All Chapters of ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง: Chapter 1 - Chapter 10

20 Chapters

บทที่ 1

​ยามวิกาลอันมืดมิด ณ ห้องหนังสืออันกว้างขวางภายในจวนชินอ๋อง​จ้าวหลิงเซียว ในชุดลำลองสีเข้มยังคงนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานทรงสูง ปลายพู่กันตวัดตรวจฎีกาแผ่นดินอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย แม้รอบกายจะเงียบสงัด ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขากลับแผ่รังสีอำนาจอันน่าเกรงขามจนบ่าวไพร่ภายนอกไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ท่านอ๋องหนุ่มยกจอกชาสมุนไพรที่เพิ่งส่งขึ้นมาอุ่นๆ ขึ้นจิบเพื่อไล่ความอ่อนล้า​ทว่า... ทันทีที่น้ำชาไหลลงสู่ลำคอ ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวพลันเบิกกว้าง!​พิษร้าย!​ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้าสู่หัวใจราวกับถูกเข็มหมุดนับพันเล่มทิ่มแทง ปราณชีพจรในร่างตีรวนจนปั่นป่วน จ้าวหลิงเซียวระเบิดโลหิตสีดำคล้ำออกมาคำโต ทรุดกายลงกุมแผงอก บดบังทัศนวิสัยจนพร่าเลือน ในจังหวะนั้นเอง หน้าต่างห้องหนังสือพลันถูกกระแทกเปิดออก มือสังหารในชุดดำสี่คนพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกระบี่แหลมคม หมายจะปลิดชีพผู้สำเร็จราชการแผ่นดินที่กำลังสิ้นฤทธิ์!​“ปกป้องท่านอ๋อง!”​เสียงเฉียบขาดของ อิ่งอี หัวหน้าองครักษ์เงาลับดังก้องขึ้น ทันใดนั้น เงาร่างสายฟ้าแลบนับสิบสายดิ่งลงมาจากเพดาน ห้องหนังสือกลายเป็นลานประหารในชั่วพริบตา เสียงโลหิตสาดกระเซ็นและเสียงกระบี
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more

บทที่ 2

​เมื่อม่านราตรีโรยตัวลงมาบรรจบ ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกฉาบด้วยสีหมึก จ้าวหลิงเซียวที่เฝ้ารอคอยเวลานี้มาตลอดทั้งวันก็รู้สึกถึงแรงกระชากอันคุ้นเคยอีกครั้ง​สติสัมปชัญญะของพญายมแห่งราชสำนักลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของ 'ก้อนขนสีขาว' บนเตียงนุ่มนิ่ม สิ่งแรกที่เขาทำคือการผุดลุกขึ้นยืนสี่ขา สะบัดขนจนฟูฟ่อง ดวงตาสีฟ้าอำพันฉายแววเด็ดเดี่ยว คืนนี้เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าจวนแห่งนี้เป็นของตระกูลใด และสตรีใจกล้าผู้นั้นคือใคร!​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวกระโดดลงจากเตียง วิ่งไปที่บานประตูไม้แกะสลักพลางส่งเสียงร้อง 'เหมียว! เหมียว!' อย่างเอาแต่ใจ พร้อมกับใช้กรงเล็บตะกุยบานประตูเพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่าเขาต้องการออกไปสำรวจด้านนอก​เซิ่นหว่านชิงที่เพิ่งผลัดเปลี่ยนเป็นชุดนอนกระโปรงตัวหลวมสบาย กำลังจะล้มตัวลงนอนจำต้องถอนหายใจยาว นางเดินมาอุ้มเจ้าตัวแสบขึ้นแนบอก​"ดึกป่านนี้แล้วยังจะออกไปซนที่ใดอีกเล่า ไป๋อวี้..." นางบ่นพึมพำ ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตสีฟ้าที่จ้องเป๋งมาอย่างดื้อรั้น ใจนางก็อ่อนยวบ "ก็ได้ๆ ข้าจะพาเจ้าออกไปเดินเล่นที่ระเบียงสักเดี๋ยวเดียวเท่านั้นนะ"​นางอุ้มแมวขาวก้าวพ้นธรณีประตูเรือน ทว่าเดินรับลมเย็นไ
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more

