สำนวน กำแพงมีหูประตูมีช่อง หมายถึงอะไร

2025-11-19 13:57:25
365
Share
Kuis Kepribadian ABO
Ikuti kuis singkat untuk mengetahui apakah Anda Alpha, Beta, atau Omega.
Aroma
Kepribadian
Pola Cinta Ideal
Keinginan Rahasia
Sisi Gelap Anda
Mulai Tes

5 Jawaban

Uma
Uma
คนเล่า นักศึกษา
ความงามของสำนวนไทยอยู่ที่การเปรียบเทียบสิ่งธรรมดาให้มีนัยลึกซึ้ง 'กำแพงมีหูประตูมีช่อง' ไม่ได้แปลว่าวัตถุเหล่านี้มีอวัยวะจริงๆ แต่กำลังบอกเราว่าความลับมักไม่ปลอดภัยนัก ถ้าเคยอ่าน 'สามก๊ก' จะเห็นบ่อยครั้งที่แม่ทัพใช้วิธีแอบฟังศัตรูผ่านผนังเต็นท์ หรือใน 'Harry Potter' ก็มีอุปกรณ์มากมายที่ใช้สอดส่องผู้อื่น

ทุกวันนี้สำนวนนี้ยังใช้ได้อยู่ แม้แต่ในที่ทำงานที่ดูเหมือนเป็นมิตร อาจมีคนนำคำพูดของเราไปบอกต่อโดยไม่รู้ตัว
2025-11-20 10:37:10
4
Dylan
Dylan
นักไขปม นักแปล
เคยได้ยินสำนวนนี้ครั้งแรกตอนเด็กๆ จากละครไทยยุคเก่า มันสะท้อนวัฒนธรรมการสอดรู้สอดเห็นอย่างแยบยล

ความหมายที่ซ่อนอยู่คือ 'ระวังตัวไว้เสมอ' เพราะไม่ว่าเราจะทำอะไร อาจมีคนแอบฟังหรือจับตาดูอยู่ แม้แต่ในที่ที่คิดว่าปลอดภัยอย่างห้องปิดประตู กำแพงสูงก็ตาม สำนวนนี้สอนให้เราคิดก่อนพูดหรือกระทำ ไม่งั้นความลับอาจรั่วไหลโดยไม่รู้ตัว

ชีวิตจริงก็เป็นแบบนั้นแหละ แค่โพสต์อะไรในโซเชียลยังมีคนตามส่องได้เลย ยิ่งในยุคดิจิทัลแล้ว 'กำแพง' อาจหมายถึง firewall ส่วน 'ช่อง' ก็คือช่องโหว่ทางไซเบอร์นั่นเอง
2025-11-21 23:43:22
33
Wyatt
Wyatt
นักรีวิว ชาวนา
เวลาอ่านนิยายสืบสวนหรือดูหนังสอดแนม มักเห็นตัวละครเอาหูแนบกำแพงเพื่อดักฟัง การกระทำนี้ทำให้สำนวนโบราณอย่าง 'กำแพงมีหูประตูมีช่อง' ยังคงทันสมัย

ในทางจิตวิทยามนุษย์เรามักอยากรู้เรื่องคนอื่นโดยธรรมชาติ ตั้งแต่สมัยอยุธยาที่มีการส่งข้าทาสลอบฟังจนถึงยุคนี้ที่มีการแอบอัดเสียง สำนวนนี้เตือนใจให้เราระมัดระวังตัวเสมอ

บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าเป็นกำแพงทึบ อาจกลายเป็นกระจกใสที่คนข้างนอกมองเห็นทุกการเคลื่อนไหว
2025-11-22 11:48:16
11
Xavier
Xavier
คนแชร์ พยาบาล
ถ้าใครเคยเล่นเกม 'Assassin's Creed' จะเข้าใจดีว่าการแอบฟังผ่านกำแพงเป็นเทคนิคสำคัญในการได้ข้อมูล สำนวนไทยโบราณนี้เหมือนบทเรียน stealth mode ในเกม

