สตีเฟน เคอร์รี เริ่มเล่นบาสอาชีพกับทีมไหนและเมื่อไร?

2026-05-15 05:52:13
262
Partager
Quiz sur ton caractère ABO
Fais ce test rapide pour savoir si tu es Alpha, Bêta ou Oméga.
Odorat
Personnalité
Mode d’amour idéal
Désir secret
Ton côté obscur
Commencer le test

3 Réponses

Graham
Graham
นักเล่า ชาวนา
เวลาพูดถึงจุดเริ่มต้นของเส้นทางอาชีพบาสเกตบอลของเขา ผมมักจะนึกถึงความตื่นเต้นในค่ำคืนดราฟท์ที่เปลี่ยนชีวิตเด็กจากครอบครัวนักกีฬาคนนี้ให้กลายเป็นผู้เล่นระดับลีกใหญ่

สตีเฟน เคอร์รี ถูกเลือกโดยทีม 'Golden State Warriors' ในการดราฟท์ NBA ปี 2009 โดยเป็นผู้เล่นคนที่ 7 โดยรวม นั่นแปลว่าเขาเริ่มเล่นบาสอาชีพอย่างเป็นทางการตั้งแต่ฤดูกาล 2009–10 ซึ่งการเปิดตัวฤดูกาลปกติของเขาเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2009 การได้เห็นเด็กที่เคยสร้างชื่อจากมหาวิทยาลัย 'Davidson' ลงสนามระดับโปรครั้งแรก ยังทำให้ผมตื่นเต้นเพราะสไตล์ยิงจากไกลและการเคลื่อนไหวบอลที่แปลกตาในตอนนั้น

สิ่งที่ยังจำได้คือเส้นทางช่วงต้นของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาต้องรับมือกับอาการบาดเจ็บข้อเท้าในช่วงปีแรก ๆ แต่ผมมองว่าการเริ่มต้นกับทีมเดียวกันตั้งแต่ปีแรกช่วยให้เขามีพื้นที่พัฒนาและเปลี่ยนจากผู้เล่นหน้าตาธรรมดาเป็นซูเปอร์สตาร์ที่พลิกโฉมเกมสมัยใหม่ไปเลย
2026-05-17 11:29:36
21
Vera
Vera
คนรู้ นักแปล
นับเป็นเรื่องตรงไปตรงมาที่จะตอบว่า สตีเฟน เคอร์รี เริ่มเล่นบาสอาชีพกับทีม 'Golden State Warriors' ในปี 2009 หลังจากถูกเลือกเป็นอันดับ 7 ในการดราฟท์ NBA ปี 2009 แล้วลงสนามในฤดูกาล 2009–10

ผมมองว่าสิ่งที่สำคัญกว่าปีหรือทีมคือวิธีที่การเริ่มต้นครั้งนั้นกำหนดทิศทางอาชีพ—จากผู้เล่นมหาวิทยาลัยกลายเป็นผู้เล่นแนวรุกที่เน้นการยิง 3 คะแนน และแม้จะเจอปัญหาอาการบาดเจ็บในช่วงแรก เขาก็สามารถยืนหยัดและพัฒนาไปเป็นแกนหลักของทีมอย่างรวดเร็ว ซึ่งตอนนี้มองย้อนกลับไป การเริ่มต้นกับ Warriors ในปี 2009 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่น่าจดจำ
2026-05-17 11:56:16
5
Mila
Mila
นักเล่า หมอ
หนึ่งภาพจำที่ชัดคือค่ำคืนวันที่ 25 มิถุนายน 2009 ซึ่งเป็นวันดราฟท์ NBA และชื่อของเขาถูกเรียกขึ้นมาเป็นลำดับที่ 7 โดย 'Golden State Warriors' นั่นคือจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของอาชีพในลีกอาชีพสำหรับเขา

