ฝ่าบาท ข้าเป็นขันทีไม่ใช่สนม

ฝ่าบาท ข้าเป็นขันทีไม่ใช่สนม

last updateLast Updated : 2026-04-02
By:  วอลจูCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
33Chapters
724views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เซวียนอี้หยาง บุตรชายสกุลขุนนางฝ่ายบู๊ ผู้มีพรสวรรค์ด้านการจับไหสุรา เกียจคร้านจนใครๆ ต่างส่ายหน้า ชีวิตอยู่กับโรงเตี๊ยมมากกว่าสนามรบ ทว่าชะตากลับเล่นตลก จู่ๆ เขาก็ต้องเข้าวังหลวงในฐานะขันที...ภายใต้ภารกิจลับสำคัญ หน้าที่ของเขาหาใช่ดูแลรินน้ำชา หาใช่พัดวีแต่คือปกป้องมังกรหนุ่มให้รอดถึงวันพรุ่งนี้! และไม่มีใครควรรู้ว่าเขา…คือ บุรุษครบสามส่วน การปลอมตัวควรทำให้เขากลมกลืนและอยู่รอดอย่างเงียบเชียบ ทว่าใบหน้าหวานเกินเหตุกลับไปสะดุดตาคนผู้หนึ่งเข้าเต็มๆ จากที่คิดว่าจะหลบสายตามังกร กลายเป็นว่ามังกรกลับจับตาเขาทุกลมหายใจ ยิ่งนานวัน “ฮ่องเต้หลงเฉิงเทียน” ยิ่งแสดงท่าทีไม่ปกติ จับแขน เขย่าคาง ลากเข้าไปใกล้ไม่เว้นวัน ราวกับทุกฝีก้าวตะโกนว่า 'เจ้าต้องเป็นของข้าเพียงผู้เดียว' ยิ่งตามติด เขายิ่งกลัวว่าความลับจะถูกเปิด แต่พอยิ่งดิ้นให้หลุด มังกรกลับยิ่งรัดแน่นกว่าเดิม “ฝ่าบาท! ปล่อยข้าเถิด ข้าเป็นขันทีหาใช่สนม!” แทนที่จะปล่อย อีกฝ่ายกลับยิ้ม ราวกับกำลังตอบในใจว่า ไม่ว่าสนมหรือขันที ตราบใดที่เป็นเจ้า ข้าก็อยากได้ทั้งนั้น

View More

Chapter 1

๑ ขันทีใหม่ในตำหนักมังกร

“ในเมื่อเธออยากตายขนาดนั้น ทำไมไม่แทงตัวเอง แทนที่จะเล่นมายากลกระโดดตึกแบบนี้!” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเอือมระอา

“ฉันก็คิดจะแทง...”

ทันใดนั้น เฉียวสือเนี่ยนก็รู้สึกว่าคำพูดของฮั่วเยี่ยนฉือมีบางอย่างที่ผิดปกติ

เธอกระโดดตึกตอนไหน?

“คุณผู้หญิงคะ ในที่สุดคุณก็ฟื้นแล้ว”

เวลานี้ ป้าหวังผู้เป็นสาวใช้ยกน้ำและยาเดินมายังด้านหน้าของเธอ

“ปวดศีรษะมากไหมคะ คุณหมอบอกว่าสมองของคุณมีอาการกระทบกระเทือนเล็กน้อย จึงจ่ายยามาให้ จะกินตอนนี้เลยไหม?”

เฉียวสือเนี่ยนไม่ได้ตอบกลับป้าหวัง เพราะเธอพบว่าตัวเองนอนอยู่ภายในห้องนอนขนาดใหญ่

ดูจากการตกแต่งภายในห้อง เหมือนจะเป็นคฤหาสน์ตระกูลฮั่วในสมัยอดีต

ตั้งแต่เธออยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช ก็ไม่ได้กลับมาที่นี่สองปีกว่าแล้ว

หรือว่าเธอจะถูกฮั่วเยี่ยนฉือพากลับมาที่บ้าน?

