พอได้คิดถึงทิศทางของ 'อัลโคลูด' ซีซั่นหน้า สมองก็เริ่มวิ่งเต็มสปีดและภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ กระโดดเข้ามาอย่างไม่ยั้ง
เนื้อเรื่องน่าจะขยับจากการตั้งคำถามเชิงปริศนาไปสู่การเปิดเผยที่ซับซ้อนมากขึ้น — ไม่ใช่แค่ไขปริศนาของโลก แต่น่าจะลงลึกถึงรากของอำนาจและผลกระทบระหว่างมนุษย์กับระบบที่ครอบครองเมืองลอยฟ้า ผมเห็นโอกาสที่จะมีการเปิดฉากแฟลชแบ็กของตัวร้าย
คนสำคัญ ทำให้เราเข้าใจแรงจูงใจที่ดูโหดร้ายแต่แท้จริงแล้วมีความเสียหายซ่อนอยู่เหมือนในบางฉากของ '
made in abyss' ที่ทำให้บทกลับกลายเป็นดาร์กอย่างมีเหตุผล
ด้านการพัฒนาไอเดียตัวละคร น่าจะมีสัดส่วนเวลาของตัวละครรองมากขึ้น คนที่เคยเป็นเพื่อนร่วมทางอาจถูกผลักเข้ามาเป็นปัจจัยเปลี่ยนเกม และความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกกับองค์กรหลักคงยิ่งคดเคี้ยวขึ้น การใส่มุมมองของประชาชนธรรมดา ทั้งการต่อต้านใต้ดินและการขยับตัวของชนชั้นนำ จะทำให้ธีมเรื่องเกี่ยวกับอำนาจและความยุติธรรมมีน้ำหนักกว่าเดิม
ถ้าจะพูดถึงบรรยากาศ ฉากกลางคืนบนสะพานกระจก ลมหนาวพัดและแสงนีออนที่สะท้อนเป็นภาพแตกกระจาย คงได้ยินดนตรีที่คุมโทนเศร้าแต่ก็ก้าวไปข้างหน้าได้ ซึ่งทำให้ผมตื่นเต้นกับความเป็นไปได้ของซีซั่นหน้า—อยากเห็นว่าทีมสร้างจะกล้าพาเรื่องไปมืดแค่ไหนและจะใส่ไฟแห่งความหวังไว้จุดไหนให้คุ้มค่า