ผมรู้สึกว่าการถูกเลือกสูงขนาดนั้นในดราฟท์ส่งสัญญาณว่าทีมมองเห็นศักยภาพระยะยาว ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ชั่วครั้งชั่วคราว เมื่อเข้าสู่ฤดูกาล 2009–10 เขาเริ่มลงเล่นในเกมจริง ๆ ของ NBA และค่อย ๆ ปรับตัวจากจังหวะเกมมหาวิทยาลัยมายังระดับผู้เล่นอาชีพ ช่วงปีแรก ๆ จะเห็นได้ชัดว่ามีการทดลองบทบาท การจัดการเวลาลงสนาม และการเรียนรู้ระบบทีม ซึ่งทั้งหมดนั้นวางรากฐานให้การระเบิดสกอร์และการเป็นผู้นำในซีซันต่อ ๆ มา

มุมมองของผมคือการเริ่มต้นกับทีมเดียวตั้งแต่ดราฟท์ทำให้เส้นทางของเขามีความต่อเนื่อง และแม้จะมีอุปสรรค นักเตะคนนี้ก็ไต่เต้าจนกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เปลี่ยนนิยามลูกยิงจากระยะไกล
2026-05-20 18:40:39
18
Toutes les réponses
Scanner le code pour télécharger l'application

Livres associés

Autres questions liées

สตีเฟน เคอร์รี เปลี่ยนรูปแบบการเล่นของวอร์ริเออร์สอย่างไร?

4 Réponses2026-05-15 12:48:43
ฉันคิดว่า สตีเฟน เคอร์รีไม่ได้แค่เพิ่มการยิงสามแต้มให้เด่นขึ้นเท่านั้น แต่เขาเปลี่ยนวิธีคิดของทั้งทีมและคู่แข่งจนแทบจะพลิกโครงสร้างการเล่นทั้งหมด การเล่นของเขาทำให้แนวทางการวางพื้นที่สนาม (spacing) กลายเป็นหัวใจหลัก ทีมวอร์ริเออร์สเริ่มออกแบบเพลย์ให้เปิดพื้นที่สำหรับการยิงไกลมากกว่าการเข้าทำในโพสต์ เพราะเมื่อเคอร์รียืนอยู่ที่เส้นสามแต้ม ฝ่ายตรงข้ามต้องตามออกไปจนพื้นที่ในกรงเพลิงว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นั่นเปิดโอกาสให้คนอื่นขับเข้าทำหรือวิ่งตัดจากหลังเส้น นอกจากนี้ความสามารถในการลากบอลของเขาทำให้เพลย์แบบพิคแอนด์โรลกับเพลย์เมกเกอร์อื่นมีมิติใหม่—คู่แข่งต้องตัดสินใจว่าจะหยุดการยิงของเคอร์รีหรือป้องกันการทะลุของเพื่อนร่วมทีม ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง: วอร์ริเออร์สเริ่มใช้ไลน์อัพที่เน้นความเร็ว ความคล่องตัว และการสลับตำแหน่งบ่อย ๆ แทนที่จะพึ่งพาศูนย์ตัวสูงตลอดเวลา รูปแบบนี้เห็นได้ชัดในแผนการเล่นช่วงที่ทีมได้แชมป์ครั้งแรก เพราะการรุกแบบกว้างๆ และการเคลื่อนที่ไม่มีบอลช่วยให้คู่ต่อสู้สับสนจนต้องยอมเสียการป้องกันแบบเดิมไป ผลนี้ยังขยายออกไปถึงลีกโดยรวม—หลายทีมเริ่มให้ความสำคัญกับการยิงไกลมากขึ้น และเกมรุกก็กลายเป็นการทดลองสร้างพื้นที่มากกว่าการครองบอลในครึ่งสนามจนอาจพูดได้ว่าเขาเปลี่ยนโฉมหน้าบาสเกตบอลสมัยใหม่ไปเลย

สตีเฟน เคอร์รี ทำสถิติยิงสามแต้มสูงสุดในเกมไหน?