บทที่3

​ยามเช้าตรู่ ณ ท้องพระโรงอันโอ่โถงวิจิตรตระการตา​บรรยากาศรอบกายยังคงตึงเครียดและเงียบสงัดดั่งเช่นทุกวัน เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนก้มหน้าตัวสั่นระริกอยู่เบื้องล่าง รอคอยการเปิดม่านมุกของผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน และแล้ว เมื่อขุนนางอาวุโสอย่างราชครูเซิ่นกั๋วไท่ก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมกับประคองแบบแปลนการขุดขยายร่องน้ำและทางระบายน้ำเมืองหลวงฉบับแก้ไข ทุกสายตาต่างลอบมองด้วยความลุ้นระทึก​โดยปกติแล้ว... ชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดรอบคอบจนน่าหวาดกลัว ฎีกาหรือแผนงานใดที่ผ่านหัตถ์ของเขา จะต้องถูกตรวจแล้วตรวจอีก ไต่สวนขุนนางผู้เสนอจนแทบกระอักเลือด คัดง้างหาข้อบกพร่องจนไม่มีใครกล้าทำงานชุ่ยๆ​ทว่าในวันนี้... ทันทีที่จ้าวหลิงเซียวคลี่แบบแปลนแผ่นยักษ์ออก ดวงตาคมกริบพลันสะดุดเข้ากับเส้นสายการระบายน้ำจุดหนึ่งที่ถูกลากเชื่อมเข้าสู่ทะเลสาบเสวียนอู่พอดิบพอดี มันเป็นจุดเดียวกับที่เขาใช้ ‘อุ้งเท้ามังคุด’ จุ่มหมึกตบประทับไว้เมื่อคืนวาน... สตรีผู้นั้นนำความคิดของเขามาปรับแก้ลงแผ่นดินจริงได้อย่างไร้ที่ติ​มุมปากของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินหลังม่านมุกแอบกระตุกยิ้มบางเบาที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น ก่อนท
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more

บทที่4

​ตลอดทั้งราตรีนั้น จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน!​แม้สาวใช้จะเดินออกไปแล้ว และเซิ่นหว่านชิงจะล้มตัวลงนอนเข้าสู่ห้วงนิทราไปนานแล้ว ทว่าเจ้าแมวตัวป่วนที่มุดหัวอยู่ใต้เบาะรองนั่งกลับยังมีอาการใจสั่นระรัว ภาพหัวไหล่เนียนละเอียดและผิวพรรณขาวผ่องดุจหยกสลักยังคงติดตา ตลบอบอวลอยู่ในหัวสมองของบุรุษวัยเบญจเพสผู้ถือครองพรหมจรรย์มาทั้งชีวิต!​ยุบหนอ พองหนอ... ขันติหนอ... สตรีก็แค่ก้อนเนื้อและกระดูก!​จ้าวหลิงเซียวพยายามสวดท่องตำราพิชัยสงครามและบทสวดมนต์ในใจเพื่อดับกิเลส ทว่ายิ่งพยายามลืม อาการใจเต้นโครมครามก็ยิ่งกำเริบหนัก เขาพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมา เอาอุ้งเท้าปิดตาบ้าง เอาหางมาปิดหน้าบ้าง กว่าความง่วงงุนจะเข้าครอบงำ ท้องฟ้าด้านนอกก็เริ่มทอแสงสีทองเสียแล้ว​...​ยามเฉิน (07.00 - 08.59 น.)​ณ ท้องพระโรง บรรยากาศการว่าราชการเช้าวันนี้กลับดู ‘แปลกประหลาด’ ไปจากทุกวัน​เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ที่เตรียมใจมาโดนด่าทอ ต่างลอบมองหน้ากันด้วยความฉงนฉงาย เมื่อพบว่าพญายมเดินดินที่นั่งอยู่หลังม่านมุก... วันนี้กลับเงียบสงบผิดปกติ​จ้าวหลิงเซียวในชุดผู้สำเร็จราชการแผ่นดินนั่งหลังตรงแหน่ว มือหนึ่งถ
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more

บทที่5

​ค่ำคืนนั้น สายลมหนาวพัดโชยอยู่นอกหน้าต่าง ทว่าภายในห้องนอนของคุณหนูใหญ่จวนราชครูกลับอบอวลไปด้วยไออุ่น​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวนอนขดตัวอย่างเกียจคร้านอยู่บนตักนุ่มนิ่มของเซิ่นหว่านชิง ปล่อยให้สตรีโฉมงามลูบไล้เส้นขนสีขาวของเขาไปมาอย่างเพลิดเพลิน​"คุณหนูเจ้าคะ วันนี้มีเทียบเชิญพิเศษจากตำหนักฉือหนิงส่งมาถึงจวนเราโดยตรงเลยนะเจ้าคะ" อิงเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นขณะกำลังสางผมให้ผู้เป็นนาย "งานเลี้ยงชมบุปผาพรุ่งนี้ เห็นทีไทเฮาคงตั้งพระทัยจะเลือกพระชายาให้ชินอ๋องเป็นแน่ คุณหนูจะไปร่วมงานจริงๆ หรือเจ้าคะ?"​เซิ่นหว่านชิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ปลายนิ้วที่กำลังเกาคางแมวไม่ได้หยุดชะงัก "ไปสิ ไทเฮาเจาะจงส่งเทียบเชิญมาถึงข้า หากข้าปฏิเสธก็เท่ากับไม่ไว้หน้าเบื้องบน... ข้าเดาใจไทเฮาออก พระนางคงเห็นว่าบิดาข้าเป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน มีอิทธิพลต่อขุนนางเก่าแก่ หากจับข้าแต่งเข้าจวนชินอ๋องได้ ก็เท่ากับรวบอำนาจฝ่ายค้านมาผูกติดกับผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน เป็นการถ่วงดุลอำนาจที่ชาญฉลาดทีเดียว"​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวถึงกับหูผึ่ง... สตรีผู้นี้ช่างฉลาดปราดเปรื่อง มองเกมการเมืองของไทเฮาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง!​"แต่คุณหนู
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more

