Partager

เสน่าอี้จีฝึกหัด
เสน่าอี้จีฝึกหัด
Auteur: จันทร์ส่องแสง

ตอนที่ี1งานแรก

last update Date de publication: 2026-03-11 23:02:00

เฟิ่งหลิวสาวน้อยรูปร่างหน้าตาต่างจากชาวบ้านธรรมดาทั่วไปผิวเนื้อผุดผาดขาวราวหยกขาวต้องแสง ปากคอคิ้วคางดุจงานสรรค์สร้างจากปลายพู่กันของจิตรกรเอก แต่รูปร่างเล็กเหมือนหญิงชาวบ้านที่อดยากขาดแคลนอาหารดีๆ หากพินิจให้ดีเสียหน่อย เฟิ่งหลิวนับว่าโดดเด่นไม่น้อยแต่ใบหน้ากลับขะมุกขะมอมด้วยความทุกข์เข็ญ หอบห่อผ้ากอดร่ำลามารดาที่อดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ที่อดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ มือกร้านลูบหัวเฟิ่งหลิวไปมา

“แน่ใจแล้วหรือ” เฟิ่งหลิวฝืนยิ้มพยักหน้าช้าๆ

“ปีนี้ เฟิ่งหลิวสิบสามแล้ว ท่านแม่ก็ลำบากที่หอเทียนถางมีงานพอให้ทำได้ ท่านแม่ไม่ต้องกังวล เฟิ่งหลิวแค่ไปช่วยเขาทำงานรับใช้ในหอนางโลมหาได้เข้าไปเป็นนางคณิกาไม่” มารดายังปล่อยน้ำตาไหลริน กล้ำกลืนกับคำว่าใจกล้ามีเส้นบางๆ เฟ่งหลิวนางกล้ำกลืนเสียมากกว่า

“เอาไว้ เฟิ่งหลิวกลับมาเยี่ยมท่านแม่บ่อยหน่อย” กอดรอบเอวมารดาแน่น

“เฟิ่งหลิว เฟิ่งหลิว”

เถ้าแก่เนี้ยของหอเทียนถางที่อดีตก็คือนางคณิกามีชื่อ พอแก่ตัวมีเงินเก็บบ้างก็เปิดโรงน้ำชาและหอนางโลมจนเป็นที่รู้จักกันดี เดินวนรอบๆ เฟิ่งหลิว

“ไม่เลว ไม่เลวแต่ ทรวดทรงเอวกับท่อนไม้เช่นนี้เห็นทีต้องบำรุงกันอีกหน่อย” ดวงตาเป็นประกายหญิงนางนี้หากดูแลดีดีแต่งองค์ทรงเครื่องเสียหน่อย นางจะงดงามเพียงใดกันรอให้มีหน้าอกหน้าใจรอให้ย่างเข้าสู่วัยสาวนางจะต้องเป็นอันดับหนึ่งของหอเทียนถาง

“เฟิ่งหลิวมิได้ต้องการเข้ามา เป็นนางคณิกา”

“อิอิอิ เข้ามาใหม่ๆ ใครๆ ก็พูดเช่นนี้ต่อมาเสียงก้อนเงินกระทบกันมักจะละลายคำพูดของพวกนางไปจนสิ้น เห็นไหมพวกนางก็เคยพูดคำนี้ตอนนี้เป็นอย่างไรเล่า พวกนางล้วนสนุกกับเงินทองที่ไหลมาเทมา”

หัวเราะเสียงใสชี้มือไปยังเหล่านางคณิการุ่นพี่ที่ยืนรายล้อม

“แต่เฟิ่งหลิวแค่...ต้องการหาเงิน ไปให้ท่านแม่ท่านแม่จะได้ไม่ต้องลำบาก”

“อืม...ความจริงหากจะไม่ขายตัวก็เพียง ไม่สิต้องฝึกฝนตัวเองให้เป็นอี้จี”

