บททั้งหมดของ ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง: บทที่ 11 - บทที่ 20

20

บทที่10

​วันถัดมา บรรยากาศรอบจวนอ๋องและพระราชวังพลันเปลี่ยนเป็นอึมครึมและหนาวเหน็บลึกถึงขั้วกระดูก​หน่วยองครักษ์เงาลับประสบความสำเร็จในการลากคอตัวการใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังแผนการลอบปลงพระชนม์มาได้ ที่แท้มันคือบุตรนอกสมรสของขุนนางโฉดตระกูลหนึ่ง ที่เคยถูกชินอ๋องสั่งบั่นศีรษะประหารเจ็ดชั่วโคตรไปเมื่อปีก่อน มันรอดชีวิตมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ และกลับมาพร้อมความเคียดแค้นฝังลึก หวังใช้ไสยศาสตร์มนต์ดำ ‘พิธีสังหารผลัดวิญญาณ’ เพื่อดับดิ้นพญายมแห่งราชสำนัก​ตึก... ตึก... ตึก...​เสียง รองเท้าแปดตะเข็บ พื้นหนาขยับเหยียบย่างลงบนพื้นหินศิลาอันเย็นเยียบและชื้นแฉะของคุกหลวง จ้าวหลิงเซียวในชุดคลุมสีดำสนิทแผ่กลิ่นอายสังหารรุนแรงจนผู้คุมคุกยังต้องคุกเข่าตัวสั่นระริก สายตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องจับไปที่ร่างอันสะบักสะบอมของนักโทษที่ถูกโซ่ตรวนเหล็กกล้าพันธนาการไว้กับเสาหิน​“ข้าจะให้โอกาสเจ้าเอ่ยปากเพียงครั้งเดียว...” สุรเสียงของจ้าวหลิงเซียวราบเรียบทว่าทรงพลังดุจพญามัจจุราช “วิธีคืนร่างของเปิ่นหวัง... คืออันใด?”​นักโทษชั่วเงยหน้าที่อาบย้อมไปด้วยโลหิตขึ้นมา แสยะยิ้มกว้างอย่างวิปลาสจนเห็นฟันชุ่มเลือด มันหัวเราะเอิ๊กอ๊ากใ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-11
อ่านเพิ่มเติม

บทที่11

​ยามวิกาลเคลื่อนคล้อย เมฆดำทะมึนเริ่มก่อตัวบดบังแสงจันทร์ บรรยากาศภายนอกตำหนักอึมครึมราวกับพายุใหญ่กำลังจะเข้า ​ภายในห้องพักรับรองของเซิ่นหว่านชิง ก้อนขนสีขาวกำลังเดินวนไปวนมาอยู่บนตั่งไม้อย่างกระวนกระวายใจ จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวหน้ามุ่ยตึงยิ่งกว่าทุกวัน หางสีขาวสะบัดไปมาด้วยความร้อนรน... เมื่อไหร่เจ้าองครักษ์หน้าโง่นั่นจะมาเสียที! ​ก่อนที่ดวงอาทิตย์จะตกดิน เขาวางแผนและออกคำสั่งเด็ดขาดกับ 'อิ่งอี' องครักษ์เงาคนสนิทเอาไว้แล้ว ว่าคืนนี้ให้หาข้ออ้างใดก็ได้ ไปเชิญตัวเซิ่นหว่านชิงพร้อมกับ 'อุ้มแมวตัวนั้น' มาที่ห้องนอนลับของเขาให้จงได้! ​ก๊อก... ก๊อก... ​"คุณหนูเซิ่น ขออภัยที่รบกวนยามวิกาลขอรับ" เสียงของอิ่งอีดังก้องขึ้นที่หน้าประตู "ชินอ๋องมีรับสั่งด่วน... ให้เชิญคุณหนูและเอ่อ... แมวของท่าน ไปเข้าเฝ้าที่ห้องบรรทมเดี๋ยวนี้ขอรับ" ​เซิ่นหว่านชิงที่กำลังนั่งหวีผมอยู่ขมวดคิ้วมุ่น "ดึกป่านนี้แล้วเนี่ยนะ? ทั้งยังให้พาแมวไปด้วย?" ​แม้นางจะงุนงงสับสน แต่ราชโองการของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินก็ไม่อาจขัดขืนได้ หญิงสาวจึงจำใจอุ้มเจ้าไป๋อวี้แนบอก แล้วเดินตามองครักษ์เงาฝ่าความมืดไปยังห้องลับส่วนตัวขอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-11
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 12

