LOGIN
ซีรีส์ 5 หนุ่มเล่ม 1
“ถ้าเพื่อนพี่สนใจเราจริงๆ เราจะรับไว้พิจารณารึเปล่าล่ะ” พายัพเอ่ยถามน้องสาวที่อยู่ในชุดนักศึกษาด้วยท่าทีจริงจัง ไร้ท่าทีล้อเล่นแม้แต่น้อย
“เพื่อนคนไหนคะพี่พาย” พราวมุกยิ้มหวานให้พี่ชายขณะเอ่ยถาม เพื่อนๆ ของพี่ชาย ต่างก็มีผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลัง อีกอย่างเธอก็ไม่ได้คิดกับใครเกินเลยไปถึงขั้นคนรัก เธอรักและนับถือพี่ชายเช่นไร ก็นับถือเพื่อนของพี่ชายเช่นนั้น พายัพพี่ชายของเธอเองออกจะหวงๆ ไม่ชอบให้เพื่อนมาเกาะแกะเธอด้วย หลายครั้งที่เอ่ยเตือนเพื่อนตัวเอง แถมยังด่าเพื่อนเจ็บๆ แสบๆ จนเธอหัวเราะท้องแข็งตั้งหลายครั้ง แล้วรอบนี้มาแปลก กลับมาถามเธอแบบนี้
“เจ้าตรัยมันสนใจเราน่ะ เห็นบอกว่าชอบเรา” พายัพบอกน้องสาวตรงๆ ไม่อ้อมค้อม ในบรรดาเพื่อนเขาทั้งหมด ตรัยดูจะไม่สนใจผู้หญิงคนไหน หรือเจ้าชู้ประตูดิน
“ยี้... ไม่เอาหรอกค่ะ พวกเพื่อนๆ ของพี่พายมีผู้หญิงเยอะแยะ ฝากบอกพี่ตรัยด้วยนะคะว่าพราวนับถือพี่ตรัยเหมือนพี่ชาย ปล่อยให้พราวมีอนาคตที่ดีเถอะค่ะ คิกๆ” พราวมุกพูดขำๆ กับพี่ชาย จริงๆ เธอเองก็รู้ว่าตรัยแตกต่างจากคนอื่น แต่เธอนับถือตรัยเหมือนพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น ไม่เคยคิดเกินเลยเป็นอื่น อีกอย่างตรัยเองก็เอ็นดูเธอ ไม่คิดว่าจะอยากจีบเธอด้วย มันทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ ที่เขามาคิดแบบนี้กับเธอได้ แม้ส่วนลึกของจิตใจจะเทิดทูนบูชาเขาเป็นฮีโร่ก็ตามที แต่เธออยากเก็บความรู้สึกดีๆ แบบนี้เอาไว้ หากคบกันเป็นคนรัก ถ้าเลิกรากันไป เธอกลัวจะมีปัญหา หรือมองหน้ากันไม่ติด เธออยากให้ตรัยเป็นพี่ชายที่น่ารักเป็นฮีโร่ในใจของเธอต่อไป ตอนเด็กๆ นอกจากพายัพพี่ชายของเธอแล้ว ก็มีตรัยนี่แหละที่คอยปกป้องดูแลเธอ ไม่ให้ใครมารังแก
“โอเค แล้วจะบอกมันให้” พายัพโยกศีรษะน้องสาวคนเดียวไปมาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเดินออกไปนอกบ้าน เขาไม่เคยบังคับน้องสาวตัวเอง รักและดูแลกันมาตลอด อะไรที่เป็นความสุขของน้อง คนเป็นพี่อย่างเขาไม่เคยขัด
พราวมุกอมยิ้ม เดินขึ้นห้องไปด้วยความเหนื่อยเพราะเธอเรียนอยู่ปีสุดท้าย กำลังจะเรียนจบมหาวิทยาลัยอีกไม่กี่เดือน เหลือแค่ฝึกงานเท่านั้น แล้วเธอก็ไม่ได้ติดใจอะไรอีกในคำพูดของพี่ชาย เพราะคิดว่าพี่ชายอาจจะถามเล่นๆ เท่านั้นเอง
หลังจากที่บิดามารดาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อหลายปีก่อน พายัพก็ดูแลเธอมาตลอด เขาเปิดบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับการก่อสร้าง ซึ่งกิจการเป็นไปได้ด้วยดี เพิ่งมาปีนี้แหละที่เศรษฐกิจประเทศตกต่ำ พี่ชายจะบ่นๆ กับเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน เธอแอบได้ยินถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่กระนั้นก็ยังพยุงกิจการไปได้
“นายได้ยินที่น้องฉันพูดแล้วใช่ไหมไอ้ตรัย” พอคล้อยหลังมาได้ พายัพก็กรอกเสียงเข้าไปในโทรศัพท์
