ลองมุมที่ต่างออกไปบ้าง นักเขียนบางคนใช้สัตว์เป็นกระจกสะท้อนความเป็นมนุษย์และความคิดเชิงปรัชญา Garth Stein ผู้เขียน 'The Art of Racing in the Rain' เลือกให้หมาเป็นผู้เล่าเรื่อง การใช้มุมมองของสัตว์ที่ใกล้ชิดกับเจ้าของเปิดทางให้เห็นความรัก ความอดทน และการยอมรับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตมนุษย์ในแบบที่ซึ้งและไม่หวือหวาเกินไป
อีกชื่อที่อยากแนะนำคือ Wilson Rawls กับ 'Where the Red Fern Grows' งานนี้หนักไปทางความผูกพันระหว่างเด็กกับสุนัข การอ่านแล้วเหมือนย้อนกลับไปสู่ความเป็นเด็กที่บริสุทธิ์และเศร้าที่เติบโตขึ้นพร้อมบทเรียนเกี่ยวกับความสูญเสีย Daniel Quinn กับ 'Ishmael' เป็นงานอีกแนวที่ใช้สัตว์—ในที่นี้คือกอริลลา—เป็นครูนำบทสนทนาเชิงปรัชญาเกี่ยวกับวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม แตกต่างจากนิยายผจญภัยทั่วไป แต่ทำให้ฉันคิดนานและลึกขึ้นเกี่ยวกับบทบาทของมนุษย์บนโลกใบนี้
คนที่ชอบนิยายสัตว์แนวเด็กมักจะพบกับผลงานที่เต็มไปด้วยจินตนาการและบทเรียนชีวิต ซึ่งเป็นสไตล์ที่ทำให้ฉันยิ้มไม่หุบเมื่ออ่าน Colin Dann กับ 'The Animals of Farthing Wood' สร้างโลกของสัตว์ป่าที่ต้องร่วมมือกันเพื่อเอาตัวรอด งานเล่มนี้มีทั้งความดราม่าและฉากร่วมทางที่ทำให้หลงรักตัวละครหลากหลายประเภท
ทางด้านความอบอุ่นและความกล้า Kate DiCamillo เขียน 'The Tale of Despereaux' เรื่องของหนูตัวเล็กที่มีหัวใจใหญ่มาก ตีพิมพ์ในรูปแบบนิทานสำหรับทุกวัย แต่มีความลึกซึ้งในเรื่องความกล้าหาญและความเมตตา อีกเรื่องที่ชอบคือ 'The Fox and the Hound' ฉบับนิยายต้นฉบับของ Daniel P. Mannix ซึ่งเข้มข้นและจริงจังกว่าฉบับการ์ตูนมาก ใครอยากได้เรื่องสัตว์ที่ทั้งสนุกและมีน้ำหนักทางอารมณ์ ลิสต์นี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดี
หนังสือที่ว่าด้วยความผูกพันระหว่างคนกับหมามีหลายเล่มที่ผมมองว่าเป็น 'เรื่องดัง' จริง ๆ และนักเขียนที่ประทับใจผมก็มีไม่กี่คนที่มักถูกพูดถึงบ่อย
ผมชอบเล่าให้เพื่อนฟังว่า 'A Dog's Purpose' เขียนโดย W. Bruce Cameron คือหนังสือที่ทำให้หลายคนร้องไห้ด้วยรอยยิ้ม เพราะมุมมองการเกิดใหม่ของจิตวิญญาณสุนัขมันเรียบง่ายแต่วิพากษ์ความหมายของความจงรักภักดีได้เก๋มาก
อีกเล่มที่ผมยกขึ้นมาบ่อยคือ 'Marley & Me' ของ John Grogan ซึ่งเต็มไปด้วยมุกตลกและบทเรียนชีวิตจากเจ้ามาร์ลีย์ สุดท้าย 'The Art of Racing in the Rain' โดย Garth Stein ก็เป็นงานที่ใช้เรื่องรถแข่งเป็นฉากหลังในการสำรวจความผูกพันระหว่างคนกับหมา ทั้งสามเล่มนี้ต่างกันที่โทนแต่มีจุดร่วมคือทำให้คนอ่านเห็นคุณค่าของการมีหมาเป็นเพื่อนหนังสือพวกนี้มีการแปลและตีพิมพ์ในหลายประเทศ ทำให้ผมมองเห็นความเป็นสากลของเรื่องรักระหว่างมนุษย์กับสัตว์เลี้ยง และเมื่อไหร่ที่อยากได้กำลังใจสั้น ๆ ผมมักกลับไปอ่านตอนสั้น ๆ เหล่านั้นเสมอ