​เมื่อความลับระดับชาติหลุดจากปากโฉมสะคราญ บรรยากาศในห้องบรรทมลับก็พลันแปรเปลี่ยนจากความเงียบงันเป็นความตื่นตระหนก!​“ท... ท่าน! ท่านมันพญายมในร่างแมว!” เซิ่นหว่านชิงชี้หน้าเขา ใบหน้างดงามซีดเผือดสลับแดงก่ำ นางก้าวถอยหลังกรูดตามสัญชาตญาณเอาตัวรอด หมายจะหมุนตัววิ่งหนีออกจากห้องให้เร็วที่สุด!​ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะหันหลังวิ่งนั้นเอง เจ้าไป๋อวี้ (แมวตัวจริง) ที่กำลังคลอเคลียข้อเท้านางอยู่ จู่ๆ ก็กระโดดแผล็วหลบฉาก พุ่งเข้าไปซุกอยู่ในอ้อมแขนของ ‘อิงเอ๋อร์’ สาวใช้ที่เพิ่งเดินตามเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตู​และในเสี้ยววินาทีนั้น ‘อิ่งอี’ หัวหน้าองครักษ์เงาผู้แสนจะรู้หน้าที่และอ่านสถานการณ์ขาดกระจุย ก็ตัดสินใจทำหน้าที่ ‘ผู้ช่วยส่งเสริมวาสนาด้ายแดง’ ให้กับผู้เป็นนาย!​องครักษ์หนุ่มเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของอิงเอ๋อร์และหิ้วปีกนางที่กำลังอุ้มแมวอยู่ ดึงกระชากถอยหลังออกไปพ้นธรณีประตูอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!​"ว้าย! เจ้าทำบ้า—" อิงเอ๋อร์ร้องยังไม่ทันจบคำ​ปัง!!​บานประตูไม้แกะสลักถูกกระชากปิดลงอย่างแรงและลงดาลจากด้านนอกเสียงดังสนั่น ตัดขาดโลกภายนอก ทิ้งให้คุณหนูใหญ่จวนราชครูถูกขังอยู่ตามลำพังกับบุร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-11
อ่านเพิ่มเติม

บทที่13

​รุ่งอรุณของวันใหม่ ข่าวลืออันแสนจะเผ็ดร้อนแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหลวงรวดเร็วดั่งไฟลามทุ่ง!​เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวผู้ได้ชื่อว่ารังเกียจสตรีและรักความสันโดษเป็นที่สุด ได้ให้องครักษ์ไปเชิญตัว ‘คุณหนูใหญ่ตระกูลเซิ่น’ เข้าพบเป็นการส่วนตัวถึงในห้องบรรทมลับยามวิกาล!​และที่ทำให้ชาวเมืองและเหล่าขุนนางต้องเบิกตาโพลงแทบสิ้นสติ ก็คือภาพในยามย่ำรุ่ง... เมื่อประตูห้องบรรทมเปิดออก เซิ่นหว่านชิงเดินก้าวข้ามธรณีประตูออกมาด้วย ‘สภาพอิดโรยขั้นสุด’ ใบหน้างดงามซีดเซียว ขอบตาดำคล้ำดุจหมีแพนด้า สองขาสั่นพั่บๆ จนแทบจะก้าวเดินไม่ไหว ต้องให้สาวใช้อิงเอ๋อร์ช่วยพยุงร่างที่อ่อนระทวยนั้นขึ้นรถม้ากลับจวนไป!​“สวรรค์! ชินอ๋องช่างดุดันและร้อนแรงสมคำร่ำลือ! รังแกคุณหนูเซิ่นทั้งคืนจนฟ้าสางเชียวหรือนี่!”“บุรุษวัยเบญจเพสที่อัดอั้นมานาน ยามปลดปล่อยย่อมน่ากลัวเยี่ยงนี้แล!”​ข่าวลือถูกใส่สีตีไข่จนทะลุฟ้า ไปไกลจนถึงพระกรรณขององค์ฮ่องเต้น้อยในวังหลวง​ณ ตำหนักฉือหนิง ฮ่องเต้น้อยจ้าวอวี้เฉิน ทรงพระสรวลลั่นด้วยความเบิกบานพระทัย ทรงเกาะแขนพระมารดาแล้วเขย่าไปมาอย่างตื่นเต้น​“เสด็จแม่! ท่านได้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-11
อ่านเพิ่มเติม