“ได้ยินชัดเต็มสองรูหูเลยเว้ย!” ตรัยตอบกลับไป จำได้ว่าตัวเองนั่งอึ้งอยู่นานเมื่อได้ยินการสนทนาโต้ตอบระหว่างพี่น้อง นี่พราวมุกเห็นเขาเป็นพี่ชายเท่านั้นเองน่ะรึ ถ้าเธอลองเปิดใจสักนิด เขาก็คงจะไม่นั่งหดหู่อยู่แบบนี้ แถมเธอยังพูดปิดท้ายด้วยว่าปล่อยให้เธอมีอนาคตที่ดีเถอะ เกิดมายังไม่เคยโดนผู้หญิงว่าขนาดนี้ ถึงจะเข้าข้างตัวเองว่าเธอพูดเล่นขำๆ ก็ตามที แต่ใจฝ่อไปไม่น้อย
ที่สำคัญเธอเป็นผู้หญิงที่เขาแอบชอบตั้งแต่เด็กๆ ฟันน้ำนมยังไม่หลุด ฟันแท้ยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเขากับพายัพบ้านอยู่ใกล้กัน เรียนมาด้วยกันตั้งแต่อนุบาลจึงสนิทกันมาก
“ยายพราวไม่ชอบนาย จบนะไอ้ตรัย ฉันไม่เคยบังคับน้องตัวเอง” คนขี้หวงเอ่ยบอก แต่ถึงจะหวงขนาดไหน เขาก็ไม่เคยขัดใจน้องสาวได้เลยสักครั้ง ถ้าพราวมุกชอบเพื่อนของเขาจริง เขาก็จะไม่ขัดขวางแต่จะคอยดูอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ หากมีอะไรเกิดขึ้นจะได้ช่วยเหลือได้ทัน คนเป็นพี่อย่างเขาไม่ได้หวังอะไรมากมายในชีวิต ขอแค่น้องสาวมีความสุข แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
“รู้แล้วน่า ฉันรักพราวจริงๆ แต่ถ้าน้องนายไม่รักไม่ชอบฉัน ฉันก็ไม่บังคับใจใครหรอกว่ะ งั้นแค่นี้ก่อนนะ” ตรัยเคาะนิ้วไปมา อย่างใช้ความคิด เขาอาจจะยอมถอยออกมาก่อน แต่ใช่ว่าจะถอยตลอดไป คนอย่างเขาทำอะไรมีแผนการ และรอบคอบเสมอ บางทีนี่อาจจะเป็นบทพิสูจน์ตัวเขา ให้พราวมุกได้เห็นว่าเขารักเธอคนเดียว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหน
ระยะเวลาอาจจะทำให้อะไรๆ ดีขึ้น ในเมื่อตอนนี้ พราวมุกเองยังไม่มีใคร เขาก็ยังมีความหวัง
“เออๆ เดี๋ยวพาไปกินเหล้า” พายัพรีบพูดเอาใจเพื่อน นึกเห็นใจตรัยอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าให้เขาเลือกระหว่างเพื่อนกับน้อง เขาก็ต้องเลือกน้องสาวที่คลานตามกันมาอยู่แล้ว
“กินทำไมวะ” ตรัยถามกลับ
“แก้อกหัก” พายัพตอบแล้วหัวเราะ
“เออๆ นายต้องเลี้ยงนะเว้ย ฉันเป็นหม้ายขันหมากแบบนี้ พวกนายต้องช่วยปลอบใจ” ตรัยพูดติดตลก ทั้งๆ ที่ใบหน้าเครียดเขม็ง ในสมองขบคิดแผนการมากมายเต็มไปหมด
“บ้าแล้ว! ยังไม่ได้สู่ขอ จะเป็นหม้ายขันหมากได้ยังไงวะ” พายัพหัวเราะลงลูกคอ แต่โล่งใจที่เพื่อนเข้าใจและไม่คิดจะเซ้าซี้ให้น้องสาวของเขาต้องรำคาญใจ ถ้าเป็นแบบนั้นเขานี่แหละจะขัดขวาง ในเมื่อตอบว่าไม่ ก็คือไม่ เขาเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่พูดมากไร้สาระ
ตรัยวางโทรศัพท์จากเพื่อนรักก่อนจะเคาะนิ้วไปมาบนโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างครุ่นคิด เขารู้ดีว่าพายัพหวงน้องสาว แต่เขารักจริงหวังแต่ง ตอนนี้คงต้องทำให้ใครๆ ตายใจไปก่อน แล้วค่อยรุกทีเดียว เขาคงต้องทำตัวกลมกลืนและสนิทสนมกับพราวมุกเหมือนเคย
บางครั้งการทำตัวเหมือนก่อนก็ดีกว่าทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและตีตัวออกห่างจากเขา...