ไม่ใช่!

มีดเล่มนั้นปักที่หัวใจของเธอ ในเมื่อยังไม่ตาย แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ส่งไปห้องผ่าตัด

เฉียวสือเนี่ยนรีบก้มสำรวจดู กลับพบว่าหน้าอกไม่ได้เสียหายอะไรเลย!

แต่ศีรษะและข้อมือของเธอกลับพันด้วยผ้ากอซทางการแพทย์!

ฮั่วเยี่ยนฉือขมวดคิ้วมองท่าทางของเฉียวสือเนี่ยนที่เดี๋ยวเจ็บปวดเดี๋ยวตะลึงงันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จนรู้สึกหงุดหงิดใจ

“ครั้งหน้าเลือกกระโดดสถานที่สูง ๆ หน่อย ชั้นสองตกลงมามันไม่ตาย!”

เมื่อพูดอย่างเย็นชาเสร็จ เขาก็ก้าวขายาวออกจากห้องไป

เฉียวสือเนี่ยนไม่สนใจฮั่วเยี่ยนฉือ และตรวจสอบร่างกายของตัวเองต่อ

เธออยู่โรงพยาบาลจิตเวชมาสองปีกว่าจนสีหน้าซีดเซียวเหมือนขาดสารอาหาร รูปร่างผอมแห้ง แต่ในตอนนี้สีผิวของเธอกลับขาวนวลละเอียด ผิวมีความอวบอิ่มและเต่งตึง!

ตามเนื้อตัวก็ไม่มีรอยแผลเป็นและรอยช้ำที่เกิดจากการกระทำของพยาบาลรับจ้างกับคนไข้ที่พักฟื้นห้องเดียวกัน!

“คุณผู้หญิงคะ คุณผู้ชายแค่โมโหมากไปหน่อยถึงได้พูดแบบนั้น”

ป้าหวังนึกว่าเธอเสียใจ จึงปลอบอย่างระมัดระวัง “สามีภรรยาจะมีความแค้นระหว่างกันได้อย่างไร เดี๋ยวคุณกับคุณผู้ชาย...”

“ป้าหวัง วันนี้วันอะไรเหรอคะ?!”

เฉียวสือเนี่ยนตกใจอย่างมาก จึงขัดจังหวะการพูดของป้าหวังอย่างใจร้อน

ป้าหวังมองเธออย่างแปลกประหลาด “วันนี้เป็นวันเกิดของคุณหนูป๋ายไงล่ะคะ คุณได้ยินว่าคุณผู้ชายจะไปฉลองวันเกิดให้เธอ จึงโทรศัพท์เรียกคุณผู้ชายกลับบ้าน...”

แม้รู้ว่าป้าหวังเข้าใจความหมายของเธอผิด แต่เฉียวสือเนี่ยนก็ไม่มีเวลาอธิบายมากนัก เธอมองไปรอบข้างอย่างรวดเร็ว และหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ตรงหัวเตียงขึ้นมา

คิดไม่ถึงเลยว่าปีที่ปรากฏอยู่ด้านบนโทรศัพท์จะเป็นสามปีที่แล้ว!

ทันใดนั้น เฉียวสือเนี่ยนก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เธอโยนผ้าห่มออก กระโดดลงจากเตียง และพุ่งไปที่เรือนดอกไม้อย่างรวดเร็ว

เรือนดอกไม้ดูเละเทะไปหมด ดอกไม้ราคาแพงแต่ละชนิดเหลือแต่กิ่งก้านที่หัก

สามปีก่อน เธอได้ยินว่าฮั่วเยี่ยนฉือจะฉลองวันเกิดกับป๋ายอีอี แถมยังซื้อดอกไม้ให้ด้วย เธอจึงบันดาลโทสะทุบพวกมันทั้งหมด

เศษซากกระเด็นมา ทำให้ข้อมือเธอได้รับบาดเจ็บ แต่เธอไม่สนใจ ทั้งยังกระโดดลงมาจากระเบียงชั้นสองด้วยอารมณ์ชั่ววูบ

แม้จะถูกพุ่มไม้สีเขียวป้องกันเอาไว้ แขนขาจึงไม่ได้หัก แต่ศีรษะของเธอกระแทกเข้ากับขอบกระถางดอกไม้ จึงหมดสติในที่เกิดเหตุ...

