5 Jawaban2026-05-22 00:34:44
ตั้งแต่ตอนแรกที่ดู 'มาดากัสการ์ 2 ป่วนป่าแอฟริกา' ฉันรู้สึกว่ากลุ่มตัวเอกชัดเจนจนยากจะลืม — อเล็กซ์สิงโตสุดฮอตที่ชอบเป็นจุดศูนย์กลาง, มาร์ตี้ม้าลายเพื่อนรักผู้ใฝ่ฝันอยากออกไปผจญภัย, เมลแมนยีราฟขี้กังวลที่มักทำให้หัวเราะ และกลอเรียฮิปโปสาวมั่นที่คอยเป็นสติให้กลุ่ม
ตัวละครกลุ่มเพนกวินก็เด่นมาก เห็นได้ชัดว่า สกิปเปอร์เป็นหัวหน้าแผนการ, โควาลสกี้ฉลาดวางแผน, ริโก้บ้าพลัง และไพรเวทน่ารักเป็นคนปิดจ๊อบ นอกจากนั้น ลีเมอร์อย่างกษัตริย์จูเลียนกับมอริซและมอร์ทยังเติมสีสันและมุกตลกได้อย่างลงตัว
ฉันชอบว่าหนังแบ่งบทได้ดีให้แต่ละตัวมีมุมชัดเจน ทั้งความสัมพันธ์ของเพื่อน ความคิดถึงบ้าน และความฮาของตัวร้ายชาวเกาะ ทุกตัวละครหลักล้วนมีช่วงเวลาที่ทำให้เราเห็นความเป็นตัวตนของเขา ทำให้ภาพรวมทั้งเรื่องอบอุ่นและสนุกจริงๆ
3 Jawaban2026-05-02 17:17:40
เคยสงสัยไหมว่าฉบับไทยของ 'มาดากัสการ์' จะต่างจากต้นฉบับแค่ไหน ผมมักจะสังเกตเรื่องนี้เวลาดูหนังพากย์ไทยเพราะเสียงพากย์สามารถเปลี่ยนอารมณ์และมุกตลกไปได้ทั้งเรื่อง
ในกรณีของ 'มาดากัสการ์' นั้น นักพากย์ไทยที่ปรากฏมักจะแตกต่างกันไปตามเวอร์ชัน—เวอร์ชันฉายโรง เวอร์ชันดีวีดี/บลูเรย์ และเวอร์ชันที่ออกอากาศทางทีวีกลุ่มช่องต่าง ๆ อาจมีการรับงานจากทีมพากย์คนละชุด ดังนั้นรายชื่อคนพากย์ไทยที่คุณได้ยินบนทีวีอาจไม่เหมือนกับแผ่นดีวีดีที่อยู่ในบ้าน นอกจากนี้ บางประเทศมักจะจ้างคนดังหรือคอมเมเดียนท้องถิ่นมาพากย์ตัวละครสำคัญเพื่อเพิ่มการตลาด ทำให้แต่ละเวอร์ชันมีสีสันต่างกัน
ถ้าต้องการเช็กรายชื่อคนพากย์ไทยที่แน่นอน วิธีที่เร็วสุดคือดูเครดิตท้ายเรื่องของแผ่นดีวีดีหรือบลูเรย์ ฉบับที่ฉายโรงมักมีเครดิตภาษาไทยด้วย และบางครั้งข้อมูลนี้ก็ปรากฏบนปกแผ่นหรือในข้อมูลของสถานีโทรทัศน์ที่ออกอากาศ ส่วนแหล่งข้อมูลออนไลน์ของไทย เช่น เว็บบันเทิงหรือคลิปตัวอย่างพากย์ไทยบางครั้งก็ระบุชื่อคนพากย์ไว้เช่นกัน แต่วิธีที่แน่นอนที่สุดคืออ่านเครดิตท้ายเรื่อง เพราะชื่อที่ลงตรงนั้นคือคนที่พากย์ในเวอร์ชันนั้นโดยเฉพาะ
โดยสรุป เสียงพากย์ไทยของ 'มาดากัสการ์' มีหลายเวอร์ชันและรายชื่อแตกต่างกันได้ ถ้าอยากได้ชื่อที่ชัวร์ ให้หาข้อมูลในเครดิตท้ายฉบับที่คุณมีหรือฉบับที่มองหาอยู่ แล้วเสียงพากย์ที่ชอบก็จะกลับมามีความหมายมากขึ้นเมื่อรู้ชื่อคนทำงานเบื้องหลัง
1 Jawaban2026-05-09 10:39:58