ในโลกที่ข้อมูลคืออำนาจ การรู้ว่า 'ประตูมีช่อง' ทำให้เราเลือกระบุงความลับได้เหมาะสมขึ้น บางเรื่องอาจเหมาะที่จะบอกในที่เปิดมากกว่าในห้องปิด เพราะในห้องสี่เหลี่ยมอาจมีคนฟังอยู่หลังผนัง

สุดท้ายแล้วไม่ใช่แค่การระวังตัว แต่เป็นการรู้เท่าทันธรรมชาติของข้อมูลที่มักไม่อยู่กับที่
2025-11-24 02:57:30
11
Omar
Omar
นักไขปม บัญชี
สำนวนนี้ช่างเหมาะกับสังคมไทยที่มีการเมืองซับซ้อน เป็นการเปรียบเปรยว่าอำนาจมักมีช่องทางรับรู้ข้อมูลเสมอ

ดูจากประวัติศาสตร์จะพบว่าแม้แต่พระเอกใน 'ขุนช้างขุนแผน' ยังถูกจับผิดเพราะเพื่อนบ้านได้ยินเสียงคุยผ่านฝาบ้าน ความจริงแล้วไม่ใช่แค่การสอดรู้สอดเห็น แต่หมายถึงการไม่มีอะไรที่ปิดมิดชิดร้อยเปอร์เซ็นต์

ทุกการกระทำย่อมมีหลักฐาน แม้แต่ในสถานที่ที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด
2025-11-24 05:45:35
15
Lihat Semua Jawaban
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Buku Terkait

Pertanyaan Terkait

ตัวอย่างการใช้สำนวน กำแพงมีหูประตูมีช่อง

5 Jawaban2025-11-19 06:29:10
เคยอ่านนิยาย 'สามก๊ก' แล้วสะดุดกับสำนวนนี้ตอนที่เล่าปี่ต้องระวังตัวเต็มที่ เพราะรู้ว่าศัตรูอาจแอบฟังอยู่ทุกที่ มันสะท้อนความเป็นจริงได้ดีเลยนะ แม้แต่ในที่ทำงานสมัยนี้ก็ยังต้องคอยดูว่ามีใครได้ยินเรื่องสำคัญไหม จริงๆ แล้วสำนวนนี้ใช้ได้หลายสถานการณ์เลย ไม่ว่าจะเป็นการเตือนเพื่อนไม่ให้พูดเรื่องส่วนตัวในที่สาธารณะ หรือเวลาเล่าแผนการอะไรที่ต้องเก็บเป็นความลับ มันสอนให้เราระมัดระวังคำพูดโดยไม่ต้องบอกตรงๆ แบบเนี๊ยบมาก

กำแพงมีหูประตูมีช่อง คือสำนวนประเภทไหน

5 Jawaban2025-11-19 17:28:44
สำนวน 'กำแพงมีหูประตูมีช่อง' เป็นสำนวนโบราณที่เตือนให้ระวังการพูดคุยเรื่องลับๆ เพราะอาจมีคนแอบฟังอยู่ ที่มาของสำนวนนี้เชื่อว่ามาจากสมัยก่อน ที่การก่อสร้างบ้านเรือนมักมีช่องว่างหรือรอยแตกในกำแพง ทำให้เสียงเล็ดลอดออกไปได้ง่าย บางตำนานก็เล่าว่านิยมใช้ในวังหรือสถานที่สำคัญ ที่ต้องการความระมัดระวังสูงสุด ความน่าสนใจคือสำนวนนี้สะท้อนวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันของคนสมัยก่อน ที่ต้องคอยระวังตัวอยู่เสมอ แม้แต่ในที่ที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด

สอนการใช้สำนวน กำแพงมีหูประตูมีช่อง อย่างถูกต้อง

1 Jawaban2025-11-19 14:28:46
สำนวน 'กำแพงมีหูประตูมีช่อง' เป็นคำเตือนที่ทรงพลังเกี่ยวกับความเสี่ยงของการพูดคุยเรื่องลับๆ ในที่สาธารณะ แฝงความหมายว่าแม้เราจะคิดว่ากำลังอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวก็ตาม แต่จริงๆ แล้วอาจมีคนแอบฟังหรือส่งข้อมูลต่อได้ การใช้สำนวนนี้เหมาะสมเมื่อต้องการย้ำเตือนให้ระวังการเผยข้อมูลสำคัญ เช่น เวลามีการพูดคุยเรื่องงานลับในร้านอาหาร อาจใช้พูดว่า 'พูดเบาๆ หน่อย กำแพงมีหูประตูมีช่องนะ' การยกตัวอย่างจากเรื่อง 'The Godfather' ที่ตัวละครมักเจรจาในห้องปิดก็ช่วยให้เห็นภาพได้ชัด ในวัฒนธรรมป๊อปก็มีการเล่นกับแนวคิดนี้บ่อยครั้ง ในอนิเมะ 'Spy x Family' ฉากที่อานย่าจับใจความสำคัญจากการแอบฟังโดยไม่ตั้งใจก็สะท้อนสำนวนนี้ได้ดี สำนวนควรใช้ในบริบทที่สุภาพและเป็นห่วงเป็นใยมากกว่าจะเป็นการดุด่า

ความหมายแฝงของ กำแพงมีหูประตูมีช่อง

5 Jawaban2025-11-19 02:20:31
เป็นคำเปรียบเปรยที่สะท้อนความไม่ปลอดภัยในการพูดคุยเรื่องลับๆ ทุกคำพูดอาจถูกแอบฟังหรือจารกรรมได้เสมอ เหมือนในเรื่อง 'Attack on Titan' ที่แม้แต่กำแพงสูงก็ยังซ่อนความลับร้ายแรง เคยสังเกตไหมว่าในนิยายสืบสวนส่วนใหญ่ ตัวละครมักพูดคุยในที่เปิดเมื่อต้องการความปลอดภัย เพราะในห้องปิดอาจมีอุปกรณ์ดักฟังซ่อนอยู่ แนวคิดนี้สอนให้เราระมัดระวังเรื่องการสื่อสาร โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ความเป็นส่วนตัวถูกคุกคามง่ายขึ้น

อดเปรี้ยวไว้กินหวาน หมายถึงอะไรในสำนวนไทย?

4 Jawaban2026-01-13 18:04:21
พอได้ยินสำนวน 'อดเปรี้ยวไว้กินหวาน' ฉันจะนึกถึงการตัดสินใจเล็กๆ ในชีวิตประจำวันที่กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ถ้าทำบ่อย ๆ ครั้งหนึ่งฉันยอมงดซื้อกระเป๋าแพง ๆ เพื่อเก็บเงินไปเที่ยวต่างประเทศแทน — ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนไม่ได้อะไรเลย แต่ตอนที่ได้ยืนอยู่บนยอดเขาหรือกินข้าวกับคนที่รัก ความทรงจำนั้นหวานกว่ากระเป๋าทุกใบ คนหนุ่มสาวมักมองข้ามความพอดีแล้วเลือกความสบายทันที แต่สำนวนนี้เตือนให้เห็นคุณค่าของการรอคอย: เป้าหมายที่ใหญ่กว่า มักต้องแลกมาด้วยการยับยั้งความอยากเล็ก ๆ เมื่อคิดแบบนี้ ฉันมักตั้งคำถามกับตัวเองว่า 'ความสุขแบบไหนที่จะคุ้มค่ากับการรอคอย' บางครั้งคำตอบคือประสบการณ์ บางครั้งคือความมั่นคงทางการเงิน บทสรุปสำหรับฉันคือการฝึกความมีวินัยเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เพราะวินัยเหล่านั้นรวมกันแล้วทำให้หวานของชีวิตมาเยือนอย่างแท้จริง

กำแพงมีหูประตูมีช่อง ใช้ในสถานการณ์ใด

5 Jawaban2025-11-19 13:51:59
เมื่อวานกำลังนั่งอ่าน 'The Promised Neverland' อยู่เลยได้คิดถึงสำนวนนี้ทันที มันเหมาะสุดๆ เวลาพูดถึงสถานการณ์ที่ต้องระวังการถูกแอบฟังหรือจับตาดูโดยไม่รู้ตัว เหมือนตอนเด็กๆ ในเรื่องที่พยายามวางแผนหลบหนีแต่ต้องคอยระวังผู้คุม แม้แต่ในห้องนอนที่คิดว่าปลอดภัยก็ยังมีโอกาสถูกสอดแนมได้ สำนวนนี้เตือนใจให้เรารู้ว่าความลับอาจรั่วไหลได้จากที่ไหนก็ได้ แม้ในที่ที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด ชีวิตจริงก็แบบนี้แหละ บางทีคุยโทรศัพท์ในห้องน้ำยังมีคนได้ยินเลยนะ

ปลาหมอตายเพราะปาก หมายถึง อะไรในสำนวนไทย?

