ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง

ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง

last updateLast Updated : 2026-06-11
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
20Chapters
11views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

<<ใครจะไปคิดว่าแมวขาวจรจัด หน้าตามุ่ยที่นางเก็บมาเลี้ยงจากข้างกำแพงจวน ตกกลางคืนคือแมวขี้อ้อน แต่พอกลางวันกลับกลายเป็น "ชินอ๋องผู้สำเร็จราชการ"!!!>>

View More

Chapter 1

บทนำ เรื่องเล่าพยายมราช!!

​ปัง!

​เสียงไม้ตบโต๊ะของนักเล่านิทานชราดังก้องกังวาน ทำลายความสงัดของค่ำคืนอันมืดมิดในโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงจนเงียบกริบ แขกเหรื่อทุกโต๊ะที่กำลังล้อมวงดื่มสุราต่างหยุดชะงัก ชะเง้อคอหันไปจับจ้องเป็นตาเดียว แสงโคมไฟสลัวยามวิกาลขับเน้นให้บรรยากาศดูขลังและน่าลึกลับยิ่งขึ้น

​"วันนี้... ยามราตรีเคลื่อนคล้อย เราจะมากล่าวถึงบุรุษผู้ที่เพียงแค่นามถูกเอ่ย ทารกที่กำลังแผดเสียงร้องจ้ายังต้องหยุดสะอื้น บุรุษผู้กุมชะตากรรมของแผ่นดินต้าจ้าวไว้ในอุ้งมือ... ผู้สำเร็จราชการ ชินอ๋อง ‘จ้าวหลิงเซียว’!"

​ทันทีที่สามพยางค์นี้หลุดออกจากปาก บรรยากาศในโรงเตี๊ยมพลันเย็นเยียบลงหลายส่วน ผู้คนพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก บ้างหันซ้ายแลขวาด้วยความหวาดผวา ราวกับกลัวว่าองครักษ์เสื้อแพรของจวนอ๋องจะแฝงกายอยู่ตามมุมมืดในความมืดมิดนี้

​นักเล่านิทานลูบเคราขาวขุ่นของตน ก่อนจะเริ่มเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าทว่าทรงพลัง

​"นับตั้งแต่อดีตฮ่องเต้เสด็จสวรรคตเมื่อสามปีก่อน ฮ่องเต้น้อยเพิ่งจะมีพระชนมายุเพียงเจ็ดชันษา ราชสำนักระส่ำระสาย ขุนนางกังฉินเหิมเกริม ทว่าชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวผู้นี้... กลับก้าวขึ้นมาว่าราชการหลังม่านมุกอย่างอาจหาญ! พวกเจ้าคิดหรือว่าความสงบสุขของแผ่นดินนี้ได้มาด้วยความเมตตาปรานี? ผิดมหันต์! มันแลกมาด้วยภูเขาซากศพและทะเลโลหิตต่างหากเล่า!"

​ชายชรากวาดสายตามองฝูงชนที่กำลังเบิกตากว้าง สูดลมหายใจลึกแล้วเอ่ยต่อ

​"ขุนนางเฒ่าหน้าเนื้อใจเสือที่บังอาจต่อต้านและฉ้อราษฎร์บังหลวง ชินอ๋องเพียงนั่งจิบชาชั้นเลิศอยู่เบื้องหลังม่านมุกในท้องพระโรง เขาตวัดปลายพู่กันจุ่มหมึกสีชาด สั่งประหารเจ็ดชั่วโคตรโดยที่ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่แม้แต่จะกะพริบ! นับตั้งแต่ขึ้นควบคุมราชสำนัก ขุนนางฉ้อฉลที่ถูกเขากวาดล้างไปมีมากกว่าสิบสองตระกูล ผู้คนนับพันชีวิตต้องเซ่นสังเวยคมดาบ โลหิตไหลนองอาบย้อมลานประหารจนกลายเป็นสีแดงฉาน ไม่สนหน้าไหนทั้งสิ้น!"