ย้อนกลับไปที่ 'Madagascar' ฉันมักนึกถึงแก๊งสัตว์จากสวนสัตว์นิวยอร์กที่มีคาแรคเตอร์ชัดเจนและพล็อตที่เรียบง่ายแต่เต็มอารมณ์ หนังเล่าเรื่องผ่านตัวละครหลักสี่ตัวได้อย่างละมุนและขำขัน เริ่มจากอเล็กซ์ (สิงโต) ที่เป็นดาวเด่นของสวนสัตว์ ชีวิตของเขาคือการโชว์และได้รับความรักจากคนดู ต่อด้วยมาร์ตี้ (ม้าลาย) เพื่อนรักที่ใฝ่หาความเป็นอิสระและความตื่นเต้นของชีวิตป่า เมลแมน (ยีราฟ) ซึ่งเป็นคนขี้กังวลและหวาดกลัวสุขภาพตลอดเวลา แต่ก็ไว้ใจได้เสมอ และกลอเรีย (ฮิปโป) ที่นิสัยใจดีและเป็นคนตรงๆ ความต่างของบุคลิกสี่คนนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขามีทั้งความตลกและความอบอุ่น แถมยังมีตัวเสริมที่ขโมยซีนอย่างแก๊งเพนกวินที่ฉลาดวางแผนกับราชาเลมูร์จอมบ้าจี้ที่ชื่อว่า คิงจูเลียน ซึ่งเติมสีสันให้เรื่องอย่างมาก
เรื่องดำเนินด้วยปมง่ายๆ แต่จับใจ เมื่อต้นเรื่องมาร์ตี้เริ่มรู้สึกอึดอัดกับชีวิตที่ถูกจำกัดในกรง จึงตัดสินใจหนีออกไปตามหาความหมายของชีวิตที่แท้จริง การหนีของมาร์ตี้เป็นชนวนให้เพื่อนทั้งสามตามไปและพวกเขาหลุดเข้าไปในการผจญภัยนอกกรงที่ไม่เคยคาดคิด เส้นเรื่องพาคณะไปขึ้นเรือเพื่อจะส่งกลับไปยังธรรมชาติ แต่กลับถูกพายุพัดและลอยไปติดที่เกาะมาดากัสการ์ซึ่งเป็นบ้านของเลมูร์ การพบปะกับชุมชนเลมูร์ โดยเฉพาะฉากเต้นเพลง 'I Like to Move It' ของคิงจูเลียน กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ผู้ชมจดจำได้ทันที ขณะเดียวกันแก๊งเพนกวินก็มีพล็อตย่อยเป็นการแยกตัวทำภารกิจของตัวเอง ซึ่งเพิ่มมุขตลกและความแปลกใหม่ให้หนังอย่างลงตัว
หัวใจของเรื่องอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงภายในของตัวละคร โดยเฉพาะอเล็กซ์ที่ต้องเผชิญกับสัญชาตญาณความเป็นนักล่าเมื่อออกจากสภาพแวดล้อมเดิม การที่เขาต้องเลือกระหว่างความต้องการพื้นฐานกับมิตรภาพของเพื่อนๆ ทำให้เรื่องมีความตึงเครียดในระดับอารมณ์สูง จุดไคลแม็กซ์เมื่ออเล็กซ์เกือบสูญเสียตัวเองและเป็นภัยต่อคนที่รักเป็นการทดสอบมิตรภาพครั้งใหญ่ แต่สุดท้ายแล้วความผูกพันและความเข้าใจกันช่วยให้พวกเขาเดินหน้าต่อด้วยกัน ฉากจบไม่ได้ทำให้ทุกอย่างปรากฏว่ากลับมาสมบูรณ์แบบ แต่ชวนให้รู้สึกว่า การได้เลือกอยู่ด้วยกันและเรียนรู้ซึ่งกันและกันย่อมมีคุณค่ามากกว่าแค่ชีวิตที่สบายแต่โดดเดี่ยว