ดังนั้น นี่เธอย้อนกลับมาเมื่อสามปีที่แล้ว?!

“คุณผู้หญิง ทำไมวิ่งมาที่เรือนดอกไม้อีกแล้ว? บนพื้นเต็มไปด้วยเศษเซรามิก คุณอย่าคิดจะทำเรื่องโง่เขลาอีกเลยนะคะ!”

ป้าหวังกลัวเธอจะสร้างความวุ่นวายต่อไป จึงตามมาพูดโน้มน้าว “คุณผู้ชายเป็นห่วงคุณนะคะ เมื่อได้ยินว่าคุณบาดเจ็บก็รีบกลับมาทันที...คุณชายฮั่ว!”

เมื่อได้ยินน้ำเสียงของป้าหวังเปลี่ยนเป็นประหม่า เฉียวสือเนี่ยนจึงเงยหน้าขึ้น

คนที่เดินมาไม่ได้มีเพียงฮั่วเยี่ยนฉือที่รูปร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลา แต่ยังมีป๋ายอีอีที่ดูอ่อนโยน สง่างาม สวมชุดประณีตและสมส่วนมาด้วย

พวกเขาเคียงข้างกัน ราวกับคู่รักที่หญิงสาวชายเก่งคู่หนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
33 Chapters
๑ ขันทีใหม่ในตำหนักมังกร
สายลมอ่อนต้นฤดูใบไม้ผลิพัดต้องยอดสนจนเกิดเสียงเสียดสีกันเบาๆ อยู่หน้าประตูวังหลวง เหล่าทหาร นางกำนัล และขุนนางเดินขวักไขว่ไปตามหน้าที่ ทว่าเมื่อประตูใหญ่เปิดออก ใครคนหนึ่งกลับมุดผ่านช่องแคบระหว่างเหล่าผู้คุมแล้วก้าวพรวดเข้าไปเหมือนลูกหมาจรจัดหลงฝูงเซวียนอี้หยาง บุรุษหนุ่มรูปร่างเล็ก ผิวขาวจัด ดวงตากลมใสคล้ายสตรี สวมใส่อาภรณ์สีเข้ม ตั้งใจจะเข้าไปอย่างสงบเรียบร้อย ท่วงท่าสง่างามแต่…เขาดันสะดุดชายเสื้อของตนเอง กึ่งล้มกึ่งกลิ้งเข้าไปต่อหน้าผู้คุมซะอย่างงั้น“เจ้าเป็นใคร!”น้ำเสียงเข้มของทหารยามดังขึ้นจนเขาตกใจแทบสิ้นสติเซวียนอี้หยางยกมือขึ้นเหนือศีรษะทันที ดวงตากระพริบปริบๆ ริมฝีปากบางเม้มแน่น “ขะ…ข้าเป็นขันทีใหม่ขอรับ!”ยิ่งพูดก็ยิ่งฟังดูไม่น่าเชื่อ น้ำเสียงหวานรื่นหูหาได้เล็กแหลมน่ารำคาญ มิหนำซ้ำเพราะใบหน้าอ่อนหวานนั้น ยังดูคล้ายคลึงสตรีไม่เหมือนขันทีสักนิดทหารยามหรี่ตาลง ไล่สำรวจมองบุรุษหน้าหวานตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความลังเลและชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ“ชื่อแซ่อะไร!”เซวียนอี้หยางสะดุ้งเฮือกทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นมา ท่าทางของเขาสั่นไหวชัดเจนราวกับความหว
Read more
๒ ฮ่องเต้ผู้เป็นชาแต่ใจอ่อนกับผู้เดียว