​"แต่ที่น่าครั่นคร้ามที่สุด..." นักเล่านิทานหรี่ตาลง น้ำเสียงลดต่ำลงคล้ายกระซิบ ทว่ากลับดังก้องไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง "คือวิปโยคกบฏฉีอ๋อง... ฉีอ๋องผู้เป็นพระอนุชาต่างมารดา บังอาจวางยาพิษปลงพระชนม์อดีตฮ่องเต้ซึ่งเป็นพระเชษฐาแท้ๆ คืนนั้นชินอ๋องหาได้รอให้ศาลต้าหลี่ไต่สวนความ เขาสวมชุดเกราะสีนิล นำทัพบุกพังประตูจวนฉีอ๋องด้วยตนเอง!"

​"ละ... แล้วเกิดอันใดขึ้นเล่า?" ชายขี้เมาผู้หนึ่งใจกล้าตะโกนถาม เสียงสั่นเครือ

​"ชินอ๋องเหยียบย่างฝ่าดงกระบี่เข้าไปในห้องโถง ลากคอฉีอ๋องที่กำลังสั่นงันงกออกมากระแทกกับพื้นหินศิลา... แล้วใช้กระบี่คู่กาย ปาดคอผู้เป็นน้องชายต่างมารดาด้วยมือของตนเองอย่างมหันตภัย! แต่นั่นยังมิใช่จุดจบ!"

​ไม้ตบโต๊ะดัง ปัง! อีกครา ปลุกเร้าความหวาดกลัวท่ามกลางแสงตะเกียงวับแวม

​"พญายมผู้นั้นบั่นเศียรของฉีอ๋อง แล้วสั่งให้นำไปแขวนประจานไว้เหนือป้ายหน้าจวน! เล่าขานกันว่าดวงตาของฉีอ๋องยังคงเบิกโพลงจ้องมองผู้คน โลหิตหยดรินย้อมธรณีประตูไม่แห้งขอด ความเหี้ยมโหดนี้ทำเอาชาวบ้านและคหบดีที่อาศัยอยู่ในตรอกนั้นหวาดผวาจนสติแตก พากันอพยพย้ายหนีทิ้งจวนกันชั่วข้ามคืน จนบัดนี้ ตรอกที่เคยคึกคักหรูหราที่สุดในเมืองหลวง... กลับกลายเป็นตรอกร้างผีสิงที่ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะเดินเฉียดกราย! บุรุษผู้นั้นไร้หัวใจ ไร้ความปรานี เป็นพญายมเดินดินโดยแท้!"

​เรื่องเล่าอันชวนขนลุกจบลงพร้อมกับเสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ของผู้คนในโรงเตี๊ยม

​ทว่าท่ามกลางความหวาดผวาของฝูงชน... ณ มุมเงียบสงบชั้นสองของโรงเตี๊ยม สตรีโฉมงามผู้หนึ่งกำลังนั่งจิบชาหลงจิ่งชั้นเลิศด้วยท่วงท่าสง่างามดุจกิ่งหลิวลู่ลม

​เซิ่นหว่านชิง คุณหนูใหญ่แห่งจวนราชครู วางถ้วยชาเคลือบศิลาดลลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา มุมปากอิ่มยกยิ้มบางเบา ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีโปร่งบาง

​"ช่างเป็นบุรุษที่โหดเหี้ยมสมคำร่ำลือจริงๆ" นางพึมพำกับตนเอง น้ำเสียงราบเรียบระคนขบขัน

​"แต่คุณหนูเจ้าคะ ได้ยินมาว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องใหญ่ที่จวนชินอ๋อง" สาวใช้คนสนิทที่ยืนอยู่เบื้องหลังก้มลงกระซิบ "มีข่าววงในหลุดรอดมาว่า ท่านอ๋องถูกลอบวางยาพิษลี้ลับจนหมดสติไป โชคดีที่องครักษ์เงาลับฝีมือดีบุกเข้าไปช่วยชีวิตไว้ได้ทันท่วงที และพาร่างของท่านอ๋องฝ่าวงล้อมกลับไปรักษาตัวที่จวนอ๋องได้อย่างปลอดภัย ตอนนี้ร่างจริงของเขายังคงนอนไม่ได้สติอยู่เลยเจ้าค่ะ"