โดยรวม 'Madagascar' เป็นหนังสำหรับทุกวัยที่บาลานซ์ความตลกกับความอ่อนไหวได้ดี มันไม่ใช่แค่การผจญภัยสุดฮา แต่ยังเป็นเรื่องของการค้นหาตัวตนและคุณค่าของมิตรภาพ ส่วนตัวแล้วฉันชอบวิธีที่หนังใช้มุขและเพลงประกอบเพื่อทำให้โมเมนต์สำคัญดูละมุนและน่าจำ ถึงจะเป็นหนังสำหรับครอบครัวแต่ฉากบางฉากก็มีความซับซ้อนทางอารมณ์ที่ทำให้ย้อนคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนอย่างยาวนาน
2 Jawaban2026-04-27 22:37:39
ความฮาและคาแรกเตอร์ชัดเจนของ 'มาดากัสการ์' ทำให้ฉันจำเสียงพากย์แต่ละคนได้ไม่ยาก — ของตัวละครหลักๆ จะเป็นทีมที่เราคุ้นเคยจากเวอร์ชันภาษาอังกฤษแบบต้นฉบับเลย Alex สิงโตเจ้าของสวนสัตว์ นำพลังจอด้วยน้ำเสียงของ Ben Stiller ที่ให้ความรู้สึกทั้งหล่อ ฮา และมีมาดของสตาร์โชว์ ไว้ในคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค Marty ม้าลายเจ้าอารมณ์ที่อยากออกไปผจญภัย พากย์โดย Chris Rock ทำให้มุกเสียดสีและจังหวะคำพูดมีพลังมาก ส่วน Melman ยีราฟที่ขี้กลัว แต่จริงใจ ได้เสียงของ David Schwimmer ซึ่งส่งอารมณ์ประหม่าแบบน่ารักได้ดีมาก และ Gloria ฮิปโปที่มั่นใจ พากย์โดย Jada Pinkett Smith เติมความเป็นผู้ใหญ่และความอบอุ่นให้กับแก๊งค์
คาแรกเตอร์รองที่โดดเด่นก็สำคัญไม่น้อย King Julien ผู้นำชาวมาดากัสการ์ โดดเด่นด้วยน้ำเสียงและสำเนียงสนุกสนานจาก Sacha Baron Cohen ที่ทำให้ฉากเต้นและบทพูดกลายเป็นไฮไลท์ของหนัง Maurice เพื่อนคู่ใจผู้มีเหตุผล พากย์โดย Cedric the Entertainer เติมมุขสบายๆ ส่วน Mort เจ้าตัวเล็กน่ารักที่เป็นที่มาของมุกซ้ำๆ ได้เสียงจาก Andy Richter ที่ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นเสน่ห์ขำๆ ของเรื่องด้วยการวางจังหวะคำพูดที่พอดี
เวลานึกถึงฉากเด่นในเรื่อง มักจะนึกถึงการส่งอารมณ์ผ่านเสียงพากย์มากกว่าแค่บทพูดเปล่าๆ — เสียงของ Ben Stiller กับ Chris Rock เล่นกับกันได้สนุกจนฉากห้องแสดงสัตว์ในนิวยอร์กรู้สึกมีชีวิต ฉันเองชอบการบาลานซ์ระหว่างอารมณ์ตลกกับฉากซาบซึ้งที่พากย์เสียงช่วยยกระดับให้แม้จะเป็นภาพยนตร์ครอบครัวก็ตาม และการเลือกนักพากย์ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจนก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ 'มาดากัสการ์' กลายเป็นหนังที่ฟังสนุกได้ทุกครั้งที่กลับมาดู
5 Jawaban2026-05-06 20:48:54
การเดินทางของตัวละครหลักใน 'มาดากัสการ์' ถูกเล่าเป็นเรื่องของการค้นหาตัวตน และผมชอบที่หนังไม่ยัดเยียดคำตอบให้แบบตรงไปตรงมา