“จริงเหรอคะพี่ตรัย ทำไมมีปัญหาแบบนี้ แต่พี่พายไม่เคยบอกพราวเลยล่ะคะ” พราวมุกฟังตรัยเล่าปัญหาของพี่ชายนึกห่วงพายัพยิ่งนัก เธอรู้ว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ใคร่จะดีนัก ตอนที่พายัพมาบอกเธอว่าต้องไปทำงานต่างจังหวัด เธอไม่ได้เอะใจสงสัยอะไร เพราะพี่ชายเดินทางออกบ่อย พี่ชายของเธอเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้าง และทำมาหลายปีแล้ว เธอเรียนหนังสือจบก็เพราะเงินจากกิจการของพี่ชายกับเพื่อนๆ ของเขา
“จริงสิครับน้องพราว ตอนนี้เรามีปัญหาเพราะเศรษฐกิจไม่ดี ข้าวของก็แพง นายพายจึงต้องวิ่งหางาน” ตรัยเล่าให้น้องสาวเพื่อนรักฟัง ก่อนจะถอนใจสีหน้าหมอง จริงๆ ปัญหามันไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่มันก็มีปัญหาเข้ามาแล้ว เพราะว่าเศรษฐกิจของประเทศย่ำแย่นัก เขาจึงต้องใช้จุดนี้เผด็จศึกให้สำเร็จก่อนพายัพจะกลับมา ไม่เช่นนั้นอาจไม่มีโอกาสอีก เพราะพายัพไม่เคยบังคับน้องสาวให้ต้องมาทำงานด้วย พราวมุกอยากทำอะไร พายัพตามใจน้องทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องมีแฟน ซึ่งเพื่อนของเขาอยากให้เรียนจบก่อน นั่นถือว่าเป็นข้อดีเพราะเขาจะได้มั่นใจว่าพราวมุกโสดสนิท ไม่มีผู้ชายคนไหนกล้ามาเกาะแกะ
“พราวพอจะช่วยอะไรได้บ้างคะ ทำไมพี่พายไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้พราวฟังบ้างเลย สักนิดก็ยังดี”
“ไอ้พายมันเป็นห่วงและรักพราวมากนะครับ มีปัญหาอะไรก็ไม่อยากให้พราวไม่สบายใจ” เรื่องนี้เขายอมรับว่าเขาพูดจริง พายัพมีปัญหาอะไรจะเก็บเอาไว้กับตัวหรือเล่าให้เพื่อนๆ ในกลุ่มฟัง แต่จะไม่ทำให้น้องสาวคนเดียวไม่สบายใจเด็ดขาด
“ค่าใช้จ่ายตอนพราวเรียนก็มากนะคะ แถมเรียนจบออกมา ยังไม่ได้ทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอีก พราวนี่แย่จังเลยนะคะ” พราวมุกพูดเสียงเศร้า เธอรู้ดีว่าพี่ชายรักและห่วงเธอมาก เพราะมีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง แต่เธออยากแบ่งเบาภาระของพี่ชายบ้าง ไม่ใช่ทำอะไรไม่เป็น เอาแต่ใช้เงินไปวันๆ
“น้องพราวแค่อย่าบอกไอ้พายก็พอว่ารู้เรื่องนี้แล้ว พี่ไม่อยากผิดใจกับมัน”