​เซิ่นหว่านชิงเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย "โอ้? พญายมผู้นั้นก็มีวันพลาดท่าด้วยหรือเนี่ย... น่าเวทนายิ่งนัก"

​น้ำเสียงของนางหาได้มีความเวทนาเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย ทว่าดวงตาดอกท้อคู่สวยกลับทอประกายขบขันเบาๆ นางละสายตาจากเบื้องล่าง ก้มลงมองตะกร้าไม้ไผ่สานใบเล็กที่วางอยู่บนตั่งนุ่มข้างกาย

​ในจังหวะนั้นเอง... แสงจันทร์นวลตาพลันสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างปะทะกับร่างก้อนขนสีขาวปลอดในตะกร้า มันค่อยๆ ขยับตัวแล้วลืมตาโพลงขึ้นมา!

​ดวงตาสีฟ้าอำพันคู่นั้นทอประกายวาวโรจน์ สติสัมปชัญญะของ จ้าวหลิงเซียว หวนคืนมาอย่างสมบูรณ์ในร่างของสัตว์สี่เท้า และเมื่อหูแมวอันว่องไวของเขาได้ยินเสียงนักเล่านิทานด้านล่างพรรณนาถึงตอนที่เขาบั่นคอฉีอ๋องประจานจนตรอกนั้นรกร้าง ใบหน้าแมวสีขาวฟูฟ่องก็เริ่มบิดเบี้ยว หนวดแมวกระตุก ใบหูลู่ลง และ หน้ามุ่ยขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเดือดดาล

​พวกเจ้าจะไปรู้อันใด! ฉีอ๋องมันสมควรแล้ว! มันกล้าสวมรอยวางยาพิษปลงพระชนม์เสด็จพี่แท้ๆ ของข้า จิตใจชั่วช้าสารเลวเยี่ยงนั้น แค่โดนบั่นคอแขวนประจานยังนับว่าปรานีไปด้วยซ้ำ!

​ยิ่งพอนางเอกเอ่ยคำว่า 'น่าเวทนายิ่งนัก' ด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวแทบจะกระโจนออกจากตะกร้าไปตะปบหน้านางให้รู้แล้วรู้รอด สตรีผู้นี้กล้าดีอย่างไรมาเวทนาพญายมอย่างเขา!

​เซิ่นหว่านชิงเห็นแมวตัวโปรดตื่นขึ้นมาพร้อมกับทำหน้าบึ้งตึง หนวดกระตุกยิบๆ หน้าตามุ่ยจนบี้แบนก็นึกเอ็นดู นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เอื้อมมือเรียวขาวผ่องดุจหยกสลักหมายจะอบรมสั่งสอนให้มันอารมณ์ดี ปลายนิ้วอ่อนนุ่มสอดเข้าใต้คางฟูๆ แล้วเริ่มลงมือเกาอย่างช่ำชอง

​"เด็กดี ตื่นมาก็ทำหน้าบึ้งเชียว โกรธข้าหรือไร..." นางเอ่ยเสียงหวานหยดย้อย

​สัมผัสอุ่นวาบที่ใต้คางทำเอาสัญชาตญาณสัตว์ในร่างต้านทานไม่อยู่ ความฟินแล่นขึ้นสมองจนจ้าวหลิงเซียวเผลอจะเคลิ้มตาม ทว่าจิตวิญญาณชินอ๋องผู้สูงส่งกลับกู่ร้องด้วยความอัปยศสูงสุด สตรีหน้าเหม็น! กล้าดียังไงเอาปลายนิ้วมาลบหลู่เกียรติของเปิ่นหวัง! ข้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเจ้านะ!

​ความโกรธระคนอับอายทำให้อารมณ์ของเขาปะทุถึงขีดสุด ทันใดนั้น จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวก็อ้าปากกว้างแล้ว งับหมับเข้าที่มือนางเอกเต็มแรง!