บทที่6

​จ้าวหลิงเซียวสืบเท้าก้าวเดินออกจากความวุ่นวายของอุทยานหลวงด้วยความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน เขาจงใจเลือกใช้เส้นทางลัดผ่านสวนหินด้านหลังตำหนักเพื่อหลีกหนีผู้คน ทว่าเพิ่งจะก้าวพ้นแนวต้นหลิว เขากลับต้องชะงักฝีเท้า เมื่อได้ยินเสียงหวานหยดย้อยของสตรีผู้หนึ่งกำลังร่ายกวีชมจันทร์ (ทั้งที่เพิ่งจะยามซื่อแดดเปรี้ยงๆ) ดังแว่วมา​"บุปผางามร่วงโรยตามสายลม... ไฉนเลยบุรุษผู้ยิ่งใหญ่จึงไร้คู่เคียง..."​ที่แท้ก็คือ ‘เว่ยเจียวเจียว’ บุตรีของหัวหน้าผู้ตรวจการเว่ยจงโม่ (หนึ่งในขุนนางกังฉินที่มักจะส่งฎีกาด่าทอเขาลับหลัง) นางจงใจมาดักรอเขาอยู่ที่นี่ แสร้งทำเป็นยืนชมดอกไม้ร่ายกวีด้วยท่วงท่าที่ซักซ้อมมาอย่างดี​จ้าวหลิงเซียวลอบกลอกตาด้วยความรำคาญใจขั้นสุด เขาไม่อยากเสียเวลาเสวนาด้วยจึงตั้งใจจะเดินก้าวผ่านไปเงียบๆ ทว่าเว่ยเจียวเจียวที่เห็นเป้าหมายกำลังจะหลุดมือ มีหรือจะยอมปล่อยพลาด นางรีบพุ่งพรวดเข้ามาขวางทางพร้อมกับย่อกายคารวะด้วยกิริยาชดช้อยจนแทบจะอ่อนระทวยลงไปกองกับพื้น​"ถวายพระพรชินอ๋อง... หม่อมฉันเว่ยเจียวเจียว บังเอิญมารับลมที่สวนแห่งนี้ ไม่คิดเลยว่าจะได้พบพระองค์เพคะ" นางช้อนตามองเขาด้วยความเอียงอาย​จ้าวหล
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more

บทที่7

​ก่อนที่สถานการณ์จะน่ากระอักกระอ่วนไปมากกว่านี้ เซิ่นหว่านชิงที่จ้องมองอาการ ‘หัวหมุนตามไม้’ ของหนึ่งคนหนึ่งแมวอยู่นาน ก็ไม่อาจกลั้นความขบขันได้อีกต่อไป นางหลุดหัวเราะเสียงใสออกมาเบาๆ​เสียงหัวเราะชวนฟังนั้นดึงสติสัมปชัญญะของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินให้หวนคืนมาอย่างฉับพลัน!​จ้าวหลิงเซียวตาโตขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความอับอายขั้นสุด เขาแสร้งยกมือขึ้นกระแอมไอเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความผิดปกติ ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบดุจใบมีดและแผ่รังสีอำมหิตตวาดใส่สตรีตรงหน้าทันที​“สามหาว! เซิ่นหว่านชิง... เจ้ากล้าดีอย่างไรจึงมาละเล่นแกล้งเปิ่นหวัง! ยิ่งไปกว่านั้น เจ้ายังบังอาจลักลอบนำสัตว์เดรัจฉานตัวน้อยเข้ามาเพ่นพ่านในเขตวังหลวง ความผิดของเจ้ามีครัน... ต้องรับโทษ!”​เซิ่นหว่านชิงหุบยิ้มทันควัน นางขมวดคิ้วมุ่นพลางมองชินอ๋องผู้เกรี้ยวกราด “ท่านอ๋อง หม่อมฉันมิได้—”​“ไม่ต้องมาแก้ตัว!” จ้าวหลิงเซียวเอ่ยขัดเสียงเข้ม หัวใจในอกยังคงเต้นรัวด้วยความลนลานที่เกือบเสียกิริยาแมวๆ ออกไป เขาอุ้มก้อนขนสีขาวส่งคืนให้แก่เซิ่นหว่านชิงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสะบัดแขนเสื้ออย่างแรงจนเกิดเสียงด
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more