3 Réponses2026-05-15 10:52:50
คืนนั้นเป็นหนึ่งในผลงานที่ผมยกให้เป็นตัวอย่างของการยิงสามแต้มแบบหวิดเหนือมนุษย์ ผมยังเห็นภาพเขาเตรียมท่าปล่อยแล้วบอลลอยผ่านกรอบทุกครั้ง—สตีเฟน เคอร์รีทำสถิติยิงสามแต้มสูงสุดในเกมด้วยการยิงลงไป 13 ลูกในเกมพบกับ 'New Orleans Pelicans' ในเดือนพฤศจิกายน 2016 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้แฟนบาสทั่วโลกอ้าปากค้าง เพราะการยิงจากระยะไกลต่อเนื่องขนาดนั้นต้องรวมทั้งความแม่นยำ การเคลื่อนตำแหน่ง และความมั่นใจแบบไม่มีสะดุด มุมมองของผมคือตัวเลข 13 ลูกไม่ได้บอกเพียงแค่ความสามารถในการยิง แต่ยังสะท้อนถึงจังหวะการเล่นของทีมที่ช่วยสร้างพื้นที่ให้เขาได้ยิง ตั้งแต่การอ่านเกมจนถึงการสร้างหน้าก่อนการส่งบอล ผมชอบคิดว่าเกมนี้เป็นตัวแทนของยุคใหม่ของบาสเกตบอลที่การยิงไกลกลายเป็นอาวุธหลัก และการที่เขาทำได้ถึง 13 ลูกในเกมเดียวก็ทำให้ทุกครั้งที่เขายืนไกลกว่าเส้นสามแต้ม กลายเป็นฝันร้ายของคู่แข่งไปเลย

สตีเฟน เคอร์รี ได้รางวัล MVP กี่ครั้งและเมื่อไหร่?

3 Réponses2026-05-15 00:45:46
บอกเลยว่า สตีเฟน เคอร์รี เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทำให้ฉันตื่นเต้นทุกครั้งที่หยิบรีโมทขึ้นมาดูบาส ผมขอสรุปแบบตรงไปตรงมาว่า เคอร์รีได้รับรางวัล Most Valuable Player สองครั้ง โดยเป็นรางวัลของฤดูกาล 2014–15 และ 2015–16 ซึ่งรางวัลของฤดูกาล 2015–16 นั้นมีความพิเศษตรงที่เขาได้เป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ลีกที่ได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าแบบเป็นเอกฉันท์ (unanimous MVP) สิ่งนี้สะท้อนชัดถึงการครองเกมของเขาในช่วงนั้น ทั้งฝีมือการยิงแต่ละนัดและวิธีที่เขาเปลี่ยนรูปแบบการเล่นสามคะแนนในวงการบาส ความทรงพลังของช่วง MVP สองปีของเขาไม่ได้อยู่แค่ในสถิติข้อเดียว แต่ยังรวมถึงวิธีที่เขาดึงเพื่อนร่วมทีมและสร้างพื้นที่บนพื้นสนามให้เกมรุกไหลลื่น เห็นได้ชัดว่าช่วงเวลานั้นเขาไม่ได้เป็นแค่ดาวเด่นส่วนบุคคล แต่ยังเป็นตัวขับเคลื่อนกลยุทธ์ทีมด้วย สำหรับฉัน มันเหมือนเห็นจุดเปลี่ยนของวงการบาสที่คนรุ่นใหม่เอาการยิงไกลเป็นหัวใจของเกม ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากช่วงเวลาที่เขาคว้ารางวัล MVP สองสมัยติดนั่นเอง

สตีเฟน เคอร์รี ใส่รองเท้ารุ่นไหนในการแข่งขันสำคัญ?

3 Réponses2026-05-15 03:41:11
รองเท้าเซ็นต์ของสตีเฟน เคอร์รีมักจะมาจากไลน์ของ Under Armour ที่ใช้ชื่อรุ่นรวมๆ ว่า 'Curry' และนั่นคือสิ่งที่แฟนบาสหลายคนเห็นได้ชัดเมื่อตามการแข่งขันสำคัญ ฉันเป็นคนที่ติดตามรองเท้าบาสและการแข่งขันอยู่บ้าง เลยสังเกตว่าตลอดอาชีพของเขา เคอร์รีสลับใส่รุ่นต่าง ๆ ในซีรีส์ของตัวเอง เช่น รุ่นเริ่มต้นอย่าง 'Curry 1' ที่ช่วยส่งให้เขาเป็นที่รู้จัก จนมาถึงรุ่นต่อ ๆ มาอย่าง 'Curry 3' และ 'Curry 4' ที่ออกแบบให้รองรับการหมุนตัวและการยิงระยะ 3 คะแนน ในเกมใหญ่หรือรอบเพลย์ออฟมักเห็นเวอร์ชันพิเศษหรือคัลเลอร์เวย์ที่ทำมาเฉพาะรายการนั้น ๆ เพื่อเป็นเกียรติแก่ทีมหรือเหตุการณ์พิเศษ นอกจากตัวเลขรุ่นแล้ว สิ่งที่ผมชอบสังเกตคือการปรับแต่งเฉพาะตัว เช่น แผ่นรองเท้าหรือสีที่สื่อถึงแชมป์หรือความทรงจำในซีรีส์นั้น ๆ ดังนั้นถาจะตอบสั้น ๆ ว่าเขาใส่รุ่นไหนในการแข่งขันสำคัญ คำตอบคือรองเท้าในซีรีส์ 'Curry' ของ Under Armour แต่รุ่นที่เห็นได้บ่อยจะเปลี่ยนไปตามปีและการออกแบบพิเศษของแต่ละฤดูกาล