​งับ!

​"โอ๊ย!" เซิ่นหว่านชิงสะดุ้งโหยง รีบชักมือกลับทันที นางมองรอยฟันแมวเล็กๆ บนหลังมือที่ขึ้นรอยแดง ก่อนจะตวัดสายตาไปมองเจ้าตัวดีในตะกร้า ที่ยามนี้ยืนสี่ขา โก่งตัวขู่ฟ่อ หน้าตามุ่ยดุดัน ราวกับจะบอกว่า 'หากกล้าแตะต้องข้าอีก ข้าจะกัดเจ้าให้จมเขี้ยว!'

​แทนที่จะโกรธ คุณหนูใหญ่จวนราชครูกลับเลิกคิ้ว มองแมวขาวตัวน้อยด้วยแววตาพึงพอใจระคนท้าทาย พลางลูบรอยแผลบนมือตนเองเบาๆ

​"หึๆ... ดุเสียจริงนะไป๋อวี้ ถ้าแกมีนิสัยร้ายกาจแบบฉีอ๋อง..บาปมันจะส่งผลให้ไม่ตายดีรู้ไหม..."

งับ!!

แล้วแมวน้อยขนสีขาวก็กัดไปอีกหนึ่งที ทำเอานางร้องเสียงหลงอย่าทรมาน!