เซวียนอี้หยางก้าวเข้ามาในตำหนักหย่งเทียนตามคำสั่ง มือไม้ยังสั่นระริกด้วยความลนลานทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิด ทว่าเขากลับอยากจะวิ่งหนีให้พ้นสายตาคมกริบของบุรุษผู้นั้นที่จับจ้องมองไม่วางตาเหลือเกินแต่กลับต้องพยายามรักษาท่วงท่าตนเองให้สง่างาม สุขุมและเย็นชาให้สมกับเป็นขันทีหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อบานประตูปิดลง ความเงียบงันก็แผ่เข้าปกคลุมฮ่องเต้หลงอี้เสวียนยังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้หอมไม่ขยับทว่าดวงตาคมกริบที่กวาดมองมาทางเขาเพียงครู่เดียว แต่ทำเอาหัวใจเซวียนอี้หยางเต้นแรงจนผิดจังหวะ“ฝนหมึกให้ข้า…และอย่าได้ทำตัวน่ารำคาญ”น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นราบเรียบ แต่กลับไม่กดดันเสียจนหายใจไม่ออกเซวียนอี้หยางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความยากลำบาก“ขะ…ขอรับ!”เขาพยักหน้าหงึกๆ แต่มือกลับกำชายเสื้อจนแน่น ก่อนจะเหลือบมองแท่นฝนหมึกที่แห้งเหือดอยู่ข้างกาย แล้วแอบถอยห่างจากบุรุษผู้นั้นอย่างไม่รู้ตัวหลงอี้เสวียนเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ สายตาลุ่มลึกกวาดมองบุรุษหนุ่มที่มีท่าทางฮวบฮาบราวกับสตรี มุมปากหนายกขึ้นเล็กน้อยคล้ายยิ้มแต่ไม่ถึงกับยิ้มแต่กลับกดดันจนคนมองใจสั่นเขาเห็นอีกฝ่ายถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว จึง
Read more
๓ คือแรกในตำหนักหย่งเทียน
บรรยากาศยามค่ำคืนภายในของวังหลวงเงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตนเอง สายลมเย็นพลิ้วผ่านมาแผ่วเบาปะทะผิวกายราวจะแทรกซึมเข้าสู่กระดูกแสงโคมไฟสลัวส่องพร่าอยู่ทั่วทั้งตำหนักหย่งเทียน เหล่าองครักษ์ผลัดเปลี่ยนเวรยามตามตำแหน่งเฝ้าระวังอย่างเคร่งครัด โดยไม่รู้เลยว่าในมุมหนึ่งของตำหนักนั้น มีคนผู้หนึ่งกำลังสู้กับความง่วงงุนอย่างสุดชีวิตเซวียนอี้หยางนั่งพิงเสาไม้กลางห้อง ดวงตาค่อยๆ ปรือลงด้วยความเหน็ดเหนื่อย คล้ายจะเผลอหลับไปทั้งที่ยังอยู่ในหน้าที่คืนนี้เป็นคืนแรกที่เขาต้องคอยเฝ้าระวังความปลอดภัยให้ มังกรผู้นี้แต่ร่างกายกลับล้าเกินรับไหว หนังตาหนักราวถูกค้อนทุบแม้หน้าที่ของขันทีจะดูเหมือนไร้ประโยชน์ เอาแต่เดินตามฮ่องเต้รายงานทุกลมหายใจ แต่หากพูดกันตามตรง…ทั้งวังกว้างใหญ่นี่ มีผู้ใดทำงานหนักกว่าเขาบ้างไหม!นี่หาใช่งานขันทีแล้ว นี่มันงานพี่เลี้ยงเด็กชัดๆ!ทั้งที่งานไม่หนักก็จริง แต่เรื่องยิบย่อยมากมายเสียจนแทบลากสังขารไม่ไหวโดยเฉพาะการต้องคอยเดาความคิดของมังกรผู้นั้นที่ไม่เคยเอ่ยปากบอกความต้องการของตนสักคำ!หากอยากดื่มชาก็ควรพูดออกมา มิใช่เพียงเหลือบมองจอกน้ำชาแห้งเหือดจนริมฝีปากแ