“อี้จี” เฟิ่งหลิวทวนคำเบาๆ

“ก็อี้จีมีหน้าที่ให้ความสำราญแต่เป็นแค่เพียงด้านเสียงเพลงและเพื่อนเดินหมาก ซึ่งเจ้าจะต้องหัดเดินหมากให้เก่ง และเล่นพิณหรือกู่เจิ้ง ผีผาสักอย่างได้ไพเราะบวกกับหน้าตาที่งดงามไม่จำเป็นต้องขายตัวอย่างพวกเราก็ได้ หรืออาจะจะขายให้เฉพาะคนที่เจ้าพึงใจหรือเงินหนาเพื่อโก่งราคาตัวเจ้าว่ารับแขกเพียงน้อยนิด”

“เหมือนกับล่อหลอกเอาเงินเช่นนั้นหรือ”

“ใครบอกเจ้ากัน อี้จีแค่อาศัยใบหน้าที่งดงามและความสามารถในด้านดนตรี และการเดินหมากให้ความสำราญกับพวกเขาในอีกแบบหนึ่งก็เท่านั้น ไม่ได้หลอกลวงใคร เราต่างทำงานแลกเงินทุกคนล้วนทำงานแลกเงิน”

“แล้ว หากมีใครต้องการตัวเราเล่า แล้วข้าจะเลือกได้อย่างที่ท่านบอกหรือ”

“อิอิอยู่ที่เจ้าแล้วว่าจะเต็มใจหรือไม่ หากเจ้าฉลาดพอก็แค่พูดจาหว่านล้อมบ่ายเบี่ยง เพื่อหาคนจริงใจ แต่หากเจ้าใจไม่แข็งพอก็จะ ยอมทอดกายให้พวกมากรักได้เช่นกัน คนพวกนี้มากรักไม่มีรักแท้ในหอนางโลมหรอกเด็กน้อย เงินเท่านั้นที่สำคัญเจ้าอย่าได้หลงใหลบุรุษรูปงามเช่นคนโง่งม นั่นเท่ากับทำลายงานดีดีของเจ้าไป” เฟิ่งหลิวคิดตาม

“ขอบคุณนายหญิงที่ชี้แนะ”

“หากมีชื่อเสียง มีคนต้องการตัวย่อมมีโอกาสหลอกล่อเงินทองของกำนัล เจ้าคิดเอาละกันว่าความรักกับเงินทองสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน” เฟิ่งหลิวยิ้ม อยู่ข้างนอกนั่นทุกวันนี้ก็แค่ หาทางหลอกล่อเงินทองจากคนอื่นเหมือนกัน บางครั้งก็แกล้ง เป็นคนพิการบางครั้งก็แกล้งเป็นคนป่วย แกล้งตาบอดก็ยังเคย

ตั้งแต่นั้นมาทุกวันของเฟิ่งหลิวจึงผ่านไปด้วยการฝึกฝนอย่างหนัก ทั้งทำงานในหอนางโลมสารพัดที่จะถูกเรียกใช้ แล้วยังจะต้องฝึกเพลงพิณดีดกู่เจิ้ง และเดินหมาก

สี่ปีผ่านไป

เฟิ่งหลิวบรรเลงเพลงพิณหวานแวว ฟังแล้วเคลิบเคลิ้มล่องลอย ชวนให้อยากพบหน้าคนบรรเลงเพลงพิณ

“เอาหละ เฟิ่งหลิว ข้าคิดว่าถึงเลวจะต้องให้เจ้าได้เปิดตัวเสียที หลายปีมานี้ฝึกอย่างหนักอีกทั้งยังสั่งสอนเจ้าในเรื่องกิริยาและการวางตัวต่อไปหวังว่าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”