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
20 Chapters
บทที่ 1
​ยามวิกาลอันมืดมิด ณ ห้องหนังสืออันกว้างขวางภายในจวนชินอ๋อง​จ้าวหลิงเซียว ในชุดลำลองสีเข้มยังคงนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานทรงสูง ปลายพู่กันตวัดตรวจฎีกาแผ่นดินอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย แม้รอบกายจะเงียบสงัด ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขากลับแผ่รังสีอำนาจอันน่าเกรงขามจนบ่าวไพร่ภายนอกไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ท่านอ๋องหนุ่มยกจอกชาสมุนไพรที่เพิ่งส่งขึ้นมาอุ่นๆ ขึ้นจิบเพื่อไล่ความอ่อนล้า​ทว่า... ทันทีที่น้ำชาไหลลงสู่ลำคอ ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวพลันเบิกกว้าง!​พิษร้าย!​ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้าสู่หัวใจราวกับถูกเข็มหมุดนับพันเล่มทิ่มแทง ปราณชีพจรในร่างตีรวนจนปั่นป่วน จ้าวหลิงเซียวระเบิดโลหิตสีดำคล้ำออกมาคำโต ทรุดกายลงกุมแผงอก บดบังทัศนวิสัยจนพร่าเลือน ในจังหวะนั้นเอง หน้าต่างห้องหนังสือพลันถูกกระแทกเปิดออก มือสังหารในชุดดำสี่คนพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกระบี่แหลมคม หมายจะปลิดชีพผู้สำเร็จราชการแผ่นดินที่กำลังสิ้นฤทธิ์!​“ปกป้องท่านอ๋อง!”​เสียงเฉียบขาดของ อิ่งอี หัวหน้าองครักษ์เงาลับดังก้องขึ้น ทันใดนั้น เงาร่างสายฟ้าแลบนับสิบสายดิ่งลงมาจากเพดาน ห้องหนังสือกลายเป็นลานประหารในชั่วพริบตา เสียงโลหิตสาดกระเซ็นและเสียงกระบี
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more
บทที่ 2
​เมื่อม่านราตรีโรยตัวลงมาบรรจบ ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกฉาบด้วยสีหมึก จ้าวหลิงเซียวที่เฝ้ารอคอยเวลานี้มาตลอดทั้งวันก็รู้สึกถึงแรงกระชากอันคุ้นเคยอีกครั้ง​สติสัมปชัญญะของพญายมแห่งราชสำนักลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของ 'ก้อนขนสีขาว' บนเตียงนุ่มนิ่ม สิ่งแรกที่เขาทำคือการผุดลุกขึ้นยืนสี่ขา สะบัดขนจนฟูฟ่อง ดวงตาสีฟ้าอำพันฉายแววเด็ดเดี่ยว คืนนี้เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าจวนแห่งนี้เป็นของตระกูลใด และสตรีใจกล้าผู้นั้นคือใคร!​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวกระโดดลงจากเตียง วิ่งไปที่บานประตูไม้แกะสลักพลางส่งเสียงร้อง 'เหมียว! เหมียว!' อย่างเอาแต่ใจ พร้อมกับใช้กรงเล็บตะกุยบานประตูเพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่าเขาต้องการออกไปสำรวจด้านนอก​เซิ่นหว่านชิงที่เพิ่งผลัดเปลี่ยนเป็นชุดนอนกระโปรงตัวหลวมสบาย กำลังจะล้มตัวลงนอนจำต้องถอนหายใจยาว นางเดินมาอุ้มเจ้าตัวแสบขึ้นแนบอก​"ดึกป่านนี้แล้วยังจะออกไปซนที่ใดอีกเล่า ไป๋อวี้..." นางบ่นพึมพำ ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตสีฟ้าที่จ้องเป๋งมาอย่างดื้อรั้น ใจนางก็อ่อนยวบ "ก็ได้ๆ ข้าจะพาเจ้าออกไปเดินเล่นที่ระเบียงสักเดี๋ยวเดียวเท่านั้นนะ"​นางอุ้มแมวขาวก้าวพ้นธรณีประตูเรือน ทว่าเดินรับลมเย็นไ
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more
บทที่3