Read more
๔ เช้าของความวุ่นวาย
เช้าวันถัดมาแสงแดดอ่อนยามสายสาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามา แพขนตางามคู่นั้นกระพริบสั่นถี่คล้ายถูกรบกวน ร่างเล็กที่นอนสงบนิ่งบนเตียงกว้างจึงพลิกตัวเลี่ยงแสงที่เริ่มทาบทับลงบนใบหน้าหัวเข้มขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความร้อนเบาบางจากแสงแดด เขาลืมตามองเพดานเพียงชั่วครู่ ก่อนจะขยับกายหนีอย่างเกียจคร้านแล้วเลื่อนตัวไปยังอีกฝั่งหนึ่งของเตียง ตำแหน่งที่ไร้แสงสะท้อนส่องและให้ความเย็นมากกว่าหลงอี้เซวียนหาได้จะดีดตัวตื่นขึ้นมาไม่ เปลือกตายังคงปิดสนิทอย่างเกียจคร้านทว่า ขณะที่ร่างสูงขยับตัว…ที่ข้างๆ บนเตียงอ่อนพลันอ่อนยวบลงไป จนเขาที่กำลังเคลิบใกล้หลับต้องลืมตาขึ้นมาดูหลงอี้เสวียนลุกขึ้นยืนอยู่ข้างเตียง สายตาคมกริบมองร่างบางที่นอนขดตัวอยู่บนมุมเตียงด้านนอกในท่าที่ดูไม่ค่อยสบายนัก ผ้าห่มถูกดึงไปถึงครึ่ง ทว่ากลับยังคงหลับสนิทเหมือนไม่รู้ตัวว่าเมื่อคืนได้ผล็อยหลับอยู่ข้างฮ่องเต้เสียอย่างนั้นดวงตาของเซวียนอี้หยางพร่ามัวราวกับปกคลุมด้วยหมอกยามเช้า เขากระพริบตาถี่ๆ อยู่หลายครั้งแต่ก็ยังไม่ตื่นเต็มตาเสียที ร่างกายยังอ่อนล้าเหมือนถูกดึงไว้ให้อยู่บนเตียงนุ่มไม่ยอมลุกแต่แล้ว…สายตาที่พร่าเลือนค่
Read more
๕ ความลับที่ถูกคาดคั้น
ไฉนเลยเซวียนอี้หยางจะข่มตานอนหลับลงได้อีก หลังจากที่ประตูตำหนักปิดลงอย่างแผ่วเบา ภายในจึงตกอยู่ในความเงียบงันเขานอนนิ่งอยู่บนเตียงครู่หนึ่ง กวาดสายตามองเพดานสูงตรงเบื้องบนอย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้ว่าควรจัดการชีวิตของตนอย่างไร หรือคงต้องกลับไปจวนสกุลเซวียนแล้วสารภาพว่าไร้ความสามารถ ยอมจำนนต่อชะตากรรม ให้บิดาจับไปเป็นทหารในค่ายเสียให้สิ้นเรื่อง ส่วนชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไปนั้น…เขาก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร หากไม่ตายกลางสนามรบก็คงใช้มันอย่างไร้จุดหมายแน่เซวียนอี้หยางนอนนิ่งอยู่นาน ความเหน็ดเหนื่อยจากเมื่อวานทำให้เขาไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อใด มิหนำซ้ำยังไม่ทันรู้ตัวอีกว่ามีผู้ใดอุ้มเขาขึ้นมานอนบนเตียงใครกัน…ผู้ใดอุ้มเขาเข้ามา!?ความคิดนั้นทำให้เซวียนอี้หยางรู้สึกสับสน จนเอ็นขมับเต้นตุบๆ ปวดเกร็ง ก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นและรีบออกจากตำหนักทันทีวังหลวงกว้างใหญ่เกินกว่าที่เขาเคยคิดไว้ และนี่ก็เป็นเพียงวันที่สองที่ได้เข้ามาเมื่อวานนี้เซวียนอี้หยางยังไม่ทันได้สังเกตสิ่งใด เพราะมัวแต่ยุ่งวุ่นอยู่กับการปรนนิบัติบุรุษผู้นั้นเซวียนอี้หยางเดินสำรวจรอบๆ ตำหนักที่เพิ่งออกมาสายตาของเขากวาดมองไปทุก
