ชื่อที่น่าสนใจนี้มาจากงานเขียนของ George R. R. Martin ซึ่งเป็นผู้แต่งนวนิยายชุด 'A Song of Ice and Fire' ชื่อภาษาอังกฤษของเล่มที่สอดคล้องกับคำว่า 'งานเลี้ยงแห่งวสันตกาล' ก็คือ 'A Feast for Crows' ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2005 หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สี่ของชุดและขยับโฟกัสไปยังตัวละครและภูมิภาคที่ยังไม่ได้รับการขยายความมากนักในเล่มก่อนหน้านั้น งานเขียนของ Martin โดดเด่นด้วยการสลับมุมมองผ่านตัวละครหลายบุคคล ทำให้เนื้อเรื่องเป็นเส้นทอที่ซับซ้อนและหนักไปด้วยการเคลื่อนไหวทางการเมืองและผลกระทบจากสงคราม หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ชื่อไทยแบบนี้ดูเข้ากับเนื้อหาก็คือบรรยากาศหนาวเหน็บและความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับฤดูหนาว ซึ่งเป็นธีมสำคัญในงานของเขา]
ความชอบส่วนตัวกับงานชิ้นนี้เกิดจากรายละเอียดของโลกที่ Martin สร้างขึ้นและการจัดการตัวละครที่ไม่ปรานี ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่มีผลลัพธ์ไม่คาดคิดหรือการท้าทายค่านิยมของฮีโร่แบบเดิมๆ เล่มนี้ไม่ได้มีฉากต่อสู้ใหญ่แบบเล่มก่อนทั้งหมด แต่กลับเน้นที่การวางกลยุทธ์ การทรยศ และการเติมเต็มช่องว่างทางอำนาจ ซึ่งผมมองว่าเป็นการแสดงให้เห็นด้านมืดของการเมืองในจักรวาลนั้นได้อย่างแยบคาย นอกจากเรื่องราวแล้วสำนวนการเขียนของ Martin ที่ทั้งเก็บรายละเอียดและสามารถทำให้ผู้อ่านรู้สึกถึงสภาพแวดล้อม ก็ช่วยเสริมความสมจริงให้กับโลกสมมติที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายและความงดงามในเวลาเดียวกัน]
ผลกระทบของหนังสือเล่มนี้ต่อวงการวรรณกรรมแฟนตาซีและวัฒนธรรมสมัยใหม่ค่อนข้างชัดเจน ทั้งการเป็นต้นแบบของการนำความจริงจังและความดาร์กมาผสมกับแฟนตาซีเรื่องยิ่งใหญ่ และการที่เนื้อเรื่องถูกนำไปดัดแปลงเป็นซีรีส์ทางโทรทัศน์ชื่อ 'Game of Thrones' ก็ยิ่งทำให้ผลงานเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แม้ว่าการดัดแปลงจะมีการเปลี่ยนแปลงและขัดแย้งกับผู้อ่านบางกลุ่ม แต่หัวใจของงานต้นฉบับยังคงอยู่ในรูปแบบของความซับซ้อนทางการเมืองและการพัฒนาเชิงตัวละคร ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผมยังคงกลับมาอ่านและคิดถึงรายละเอียดต่างๆ อยู่เสมอ]
ความรู้สึกเมื่ออ่านจบเล่มนี้ยังคงเป็นความหลงใหลกับโลกที่ไม่ยอมให้ทางออกง่ายๆ และการที่ผู้แต่งกล้าใส่ผลลัพธ์ที่โหดร้ายจริงจังลงไปในเรื่อง ทำให้ทุกหน้าเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความคาดเดาไม่ได้ ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ผมยังคงเป็นแฟนตัวยงของงานชิ้นนี้