​ยามเช้าตรู่ ณ ท้องพระโรงอันโอ่โถงวิจิตรตระการตา​บรรยากาศรอบกายยังคงตึงเครียดและเงียบสงัดดั่งเช่นทุกวัน เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนก้มหน้าตัวสั่นระริกอยู่เบื้องล่าง รอคอยการเปิดม่านมุกของผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน และแล้ว เมื่อขุนนางอาวุโสอย่างราชครูเซิ่นกั๋วไท่ก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมกับประคองแบบแปลนการขุดขยายร่องน้ำและทางระบายน้ำเมืองหลวงฉบับแก้ไข ทุกสายตาต่างลอบมองด้วยความลุ้นระทึก​โดยปกติแล้ว... ชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดรอบคอบจนน่าหวาดกลัว ฎีกาหรือแผนงานใดที่ผ่านหัตถ์ของเขา จะต้องถูกตรวจแล้วตรวจอีก ไต่สวนขุนนางผู้เสนอจนแทบกระอักเลือด คัดง้างหาข้อบกพร่องจนไม่มีใครกล้าทำงานชุ่ยๆ​ทว่าในวันนี้... ทันทีที่จ้าวหลิงเซียวคลี่แบบแปลนแผ่นยักษ์ออก ดวงตาคมกริบพลันสะดุดเข้ากับเส้นสายการระบายน้ำจุดหนึ่งที่ถูกลากเชื่อมเข้าสู่ทะเลสาบเสวียนอู่พอดิบพอดี มันเป็นจุดเดียวกับที่เขาใช้ ‘อุ้งเท้ามังคุด’ จุ่มหมึกตบประทับไว้เมื่อคืนวาน... สตรีผู้นั้นนำความคิดของเขามาปรับแก้ลงแผ่นดินจริงได้อย่างไร้ที่ติ​มุมปากของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินหลังม่านมุกแอบกระตุกยิ้มบางเบาที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น ก่อนท
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more
บทที่4
​ตลอดทั้งราตรีนั้น จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน!​แม้สาวใช้จะเดินออกไปแล้ว และเซิ่นหว่านชิงจะล้มตัวลงนอนเข้าสู่ห้วงนิทราไปนานแล้ว ทว่าเจ้าแมวตัวป่วนที่มุดหัวอยู่ใต้เบาะรองนั่งกลับยังมีอาการใจสั่นระรัว ภาพหัวไหล่เนียนละเอียดและผิวพรรณขาวผ่องดุจหยกสลักยังคงติดตา ตลบอบอวลอยู่ในหัวสมองของบุรุษวัยเบญจเพสผู้ถือครองพรหมจรรย์มาทั้งชีวิต!​ยุบหนอ พองหนอ... ขันติหนอ... สตรีก็แค่ก้อนเนื้อและกระดูก!​จ้าวหลิงเซียวพยายามสวดท่องตำราพิชัยสงครามและบทสวดมนต์ในใจเพื่อดับกิเลส ทว่ายิ่งพยายามลืม อาการใจเต้นโครมครามก็ยิ่งกำเริบหนัก เขาพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมา เอาอุ้งเท้าปิดตาบ้าง เอาหางมาปิดหน้าบ้าง กว่าความง่วงงุนจะเข้าครอบงำ ท้องฟ้าด้านนอกก็เริ่มทอแสงสีทองเสียแล้ว​...​ยามเฉิน (07.00 - 08.59 น.)​ณ ท้องพระโรง บรรยากาศการว่าราชการเช้าวันนี้กลับดู ‘แปลกประหลาด’ ไปจากทุกวัน​เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ที่เตรียมใจมาโดนด่าทอ ต่างลอบมองหน้ากันด้วยความฉงนฉงาย เมื่อพบว่าพญายมเดินดินที่นั่งอยู่หลังม่านมุก... วันนี้กลับเงียบสงบผิดปกติ​จ้าวหลิงเซียวในชุดผู้สำเร็จราชการแผ่นดินนั่งหลังตรงแหน่ว มือหนึ่งถ
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more
บทที่5
​ค่ำคืนนั้น สายลมหนาวพัดโชยอยู่นอกหน้าต่าง ทว่าภายในห้องนอนของคุณหนูใหญ่จวนราชครูกลับอบอวลไปด้วยไออุ่น​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวนอนขดตัวอย่างเกียจคร้านอยู่บนตักนุ่มนิ่มของเซิ่นหว่านชิง ปล่อยให้สตรีโฉมงามลูบไล้เส้นขนสีขาวของเขาไปมาอย่างเพลิดเพลิน​"คุณหนูเจ้าคะ วันนี้มีเทียบเชิญพิเศษจากตำหนักฉือหนิงส่งมาถึงจวนเราโดยตรงเลยนะเจ้าคะ" อิงเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นขณะกำลังสางผมให้ผู้เป็นนาย "งานเลี้ยงชมบุปผาพรุ่งนี้ เห็นทีไทเฮาคงตั้งพระทัยจะเลือกพระชายาให้ชินอ๋องเป็นแน่ คุณหนูจะไปร่วมงานจริงๆ หรือเจ้าคะ?"