเร่งรีบนัก” น้ำเสียงของเขาสั่นน้อยๆ จนได้ยินชัดเจนเซวียนอี้หยางเอาแต่จ้องมองจอกน้ำชาเย็นเฉียบในมือเซวียนจื่อเหวินขมวดคิ้ว เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้เพียงคืบ“หึ! อย่างงั้นหรือ”สายตาคมกริบจ้องมองนิ่งๆ เหมือนอยากจะควักหัวใจของอีกฝ่ายออกมาดูให้รู้ความจริงช่างเป็นคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นเหลือเกิน!ทว่า เพียงคำสั้นๆ คำนั้น หยาดเหงื่อเย็นก็ไหลซึมตามไรผมของเซวียนอี้หยางลงมาตามกรอบใบหน้าหวาน เขาเม้มริ
Magbasa pa
๘ ความหึงหวง
กว่าหลงอี้หยางจะออกจากท้องพระโรง ฟ้าก็มืดสนิทพอดีแสงตะเกียงสลัวตามโถงทางเดินทอดเงายาวจนทาบลงบนใบหน้าหล่อเหลาของฮ่องเต้หลงอี้เสวียนที่เคร่งขรึมอยู่แล้ว กลับยิ่งทำให้ดูน่าเกรงกลัวขึ้นไปอีกหลายเท่าบรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวด้วยความกดดันเสียจนเหล่าทหารองครักษ์และนางกำนัลที่เดินตามหลังมา ต่างพากันก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าสบตา หรือไม่กล้ากระทั่งหายใจแรงด้วยซ้ำเสียงฝีหนักแน่น ดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งทางเดิน แฝงความขุ่นเคืองอย่างชัดเจนหลงอี้เสวียนยังหงุดหงิด เหล่าขุนนางพวกนั้นไม่หายกระทั่งเขาก้าวเท้ายังไม่ทันพ้นขอบบานประตูประตูตำหนัก ความเย็นเยียบแฝงโทสะที่ปะทุอยู่ลึกๆ ก็ยิ่งทวีขึ้นอีก เมื่อรู้ว่าได้มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นในระหว่างที่เขาไม่อยู่คนคนนั้นควรจะอยู่ในตำหนัก ทั้งที่สมควรจะรออย่างสงบเสงี่ยม นอนอยู่บนเตียง ไม่ออกไปก่อเรื่องใดทั้งสิ้นแต่สิ่งที่ได้ยินกลับเป็น…ขันทีน้อยของเขาผู้นั้นไปทำเรื่องวุ่นวายกับสตรีวังหลัง!มุมปากหนาของหลงอี้หยางกระตุกโค้งยกขึ้นเล็กน้อยทันที คล้ายยิ้มแต่ไม่ถึงกับยิ้ม ทว่าเย็นเยียบเสียจนพลันทำให้บรรยากาศอึมครึ้มราวกับมีพายุฝนตั้งเค้าสายตาคมกริบหรี่ลง พยายามข่มโทสะไม่
Magbasa pa
๙ ดอกเหมยอาบยาพิษ
เหม่ยเฟยนั่งเอนกายผ่อนคลาย จิบน้ำชาริมหน้าต่างอย่างอ้อยอิ่ง ปลายนิ้วเรียวลูบจอกเคลือบปั้นดินเผาเนื้อดีเบาๆ ราวกับกำลังเพลิดเพลินตกความสุขของตนเอง ดอกเหมยที่เคยบานสะพรั่งเมื่อเดือนก่อน บัดนี้ร่วงหล่นโปรยปรายตามแรงลม เฉกเช่นตำแหน่งที่เคยร่วงโรยของนางในวันวานทว่าแต่วันนี้ ความรู้สึกนั้นกำลังพลิกกลับอีกครั้งเสียงซุบซิบจากเหล่านางกำนัลนอกเรือนลอยมาตามลม“ได้ยินหรือไม่…พระสนมเหม่ยเฟย ถูกขันทีข้างกายฝ่าบาทผลักจนล้มเชียวนะ!”“ยังจะต้องถามอีกหรือ…ข่าวลือลุกลามกระจายไปทั่วทั้งวังหลวงแล้ว ยิ่งกว่าไฟลามทุ่งหญ้าแห้งเสียอีกว่า ไม่แน่ฝ่าบาททรงลุ่มหลงขันทีผู้นั้นจนไม่แลนางแล้วต่างหาก!”“เพ่ย! ได้อย่างไรกัน...ระวังปากของเจ้าเสียบ้าง หากมีผู้ใดผ่านมาได้ยินเข้าคงไม่พ้นถูกตัดหัวแน่!”เหม่ยเฟยได้ยินชัดทุกถ้อยคำ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มกว้างคล้ายยิ้มรับลมเย็น หากแต่ลึกลงไปกลับเต็มไปด้วยความเยาะหยันและพึงพอใจไม่น้อยกับผลลัพธ์“ลุ่มหลงขันทีงั้นหรือ…” นางพึมพำพูดแผ่วเบา ค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้หอม นัยน์ตาเมล็ดซิ่งเปล่งประกายวาววับขึ้นมา นางเอียงหน้าเล็กน้อย มองกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่นลงกลางลาน“หึ! ทว่าตำแหน่งนั
Magbasa pa
๑๐ ใกล้ชิดเกินไปแล้วฝ่าบาท
สองสามวันมานี้ อารมณ์ของบุรุษผู้นั้นดีจนผิดสังเกตจริงๆหวังจื่อหลงขมวดคิ้วมุ่น สายตาคมกริบหรี่ลงมองสหายของตนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาตวัดพู่กันเขียนฎีกาไม่หยุดหย่อน เขียนจนหมึกแห้ง หมึกหมด ครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำยังมีขันทีหน้าหวานคอยฝนหมึกให้ไม่เว้นวางและรินน้ำชาให้ไม่มีวันแห้งเหือดยิ่งมอง…เขายิ่งรู้สึกตงิดใจอย่างบอกไม่ถูกเพราะรู้นิสัยของหลงอี้เสวียนดีเกินกว่าผู้อื่นคนผู้นี้หากคิดอยากเข้าใกล้ผู้ใด แม้บัลลังก์มังกรยังสามารถโยนทิ้งเพื่อเดินเข้าไปหาด้วยตนเองหรือแท้จริงแล้ว นี่เป็นเพียงข้ออ้างให้เข้าหาขันทีเซวียน!?อีกทั้ง ในวังหลวงมีขันทีเซวียนผู้เดียวกระมังที่ฝนหมึกได้...คนอื่นทำไม่ได้แล้วงั้นหรือ!?หวังจื่อหลงนั่งอยู่ในศาลาริมสระบัวมานานพอจะจุดธูปได้หนึ่งก้าน ทั้งที่ตั้งใจจะมาดวลหมากกับสหายเพื่อให้ผ่อนคลายสักหน่อย อีกฝ่ายจะได้ไม่ต้องพาลฟาดงวงฟาดงาลงใส่ขุนนางหรือนางกำนัลอย่างที่ผ่านมาดูเสียว่าเขาเป็นสหายที่ดีเพียงใดกันแต่เขารอจนแล้วจนเล่า หลงอี้เสวียนกลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาหายใจด้วยซ้ำ มัวก้มหน้าเขียนอยู่อย่างนั้นจนชวนให้เขาหนักใจแทนสุดท้าย หวังจื่อหลงก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่น้ำเสียง
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status