ผมมองว่าแกนหลักคือความแตกต่างระหว่างชีวิตที่ถูกดูแลอย่างดีในสวนสัตว์กับความป่าเถื่อนของธรรมชาติ — ตัวละครอย่างอเล็กซ์ถูกนำเสนอเป็นสิงโตผู้เป็นดาวเด่นในโชว์ แสดงความมั่นใจ เป็นที่รักของคนดู แต่ความมั่นใจนั้นกลับพาไปสู่คำถามว่าเขาเป็นใครเมื่อไม่ได้ยืนบนเวที เมื่อหนังพาเราออกจากกรงและปล่อยตัวละครลงสู่เกาะ ผมเห็นการเปลี่ยนผ่านที่ทั้งตลกและสะเทือนใจ: การปรับตัวของอเล็กซ์ไม่ได้เป็นแค่เรื่องสภาพแวดล้อม แต่เป็นการชนกันของความทรงจำกับสัญชาตญาณ
ตอนจบของเส้นทางนี้ไม่ได้ปิดแบบนิทานสวยงาม แต่ปล่อยพื้นที่ให้เราไตร่ตรองว่า 'บ้าน' คืออะไรสำหรับแต่ละคน การที่หนังใช้มิตรภาพเป็นตัวกลางทำให้การเปลี่ยนแปลงของตัวละครหลักทั้งหลายมีน้ำหนักและอารมณ์ ผมยังคงยิ้มเมื่อนึกถึงวิธีที่ตัวละครแต่ละตัวค้นหาทางของตัวเองท่ามกลางความวุ่นวาย และนั่นทำให้เรื่องราวคงความอบอุ่นในใจได้ยาวนาน
4 Jawaban2026-05-14 01:12:47
ตัวละครที่ฉันมองว่าน่าจะครองใจคนดูส่วนใหญ่จาก 'มาดากัสการ์' คือ Alex สิงโตมากเสน่ห์ที่เต็มไปด้วยการแสดงออกและเสน่ห์แบบนักแสดง
Alex สำหรับฉันเป็นตัวแทนของความขัดแย้งระหว่างภาพลักษณ์กับตัวตนจริง ๆ — เขาโตมาเป็นดาวของสวนสัตว์ แสดงท่ายิ้ม ท่วงท่าบนเวที แต่พอหลุดไปอยู่กลางป่า จิตใจที่ลึก ๆ ยังคงโหยหาความเป็นธรรมชาติและสัญชาตญาณสัตว์ป่า ฉากที่เขาลืมตัวและรู้สึกถึงพลังของความเป็นสิงโต ทำให้มุมมองของเขาไม่ใช่แค่ตัวตลกหรือฮีโร่ แต่เป็นคนที่ต้องตัดสินใจระหว่างอดีตกับตัวตนใหม่
นอกจากนี้ Alex ยังเป็นแกนกลางที่ผลักดันพาร์ทเนอร์ของเขาให้แสดงตัวตนจริง ๆ ความสัมพันธ์กับ Marty, Gloria และ Melman ทำให้เรื่องราวมีมิติ เขาไม่ได้แค่โดดเด่นเพราะความหล่อหรือการเล่นใหญ่ แต่เพราะการเติบโตของเขาทำให้ผู้ชมรู้สึกผูกพัน — นี่แหละเหตุผลที่หลายคนติดใจ Alex ทั้งหัวเราะ ระทึก และกลั้นน้ำตาได้ในบางฉาก
3 Jawaban2026-01-15 20:37:39
ชื่อของเรื่อง 'เมืองเวทมนตร์มหัศจรรย์ เต็มเรื่อง' ยังคงดึงดูดใจฉันเสมอเมื่อพูดถึงตัวละครหลัก
ฉันมักเริ่มต้นที่ตัวเอกหญิง ไอริส — เด็กสาวที่มีความอยากรู้อยากเห็นสูงและเป็นชนบทที่พบกับโลกวิเศษครั้งแรก คาแรกเตอร์ของเธอชัดเจนทั้งความอ่อนโยนและความดื้อรั้น เมื่อเผชิญกับการทดสอบ ไอริสไม่ได้เก่งเวทมนตร์ตั้งแต่ต้น แต่การเติบโตของเธอสะท้อนผ่านฉากที่เธอเรียนรู้คาถาจากสมุดเก่าของแม่ซึ่งฉันคิดว่าสัมผัสอารมณ์ได้ดี