​เซิ่นหว่านชิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ปลายนิ้วที่กำลังเกาคางแมวไม่ได้หยุดชะงัก "ไปสิ ไทเฮาเจาะจงส่งเทียบเชิญมาถึงข้า หากข้าปฏิเสธก็เท่ากับไม่ไว้หน้าเบื้องบน... ข้าเดาใจไทเฮาออก พระนางคงเห็นว่าบิดาข้าเป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน มีอิทธิพลต่อขุนนางเก่าแก่ หากจับข้าแต่งเข้าจวนชินอ๋องได้ ก็เท่ากับรวบอำนาจฝ่ายค้านมาผูกติดกับผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน เป็นการถ่วงดุลอำนาจที่ชาญฉลาดทีเดียว"​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวถึงกับหูผึ่ง... สตรีผู้นี้ช่างฉลาดปราดเปรื่อง มองเกมการเมืองของไทเฮาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง!​"แต่คุณหนู
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more
บทที่6
​จ้าวหลิงเซียวสืบเท้าก้าวเดินออกจากความวุ่นวายของอุทยานหลวงด้วยความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน เขาจงใจเลือกใช้เส้นทางลัดผ่านสวนหินด้านหลังตำหนักเพื่อหลีกหนีผู้คน ทว่าเพิ่งจะก้าวพ้นแนวต้นหลิว เขากลับต้องชะงักฝีเท้า เมื่อได้ยินเสียงหวานหยดย้อยของสตรีผู้หนึ่งกำลังร่ายกวีชมจันทร์ (ทั้งที่เพิ่งจะยามซื่อแดดเปรี้ยงๆ) ดังแว่วมา​"บุปผางามร่วงโรยตามสายลม... ไฉนเลยบุรุษผู้ยิ่งใหญ่จึงไร้คู่เคียง..."​ที่แท้ก็คือ ‘เว่ยเจียวเจียว’ บุตรีของหัวหน้าผู้ตรวจการเว่ยจงโม่ (หนึ่งในขุนนางกังฉินที่มักจะส่งฎีกาด่าทอเขาลับหลัง) นางจงใจมาดักรอเขาอยู่ที่นี่ แสร้งทำเป็นยืนชมดอกไม้ร่ายกวีด้วยท่วงท่าที่ซักซ้อมมาอย่างดี​จ้าวหลิงเซียวลอบกลอกตาด้วยความรำคาญใจขั้นสุด เขาไม่อยากเสียเวลาเสวนาด้วยจึงตั้งใจจะเดินก้าวผ่านไปเงียบๆ ทว่าเว่ยเจียวเจียวที่เห็นเป้าหมายกำลังจะหลุดมือ มีหรือจะยอมปล่อยพลาด นางรีบพุ่งพรวดเข้ามาขวางทางพร้อมกับย่อกายคารวะด้วยกิริยาชดช้อยจนแทบจะอ่อนระทวยลงไปกองกับพื้น​"ถวายพระพรชินอ๋อง... หม่อมฉันเว่ยเจียวเจียว บังเอิญมารับลมที่สวนแห่งนี้ ไม่คิดเลยว่าจะได้พบพระองค์เพคะ" นางช้อนตามองเขาด้วยความเอียงอาย​จ้าวหล
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more
บทที่7
​ก่อนที่สถานการณ์จะน่ากระอักกระอ่วนไปมากกว่านี้ เซิ่นหว่านชิงที่จ้องมองอาการ ‘หัวหมุนตามไม้’ ของหนึ่งคนหนึ่งแมวอยู่นาน ก็ไม่อาจกลั้นความขบขันได้อีกต่อไป นางหลุดหัวเราะเสียงใสออกมาเบาๆ​เสียงหัวเราะชวนฟังนั้นดึงสติสัมปชัญญะของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินให้หวนคืนมาอย่างฉับพลัน!​จ้าวหลิงเซียวตาโตขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความอับอายขั้นสุด เขาแสร้งยกมือขึ้นกระแอมไอเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความผิดปกติ ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบดุจใบมีดและแผ่รังสีอำมหิตตวาดใส่สตรีตรงหน้าทันที​“สามหาว! เซิ่นหว่านชิง... เจ้ากล้าดีอย่างไรจึงมาละเล่นแกล้งเปิ่นหวัง! ยิ่งไปกว่านั้น เจ้ายังบังอาจลักลอบนำสัตว์เดรัจฉานตัวน้อยเข้ามาเพ่นพ่านในเขตวังหลวง ความผิดของเจ้ามีครัน... ต้องรับโทษ!”​เซิ่นหว่านชิงหุบยิ้มทันควัน นางขมวดคิ้วมุ่นพลางมองชินอ๋องผู้เกรี้ยวกราด “ท่านอ๋อง หม่อมฉันมิได้—”​“ไม่ต้องมาแก้ตัว!” จ้าวหลิงเซียวเอ่ยขัดเสียงเข้ม หัวใจในอกยังคงเต้นรัวด้วยความลนลานที่เกือบเสียกิริยาแมวๆ ออกไป เขาอุ้มก้อนขนสีขาวส่งคืนให้แก่เซิ่นหว่านชิงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสะบัดแขนเสื้ออย่างแรงจนเกิดเสียงด