“ลูกจันทร์เปล่านะคะ” เธอตาโตใส่เขา“พี่จะชวนไปตีแบดมินตันครับ อยากกระโดดเหวี่ยงแขน พี่อยากได้เหงื่อ หรือเราจะเปลี่ยนไปออกกำลังกายบนเตียงแทนก็ได้นะ”“ไปตีแบดฯ กันก็ดีค่ะ” เธอรีบเก็บหนังสือเอาไว้ที่ชั้นหนังสือ แต่ใช้ที่คั่นหนังสือคั่นหน้าที่อ่านค้างเอาไว้ แล้ววิ่งไปหยิบไม้แบดฯ ในทันที กลัวเขาจะเปลี่ยนใจพาไปออกกำลังกายบนเตียงจริงๆกิจกรรมที่ทำร่วมกันตอนอยู่บนเกาะคือทำอาหารด้วยกัน ออกกำลังกายด้วยกัน อ่านหนังสือด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน ปลูกต้นไม้ด้วยกัน ความที่อยู่ด้วยกันสองคนเลยต้องหาอะไรทำไม่ให้เหงา“เหนื่อยจังเลยค่ะ แต่สนุกมากๆ เลย เหงื่อโชกไปหมดเลย” เธอเดินมาดื่มน้ำเย็นๆ ที่วางทิ้งเอาไว้ ทอดสายตามองไปรอบกาย ที่นี่อากาศดีสดชื่น สูดลมหายใจเข้าได้เต็มปอด แสงตะวันยามบ่ายที่กระทบกับต้นไม้ใหญ่ๆ เป็นลำแสงแลดูสวยงาม เสียงคลื่นทะเลและท้องฟ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ทำให้เธอผ่อนคลายไม่น้อย“ไปอาบน้ำกันเถอะ” เขาเอ่ยบอก ก่อนจะย่อตัวลงตรงหน้า“พี่เหนือทำอะไรคะ”“ปีนขึ้นมาสิ พี่จะให้พี่ขี่หลังเหมือนตอนเด็กๆ ไง” คนฟังอมยิ้มก่อนจะปีนขึ้นไปบนหลังของเขา ให้เขาพาเดินไปอาบน้ำ“ถ้าลูกจันทร์น้ำหนักเยอะเ
“พี่เหนือช่วยลูกจันทร์หน่อยค่ะ” เธอครางอืออาแอ่นกายเข้ามาหา เหมันต์ไม่ขัดศรัทธาเมื่อร่างน้อยหอมกรุ่นบดเบียดเข้ามาเสียดสีกับเรือนร่างแข็งแกร่งของเขา ปากหนาพรมจูบไปทั่ว สอดแทรกเรือนกายเข้าไปหาเธอครวญครางเบียดกายเข้าไปแนบชิดอย่างสนิทเสน่หา ความรัญจวนใจที่เกิดขึ้น ทำให้เขาและเธอครางออกมาไม่เป็นส่ำตลอดค่ำคืนศศิตื่นขึ้นมาด้วยอาการเวียนหัวและปวดเมื่อยไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว เธอตกใจเมื่อพบว่าร่างกายตัวเองนอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียง“ตื่นแล้วเหรอ” เหมันต์เอ่ยถามคนที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่บนเตียงนอนกว้าง พอเห็นว่าเป็นเขา เธอก็ถอนใจอย่างโล่งอก คิดว่าผู้ขายคนอื่นหิ้วเธอมานอนด้วยเสียอีก แต่โล่งใจได้ไม่ทันไรก็ต้องหนักใจอีกครั้ง“หิวหรือยัง” เขาเดินมานั่งลงบนเตียง ยื่นมือมาไล้แก้มสาวของเธอเบาๆ เขาไม่ชอบให้อะไรค้างคา ยังไงก็ต้องเคลียร์กับเธอให้เข้าใจวันนี้ และโชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุด พนักงานกินเลี้ยงกันจนดึกดื่น วันนี้วันหยุดหลายคนก็คง นอนพักอยู่ที่บ้านของตัวเอง“ลูกจันทร์มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ”“พี่พามาครับ”“เอ่อ... มันเกิดอะไรขึ้นคะ” เธอกัดปากแล้วเอ่ยถาม“ลูกจันทร์โดนวางยาปลุกเซ็กซ์ครับ”“ใคร