Read more
๖ ปั้นน้ำเป็นตัว
เหล่านางกำนัลและทหารยามที่เดินผ่านบริเวณนั้นต่างเบิกตากว้าง บางคนถึงกับชะลอฝีเท้า หยุดมองด้วยความสนใจทั้งสิ้นภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า…คือขันทีเซวียนกำลังชักสีหน้ามีปากเสียง แถมยังหาเรื่องพระสนมเหม่ยเฟยงั้นหรือ!?หลายคนถึงกับยกมือขึ้นขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลัวว่าตนเองจะสายตาเลอะเลือนมองผิดไปร่างบางของเซวียนอี้หยางชะงักกึกทันที ดวงตากลมโตเบิกขึ้นด้วยความตกใจคล้ายไม่อยากเชื่อ เขามองตามฝ่ามือตนเองที่ถูกสตรีตรงหน้าบีบบังคับให้ยื่นไปคว้าอาภรณ์ของนางอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำท่าทางให้ดูราวกับเขาเป็นคนลงมือเสียเองนี่นาง…กำลังปั้นน้ำเป็นตัวใส่เขาอย่างนั้นหรือ!?“ปะ…ปล่อยข้า!”เขาสะบัดมือบางออกตามสัญชาตญาณ ทั้งยังสะบัดทิ้งแต่กลับยิ่งทำให้อาภรณ์ของนางขยับตามแรง ทว่าภาพที่ออกมากลับดู เหมือนเขาลงมือจริง ยิ่งกว่าเดิมเสียอีกเสียงซุบซิบเริ่มดังตามมาเกือบจะทันทีสั่นไหวในอากาศเหมือนเปลวไฟที่กำลังลามไปทั่วตำหนัก“ตายแล้ว…ขันทีไปจับอาภรณ์พระสนมเหม่ยเฟยหรือ!?”“นี่มันเรื่องใหญ่แล้วนะ!”“เขาบ้าหรืออย่างไร!”ถ้อยคำซุบซิบเหล่านั้นดังแว่วมาถึงหูของเซวียนอี้หยางเป็นระลอกไม่หยุด จนเขาได้แต่ยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อราวถู
Read more
๗ เรื่องที่ไม่ควรกล่าวถึง
ความเงียบระหว่างทั้งคู่ยืดยาวขึ้นอย่างน่าอึดอัดเซวียนอี้หยางเก้ๆ กังๆ สายตาล่อกแล่กไปมา นั่งนิ่งตรงนั้น แอบเหลือบตาขึ้นมองพี่ชายแล้วรีบหลุบลงทันที ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะมองทะลุความลับทั้งหมดของเขาเซวียนจื่อเหวินเลิกคิ้วอย่างจับผิด“เงียบเช่นนี้…น่าสงสัยนัก” เขาเอ่ยเสียงเรียบ พลางยกน้ำชาขึ้นจรดริมฝีปากค่อยๆ ลิ้มรสช้าๆ อย่างละเมียดละไมพอได้ยินคำนั้น หัวใจของเซวียนอี้หยางกระตุกวาบเขารีบแสร้งกระแอมไอ พร้อมกับดึงสีหน้าราบเรียบให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้“ข้า…เพียงคิดว่ายามเช้าเช่นนี้ หาได้อันตรายนัก ไม่ว่าผู้ใดก็นอนตื่นสายกันทั้งสิ้น