บทที่14

​รถม้าของจวนราชครูเพิ่งจะจอดเทียบหน้าประตูจวน เซิ่นหว่านชิงที่กำลังก้าวลงมาด้วยขาสั่นๆ และสภาพวิญญาณหลุดลอย ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นบิดามารดาและบ่าวไพร่ทั้งจวนกำลังคุกเข่าหมอบกราบอยู่ลานหน้าบ้าน โดยมี ขันทีหลี่ กงกงคนสนิทของไทเฮายืนถือม้วนผ้าไหมสีทองอร่ามรออยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแช่มชื่น ​“คุณหนูเซิ่นกลับมาพอดี! เชิญรับราชโองการ!” ​เซิ่นหว่านชิงรีบถลาลงไปคุกเข่าข้างบิดาด้วยความงุนงง ขันทีหลี่คลี่ราชโองการออก ก่อนจะประกาศก้องด้วยน้ำเสียงกังวาน ​“สวรรค์เบื้องบนมีมติ องค์ฮ่องเต้และไทเฮามีพระราชเสาวนีย์... คุณหนูใหญ่ตระกูลเซิ่น เซิ่นหว่านชิง เพียบพร้อมด้วยเบญจกัลยาณี สติปัญญาเป็นเลิศ กิริยางดงามดุจเทพธิดา สมควรคู่เคียงบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ จึงขอพระราชทานสมรสให้แก่ ชินอ๋องจ้าวหลิงเซียว กำหนดฤกษ์มงคลในอีกสิบห้าวันข้างหน้า ให้ทั้งสองตบแต่งเป็นสามีภรรยา ครองรักกันตราบฟ้าดินสลาย... จบราชโองการ!” ​เปรี้ยง!! ​ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมของเซิ่นหว่านชิง! นางเพิ่งจะถูกเขาทรมานให้คัดลายมือทั้งคืนจนมือหงิก แล้วนี่... นางต้องแต่งงานกับพญายมใจแคบผู้นั้นจริงๆ หรือเนี่ย! ​“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอบพระท
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-11
อ่านเพิ่มเติม

บทที่15

​ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวอันยิ่งใหญ่ยาวเหยียดเคลื่อนตัวผ่านถนนสายหลักของเมืองหลวง ท่ามกลางเสียงดนตรีมงคลและดอกไม้ที่โปรยปราย ในที่สุดก็เดินทางมาถึงหน้าประตูจวนชินอ๋องอันโอ่อ่าและกว้างใหญ่ไพศาล​จ้าวหลิงเซียวในชุดมงคลสีแดงเพลิงก้าวลงจากหลังอาชา เขาสืบเท้าเข้าไปประคองมือของเซิ่นหว่านชิงให้ก้าวลงจากเกี้ยว ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางนับร้อยที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน​เนื่องจากบิดามารดาของจ้าวหลิงเซียว (อดีตฮ่องเต้และฮองเฮาองค์ก่อน) ได้เสด็จสวรรคตไปหมดแล้ว พิธีการกราบไหว้ฟ้าดินตามธรรมเนียมเชื้อพระวงศ์จึงถูกจัดเตรียมไว้อย่างสมพระเกียรติ ณ โถงใหญ่ของจวนอ๋อง​เบื้องหน้าของบ่าวสาวคือแท่นบูชาที่ประดิษฐาน ‘ป้ายวิญญาณ’ ของอดีตฮ่องเต้และพระบิดาพระมารดา โดยมีฮ่องเต้น้อยจ้าวอวี้เฉินและไทเฮาเสด็จมาประทับเป็นองค์ประธานในพิธีแทนผู้อาวุโสสูงสุด​“ได้เวลาฤกษ์มงคล!” เสียงขันทีประกาศก้องกังวานไปทั่วโถง​จ้าวหลิงเซียวจับจูงมือที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยของเซิ่นหว่านชิงก้าวเดินไปหยุดอยู่กลางลานพิธี แววตาของเขาที่เคยมองทุกสิ่งบนโลกด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความสิริมงคล​“หนึ่ง... กราบไหว้ฟ้าดิน!”ทั้งสองห
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-11
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 16