“พวกนายห้ามรีบกลับนะโว้ยไม่งั้นเลิกคบ” เหมันต์รีบห้ามเอาไว้“ภรรยาของพวกพี่พายโทร. ตามแล้ว ไม่รีบกลับได้ยังไงกันล่ะครับ พี่เหนือ” ตุลย์พูดขึ้น“โทร. ไปบอกเมียพวกนายเลยว่าฉันเมา มาช่วยดูแลฉันก่อน”รุจน์กับเชาวน์แทบหลุดขำตามพายัพไปด้วย แต่ก็กลั้นเอาไว้จน ปวดกรามไปหมด สีหน้าแตกตื่นของเหมันต์ที่คิดว่าถ้าพวกเขาไม่อยู่คงโดนน้องชายต่างสายเลือดปล้ำทำผัวเป็นเรื่องโจ๊กที่สามารถเอาไปล้อมันได้ยัน ลูกโต เหมันต์สบถเบาๆ ในใจ แค้นนี้ต้องชำระ“ก็ได้ เดี๋ยวโทร. บอกเมียแป๊บหนึ่ง” ประโยคนั้นของพายัพทำให้ตุลย์หงุดหงิดใจไม่น้อย นานๆ ทีเขาจะมีโอกาสได้อยู่กับเหมันต์สองต่อสองแบบที่อีกฝ่ายไร้สติเช่นนี้ ถ้าไม่มีก้างเขาคงอาศัยช่วงเวลานี้รวบรัดพี่ชายเป็นผัวได้สำเร็จตุลย์นั่งคุยกับพี่ๆ ทั้งสี่ที่คุยกันอย่างสนุกสนาน แม้จะรู้สึกว่ามีก้าง แต่การได้อยู่กับผู้ชายหล่อเหลาทั้งสี่ก็ทำให้เขาหัวใจชุ่มชื่นไม่น้อย สุดท้าย ต่างคนก็ต้องกลับบ้านของตัวเองเมื่อเหมันต์อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้วกำลังจะเข้านอนเอาตอนตีสาม หลังจากที่ดื่มโซดามะนาวเย็นเฉียบให้สร่างเมา (ไม่จริง)เรียบร้อยแล้วเหมันต์มองคลิปวิ
“ลูกจันทร์ดื่มอะไรดีครับ”“ลูกจันทร์ไม่ดื่มได้ไหมคะ กลัวเมา”“กลัวเมาทำไม ผมอยู่ทั้งคน ถ้าลูกจันทร์เมา ผมจะพากลับบ้านเอง”“เอ่อ... ไม่ดื่มได้ไหมคะ” การที่เธอเมาแล้วตุลย์พากลับบ้านนี่แหละ ที่เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยนัก“รังเกียจผมเหรอ” คนเอ่ยถามหันไปสั่งเครื่องดื่มสำหรับผู้หญิง มาให้ “นิดเดียวเอง รับรองว่าไม่เมา แค่จิบๆ น่ะ เดี๋ยววันนี้เพื่อนผมมาด้วยนะ จะแนะนำให้รู้จัก” ตุลย์ยกเครื่องดื่มส่งให้ก่อนจะคะยั้นคะยอให้เธอดื่ม“เอ่อ...” นี่เป็นความอึดอัดอีกอย่างที่เวลาเธออยู่กับตุลย์ เขาชอบขอร้องแกมบังคับให้เธอทำตามใจเขา มันไม่เหมือนตอนอยู่กับเหมันต์ สิ่งไหนที่เธอ ไม่อยากทำ เขาก็ไม่บังคับ“นิดเดียวเองไม่เมาหรอก หวานๆ ไม่ใช่เหล้าแรงๆ แบบที่ตุลย์ดื่ม เสียหน่อย” ตุลย์แทนตัวเองด้วยชื่อเล่น ก่อนยกเหล้าราคาแพงขึ้นดื่มแล้ว พยักหน้าเพื่อชนแก้วกับเธอ วันนี้เขาดูแลเธอดีมาก ถึงจะอึดอัดไปนิดเขาก็พาไปรับประทานอาหารอร่อยๆ และซื้อเสื้อผ้าข้าวของให้ แม้เธอจะปฏิเสธก็ตามที เลยไม่อยากให้เสียน้ำใจคิดว่าจิบแก้วนี้หมดก็คงไม่ดื่มอีก“นั่นไงเพื่อนของตุลย์” ตุลย์โบกไม้โบกมือให้เพื่อนที่เดินเข้าม