ไม่เว้นแต่นักฆ่าที่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ข้าจึงคิดว่าไม่จำเป็นต้องเร่งรีบนัก” น้ำเสียงของเขาสั่นน้อยๆ จนได้ยินชัดเจนเซวียนอี้หยางเอาแต่จ้องมองจอกน้ำชาเย็นเฉียบในมือเซวียนจื่อเหวินขมวดคิ้ว เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้เพียงคืบ“หึ! อย่างงั้นหรือ”สายตาคมกริบจ้องมองนิ่งๆ เหมือนอยากจะควักหัวใจของอีกฝ่ายออกมาดูให้รู้ความจริงช่างเป็นคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นเหลือเกิน!ทว่า เพียงคำสั้นๆ คำนั้น หยาดเหงื่อเย็นก็ไหลซึมตามไรผมของเซวียนอี้หยางลงมาตามกรอบใบหน้าหวาน เขาเม้มริ
Read more
๘ ความหึงหวง
กว่าหลงอี้หยางจะออกจากท้องพระโรง ฟ้าก็มืดสนิทพอดีแสงตะเกียงสลัวตามโถงทางเดินทอดเงายาวจนทาบลงบนใบหน้าหล่อเหลาของฮ่องเต้หลงอี้เสวียนที่เคร่งขรึมอยู่แล้ว กลับยิ่งทำให้ดูน่าเกรงกลัวขึ้นไปอีกหลายเท่าบรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวด้วยความกดดันเสียจนเหล่าทหารองครักษ์และนางกำนัลที่เดินตามหลังมา ต่างพากันก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าสบตา หรือไม่กล้ากระทั่งหายใจแรงด้วยซ้ำเสียงฝีหนักแน่น ดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งทางเดิน แฝงความขุ่นเคืองอย่างชัดเจนหลงอี้เสวียนยังหงุดหงิด เหล่าขุนนางพวกนั้นไม่หายกระทั่งเขาก้าวเท้ายังไม่ทันพ้นขอบบานประตูประตูตำหนัก ความเย็นเยียบแฝงโทสะที่ปะทุอยู่ลึกๆ ก็ยิ่งทวีขึ้นอีก เมื่อรู้ว่าได้มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นในระหว่างที่เขาไม่อยู่คนคนนั้นควรจะอยู่ในตำหนัก ทั้งที่สมควรจะรออย่างสงบเสงี่ยม นอนอยู่บนเตียง ไม่ออกไปก่อเรื่องใดทั้งสิ้นแต่สิ่งที่ได้ยินกลับเป็น…ขันทีน้อยของเขาผู้นั้นไปทำเรื่องวุ่นวายกับสตรีวังหลัง!มุมปากหนาของหลงอี้หยางกระตุกโค้งยกขึ้นเล็กน้อยทันที คล้ายยิ้มแต่ไม่ถึงกับยิ้ม ทว่าเย็นเยียบเสียจนพลันทำให้บรรยากาศอึมครึ้มราวกับมีพายุฝนตั้งเค้าสายตาคมกริบหรี่ลง พยายามข่มโทสะไม่
Read more
๙ ดอกเหมยอาบยาพิษ