นายหญิงของหอเทียนถางนาม สือหยู เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หลายปีมานี้ทั้งเคี่ยวกรำทั้งดุด่าแต่เฟิ่งหลิวนางไม่เคยปริปากสักคำจนในสุดเฟิ่งหลิวก็กลายเป็นเพชรเม็ดงาม ที่ผ่านการเจียไนยโดยสือหยู รอเวลาอวดโฉมเปล่งแสงให้ผู้คนได้ตกตะลึง และเมื่อนั้นเงินทองจะไหลมาเทมาที่หอเทียนถาง

“เจ้าค่ะนายหญิง”

สือหยูยิ้มหวานหยด ไม่ผิดหวังที่เคี่ยวกรำนางตั้งใจฝึกฝนและขยันอดทน เงินทองที่สือหยูให้นางไปเท่าไหร่นางก็ส่งให้กับมารดาเพื่อจุนเจือครอบครัว แววตาหม่นเศร้ากลายเป็นแววตาหวานหยด ในแบบที่ควรจะเป็นและควรจะมี ในหญิงในหอนางโลมทุกคน

“ข้าให้ช่างตัดเย็บอาภรณ์ชุดใหม่สำหรับเจ้า ข้าคิดว่ามันเหมาะกับเจ้าไม่น้อยแค่เพียงขยับผ้าแพร ใจสั่นบุรุษก็สั่นไหว”

เฟิ่งหลิวก้มหน้าแย้มยิ้ม

แขกคนแรกในคืนมืดมิด เฟิ่งหลิวในชุดผ้าแพรสวยงาม ที่พี่สาวคนหนึ่งในหอนางโลมบรรจงแต่งตัวให้ อีกทั้งแต่งหน้าจนสวยสดยืนรอท่าเพื่อจะบรรเลงเพลงพิณ

“ติงติ่ง ติงติงติงติ่ง” เหล่าพี่สาวทั้งหลายในหอนางโลมต่างแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่ง รอลุ้นว่าเฟิ่งหลิวจะทำได้ดีแค่ไหน

บุรุษผู้นั้นนั่งจิบสุราเบื้องหน้าผ้าม่านโปร่งแสง มองเห็นใบหน้างดงามเพียงเลือนรางตั้งใจปกปิดแต่ไม่ปกปิดยิ่งทำให้กระสันอยากเห็นหน้าคนบรรเลงเพลงพิณม่านกางกั้นเฉพาะหน้าตา แต่ไม่อาจกั้นเสียงเพลงหวานแว่ว เพลงยังไม่ทันจบ คนผู้นั้นก็ขอพบเฟิ่งหลิว

น้ำชาร้อนๆ ในมือถูกรินด้วยมืออันสั่นเทา ปฏิเสธไม่ดื่มสุราเพียงแค่ชามือไม้ยังสั่นเพียงนี้

“แม่นางน้อยผู้นี้ชื่อแซ่เจ้าว่าอย่างไร”

“ข้าน้อย..เฟิ่งหลิว”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่42ต่อไปนี้