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more
บทที่8
​ยามเหม่าบรรจบยามเฉิน ท้องพระโรงอันโอ่อ่าที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงถวายรายงานและบรรยากาศอันตึงเครียด วันนี้กลับตกอยู่ในความเงียบงันปนสับสนวุ่นวาย​เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เมื่อเบื้องหลังม่านมุกประดับทองคำกลับว่างเปล่า ไร้เงาของบุรุษสวมชุดเกราะหรือชุดขุนนางขั้นหนึ่ง ไร้รังสีอำมหิตที่มักจะแผ่ซ่านออกมากดทับจนพวกเขายืนตัวสั่น ‘พญายมเดินดิน’ แห่งราชสำนักต้าจ้าวหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย! พวกขุนนางฝ่ายกังฉินต่างกระซิบกระซาบด้วยความหวาดผวา เกรงว่าชินอ๋องอาจกำลังลอบนำทัพไปกวาดล้างจวนของใครสักคนอยู่เป็นแน่​ทว่าหารู้ไม่... บุรุษผู้กุมชะตาแผ่นดินที่ผู้คนทั้งเมืองหลวงกำลังหวาดหวั่น บัดนี้กลับสวมเพียงชุดลำลองสีนิลขลิบทอง ทิ้งฎีกากองโตสูงท่วมหัวไว้ที่ห้องทำงาน แล้วมาทำตัว ‘ลับๆ ล่อๆ’ อยู่ที่ริมระเบียงของตำหนักฉือหนิง!​ณ โถงชั้นในของตำหนักไทเฮา กลิ่นกำยานหอมกรุ่นลอยอวลผสานกับกลิ่นชาชั้นเลิศ​จ้าวหลิงเซียวเร้นกายอยู่เบื้องหลังฉากกั้นไม้จันทน์แดงและม่านผ้าไหมโปร่งบาง ร่างสูงใหญ่ผ่าเผยที่เคยยืนหยัดกลางสนามรบอย่างไร้ความเกรงกลัว บัดนี้กลับพยายามหดตัวซ่อนซุ่มอย่างระแวดระวัง ดวงตาคมกริบด
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more
บทที่9
​ม่านราตรีโรยตัวคลี่คลุมพระราชวังหลวงอันกว้างใหญ่ แสงจันทร์นวลสาดส่องลงมากระทบระเบียงทอดยาวของตำหนักรับรอง ขับเน้นให้บรรยากาศยามดึกสงัดดูเงียบสงบและลึกลับในคราเดียวกัน ​เซิ่นหว่านชิง ในชุดนอนผ้าไหมตัวบางสีขาวบริสุทธิ์ ยืนรับลมเย็นอยู่ตรงริมระเบียง ในอ้อมแขนของนางโอบอุ้มก้อนขนสีขาวปลอดเอาไว้แนบอด ฝ่ามือนุ่มลูบไล้แผ่นหลังฟูฟ่องของเจ้าแมวขาวไปตามสัญชาตญาณ โดยที่นางไม่มีวันรู้เลยว่า... ทันทีที่สิ้นแสงตะวัน จิตวิญญาณของพญายมเดินดินอย่าง จ้าวหลิงเซียว ได้กลับมาสถิตอยู่ในร่างก้อนขนนี้อีกครั้งแล้ว ​ดวงตาสีฟ้าอำพันของเจ้าแมวขาวเหม่อมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของโฉมสะคราญใต้แสงจันทร์ เรือนผมที่ปล่อยสยายเคลียคลอลาดไหล่ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุ้ยฮวาที่ลอยลื่นเข้าจมูก ทำเอาหัวใจแมวของท่านอ๋องหนุ่มกระตุกไหว สติสตังแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ​ทว่าในขณะที่เขากำลังเคลิบเคลิ้ม... เสียงหวานกังวานใสก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาเบาๆ ​"ไป๋อวี้เอ๋ย... เจ้าว่าชินอ๋องผู้นั้นสมองเลอะเลือนไปแล้ว หรือถูกผีสางตนใดเข้าสิงกันแน่?" ​หืม? จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวหูผึ่งทันที หนวดแมวกระตุกยิบๆ หันขวับไปมองหน้านาง ​เซิ่นหว่านชิง
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status