ยามที่คิดจะเริ่มเล่น
กู่เจิง ความรู้สึกแรกคืออยากได้เครื่องที่มีเสียงเป็นเอกลักษณ์แต่ก็ไม่อยากลงทุนหนักตั้งแต่ต้น ทางเลือกในการซื้อมีหลายทาง ทั้งไปดูของจริงที่ร้านเครื่องดนตรีหรือร้านเครื่องดนตรีจีนในย่านเยาวราช/ไชน่าทาวน์ของกรุงเทพฯ ไปหาจากร้านดนตรีทั่วไปที่รับเข้าเครื่องดนตรีจีน หรือเลือกซื้อออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มใหญ่ๆ อย่าง Shopee, Lazada และตลาดใน Facebook ที่มีคนขายทั้งของใหม่และของมือสอง จุดที่ผมมักจะแนะนำให้มือใหม่คือถ้ามีโอกาสควรไปลองฟังเสียงจริง เพราะแม้ภาพถ่ายจะสวยแต่เสียงและการตั้งสายจริงต่างกันมาก การซื้อจากร้านที่เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องดนตรีจีนมักได้การรับประกันและบริการหลังการขายที่ดีกว่า เช่น การปรับสะพานและตั้งสายให้เหมาะกับผู้เล่น ซึ่งสำคัญมากสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่คุ้นกับการปรับแต่งเครื่องมือด้วยตัวเอง
สิ่งที่ควรคำนึงถึงเรื่องราคาเริ่มต้นคือมีความหลากหลายมากในตลาด มือใหม่ที่มองหาเครื่องระดับเริ่มต้นที่ใช้ได้ดีและไม่เสียความรู้สึก เมื่อได้ลองแล้วมักเริ่มที่ช่วงราคาประมาณ 6,000 ถึง 15,000 บาทสำหรับกู่เจิงแบบ 21 สายที่ผลิตเป็นล็อตจากโรงงาน โดยวัสดุจะเป็นไม้เบาอย่าง Paulownia หรือวัสดุทดแทน เสียงอาจไม่หวานฉ่ำเท่าตัวที่ทำจากไม้เนื้อดีแต่ก็เพียงพอสำหรับการฝึกและการเรียนรู้ ระดับกลางที่มีคุณภาพเสียงและงานประกอบดีกว่าจะอยู่ในช่วง 20,000–50,000 บาท เหมาะสำหรับคนที่เล่นต่อเนื่องต้องการเสียงที่ดีขึ้นและความทนทาน ส่วนกู่เจิงระดับโปรหรือที่ทำมือด้วยไม้ชั้นดี ราคาจะแตะ 50,000 บาทขึ้นไป บางรุ่นงานฝีมือชั้นเลิศอาจพุ่งไปไกลกว่านั้นได้อีก ถ้าคิดจะซื้อมือสองก็พบว่าราคาลดลงค่อนข้างมากและบางครั้งได้ของคุณภาพสูงกว่าที่คาด แต่ต้องระวังเรื่องสภาพไม้ การแตกร้าว และสภาพสายและสะพาน
วิธีเลือกเครื่องจริง ๆ ให้สังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ลักษณะของไม้หน้าทรง (ไม้ Paulownia ให้เสียงกลางใส), สภาพสะพานและการยึดสาย, ความสม่ำเสมอของสีไม้ และสำคัญสุดคือเสียงเมื่อดีดทั้งโน้ตต่ำและโน้ตสูง ควรลองเปรียบเทียบหลายยี่ห้อและหลายรุ่น หากเป็นไปได้ให้ลองพากับครูหรือเพื่อนที่เล่นกู่เจิงไปด้วยเพราะเขาจะช่วยฟังจุดที่เราฟังไม่ออกได้ นอกจากนี้อย่าลืมงบสำหรับอุปกรณ์เสริม เช่น ขาตั้งเคสและสายอะไหล่ ซึ่งอาจบวกเพิ่มอีกประมาณ 1,000–5,000 บาทขึ้นกับคุณภาพ
สุดท้ายอยากบอกว่าการเลือกกู่เจิงเหมือนการเลือกเพื่อนร่วมทาง มันไม่จำเป็นต้องแพงที่สุดแค่ต้องรู้สึกว่าเสียงและการตอบสนองของเครื่องชวนให้เราอยากเล่นทุกวัน สำหรับผมแล้วการเริ่มจากเครื่องที่พอดีกับงบและมีบริการหลังการขายถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่า จะได้สนุกกับการฝึกและก้าวขึ้นไปสู่เครื่องที่ดีกว่าได้อย่างมั่นใจ