โรม รังสิมันต์ เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับทีมไหน

3 Réponses2026-04-03 21:26:41
ในความทรงจำของแฟนบอลบ้านเราที่ติดตามนักเตะรุ่นใหม่ ผมมักจะนึกถึงเส้นทางเริ่มต้นของโรม รังสิมันต์เสมอ ผู้เล่นคนนี้เข้าสู่ฟุตบอลอาชีพครั้งแรกกับทีมชุดใหญ่ของ 'Bangkok Glass' (ทีมที่ปัจจุบันรู้จักในชื่อ BG Pathum United) ซึ่งเป็นสโมสรที่มีระบบเยาวชนค่อนข้างเข้มแข็งและเปิดโอกาสให้นักเตะหน้าใหม่ได้พิสูจน์ตัวเองบนเวทีไทยลีก จากมุมมองของผม การได้เริ่มต้นกับสโมสรที่มีสภาพแวดล้อมการแข่งขันและมาตรฐานการฝึกซ้อมสูงแบบนี้ช่วยให้โรมพัฒนาได้เร็ว เขาไม่ได้โดดเด่นเพียงเพราะเทคนิค แต่การปรับตัวเข้ากับแท็กติกและความคาดหวังของทีมทำให้เขามีพื้นฐานที่มั่นคง ครั้งหนึ่งผมยังจำแมตช์ที่ทีมต้องเจอกับ 'Buriram United' ได้ ถึงแม้ทีมจะเป็นรอง โรมยังแสดงความกล้าหาญและนิสัยไม่ยอมแพ้ออกมา ทำให้แฟนหลายคนเริ่มจับตามอง สรุปง่าย ๆ คือการเริ่มต้นอาชีพกับ 'Bangkok Glass' เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับเขา ผมเห็นการเติบโตทีละขั้นตั้งแต่การลงสนามครั้งแรกจนถึงวันที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมหลัก เรื่องราวแบบนี้ทำให้การเฝ้าดูนักเตะคนหนึ่งเติบโตกลายเป็นความสุขอย่างหนึ่งของการเป็นแฟนบอล

สตีเฟน เคอร์รี ฝึกซ้อมเทคนิคไหนเพื่อเพิ่มความแม่นยำ?