“ลูกจันทร์ครับ”“คะ? ว่ายังไงคะ”“มาทำงานกับผมนะครับ”“หมายความว่ายังไงคะ”“พี่เหนืออยากให้ลูกจันทร์มาทำงานกับผม แต่ไม่กล้าบอกด้วยตัวเอง พี่เหนือได้เลขาฯ ใหม่แล้วนะวันนี้”“จริงเหรอคะ” ศศิเอ่ยถามด้วยหัวใจอันสั่นเทา เธอรู้สึกไม่มั่นคงเหลือเกินในเวลานี้ หนีออกมาจากบ้านของเขาก่อน แต่งตัวรีบหนีมาทำงานก่อน พอมาถึงที่ทำงาน เขาก็ไม่ยอมคุยกับเธอ เธอเห็นท่าทีเฉยเมยของเขา เธอก็เลยไม่กล้าคุยกับเขาไปด้วย“จริงสิครับ ผมไม่หลอกลูกจันทร์หรอก ไม่เชื่อไปดูที่ห้องพี่เหนือสิ พี่เหนือเรียกเลขาฯ คนใหม่ไปสัมภาษณ์งานอยู่ เลขาฯ เซ็กซี่เชียวนะ พี่เหนือนี่มองตาหวานเยิ้มเชียว นัยว่าอยากได้คนนี้แต่ติดที่ลูกจันทร์ยังเป็นเลขาฯ อยู่ ผมเลยมาช่วยพูดให้” ตุลย์อธิบายเสียยืดยาว“จริงเหรอ” เธอครางออกมาอีกครั้งเพราะเคยโดนปฏิเสธมาก่อนเลยรู้สึกไม่มั่นใจนักในความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น เขาช่วยเหลือมารดาของเธอ เธอมาทำงานกับเขาเลยตกกระไดพลอยโจน จนถึงขั้นมีอะไรกัน“ไม่เชื่อไปดูสิ พี่เหนือกำลังสัมภาษณ์เลขาฯ คนใหม่อยู่ ผมแนะนำ ลูกจันทร์นะว่าให้ชิงบอกพี่เหนือไปก่อนจะได้ไม่หน้าแตก อย่ารอให้พี่เหนือ ย้ายตำแหน่งลูกจันท
บิดามารดาของศศิหวงลูกสาวมาก และศศิก็เป็นเด็กดี จึงไม่มีความรักในวัยเรียนให้ต้องกังวลเหมือนเด็ก วัยเดียวกัน“งั้นผมจีบลูกจันทร์ต่อนะครับพี่เหนือ หวังว่าพี่คงจำคำสัญญาที่ให้กับผมได้” ตุลย์ทวงสัญญาเอากับญาติผู้พี่“จำได้สิ” เหมันต์พูดมันออกมาเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเบือนหน้าหนี“งั้นผมขอตัวไปหาลูกจันทร์ก่อนนะครับ ไม่ได้เจอกันตั้งนานมีเรื่องต้องคุยกันเยอะแยะเลย”“ตามสบายเถอะ” เหมันต์เอ่ยอนุญาต พอร่างสูงเพรียวของญาติผู้น้องเดินจากไปแล้ว เขาก็หันหน้าเข้าหาผนัง รัวกำปั้นหนักๆ เข้าใส่ด้วยความรู้สึกอึดอัดในหัวใจศศิมองตัวเองที่แต่งตัวเสร็จแล้ว หมุนซ้ายหมุนขวาอยู่ หน้ากระจกด้วยใบหน้าห่อเหี่ยว ไม่อยากออกไปรับประทานอาหาร กับตุลย์ แต่รับปากเขาไปแล้ว จะกลับคำก็ดูกระไรอยู่เธอคาดหวังว่าเหมันต์จะพูดอะไรบ้างแต่ก็เปล่า เขาเหมือนอยากสนับสนุนให้เธอไปกับตุลย์เสียอย่างนั้น เสียงแตรรถที่ดังอยู่หน้าบ้านทำให้ ศศิหลุดจากภวังค์ความคิดอันแสนวุ่นวายของตัวเอง รีบลงไปหาตุลย์ที่ เปิดประตูรถลงมาพอดี“รอนานไหมครับลูกจันทร์” ตุลย์ยิ้มหวานให้เธอ ศศิยิ้มตอบกลับไป“ไม่นานจ้ะ”“ไปกันเถอะ ผมห







