หน้าประวัติศาสตร์วรรณกรรมวัยรุ่นคงไม่มีใครปฏิเสธอิทธิพลของ J.D. Salinger และผลงานอย่าง 'The Catcher in the Rye' ที่หลายคนหยิบอ่านในวัยรุ่นแล้วรู้สึกว่าเจอเพื่อนร่วมทาง
หลายคนคงคุ้นเคยกับ John Green ในฐานะนักเขียนที่ทำให้นิยายวัยรุ่นเข้าถึงอารมณ์ของเด็กรุ่นใหม่ได้แบบตรงไปตรงมา โดยงานอย่าง 'Looking for Alaska' มีพลังของความตรงไปตรงมาและความเศร้าแฝงไว้กับมุกตลกที่ทำให้เรื่องไม่หนักจนเกินไป
นอกจากความเข้าถึงได้ง่าย ภาษาในงานของเขามักกระชับ มีจังหวะ ทำให้อ่านจบอย่างรวดเร็วแต่ยังคงทิ้งคราบความหมายไว้ในใจ เป็นเหตุผลที่ทำให้ชื่อของ John Green ยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นและคนที่อยากหาหนังสือเตือนใจในช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต
การสร้างชายวัยกลางคนให้มีมิติเริ่มจากการยอมรับความไม่สมบูรณ์ของเขาเป็นแก่นกลางของเรื่อง
ฉันชอบให้ตัวละครมีรอยต่อระหว่างอดีตที่ยังลากรอยและปัจจุบันที่เขาพยายามประคองชีวิต บทบาท ครอบครัว หรือการงานอาจเป็นกรอบให้เขาดูมีเหตุผล แต่สิ่งเล็กๆ อย่างนิสัยการดื่มกาแฟตอนหกโมงเช้า การเก็บจดหมายเก่าที่ไม่ได้เปิด หรือลักษณะการเดินที่แข็งกระด้าง จะเป็นตัวเชื่อมผิวเผินให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเขาเป็นคนจริง ๆ
การให้เขามีความขัดแย้งภายในที่ไม่สามารถแก้ได้ทั้งหมดก็สำคัญ ฉันมักจะใส่แผลเก่า—ความผิดพลาดที่ไม่อาจขอคืน หรือความรักที่ถูกละทิ้ง—แล้วปล่อยให้ผลของแผลนั้นส่งผลต่อการตัดสินใจเล็กน้อยทุกวัน ทำแบบนี้แล้วภาพของชายวัยกลางคนจะไม่ใช่สเตเรโอไทป์ แต่เป็นปัจเจกที่เราอยากรู้ต่อไป
อ่านงานคลาสสิกอย่าง 'The Old Man and the Sea' ทำให้ฉันเห็นว่าการเขียนด้วยความละเอียดของการกระทำประจำและภาษาที่เรียบง่ายสามารถทำให้ตัวละครวัยกลางคนเปล่งประกายได้ โดยไม่ต้องอธิบายยืดยาวมากนัก