    “ตราบนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าหมิงซื่อจะไม่มีทางปล่อยมือจากเจ้า”มืออบอุ่นกุมมือของเฟิ่งหลิวไว้แน่น อ้อมกอดแข็งแรงประคองร่างบางแนบชิดราวกับกลัวว่านางจะเลือนหายไปอีกครั้ง“ข้ารักเจ้าเฟิ่งหลิว”ดวงหน้าใสยิ้มกว้าง ซุกหน้าลงบนอกกว้างอย่างอ่อนโยน“ขอเวลาข้าสะสางเรื่องวุ่นวายให้ผ่านพ้นอีกไม่นาน”“ทุกอย่างล้วนเป็นสวรรค์กำหนด”หมิงซื่อยกมือขึ้นลูบแก้มนุ่มเบาๆ“มีเพียงข้าเท่านั้นที่กำหนดเฟิ่งหลิว เจ้าและข้าที่กำหนดทุกอย่างด้วยตัวเอง หากจะเป็นสวรรค์จริงๆ ข้าก็พร้อมฟันฝ่าเพื่อให้ได้เคียงข้างเจ้า”ใจสองดวงบัดนี้คล้ายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว...วังหลวงหมิงซื่อกระโดดลงจากหลังม้า ก่อนจะส่งมือให้เฟิ่งหลิวที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหน้า ร่างบางถูกอุ้มลงมาอย่างทะนุถนอม อ้อมแขนของฮ่องเต้ยังคงโอบรอบเอวบางไว้ไม่ห่างอวิ้นกุ้ยเหลือบตามอง ก่อนประสานมือคารวะ“ฝ่าบาท ลู่ตั๋วและลู่กังหลบหนีไปได้ ส่วนทัพแคว้นเหนือบางส่วนหลบหนี บางส่วนถูกควบคุมตัวเรียบร้อยแล้ว รอเพียงบัญชาของฝ่าบาทว่าจะจัดการเช่นไร”ยังไม่ทันที่หมิงซื่อจะเอ่ยตอบ อิงเผยก็รีบวิ่งเข้ามา ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยความยินดี“ฝ่าบาท...”หมิงซื่อปรายตามองนิ่ง“อ

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่41ได้โปรด

    เฟิ่งหลิว ปาดหยาดน้ำตาอาดูรทิ้งไปใบหน้าซีดขาวสะท้อนความเจ็บปวดที่ยากจะกลบเกลื่อน หมิงซื่อกอดร่างของหยิ่วเย่วแนบอกแน่นราวไม่ยอมปล่อย แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีวันกลับมาแล้วลู่กัง ดึงตัวลู่ตั๋ว ออกจากตรงนั้นทันทีเช่นกันเมื่อรู้ว่าหยิ่วเย่ว หมดลมหายใจแล้ว อวิ้นกุ้ยสะอึกหมายจะตามไปหมิงซื่อโบกมือห้าม“ปล่อยพวกเขาไป”เฟิ่งหลิว ยืนนิ่งน้ำตายังไหลอาบแก้ม สงสารหยิ่วเย่วจับใจ"ปล่อยพวกเขาไปนะ"เสียงนั้นต่ำและนิ่ง แต่แฝงความเหนื่อยล้าหมิงซื่อลุกขึ้นทันที ก่อนจะคว้าข้อมือบางของเฟิ่งหลิวแน่น"ฝ่าบาทปล่อยเฟิ่งหลิวเดี๋ยวนี้"แต่คำพูดนั้นไร้ผล ร่างบางถูกดึงขึ้นหลังม้าในพริบตาม้าพุ่งทะยานออกไปจากตรงนั้นทันทีสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นหลิว ใบเขียวอ่อนลู่ลมไหวงดงามราวภาพวาด แต่บรรยากาศกลับเงียบงัน ม้าที่ควบมาด้วยความเร็วสูงกลับถูกกระตุกบังเหียนให้เหยาะย่างไม่มีคำพูดใดใดหลุดออกมาจากปากคนทั้งสอง มีแต่เพียงความคิดเท่านั้นที่แล่นวนอยู่ในหัวเฟิ่งหลิวก้มหน้า นางคิดว่าหมิงซื่อคงเสียใจไม่น้อยกับการจากไปของหยิ่วเย่ว ความเงียบของเขาทำให้นางยิ่งสงสาร แต่หมิงซื่อกลับคิดอีกแบบเขาคิดว่านางกำลังเสียใจที่ถูกเขาชิงตัวก

