เพราะ One night stand ครั้งนั้น...
ทำให้นักธุรกิจหนุ่มหล่อวัยสามสิบห้า ต้องมาหลงเสน่ห์เด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดอย่างเธอ!!
"ไหนคุณบอกว่าเรื่องระหว่างเราเป็นแค่ one night stand ไงคะ"
"แล้วถ้าผมไม่ได้อยากให้มันจบลงแค่นั้นล่ะ"
"คะ?"
"มาอยู่กับผม รับรองว่า คุณจะได้ทุกอย่างที่อยากได้"
"ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย"
"เพราะไม่ว่ายังไง คุณก็ไม่มีทางหนีผมพ้นหรอก..."
"นี่คุณ!"
"บอกว่าให้เรียกพี่ภามไง หรือถ้าไม่ถนัดเรียกที่รัก ก็ได้ แต่ถ้ายาวไปเรียกผัว เฉยๆก็ได้เหมือนกัน"
การนำเสนอเหมา เจ๋อตงในภาพยนตร์มักถูกสร้างเป็นสัญลักษณ์ที่ใหญ่กว่าชีวิตจริง — ทั้งในแง่ภาพลักษณ์และการเล่าเรื่อง ซึ่งผมเห็นชัดเจนที่สุดในงานภาพยนตร์แนวรัฐมหากาพย์ที่ต้องการยืนยันความชอบธรรมของอุดมการณ์ ตรงนี้กล้องมักใช้มุมต่ำ เวทีกว้าง และโทนสีเรียบเข้มเพื่อให้ตัวเขาดูสง่าราศี เช่นใน 'The Founding of a Republic' ประเด็นไม่ใช่แค่เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ แต่คือการปั้นตำนาน การจัดฉาก การเลือกคำพูด และดนตรีประกอบที่ทำให้ทุกจังหวะกลายเป็นพิธีกรรมทางการเมือง
การสื่อสารแบบนี้มีทั้งข้อดีและข้อด้อยตามมาด้วย ผมมักคิดว่ามันช่วยให้ผู้ชมตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ในเวลาเดียวกันก็ไล่ความซับซ้อนของบุคคลธรรมดาทิ้งไป เหมาตีความให้เป็นภาพรวมเดียวแทนที่จะเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีข้อดีและข้อบกพร่อง ขณะที่ฉากบางฉากใน 'The East Is Red' ใช้ความอลังการเพื่อสร้างความชื่นชม แต่ฉากเหล่านั้นก็ห่างไกลจากความเป็นมนุษย์ที่สับสนและมีความขัดแย้งภายในตัวเอง
การใช้ธีมนี้ทำให้ฉากหนึ่งซ้ำแล้วซ้ำอีกมีความเป็นชิ้นเดียวกัน เหมือนกับงานดนตรีในซีรีส์อย่าง 'The Last of Us' ที่ธีมเพลงกลายเป็นตัวเล่าเรื่องร่วมกับภาพ ฉากสำคัญของเหมาไถจึงไม่ต้องพึ่งบทพูดมากนัก เพราะดนตรีบอกทุกอย่างแทน ปิดท้ายด้วยความรู้สึกว่าดนตรีแบบนี้ทำให้ความละเอียดอารมณ์ของตัวละครถูกยกระดับขึ้นอย่างนุ่มนวลและยั่งยืน