1 Jawaban2026-01-28 13:21:44
คำว่า 'ปลาหมอตายเพราะปาก' เป็นสำนวนไทยที่สื่อความหมายอย่างชัดเจนว่า การพูดมากหรือพูดโดยไม่คิดสามารถนำมาซึ่งภัยพิบัติหรือความเสียหายต่อตนเองได้โดยตรง ประโยคนี้มักใช้เตือนคนที่ชอบเปิดเผยความลับ พูดโอ้อวด หรือกล่าวจาบจ้วงผู้อื่นโดยไม่ระมัดระวัง เพราะคำพูดที่รุนแรง โกหก หรือเผยข้อมูลที่ไม่ควรเผยอาจกลายเป็นเหตุให้ถูกตอบโต้ ถูกลงโทษ หรือตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เช่น คนที่ชอบนินทาเพื่อนในที่ทำงานแล้วถูกถ่ายทอดกลับจนเสียงาน เสียชื่อเสียง หรือมีปัญหาความสัมพันธ์ตามมา การตีความของสำนวนนี้มีหลายมุมมอง แต่หลักๆ อยู่ที่ความประมาททางวาจาและผลที่ตามมา บางครั้งสำนวนจะถูกยกมาเมื่อมีคนพูดจาเกินเลยจนไปกระทบศักดิ์ศรีผู้อื่น เช่น การกล่าวหาหรือใส่ความโดยไม่มีหลักฐาน ทำให้เกิดการฟ้องร้องหรือการแก้แค้นกลับมา อีกมุมหนึ่งใช้เตือนเรื่องการโอ้อวด เช่น คนประกาศความสำเร็จหรือความมั่งคั่งจนโดนผู้ไม่หวังดีเข้ามาเอาเปรียบหรือปล้น ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าคำพูดนำมาซึ่งผลร้ายได้จริงๆ การนำสำนวนไปใช้ในชีวิตประจำวันทำให้ฉันนึกถึงเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ รอบตัว ทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์ โลกของเกมหรือชุมชนออนไลน์มักมีคนที่ชอบ 'trash talk' หรือพูดหยาบคายโจมตีฝ่ายตรงข้าม แล้วสุดท้ายกลับถูกแบน ถูกขุดประวัติ หรือเสียโอกาสจากความประมาทของตัวเอง ในสื่อบันเทิงเราก็มักเจอตัวละครที่พลาดเพราะปาก เช่น ตัวร้ายที่ชอบกล่าวคำคุยโวและท้าทายพระเอก สุดท้ายกลายเป็นช่องทางให้พระเอกจับได้หรือวางแผนโต้กลับ ผมมองว่าสิ่งเหล่านี้สะท้อนความจริงที่ว่า คำพูดสามารถเป็นทั้งอาวุธและกับดักได้ในเวลาเดียวกัน เมื่อมองแบบเจาะลึก สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าห้ามพูดหรือให้กลายเป็นคนขี้ขลาด แต่เรียกร้องให้มีความระมัดระวัง มีสติ และเลือกใช้คำพูดในเวลาที่เหมาะสม การรู้จักรักษาคำพูด รู้จักความพอดีในการแบ่งปันข้อมูลหรือความเห็น สามารถป้องกันปัญหาที่ไม่จำเป็นได้มากมาย ในฐานะแฟนของเรื่องเล่าและการสังเกตพฤติกรรมมนุษย์ สำนวนนี้จึงเป็นบทเรียนเล็กๆ ที่ย้ำเตือนฉันอยู่เสมอว่าปากกับชีวิตผูกพันกันแบบที่คนมักมองข้าม และมันทำให้ฉันระวังคำพูดมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาเป็นประจำ

สำนวน ขมิ้นกับปูน หมายถึงอะไรเมื่อพูดถึงคนใกล้ชิด?