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่40ความเจ็บปวดของใครกัน2

    อิงเผยเดินนวยนาดจากไป หยิ่วเย่วลุกขึ้นเขย่าลูกกรงประตูไปมาเป็นห่วงทั้งลู่ตั๋วลู่กัง เฟิ่งหลิวและพรรคพวกที่ไม่อาจไหวตัวทันอาจ ต้องมาสังเวยชีวิตเพราะทัพของแคว้นเหนือที่มาสมทบหรืออาจจะต้องตายเพราะเงื้อมมือของหมิงซื่อในยามที่เขาโกรธหยิ่วเย่วรู้ดีว่าไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งเขาได้ตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า ทัพของหมิงซื่อกำลังพลนับหมื่นยืนม้าคอยอยู่ที่หน้าวังหลวง หมิงซื่อควบม้ามายืนตรงหน้าถัดมาเป็นอวิ้นกุ้ยหมิงซื่อชูดาบขึ้นสุดแขน“เดินทัพ ชิงตัวองค์หญิงเฟิ่งหลิว”เสียงโห่ร้องอื้ออึง เสียงฝีเท้าม้ากระโจนไปสู่ที่หมายข้างในนั้นเสี่ยวหาน เปิดกรงขังให้หยิ่วเย่วตามบัญชาของหมิงซื่อ“พระสนม ท่านไปเสียฝ่าบาทไม่อยากทำร้ายท่าน หากฝ่าบาทกลับมาเกรงว่าจะเห็นท่านอยู่แล้วจะอดใจไม่ลงโทษท่านไม่ได้ ก่อนไปจึงบอกให้ปล่อยท่านไปเสีย”หยิ่วเย่วน้ำตารื้นขอบตา เสี่ยวหานส่งบังเหียนม้าให้“เสี่ยวหาน เจ้าดีกับข้าไม่น้อย ข้าชาตินี้เป็นคนของฝ่าบาทชาติหน้าก็ยังเป็นคนของฝ่าบาท ลาก่อน”เสี่ยวหานโบกมืออำลา หยิ่วเย่วควบม้าออกจากตัววัง แต่พอพ้นจากประตูวังกลับเปลี่ยนทิศทางไปตามทางที่เคยเป็นที่ซ่องสุ่มของพวกฝ่ายซ้ายกองทหารของหมิงซื่

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่39ความเจ็บปวดของใครกัน

    ก่อนหน้านั้น “หมิงหยวนมิใช่ผู้ที่ไว้ใจได้ความสามารถโดดเด่นเกินกว่า จะอยู่ในตำแหน่งต้าหวางได้เนิ่นนาน คาดว่าไม่นานอาจคิดการใหญ่”เฉินจงเต๋อพูดขึ้นกับลู่ตั๋วในค่ำคืนหนึ่ง “ฝ่าบาทหมิงหยวนกับข้านับถือเป็นพี่น้อง เรื่องราวของเขาก็เหมือนเรื่องราวของลู่ตั๋ว ข้าพระองค์ตักเตือนเขาจะดีไหม” เฉินจงเต๋อส่ายหน้า “ไม่มีผลหากเขาตกลงใจที่จะทำมันแล้ว หมิงหยวนแม้ไม่เคยแข็งข้อแต่หลายอย่างในตัวเขาไม่เหมาะกับการเป็นผู้ตาม”ลู่ตั๋วถอนหายใจ ตระกูลลู่ถูกสังหาร รวมกันห้าสิบหกศพรวมทั้งมารดาของลู่กัง เช่นนั้นแล้วความแค้นเคืองทั้งหมดของผู้ใดกัน หากไม่ใช่ของเขาและลู่ตั๋วที่ในตอนนั้นตั้งใจอารักขาเฉินจงเต๋อแต่ต้องรีบกลับมายังตระกูลลู่แล้วพบว่า ไม่มีใครรอดชีวิตนอกจากลู่กังที่พ่อบ้านนำตัวไปปะปนอยู่กับบรรดาขอทานข้างถนน และในตอนนั้นเองที่ลู่ตั๋วรับ หยิ่วเย่วและหลานซานมาเป็นลูกบุญธรรมเลี้ยงดู เสมือนลูกเพื่อรอวันทวงคืน แล้วยังจะความรู้สึกผิดที่ไม่อาจอารักขาเฉินจงเต๋อปล่อยให้ถูกสังหารง่ายดายหมิงซื่อนอนหนุนตักไทเฮาเหมือนเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ไม่ใช่ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ไทเฮาลูบหลังเขาเบาๆ อย่างอ่อนโยน“ไม่ใช่ความผิดของลูก”ห

