ในมุมมองของครูที่เน้นการใช้งานจริง ผมมักเลือกเรื่องสั้นที่เล่าเรื่องชัดเจน มีโทนภาษาไม่ซับซ้อนแต่เต็มไปด้วยจุดเปลี่ยนที่กระตุ้นให้นักเรียนต้องวิเคราะห์ไวยากรณ์ เช่นการเลือกใช้กาล คำเชื่อม และโครงสร้างประโยคที่ต่างกัน เรื่องสั้นที่ผมมักหยิบขึ้นมาบ่อยคือ 'The Gift of the Magi' ของ O. Henry เพราะบทเล่าสั้น ๆ ใช้กาลอดีตเป็นหลัก มีบทสนทนาสั้น ๆ และมีจังหวะเปลี่ยนเรื่องชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการตั้งกิจกรรมแบบเปลี่ยนกาล (rewrite in present tense), เติมคำที่หายไป (gap-fill) หรือทำตารางแยกคำกริยาตามกาล ช่วงท้ายเรื่องยังเปิดโอกาสให้ฝึกการเขียนสรุปเป็นภาษาอังกฤษด้วยประโยคประกอบเหตุผลไม่ยาวเกินไป
อีกเรื่องที่ผมชอบใช้สอนคือ 'The Tell-Tale Heart' ของ Edgar Allan Poe งานชิ้นนี้ดีสำหรับการสอนเรื่องเสียงบรรยาย การใช้เครื่องหมายวรรคตอนเพื่อสร้างโทน และการฝึกแยกประโยคยาวเป็นประโยคย่อย ๆ นักเรียนจะได้ฝึกวิเคราะห์ว่าผู้เล่าใช้กริยาเวลาใด เหตุการณ์ไหนเป็นเหตุการณ์หลัก และการใช้คำเชื่อมอย่างไรให้เกิดความเข้มข้นของภาษา กิจกรรมที่ผมทำบ่อยคือให้แปลงประโยคจากสำนวนซับซ้อนเป็นประโยคธรรมดา แล้วให้แต่งประโยคใหม่ในสไตล์เดียวกัน เพื่อฝึกทั้งไวยากรณ์และโทน
ลองใช้เรื่องสั้นที่มีจังหวะชัดและภาษาไม่ซับซ้อนเป็นหลัก เพื่อให้นักเรียนจับไวยากรณ์ได้เร็วและนำไปใช้จริงได้ทันที. กับ 'The Necklace' ของ Guy de Maupassant ผมมักให้เรียนแยกประโยค แล้วฝึกเปลี่ยนจาก past simple เป็น past perfect เพื่อให้เห็นลำดับเหตุการณ์ชัดขึ้น รวมทั้งฝึกคำคุณศัพท์กับการบรรยายลักษณะตัวละคร.
เรื่องอื่นที่เหมาะคือ 'The Lottery' ของ Shirley Jackson ซึ่งใช้โทนที่ตึงเครียดและประโยคสั้นยาวสลับกัน เหมาะสำหรับฝึกความเข้าใจเทคนิคการเชื่อมประโยคและการใช้ modal verbs ในการคาดเดาเหตุผล ผมชอบให้ทำกิจกรรมแบบ error-spotting และให้เขียนจบเรื่องใหม่ในมุมมองตัวละครคนละคน เพื่อฝึกทั้งไวยากรณ์และความคิดสร้างสรรค์.