LOGINชาติก่อนหานฉงหรงงมงายในรัก ขนาดสามีแต่งงานมีหญิงอื่นเชิดหน้าชูตาจนยอมตกเป็นรอง สุดท้ายถูกชิงบุตรชายสุดรัก แม้กระทั่งชีวิตก็รักษาไว้ไม่ได้ แต่เมื่อได้โอกาสกลับมาแก้ไข จะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว...
View Moreทว่าใบหน้าขุ่นเคืองที่ไม่อาจปิดมิดของเป่ยหนานอ๋องอีกทั้งน้ำเสียงที่ขุ่นเขียวไม่ต่างกันทำเอาเหวินซิ่วต้องเงียบปาก “อย่าพูดมาก เจ้าแบ่งกำลังพลของเราส่วนหนึ่งไป อารักขาองค์หญิงใหญ่กับเหล่าสตรีบรรดาศักดิ์ ส่วนหนึ่งอารักขาเรือนของพระชายา ส่วนหนึ่งติดตามข้ามา! ข้าอยากรู้นักว่าพวกนั้นกินดีหมีหัวใจเสือจากที่ใด ถึงกล้ามาก่อเรื่องในวันนี้!”เหวินซิ่วพยักหน้ารับ ท่าทางอกสั่นขวัญแขวนไม่น้อย คนพวกนั้นช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าโดยแท้ หมอดูประจำกลุ่มมิได้ดูฤกษ์ยามเคลื่อนกำลังพลหรือ บุกตอนไหนไม่บุก มาบุกในวันที่บุตรชายของท่านอ๋องของเขาครบเดือน!วันคืนชื่นมื่นสุขสันต์เช่นนี้กลับถูกทำลายเสียสิ้น ต่อให้ผู้บงการมีร้อยตัวก็ไม่พอให้เจ้านายของเขาบั่นเพื่อคลายโทสะ!หานฉงหรงที่สะลึมสะลืออยู่บนเตียงเตาร้อนระอุลืมตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากที่ไกลๆ อีกทั้งเมื่อมองไปยังหน้าต่างก็พบว่าด้านนอกยังสว่างราวทิวากาล นางรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีว่าด้านนอกกำลังเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นนอกเรือนบรรทมที่นางอยู่ตอนนี้ยังเงียบสงบ ทว่าสงบเกิดไปจนน่าวิตก หลานชุ่ยนำแม่นมไปที่ห้องเนื่องจากนางมอบขาหมูต้มไม่ใส่เกลือชามหนึ่งให้นางรับป
“ข้าตอบนางไปว่าไม่” เวินอี๋ตอบเสียงเรียบ “ข้ากับจวนเป่ยหนานอ๋องดุจน้ำกับน้ำมันมิอาจสมานปรองดอง ถ้าข้าไปแล้วซื่อหวังน้อยนั้นเป็นอันใดขึ้นมา ข้ามิเดือดร้อนหรือ”ขันทีหนุ่มอมยิ้มไม่ตอบคำ จากการที่ได้อยู่รับใช้ใกล้ชิดกับสตรีผู้นี้มาระยะหนึ่ง หากนางกล่าวว่าขาวให้คิดในใจทันทีว่าแท้จริงแล้วนางกล่าวว่าดำ หานางบอกว่าไม่ไป ก็อาจจะหาลู่ทางอย่างอื่นให้ทุกอย่างโลดเต้นในมือนาง“ซื่อหวังน้อยปลอดภัยแข็งแรงจนอายุครบหนึ่งเดือน ล้วนน่ายินดีสำหรับราชวงศ์ของเราที่มีทายาทเหลือน้อย จะให้เงียบเหงาเกินไปมิได้ ข้าว่าจะส่งอะไรบางอย่างไปให้งานเลี้ยงของจวนเป่ยหนานหวังครึกครื้น”ฉางซื่อหลางหลุบตาลงเล็กน้อย