1 Jawaban2025-11-07 20:48:34
คำเปรียบเปรย 'ขมิ้นกับปูน' มักถูกใช้เมื่อจะพูดถึงคนสองคนที่เกี่ยวพันกันแน่นหนาจนแทบจะแยกจากกันไม่ออก ฉันมองว่าสำนวนนี้สะท้อนทั้งความผูกพันและความสัมพันธ์ที่ชัดเจนจนผู้คนรอบข้างสังเกตได้ง่าย เหมือนภาพของขมิ้นซึ่งมีสีเหลืองเด่นชัดเมื่ออยู่กับปูน สีทั้งสองผสมเกาะกันจนเป็นเอกลักษณ์ ทำให้คนมองเห็นความสัมพันธ์นั้นได้ทันที การใช้สำนวนนี้จึงมักมีทั้งน้ำเสียงอบอุ่นเมื่อต้องการยกย่องคู่ที่ไว้ใจกันมาก และมีน้ำเสียงเหน็บแนมเมื่อต้องการบอกว่าคู่ควงนั้นมีความเกี่ยวข้องกันมากเกินไปหรืออาจเป็นพวกพ้องกันในการกระทำบางอย่าง ในแง่บวก สำนวนนี้ใช้บรรยายคู่รักที่สนับสนุนกันเสมอหรือเพื่อนซี้ที่เป็นพลังให้กันและกัน เช่น คู่เพื่อนที่ทำวงดนตรีร่วมกันจนประสบความสำเร็จ หรือคู่พี่น้องที่ดูแลกันตลอดเวลา เวลาได้ยินคำว่า 'ขมิ้นกับปูน' ในบริบทแบบนี้จะมีความหมายคล้ายกับคำว่า 'คู่หูที่เหมาะสม' ซึ่งแฝงความอบอุ่นและความมั่นคง แต่ในมุมตรงกันข้าม มันก็มีขั้วที่ไม่ดีเช่นกัน เพราะเมื่อผู้คนใช้สำนวนนี้กับคู่ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ความหมายจะเปลี่ยนเป็นการระบุว่าเขาเป็นพวกเดียวกันหรือรู้เห็นเป็นใจ เช่น ผู้ร่วมก๊วนที่ช่วยกันปกปิดความผิด พอพูดถึงแบบนี้คำเปรียบเปรยจะมีความหมายเชิงวิจารณ์และตัดพ้อมากขึ้น เวลาที่เลือกใช้สำนวนนี้ สิ่งสำคัญคือบริบทและน้ำเสียง ตัวอย่างเช่น เมื่อชมว่าคนสองคนเป็น 'ขมิ้นกับปูน' ในงานแต่งหรือคำบรรยายเชิงศิลปะ จะให้ความรู้สึกอบอุ่นและยกย่องความผูกพัน แต่ถ้าใช้ในข่าวหรือการสนทนาเกี่ยวกับคดีหรือการเมือง น้ำเสียงจะกลายเป็นการตั้งข้อสงสัยหรือหมายความว่าทั้งคู่มีส่วนพัวพันกันโดยไม่ต้องบอกตรง ๆ ฉันมักจะคิดถึงฉากในนิยายหรือซีรีส์ที่มีตัวละครสองคนที่ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ก็ทำให้คนดูรู้สึกว่าพวกเขา 'เป็นคู่อยู่ด้วยกัน' เสมอ การเปรียบเทียบแบบนี้ช่วยให้การสื่อสารรวบรัดแต่ทรงพลัง เพราะแค่ได้ยินก็วาดภาพความสัมพันธ์ได้ทันที ท้ายที่สุด สำนวน 'ขมิ้นกับปูน' จึงเป็นเครื่องมือตั้งฉากความสัมพันธ์ที่ยืดหยุ่นและมีมิติ ใช้ได้ทั้งเชิงชื่นชมและเชิงติติง ขึ้นอยู่กับคนพูดและสถานการณ์ ส่วนตัวฉันมักจะยิ้มเวลาได้ยินสำนวนนี้ในความหมายที่อบอุ่น แต่ก็ระวังเสียงสะท้อนเมื่อมันถูกใช้ในบริบทที่แอบชี้นำหรือทำให้ความสัมพันธ์นั้นดูเป็นเรื่องลบไปโดยไม่จำเป็น

คำว่า ขมิ้นกับปูน หมายถึงอะไรในสำนวนไทย?