3 Réponses2026-05-15 20:42:04
การฝึกของสตีเฟน เคอร์รีเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่รวมกันจนกลายเป็นความแม่นยำที่เห็นได้ชัดในสนาม จังหวะการปล่อยบอลของเขาเร็วและนิ่งในเวลาเดียวกัน — ข้อมือและนิ้วมือทำงานเป็นชุดเดียวกับการเคลื่อนที่ของเท้า ก่อนจะถึงระยะสามแต้ม เขาแบ่งการซ้อมเป็นช็อตสั้น ๆ ซ้ำ ๆ เพื่อสร้างความทรงจำของกล้ามเนื้อ: ยิงใกล้ห่วงเป็นร้อยครั้งเพื่อควบคุมปลายท่า แล้วค่อยๆ ถอยออกไปเพิ่มระยะ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับมุมการปล่อยบอลและการยืดตัวของแขน ทำให้ปลายทางของลูกมีอาร์คสวยและลดโอกาสที่ลูกจะตกขอบ ส่วนการฝึกที่มักถูกพูดถึงคือการยิงในสภาพที่เหนื่อย — เขาไม่ยิงเพียงในสภาพพัก แต่จะวิ่งและทำดริบเบิลหนัก ๆ แล้วหยุดยิงทันทีเพื่อเลียนแบบแรงกดดันเวลาแข่งขัน เทคนิคนี้ช่วยให้เขาไม่ตกหลุมพลาดเมื่อร่างกายล้า และยังมีการฝึกช็อตที่มาจากการรับบอลไว ('catch-and-shoot') กับการยิงขณะเคลื่อนที่ ('off-the-dribble') ซึ่งแต่ละแบบถูกทำซ้ำจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเกม ถ้าจะย่อว่าจุดสำคัญคือการฝึกแบบมีโครงสร้าง: รูปแบบการยิงชัดเจน ฝึกซ้ำในสถานการณ์ต่าง ๆ และฝึกจนความแม่นยำเกิดจากความนิ่งของทั้งร่างกายและสมาธิ — นี่แหละที่ทำให้ลูกยิงของเขาดูง่าย ๆ แต่แทบจะไม่มีข้อผิดพลาด

ทีมชาติอินเดีย จะลงเล่นนัดต่อไปกับทีมไหนและเมื่อไร?

5 Réponses2026-04-18 17:06:07
แฟนบอลเก่าๆ อย่างฉันยังคงติดตามข่าวโปรแกรมของทีมชาติอินเดียอยู่เสมอ เพราะคำว่า 'ทีมชาติ' มักหมายถึงหลายชุดได้ ขอสรุปให้ชัดตรงนี้โดยไม่ทำให้สับสน: ถ้าหมายถึงทีมชาติอินเดียฟุตบอลชาย โปรแกรมนัดต่อไปมักจะขึ้นกับปฏิทินของสมาคมฟุตบอลอินเดียและเอเอฟซี ถ้าช่วงนี้ไม่มีทัวร์หรือรอบคัดเลือกคั่นกลาง ปกติแล้วจะมีการประกาศเตะอุ่นเครื่องหรือคัดเลือกก่อนทัวร์ใหญ่ แต่ ณ เวลานี้ยังไม่มีการยืนยันคู่แข่งและวันแข่งขันแบบเป็นทางการที่ประกาศในวงกว้างสำหรับฟุตบอลชุดใหญ่ ฉันจึงมักเช็คประกาศของสมาคมฟุตบอลอย่างสม่ำเสมอและเตรียมตัวเชียร์ตามวันที่เค้ายืนยันออกมา เมื่อตารางออกแล้ว ความรู้สึกลุ้นก่อนเกมแบบนี้ยังเป็นหนึ่งในเสน่ห์ที่ทำให้การรอคอยมีรสชาติ

เดวิดเบ็คแฮม เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสรไหน?

3 Réponses2026-05-08 05:32:55
ยอมรับเลยว่าช่วงแรกๆ ที่ติดตามข่าวนักฟุตบอลมันมีเสน่ห์แบบดูไม่เบื่อเลย โดยเฉพาะการเห็นเด็กจากอะคาเดมีก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ดิฉันเป็นคนนึงที่ชอบสังเกตรายละเอียดแบบนั้น และเรื่องของเดวิด เบ็คแฮมก็เป็นกรณีศึกษาที่ชัดมาก เส้นทางอาชีพของเขาเริ่มต้นกับสโมสรชื่อดังอย่าง 'Manchester United' — นั่นคือสโมสรที่เขาเติบโตจากทีมเยาวชนและถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 การได้เห็นนักเตะคนหนึ่งเปลี่ยนสถานะจากเด็กฝึกสู่ผู้เล่นสำคัญในทีมชุดใหญ่ มันให้ภาพของการพัฒนาทั้งด้านทักษะและบุคลิกภาพในสนาม เหตุผลที่ผู้จัดการสมัยนั้นเลือกให้โอกาสเขาไม่ได้มาจากโชค แต่เป็นผลจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก การอ่านเกมที่ดี และลูกเล่นพิเศษเช่นการเปิดบอลและฟรีคิก สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าจดจำสำหรับดิฉันคือการได้เห็นความต่อเนื่อง — จากการเป็นดาวรุ่งใน 'Manchester United' ไปสู่การเป็นสตาร์ระดับโลก นับเป็นบทเรียนว่าพื้นฐานที่แข็งแรงจากสโมสรต้นทางมีผลกับทั้งเส้นทางและภาพลักษณ์ในอาชีพนักฟุตบอลอย่างแท้จริง

ในแสลมดังค์ ใครเป็นนักบาสที่เก่งที่สุดในทีม?