คิดใคร่ครวญว่ามีสิ่งใดที่อยู่ในมือของนางที่จะสร้างความ “ครึกครื้น” ตามที่เจ้านายของตนปรารถนา จากนั้นน้ำเสียงยิ่งทวีความนอบน้อม “กระหม่อมจะจัดจากให้ตามประสงค์” จากนั้นจึงเดินออกไปจากห้องจังหวะเดียวกับที่นางกำนัลของเวินอี๋กลับออกมา นางลบประกายเหี้ยมเกรียมจากใบหน้า กลับไปเป็นท่านหญิงที่สุภาพใส่ซื่อตามเดิม “สุ่ยถัง เจ้ามาพอดี” นางเรียกชื่อนางกำนัลผู้นั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เจ้าไปช่วยข้าหาแพรต่วนในหีบที่พระชายาเพิ่ง
“ย่อมไม่” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “หลักฐานพยานล้วนพอเหมาะพอเจาะเกินไปจนเกินกว่าจะเชื่อได้ว่าเป็นฝีมือนาง ต่อให้นางจะขาดสติเพียงไหนก็ไม่เอาสิ่งของที่สามารถเชื่อมโยงถึงตัวนางได้มาใช้เล่นงานแน่”หานฉงหรงพยักหน้าคล้อยตาม แม้ขึ้นชื่อว่าการแย่งชิงความโปรดปรานหรือการทำร้ายพระทายาทภายในวังหลวงล้วนเกิดขึ้นในทุกยุคทุกสมัย อีกทั้งจากที่ฟังหานลู่เล่ามา จางไฉเหรินแม้จะนึกโกรธเคืองที่หานลู่เป็นสาเหตุที่ทำให้นางสูญเสียความโปรดปรานจนต้องตกต่ำถึงขีดสุด ทว่าถ้าเกิดต้องการจะให้แผนการสำเร็จอย่างง่ายดาย ควรจ้องเล่นงานตั้งแต่ที่อีกฝ่ายยังตั้งครรภ์อ่อนๆ เกิดเรื่องเพียงนิดก็ทำให้แท้งบุตรโดยง่าย มิใช่เล่นงานยามที่นางครรภ์มั่นคง อีกทั้งฝ่าบาทยังให้คนคอยดูแลประคบประหงมตามติดนางทุกฝีก้าวแบบนี้อวิ๋นรุ่นเห็นนางคิ้วขมวดก็อมยิ้ม ยกมือนวดคลึงขมับของนางข้างหนึ่งอย่างเอาใจใส่ “ยังอยู่เดือนอย่าเพิ่งคิดอะไรมาก บำรุงตนเองให้แข็งแรงไวๆ เถิด เดี๋ยวพอเจ้าออกเดือน ข้าจะพาเจ้าไปเที่ยวชมทะเลสาบซีหูเพื่อฉลองครบเดือนลูกย้อนหลัง”หานฉงหรงยิ้มแย้ม ก่อนเอียงใบหน้าแนบแก้มกับมืออุ่นของสามี ดื่มด่ำความสุขอันสมบูรณ์พร้อมในฐานะมนุษย
หานลู่โบกมือเอ่ย "เจ้าอาจจะไม่รู้ นับตั้งแต่ที่ข้าตั้งครรภ์ ข้าก็ไม่สบายเนื้อสบายตัวอยู่หลายครา หมอหลวงมาตรวจดูหลายครั้งก็หาสาเหตุมิได้ ฝ่าบาทเห็นว่าอาจจะเกี่ยวกับเรื่องโหราศาสตร์จึงเชิญโหราจารย์มาทำนาย เห็นว่าดาวเซินที่เป็นดาวประจำตัวของนางปะทะกับดาวเป่ยโตวที่เป็นดาวประจำตัวของข้า ทำให้ข้าเจ็บป่วยมิยอมหาย ฮ่องเต้เดิมก็เป็นผู้ที่เชื่อถือเรื่องพรรค์นี้อยู่แล้ว จึงได้ย้ายนางไปพำนักที่ตำหนักอวิ๋นเมิ่งที่อยู่ห่างไกลจากตำหนักฮั่นหยวนพอสมควร