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่38บทลงเอยของใครกัน

    ลู่กังนั่งนิ่งอยู่บนระเบียงไม้ ดวงตาหม่นเศร้าทอดมองออกไปยังความมืดไกลสุดสายตา ลมกลางคืนพัดชายอาภรณ์ให้พลิ้วไหว แต่กลับไม่อาจพัดพาความหนักอึ้งในใจเขาให้เบาบางลงได้เลยแสงจันทร์ซีดจางตกกระทบใบหน้าคมสันของเขา เผยให้เห็นแววตาที่อ่อนล้า ราวกับคนที่เพิ่งสูญเสียบางสิ่งที่สำคัญยิ่ง“เสี่ยวกัง”เสียงทุ้มของลู่ตั๋วดังขึ้นเบาๆ จากด้านหลัง ลู่กังหันไปมองก่อนจะลุกขึ้นเล็กน้อย“ท่านพ่อ”ลู่ตั๋วเดินเข้ามาช้าๆ แล้วหย่อนกายนั่งลงข้างบุตรชาย ดวงตาของชายชราสงบนิ่งแต่แฝงความเข้าใจในความรู้สึกของอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง“หลายสิ่งที่เราคาดหวัง มักไม่เป็นอย่างที่หวัง เลิกเศร้าโศกเสียทีเถิด คนเราแม้ได้ทุกอย่างที่ต้องการ ก็ยังต้องมีบางอย่างที่ต้องผิดหวัง”ลู่กังหัวเราะเบาๆ เป็นรอยยิ้มที่เศร้าจนเจ็บปวด“หลานซานแต่เดิมเป็นคนที่มีน้ำใจมาก ชั่วชีวิตเขาไม่เคยพบความสุขสมเลยสักครั้ง แต่ก่อนตายเขากลับเพียงเอ่ยว่าต้องการหยุดอยู่ที่ใครบางคน”เสียงของลู่กังแผ่วลงเมื่อเอ่ยถึงคนที่จากไป“ตอนนั้นลูกคิดว่าเขาเพียงพูดเล่น แต่ตอนนี้ลูกเข้าใจแล้ว...นั่นคือคำสั่งลา”ลู่ตั๋วทอดถอนใจยาว“ที่ผ่านมา หลานซานช่วยเรามามาก พ่อตั้งใจรับศพเขา

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่37แย่งชิง

    “เป็นข้าที่พานางกลับมาที่นี่ ใช่ไหม”หมิงซื่อนั่งนิ่งอยู่ริมเตียง สองมือกำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นชัดเจน เสียงแหบราวกับถามตัวเองมากกว่าถามผู้ใด แววตาที่เคยหนักแน่นบัดนี้เต็มไปด้วยความสับสน ไทเฮามองบุตรชายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบช้าๆ“ไม่ใช่ลูกหมิงซื่อ แต่เป็นสวรรค์ ที่ต้องการให้นางกลับมานางควรมาและสวรรค์แค่พานางมา”หมิงซื่อเหม่อมองออกไปไกลนอกหน้าต่าง ความเงียบปกคลุมอยู่พักใหญ่ ในใจเขายุ่งเหยิงเกินกว่าจะจับต้นชนปลายได้ หากเป็นสวรรค์จริง เหตุใดสวรรค์จึงต้องเล่นตลกกับเขาเช่นนี้ ให้เขาได้พบหญิงที่รักที่สุด แล้วกลับบอกว่านางคือคนที่ควรเกลียดชังเขามากที่สุด...ตำหนักฮ่องเต้...หยิ่วเย่วยืนรออยู่หน้าตำหนักมานานเกือบสามชั่วยามแล้ว นางยืนนิ่งใต้แสงโคมที่ริบหรี่ แม้ลมกลางคืนจะหนาวเพียงใด นางก็ยังไม่ขยับไปไหนในที่สุดหมิงซื่อก็เดินกลับมาแต่ไม่ใช่หมิงซื่อที่สงบนิ่งเช่นทุกวัน หากเป็นหมิงซื่อที่เมามายจนแทบยืนไม่อยู่ เสี่ยวหานรีบประคองเขาไว้ แต่หมิงซื่อกลับสะบัดแขนออกอย่างแรง“ฝ่าบาท ระวังเพคะ”หยิ่วเย่วรีบก้าวเข้าไปช่วยพยุงอีกด้าน แต่ยังไม่ทันแตะตัว เขาก็สะบัดมือออกทันทีหมิงซื่อเดินโซเซเข้าไปในห้อง