อีกคนที่ขโมยซีนคือ เอธาน—คู่หูที่ดูเย็นชาแต่จริงใจ เขามีอดีตที่หนักหนาซ่อนอยู่และมักทำหน้าที่เป็นเข็มทิศให้ไอริสโดยไม่ต้องพูดมาก วายร้ายหลัก ลอร์ดโนแคร ถูกวาดให้มีเสน่ห์แบบอันตราย ไม่ใช่แค่ชั่วร้ายเพื่อชั่วร้ายเท่านั้น บทบาทของเขาเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของเมืองเวทมนตร์ และฉากการเผชิญหน้าที่หอคอยคริสตัลทำให้ความตึงเครียดพุ่งจนแทบหยุดหายใจ
ตัวละครรองที่น่าสนใจอย่าง ป้าเมเดล่า (ผู้คุมตลาดเวทมนตร์) กับวิสซ์ สัตว์ขนาดจิ๋วที่พูดได้ ก็เติมสีสันและมุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เรื่องไม่หนักจนเกินไป ส่วนฉากที่ไอริสกลับไปยังหมู่บ้านเก่าและยอมรับรากเหง้าของตัวเองเป็นหนึ่งในช่วงที่ฉันเคยซาบซึ้งมาก คล้ายกับอารมณ์บางส่วนใน 'Spirited Away' แต่ยังคงมีเอกลักษณ์ของตัวเองอยู่ดี
3 Jawaban2026-05-02 18:11:42
เราชอบคิดถึงฉากที่เปิดเรื่องซึ่งทำให้ทั้งเรื่องวิ่งได้เร็วทันที: นักแสดงหลักสี่ตัว—สิงโตที่หลงรักความหรูหรา แซ็กซ์(?) เอ้ย ไม่ใช่ ชื่อจริงคืออเล็กซ์ ม้าลายมาร์ตี้ ยีราฟเมลแมน และฮิปโปกลอเรีย—อาศัยอยู่ในสวนสัตว์กลางเมืองนิวยอร์กอย่างสบายใจ แต่ความอยากรู้อยากเห็นของมาร์ตี้ดันทำให้เขาหนีออกไปจากกรงเพื่อจะลองสัมผัสอิสรภาพนอกกรงดู
เหตุการณ์พลิกผันเมื่อมาร์ตี้ถูกจับได้และเพื่อนทั้งสามตามไปช่วย ทั้งสี่คนจบลงด้วยการถูกส่งขึ้นเรือเพื่อจะนำไปยังสวนสัตว์ใหม่ แต่แทนที่จะไปถึงที่หมาย พวกเขากลับถูกโยนลงทะเลแล้วลอยไปติดเกาะจริง ๆ นั่นก็คือเกาะมาดากัสการ์ ซึ่งเต็มไปด้วยลิงเลมูร์ที่มีสไตล์และความทะเยอทะยานของเจ้าผู้นำอย่าง 'คิงจูเลียน' ที่ชอบเต้นและสร้างความวุ่นวาย
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ทั้งตลกและอบอุ่นคือการเห็นตัวละครต้องเผชิญกับตัวตนจริง ๆ ของตัวเอง—สิงโตที่เคยเป็นดาวในสวนสัตว์ต้องต่อสู้กับสัญชาตญาณนักล่าในขณะที่ยังอยากรักษามิตรภาพไว้ เรื่องราวจบลงด้วยความไม่แน่นอนแต่เต็มไปด้วยความหวัง พวกเขาเรียนรู้ว่าการเป็นอิสระไม่ได้แปลว่าต้องโดดเดี่ยว และบางครั้งบ้านก็ไม่ได้แค่สถานที่เดียว การดู 'มาดากัสการ์' ทำให้ฉันยิ้มได้ไม่ว่าจะด้วยมุกกวน ๆ ของตัวละครรองหรือช่วงที่มิตรภาพถูกทดสอบ เป็นหนังครอบครัวที่ดูง่ายแต่มีแง่มุมให้คิดอยู่พอสมควร
4 Jawaban2026-01-06 09:09:59
นี่คือภาพรวมของตัวละครหลักที่ทำให้ 'ทวิดารามหาองเมียวจิ' น่าจับตามอง — และเสียงที่พาพวกเขามีชีวิต:
ฉันยังคงหลงรักความตรงไปตรงมาของโรคุโระ เอนมะโดะ (Rokuro Enmadō) ที่เป็นตัวเอกหนุ่มซึ่งต้องแบกรับชะตากรรมหนักหนา เสียงญี่ปุ่นให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง มีพลังและความไม่ยอมแพ้ พากย์โดย Yūto Uemura ซึ่งโทนเสียงเข้ากับการแสดงออกทั้งความอ่อนโยนและระเบิดพลังเวลาต่อสู้ได้อย่างดี
เบนิโอะ อะดะชิโนะ (Benio Adashino) เป็นอีกขั้วที่สมดุลกับโรคุโระ เธอเยือกเย็นแต่เด็ดขาด เสียงพากย์ญี่ปุ่นของ Saori Hayami เติมมิติให้กับตัวละครด้วยคาแรคเตอร์ที่สงบแต่มีประกายเมื่อกำลังต้องใช้เวทมนตร์หรือเผชิญหน้ากับศัตรู
ผู้ใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญอย่างเซย์เกน อะมะวะกะ (Seigen Amawaka) ได้รับน้ำเสียงที่ทำให้รู้สึกถึงภูมิปัญญาและบาดแผลในอดีต พากย์โดย Junichi Suwabe เสียงของเขาช่วยสร้างบรรยากาศความหนักแน่นในฉากที่ต้องตัดสินใจสำคัญ ส่วนตัวละครสนับสนุนอื่นๆ เช่นมายุระ (Mayura) หรือโคโตฮะ (Kotoha) ก็มีนักพากย์หญิงที่เติมเสียงหวานและความหลากหลายทางอารมณ์ให้กับเรื่อง
สรุปสั้นๆ ว่าเสียงพากย์เป็นหัวใจสำคัญของการเล่าเรื่องใน 'ทวิดารามหาองเมียวจิ' เพราะแต่ละคนไม่เพียงแค่พูดบท แต่ยังถ่ายทอดความเจ็บปวด ความมุ่งมั่น และการเติบโตของตัวละครออกมาอย่างชัดเจน
3 Jawaban2026-05-20 05:11:24
รายชื่อตัวละครของ 'เหี้ยมกว่านี้ ไม่มีในโลก' ถูกวางบทบาทไว้ชัดเจนและมีแรงดึงให้ติดตามไปทีละคน, ฉันรู้สึกว่าความเข้มข้นของแต่ละคนทำให้เรื่องไม่ปล่อยให้หายใจง่าย ๆ
ตัวเอกของเรื่องมักถูกวางให้เป็นคนที่มีบาดแผลในอดีตและต้องเผชิญกับความโหดร้ายของโลกโดยตรง; เขาหรือเธอไม่ได้เป็นฮีโร่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นคนที่ถูกบีบให้ต้องเลือกระหว่างความอยู่รอดกับศีลธรรม
ฝั่งตัวร้ายหลักมีคาแรกเตอร์ที่ไม่ใช่แค่ร้ายเพราะอยากร้าย แต่มีเหตุผลเชิงจิตวิทยาหรือผลประโยชน์ที่ผลักดันให้ทำสิ่งเหี้ยม โทนของตัวละครนี้ทำให้ฉันนึกถึงตัวละครใน 'One Piece' ฝั่งศัตรูบางตัว ที่แม้จะร้ายก็มีมิติของตัวเอง
นอกจากสองฝั่งหลัก เรื่องยังมีตัวละครรองที่สำคัญ เช่น เพื่อนร่วมทีมที่สูญเสียความไร้เดียงสา, ผู้ใหญ่ที่ซ่อนความลับ, และตัวละครที่เป็นกระจกสะท้อนให้ตัวเอกเห็นด้านมืดของตัวเอง — ทุกคนมีบทเล็กๆ ที่กลับมากระทบใจฉันบ่อย ๆ ก่อนจะจากไป แล้วทิ้งร่องรอยให้คิดต่อไม่รู้ลืม