5 Réponses2026-04-07 16:45:32
หลายคนอาจจะโต้แย้งเรื่องตำแหน่งนักบาสที่เก่งที่สุดใน 'Slam Dunk' แต่ถ้าต้องเลือกคนที่มีทักษะการทำคะแนนขั้นเทพและความนิ่งบนพื้นที่สุด ผมมองไปที่ Rukawa Kaede ก่อนเลย ผมชอบวิธีที่เขาไม่ต้องพยายามให้ดูมาก—การเลี้ยง การชู้ต และการกระโดดของเขามีความเป็นธรรมชาติสูง เขาคือคนที่ทีมพึ่งพาเวลาอยากได้แต้มแบบคงที่ รุกเป็นหลัก ไม่ชอบพูดเยอะ และมักจะเป็นตัวปิดเกมในหลายสถานการณ์ ฉากที่เขายิงต่อเนื่องในเกมสำคัญ ทำให้คู่แข่งต้องเปลี่ยนแผนรับบ่อยๆ ซึ่งแสดงความเป็นผู้เล่นระดับหัวกะทิ อีกอย่างหนึ่งคือความคุมอารมณ์ของเขาเมื่อเจอสถานการณ์กดดัน—นั่นเป็นคุณสมบัติที่ทำให้คนทั่วไปยกให้เขาเป็น 'ที่สุด' ในด้านสกิลการทำคะแนน แม้เขาจะไม่ได้เป็นผู้นำทีมด้วยคำพูดหรือการตัดสินใจในเกม แต่ผลงานบนคอร์ทบอกแทนทั้งหมด ทำให้ผมคิดว่าเรื่องความสามารถเฉพาะตัวแบบเต็มรูปแบบ Rukawa ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งได้ไม่ยาก

มิโดริมะได้รับแรงบันดาลใจการเล่นบาสจากใคร?

4 Réponses2025-11-09 13:22:38
เคยคิดว่าการเป็นคนที่ยิงสามแต้มแม่นขนาดมิโดริมะต้องมีจุดเริ่มต้นแบบเหนือมนุษย์อยู่เสมอ แต่พอเจาะลึกลงไปแล้ว ฉันเชื่อว่าแรงผลักดันหลักมาจากครอบครัวของเขา โดยเฉพาะพ่อของเขา ใน 'Kuroko no Basket' มีเส้นเรื่องที่สื่อว่าเกณฑ์วินัยและความเคร่งครัดที่มิโดริมะมีนั้นถูกปลูกฝังตั้งแต่เด็ก พ่อของเขาไม่ได้เป็นฮีโร่บนคอร์ต แต่เป็นแบบอย่างด้านความแม่นยำและการยึดมั่นในกฎเกณฑ์ ซึ่งกลายเป็นฐานให้เขาพัฒนาทักษะการยิง ระเบียบการฝึก และความเชื่อเรื่องโชคประจำวัน พอรวมกับนิสัยรักความสมบูรณ์แบบของตัวเองแล้ว การเล่นบาสจึงไม่ใช่แค่กีฬาสำหรับเขา แต่เป็นสนามทดสอบมาตรฐานที่พ่อตั้งไว้ มุมมองนี้ทำให้ฉันเห็นมิโดริมะไม่ใช่แค่คนที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ แต่เป็นคนที่เลือกทางเดินนี้เพราะตัวแบบในบ้านที่สอนเรื่องความแม่นยำและการไม่ยอมแพ้ แม้จะไม่ใช่คำตอบโรแมนติก แต่มันเหมาะกับคาแรกเตอร์เยือกเย็นและจริงจังของเขา
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status