​บรรยากาศภายในม่านเตียงสีแดงมงคลร้อนระอุราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนา ​อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดลอยพ้นกาย ความร้อนระหว่างสองเรือนร่างที่แนบชิดพุ่งสูงขึ้นจนแทบหลอมละลาย จ้าวหลิงเซียวหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง บัดนี้เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและหิวกระหายยามจ้องมองผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหยกสลักของสตรีใต้ร่าง ​เขาพรมจูบไปตามลาดไหล่และซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นกุ้ยฮวา มือหนาลูบไล้ประคองเอวคอดกิ่วเอาไว้มั่น ร่างสูงใหญ่ขยับกายเตรียมพร้อมที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระชายาของตนในจังหวะสุดท้าย... ​ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่พญายมเดินดินกำลังจะก้าวล่วงล้ำข้ามเส้นแบ่งแห่งพรหมจรรย์! ​“เดี๋ยวก่อน!” ​มือเรียวเล็กของเซิ่นหว่านชิงพลันยกขึ้นมาทาบยันลงบนแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาอย่างแรง! นางออกแรงดันตัวเขาไว้สุดหล้า ทำเอาบุรุษที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มถึงกับชะงักกึก ลมหายใจสะดุดแทบจะหน้าทิ่มลงไปบนเตียง! ​จ้าวหลิงเซียวเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยแรงอารมณ์ เขาขบกรามแน่น พยายามข่มความทรมานพลางเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า ​“หว่านชิง... เจ้าเป็นอันใดไป? กลัวเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-11
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 17 [จบแล้ว]

​เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือนนับตั้งแต่งานอภิเษกสมรสสะเทือนแผ่นดิน บรรยากาศในเมืองหลวงต้าจ้าวก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ชนิดที่ว่านักเล่านิทานตามโรงเตี๊ยมต้องพากันเปลี่ยนบทประพันธ์แทบไม่ทัน!​ฉายา ‘พญายมเดินดิน’ ของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินจ้าวหลิงเซียวที่ผู้คนเคยหวาดผวา บัดนี้ถูกชาวเมืองลอบเปลี่ยนใหม่อย่างลับๆ ว่า... ‘พญายมผู้รัก(และกลัว)เมียยิ่งชีพ!’​วีรกรรมความ ‘เกรงใจฮูหยิน’ ของชินอ๋อง กลายเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของเหล่าขุนนางทั้งราชสำนัก ไม่ว่าจะเป็น...​กฎเหล็กสามก้าวห้ามสตรีเข้าใกล้ ยามใดที่มีนางกำนัลลอบส่งสายตาหวานเชื่อม หรือลูกสาวขุนนางคนใดบังเอิญเดินสวนทางมา ชินอ๋องผู้สง่างามจะเบิกตากว้าง แล้วกระโดดถอยหลังกรูดไปไกลถึงสามวา! พลางตวาดลั่นว่า "ถอยออกไปให้พ้นรัศมีข้า! หากฮูหยินข้ารู้เข้า ข้าจะถูก... เอ้ย! ข้าจะสั่งประหารพวกเจ้า!" (แน่นอนว่าขุนนางที่รู้ตื้นลึกหนาบาง ต่างแอบกลั้นขำ เพราะรู้ดีว่าท่านอ๋องกลัวโดนพระชายาเอา ‘กรรไกร’ มาตัดการสืบสกุลต่างหาก!)​เลิกงานตรงเวลายิ่งกว่านาฬิกาทราย ในอดีต จ้าวหลิงเซียวเคยนั่งสะสางฎีกาในท้องพระโรงจนดึกดื่น ทว่าเดี๋ยวนี้ พอถึงยามเซิน (15
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-11
อ่านเพิ่มเติม