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตแนที่7แต่ละคนใจร้ายทั้งนั้น

    "หลานซานคิดว่านาง มาเพื่อถ่วงเวลาฝ่าบาทคงเป็นองค์หญิงสิบสี่ที่ส่งนางมา รั้งนางไว้มีแต่ยุ่งยาก ปล่อยนางไปเสียกลางทางนี้เถิดขอรับ""ไม่ไม่ไม่ จะให้มาอยู่กลางหุบเขาหันหน้าหันหลังไม่มีใครอย่างนั้นหรือ"เมื่อเช้าลองชะโงกหน้าออกไปดูที่นี่มีแต่หุบเขา ไม่คุ้นตาว่าแต่เป็นที่ไหนกัน ทีแรกคิดว่ายังอยู่ไม่ไกลจา

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่6กลายเป็นคนผิด

    เฟิ่งหลิวแสร้งทำท่าทีนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้านทั้งที่รู้ดีว่าอยู่ในห้องสองต่อสองถึงตะโกนไปพวกข้างนอกก็คนของเขาจะเข้ามาช่วยไหมจากที่ดูหมิงซื่อทรงอำนาจไม่น้อยเป็นถึงฮ่องเต้ ตวาดทีเดียวรับรองพวกนั้นกลัวหัวหดล้มตัวลงนอนตะแคงไม่หันไปมองคนที่นอนบนแท่นบรรทมเสียงหายใจดังสม่ำเสมอแสดงว่าอีกคนหลับไปแล้วนอนคิดถ

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่5ซวยแล้ว

    “ฝ่าบาท อย่าทรงกังวลไป ข้าขันอาสาตามหาองค์หญิงเอง เส้นทางคดเคี้ยวบุกป่าฝ่าดงฝ่าบาทอาจเกิดอันตรายได้” น้ำเสียงห่วงใยจริงจังคนอะไรจะมีคนยอมทำเรื่องยากๆ แทนแบบนี้ต้องไม่เป็นคนดีมาก ไม่ก็คงชอบบังคับคนอื่น แต่อาจจะเป็นอย่างหลัง"ฝากท่านแม่ทัพเป็นธุระด้วย""น้อมบัญชาฝ่าบาท ข้าน้อยอวิ้นกุยแม้ตายก็จะนำองค

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่4คนงาม

    “หลงรูปเจ้ายิ่ง เสียดายหากแม้นหมายรูปโฉม งามยิ่งดั่งดอกเหมยร่วงหล่น เมื่อถึงคราต้องลมหนาวแต่ใครจะเล่าโอบอุ้มไม่ให้ ต้องพื้นดิน”“อักษร เหล่านี้ก็เป็นเพียงอักษรไร้ค่าไม่เหมาะแก่การครอบครอง” องค์หญิงสิบสี่ พับกระดาษแผ่นเดียวกับที่หมิงซื่อส่งมาวางลงบนโต๊ะ...กระโจมใหญ่อีกฝั่ง..หมิงซื่อทอดถอนหายใจ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status