เหม่ยเฟยนั่งเอนกายผ่อนคลาย จิบน้ำชาริมหน้าต่างอย่างอ้อยอิ่ง ปลายนิ้วเรียวลูบจอกเคลือบปั้นดินเผาเนื้อดีเบาๆ ราวกับกำลังเพลิดเพลินตกความสุขของตนเอง ดอกเหมยที่เคยบานสะพรั่งเมื่อเดือนก่อน บัดนี้ร่วงหล่นโปรยปรายตามแรงลม เฉกเช่นตำแหน่งที่เคยร่วงโรยของนางในวันวานทว่าแต่วันนี้ ความรู้สึกนั้นกำลังพลิกกลับอีกครั้งเสียงซุบซิบจากเหล่านางกำนัลนอกเรือนลอยมาตามลม“ได้ยินหรือไม่…พระสนมเหม่ยเฟย ถูกขันทีข้างกายฝ่าบาทผลักจนล้มเชียวนะ!”“ยังจะต้องถามอีกหรือ…ข่าวลือลุกลามกระจายไปทั่วทั้งวังหลวงแล้ว ยิ่งกว่าไฟลามทุ่งหญ้าแห้งเสียอีกว่า ไม่แน่ฝ่าบาททรงลุ่มหลงขันทีผู้นั้นจนไม่แลนางแล้วต่างหาก!”“เพ่ย! ได้อย่างไรกัน...ระวังปากของเจ้าเสียบ้าง หากมีผู้ใดผ่านมาได้ยินเข้าคงไม่พ้นถูกตัดหัวแน่!”เหม่ยเฟยได้ยินชัดทุกถ้อยคำ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มกว้างคล้ายยิ้มรับลมเย็น หากแต่ลึกลงไปกลับเต็มไปด้วยความเยาะหยันและพึงพอใจไม่น้อยกับผลลัพธ์“ลุ่มหลงขันทีงั้นหรือ…” นางพึมพำพูดแผ่วเบา ค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้หอม นัยน์ตาเมล็ดซิ่งเปล่งประกายวาววับขึ้นมา นางเอียงหน้าเล็กน้อย มองกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่นลงกลางลาน“หึ! ทว่าตำแหน่งนั
Read more
๑๐ ใกล้ชิดเกินไปแล้วฝ่าบาท
สองสามวันมานี้ อารมณ์ของบุรุษผู้นั้นดีจนผิดสังเกตจริงๆหวังจื่อหลงขมวดคิ้วมุ่น สายตาคมกริบหรี่ลงมองสหายของตนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาตวัดพู่กันเขียนฎีกาไม่หยุดหย่อน เขียนจนหมึกแห้ง หมึกหมด ครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำยังมีขันทีหน้าหวานคอยฝนหมึกให้ไม่เว้นวางและรินน้ำชาให้ไม่มีวันแห้งเหือดยิ่งมอง…เขายิ่งรู้สึกตงิดใจอย่างบอกไม่ถูกเพราะรู้นิสัยของหลงอี้เสวียนดีเกินกว่าผู้อื่นคนผู้นี้หากคิดอยากเข้าใกล้ผู้ใด แม้บัลลังก์มังกรยังสามารถโยนทิ้งเพื่อเดินเข้าไปหาด้วยตนเองหรือแท้จริงแล้ว นี่เป็นเพียงข้ออ้างให้เข้าหาขันทีเซวียน!?อีกทั้ง ในวังหลวงมีขันทีเซวียนผู้เดียวกระมังที่ฝนหมึกได้...คนอื่นทำไม่ได้แล้วงั้นหรือ!?หวังจื่อหลงนั่งอยู่ในศาลาริมสระบัวมานานพอจะจุดธูปได้หนึ่งก้าน ทั้งที่ตั้งใจจะมาดวลหมากกับสหายเพื่อให้ผ่อนคลายสักหน่อย อีกฝ่ายจะได้ไม่ต้องพาลฟาดงวงฟาดงาลงใส่ขุนนางหรือนางกำนัลอย่างที่ผ่านมาดูเสียว่าเขาเป็นสหายที่ดีเพียงใดกันแต่เขารอจนแล้วจนเล่า หลงอี้เสวียนกลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาหายใจด้วยซ้ำ มัวก้มหน้าเขียนอยู่อย่างนั้นจนชวนให้เขาหนักใจแทนสุดท้าย หวังจื่อหลงก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่น้ำเสียง
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status