ข้าจึงได้มั่นใจว่าจางไฉเหรินต้องเป็นผู้ลงมือแน่" หานฉงหรงแค่ฟังก็รู้ว่าที่จางไฉเหรินต้องระเห็จไปยังตำหนักห่างไกลล้วนเป็นแผนการอันแยบคายของสตรีตรงหน้า แต่ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น กล่าวเพียงเรื่องที่อยากรู้จริงๆ "แต่ปกติการใช้เล่ห์เพทุบายในวังหลวงส่วนใหญ่ล้วนทำอย่างแยบคายไม่ยอมให้สาวถึงตัวการโดยง่าย เหตุใดจึงเปิดเผยผู้บงการออกมาได้รวดเร็วเช่นนี้"หานลู่ยันเอวตนเองเล็กน้อยอย่างเมื่อยขบเนื่องด้วยครรภ์แก่ใกล้คลอด “เจ้าคิดว่ามีคนคิดใส่ร้ายนางโดยอาศัยข้าเป็นเครื่องมือ?”“อย่างไรเสียทางหม่อมฉันเองก็ยังสืบอะไรเพิ่มเติมมิได้มาก หม่อมฉันเพียงหวังอย่าให้เราสองอย่าเพิ
ไม่ช้าไม่นานเพียงชั่วเวลาลัดนิ้วมือก็ถึงตรอกหย่งเชี่ยน อาศัยกำลังแยกย้ายดูบรรยากาศในบ้านทีละหลัง ไม่นานเหวินซิ่วก็พบบ้านหลังหนึ่งที่ประดับโคมแดงภายใน มีทหารราชองครักษ์ระดับต่ำจำนวนหนึ่งเฝ้าอยู่หน้าเรือน เหวินซิ่วหันมาทำสัญญาณ ทหารที่ติดตามจึงเร่งรุดบุกเข้ามา ทั้งรวดเร็วและเงียบกริบ ไม่ช้าประตูเรือน
“เชื้อพระวงศ์หญิงที่รับมือยากเช่นนั้นหรือ...” อวิ๋นรุ่นหลับตาครุ่นพลางลอบกระชับวงแขนที่เอวกลม คืนนี้เนื่องจากหานฉงหรงกำลังจะเข้านอน เสื้อผ้าที่สวมใส่จึงเนื้อบางอย่างยิ่ง จนนางรู้สึกได้ถึงไออุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาผ่านเอวคอดหานฉงหรงเห็นเขาลูบเอวนางไปพลางทำท่าใช้ความคิดไปพลางก็ให้รู้สึกปั่นป่วนในอกอย
“พี่สาว ท่านกลับมาแล้ว” เสี่ยวมี่รีบวิ่งมาหาเมื่อเห็นรถม้าของจวนเป่ยหนานมาจอดเทียบหน้าประตูใหญ่พร้อมกับร่างของหานฉงหรงที่ก้าวลงมาอย่างระมัดระวัง หญิงสาวเห็นเช่นนั้นก็อ้าแขนรับเด็กหญิงตัวน้อยที่โถมร่างเข้ามากอดนางเต็มรักก่อนเอ่ยถาม“องค์ชายไปอยู่ไหนเสียแล้วเล่า”“ท่านอ๋องเห็นว่าช่วงนี้องค์ชายมีเวลาไ
เนื่องจากองค์หญิงเวินอี๋เป็นแม่งานในการจัดงานเลี้ยงฉลองพระราชสมภพของฮ่องเต้ ดังนั้นการหารือเกี่ยวกับงานเลี้ยงสังสรรค์ในตอนเย็นวันนั้นจึงจัดขึ้นที่จวนขององค์หญิงเพื่อให้สมเกียรติของตัวแทนจากจวนเป่ยหนานหวังอวิ๋นรุ่น จึงได้ให้หานฉงหรงใช้รถม้าประจำตัวของเขาเดินทางมายังจวนองค์หญิงต่างจากเหลียงเจียนางอื





![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
reviews