หนังเรื่องนี้เป็นผลงานของ Scott Derrickson ผู้กำกับที่ถนัดแนวสยองขวัญและไซ-ไฟอย่าง 'Sinister' หรือ 'The Exorcism of Emily Rose' แต่พอมาทำ 'Doctor Strange' เขาก็ปรับสไตล์ได้แน่นอน
Doctor Strange 1 เป็นเหมือนการเปิดตัวตัวละครที่เน้นการสร้างพื้นฐานความรู้จักกับสตีven สเตรนจ์ในฐานะนักเวทย์มนตร์สูงสุด ส่วนภาคสอง 'Multiverse of Madness' ดำดิ่งลึกเข้าไปในแนวคิดพหุจักรวาลที่ซับซ้อนกว่าเดิม
บทของ Xochitl Gomez ในฐานะ America Chavez ทำให้หนังมีพลังขับเคลื่อนใหม่ เพราะตัวละครนี้เป็นกุญแจสำคัญในการพาเรื่องไปยังจักรวาลคู่ขนาน ส่วน Rachel McAdams ในบท ดอกเตอร์ คริสตีน พาลเมอร์ ยังคงเป็นเสาหลักด้านอารมณ์ที่สอดแทรกความเป็นมนุษย์เข้าไปในเรื่องที่เต็มไปด้วยภาพหลอนและเวทมนตร์ ทางด้าน Chiwetel Ejiofor ในบท Karl Mordo ยังคงรักษาความขัดแย้งภายในของตัวละครได้ดี ขณะที่ Michael Stuhlbarg ปรากฏตัวในบท Nicodemus West ซึ่งช่วยเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันของโลกเวท
ตอนฉาก Illuminati ปรากฏตัว ผู้ชมจะเห็น Hayley Atwell ในบท Captain Carter และ Patrick Stewart ในบท Professor Charles Xavier เป็นการเซอร์ไพรส์ที่ทำให้ฉันยิ้มได้ เพราะการเอาตัวละครจากจักรวาลอื่น ๆ มาปะทะกันทำให้หนังมีมิติใหม่ ๆ ที่ต่างจากภาคแรก การคาสติ้งแบบนี้ทำให้หนังไม่ใช่แค่หนังซูเปอร์ฮีโร่ธรรมดา แต่กลายเป็นพื้นที่ทดลองตัวตนและการตัดสินใจของตัวละคร ซึ่งสำหรับฉันแล้วเป็นส่วนที่น่าสนใจที่สุดของหนังเรื่องนี้