บทพิเศษ

​ข้ามีนามว่า ‘ไป๋อวี้’​ข้าคือแมวเปอร์เซียสายเลือดบริสุทธิ์ ขนสีขาวปลอดดุจหิมะ ดวงตาสีฟ้าอำพันกระจ่างใส ข้าคือสิ่งมีชีวิตที่สง่างามและสูงส่งที่สุดในจวนชินอ๋อง​ทว่า... พวกท่านรู้หรือไม่ ว่าก่อนที่ข้าจะได้มาใช้ชีวิตหรูหราเยี่ยงราชา ข้าเคยผ่านเรื่องราวเฉียดตายอันแสนดำมืดมาแล้ว!​ย้อนกลับไปในอดีต ข้าเป็นเพียงแมวพเนจรผู้หล่อเหลาที่ถูกมนุษย์ใจโฉดกลุ่มหนึ่งลักพาตัวไป พวกมันขังข้าไว้ในกรงแคบๆ อาบน้ำว่านสมุนไพรกลิ่นเหม็นฉุนให้ข้า เพื่อเตรียมใช้ร่างอันบริสุทธิ์ของข้าเป็น ‘ภาชนะ’ ใน ‘พิธีสังหารผลัดวิญญาณ’!​พวกกบฏนั่นร่ายมนต์ดำบัดซบ หวังจะดึงดวงวิญญาณของชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวมาขังไว้ในร่างเดรัจฉานของข้า ข้าจำได้เพียงว่าความเจ็บปวดและพลังงานดำมืดในพิธีกรรมนั้นมันทรมานจนข้าแทบสิ้นใจ ข้าหวาดกลัวจนสติพร่าเลือน และสุดท้าย... ข้าก็สลบเหมือดไปคาแท่นพิธีโดยไม่รับรู้สิ่งใดอีกเลย​ครั้นลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ข้าก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในลานพิธีอันน่ากลัวนั่นแล้ว! แต่ข้ากลับมานอนอยู่บนเบาะนุ่มๆ ในห้องหับที่อบอุ่น และถูกโอบกอดโดยทาสรับใช้ผู้แสนงดงาม นามว่า ‘เซิ่นหว่านชิง’​ข้าไม่รู้หรอกนะว่าตอนที่ข้าสลบไป ร่างขอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-11
อ่านเพิ่มเติม

บทพิเศษ

​ข้า... ‘ไป๋อวี้’ ผู้สูงส่ง เริ่มรู้สึกว่าชีวิตแมวในจวนชินอ๋องนี่มันช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง!​หลังจากที่เจ้าก้อนแป้งน้อย ‘จ้าวหรง’ ลืมตาดูโลก ชีวิตของข้าก็มีแต่งาน งาน งาน! งานที่ว่าคือการต้องคอยวิ่งหนีฝ่ามืออวบอ้วนของนายน้อยที่ชอบมาดึงหางและขย้ำหูข้าเล่นทุกวี่ทุกวัน​ในขณะที่ข้ากำลังนอนทอดหงายขดตัวอยู่บนพรมขนสัตว์หนานุ่มกลางโถงรับรองเพื่อหลบลี้หนีภัย สายตาของข้าก็จับจ้องไปยังภาพที่เห็นจนชินตา... พญายมเดินดินผู้ยิ่งใหญ่กำลังนอนหนุนตักของทาสรัก ‘เซิ่นหว่านชิง’ ของข้าอย่างเคลิบเคลิ้ม ในมือของนางถือชิ้นผลผิงกั่วฝานบางๆ กำลังบรรจงป้อนเข้าปากเขาอย่างอ่อนโยน​ชิ... หวานเลี่ยนเสียจนข้าอยากจะคายปลาแห้งมื้อเช้าทิ้ง! ข้าเบะปากมองบน แมวอย่างข้าต้องมาทนดูบุรุษสตรีพลลอดรักกันทุกวัน!​แต่แล้ว... ในจังหวะที่จ้าวหลิงเซียวขยับตัวเปลี่ยนท่านอน ขาของเขาก็เหยียดออกจนพ้นชายเสื้อคลุมยาวที่เคยปิดบังไว้ เผยให้เห็นรองเท้าผ้าและถุงเท้าสีขาวสะอาดตาที่สวมอยู่...​แต่ทว่า! ตาของข้าพลันเบิกโพลง​จุดสีแดงสด... หยดโลหิต!​มันเป็นหยดเลือดเล็กๆ ที่ซึมอยู่บนขอบถุงเท้าสีขาวของเขาราวกับเพิ่งเกิดเรื่องเมื่อไม่นานนี้ ข้า
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-11
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
12
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status