1 Jawaban2025-11-07 01:44:54
สำนวนไทยที่ว่า ขมิ้นกับปูน มักถูกใช้เพื่ออธิบายความไม่เข้ากันของคนสองคนหรือสองสิ่งที่มีลักษณะแตกต่างกันอย่างชัดเจนจนอยู่ร่วมกันได้ยาก แม้ในภาพรวมจะฟังดูสั้นและตรง แต่ความหมายเชิงวัฒนธรรมของมันลึกกว่านั้น เพราะขมิ้นเป็นสีเหลืองสดที่มักใช้ในพิธีกรรมและการทำอาหาร ขณะที่ปูนหรือปูนขาวเป็นสีขาวที่ใช้ฉาบปูน หากนำขมิ้นไปผสมกับปูน สีเหลืองจะย้อมให้ปูนเปลี่ยนไปและดูไม่ลงตัว จึงกลายเป็นอุปมาอุปรณ์ที่ชวนให้จินตนาการถึงความต่างที่ไม่สามารถกลืนกันได้แม้จะพยายามผสมผสานก็ตาม การใช้สำนวนนี้ในชีวิตประจำวันมีหลายเฉดความหมาย บางครั้งคนจะใช้เพื่อบอกว่าคนสองคนไม่ควรอยู่ด้วยกัน เช่น คู่รักที่นิสัยตรงข้ามหรือค่านิยมต่างกันอย่างสุดขั้ว ในฝั่งอื่นก็อาจนำไปพูดถึงของสองอย่างที่รวมกันแล้วผิดที่ผิดทาง เช่น สไตล์การแต่งตัวกับบรรยากาศงานที่ต่างกันจัด เป็นต้น ในการสนทนากับเพื่อนผมมักได้ยินคนพูดแบบล้อเล่นเวลามีคนแนะนำคู่ที่ดูจะไม่เข้ากัน ความหมายตอนนั้นอาจจะเบากว่าเมื่อตอนใช้จริงจังกับเรื่องสัมพันธ์หรือการทำงานร่วมกัน แต่แรงของสำนวนก็ยังคงอยู่ตรงที่มันสื่อว่าการผสมผสานนั้นทำได้ยากและอาจนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่สวยงาม มุมมองทางสังคมต่อสำนวนนี้ก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย เพราะสังคมปัจจุบันมีความยืดหยุ่นเรื่องความต่างมากขึ้น คนที่ขัดกันอาจปรับกันได้ด้วยการสื่อสารหรือความเข้าใจ การบอกว่าใครสองคนเป็นขมิ้นกับปูนจึงอาจถูกมองว่าเป็นการตัดสินเร็วเกินไปหรือแรงเกินเหตุ อย่างไรก็ตาม ในบริบทที่ต้องการสื่อสารลักษณะความไม่เข้ากันอย่างชัดเจน สำนวนนี้ยังคงใช้ได้ดีและเข้าใจง่าย ตัวอย่างในงานเล่าเรื่องหรือนิยายมักใช้เพื่อเน้นความต่างของตัวละครให้เห็นภาพทันทีโดยไม่ต้องอธิบายยืดยาว โดยส่วนตัวผมมองว่าสำนวนนี้มีความคมและได้ใจเวลาใช้ แต่ก็พยายามระวังบริบทก่อนจะติดป้ายใครว่าขมิ้นกับปูน เพราะชีวิตจริงมักมีช่องว่างให้ปรับตัวได้เสมอ การเรียกคนว่าเป็นขมิ้นกับปูนบางทีก็เป็นเรื่องตลกขบขัน แต่ก็อาจทำร้ายความรู้สึกได้เช่นกัน นี่จึงเป็นสำนวนที่รักและกลัวในเวลาเดียวกันสำหรับผม
Pertanyaan Populer
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status