บทที่8

​ยามเหม่าบรรจบยามเฉิน ท้องพระโรงอันโอ่อ่าที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงถวายรายงานและบรรยากาศอันตึงเครียด วันนี้กลับตกอยู่ในความเงียบงันปนสับสนวุ่นวาย​เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เมื่อเบื้องหลังม่านมุกประดับทองคำกลับว่างเปล่า ไร้เงาของบุรุษสวมชุดเกราะหรือชุดขุนนางขั้นหนึ่ง ไร้รังสีอำมหิตที่มักจะแผ่ซ่านออกมากดทับจนพวกเขายืนตัวสั่น ‘พญายมเดินดิน’ แห่งราชสำนักต้าจ้าวหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย! พวกขุนนางฝ่ายกังฉินต่างกระซิบกระซาบด้วยความหวาดผวา เกรงว่าชินอ๋องอาจกำลังลอบนำทัพไปกวาดล้างจวนของใครสักคนอยู่เป็นแน่​ทว่าหารู้ไม่... บุรุษผู้กุมชะตาแผ่นดินที่ผู้คนทั้งเมืองหลวงกำลังหวาดหวั่น บัดนี้กลับสวมเพียงชุดลำลองสีนิลขลิบทอง ทิ้งฎีกากองโตสูงท่วมหัวไว้ที่ห้องทำงาน แล้วมาทำตัว ‘ลับๆ ล่อๆ’ อยู่ที่ริมระเบียงของตำหนักฉือหนิง!​ณ โถงชั้นในของตำหนักไทเฮา กลิ่นกำยานหอมกรุ่นลอยอวลผสานกับกลิ่นชาชั้นเลิศ​จ้าวหลิงเซียวเร้นกายอยู่เบื้องหลังฉากกั้นไม้จันทน์แดงและม่านผ้าไหมโปร่งบาง ร่างสูงใหญ่ผ่าเผยที่เคยยืนหยัดกลางสนามรบอย่างไร้ความเกรงกลัว บัดนี้กลับพยายามหดตัวซ่อนซุ่มอย่างระแวดระวัง ดวงตาคมกริบด
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more

บทที่9

​ม่านราตรีโรยตัวคลี่คลุมพระราชวังหลวงอันกว้างใหญ่ แสงจันทร์นวลสาดส่องลงมากระทบระเบียงทอดยาวของตำหนักรับรอง ขับเน้นให้บรรยากาศยามดึกสงัดดูเงียบสงบและลึกลับในคราเดียวกัน ​เซิ่นหว่านชิง ในชุดนอนผ้าไหมตัวบางสีขาวบริสุทธิ์ ยืนรับลมเย็นอยู่ตรงริมระเบียง ในอ้อมแขนของนางโอบอุ้มก้อนขนสีขาวปลอดเอาไว้แนบอด ฝ่ามือนุ่มลูบไล้แผ่นหลังฟูฟ่องของเจ้าแมวขาวไปตามสัญชาตญาณ โดยที่นางไม่มีวันรู้เลยว่า... ทันทีที่สิ้นแสงตะวัน จิตวิญญาณของพญายมเดินดินอย่าง จ้าวหลิงเซียว ได้กลับมาสถิตอยู่ในร่างก้อนขนนี้อีกครั้งแล้ว ​ดวงตาสีฟ้าอำพันของเจ้าแมวขาวเหม่อมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของโฉมสะคราญใต้แสงจันทร์ เรือนผมที่ปล่อยสยายเคลียคลอลาดไหล่ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุ้ยฮวาที่ลอยลื่นเข้าจมูก ทำเอาหัวใจแมวของท่านอ๋องหนุ่มกระตุกไหว สติสตังแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ​ทว่าในขณะที่เขากำลังเคลิบเคลิ้ม... เสียงหวานกังวานใสก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาเบาๆ ​"ไป๋อวี้เอ๋ย... เจ้าว่าชินอ๋องผู้นั้นสมองเลอะเลือนไปแล้ว หรือถูกผีสางตนใดเข้าสิงกันแน่?" ​หืม? จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวหูผึ่งทันที หนวดแมวกระตุกยิบๆ หันขวับไปมองหน้านาง ​เซิ่นหว่านชิง
last updateLast Updated : 2026-06-11
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status