มุมมองของคนสูงวัยขึ้นมาหน่อย ฉันคิดถึง 'Breakfast at Tiffany's' เพราะความละเอียดอ่อนของตัวละครและประเด็นวัฒนธรรมรอบ ๆ เรื่องนี้ทำให้การรีเมคมีเสน่ห์และอันตรายในเวลาเดียวกัน การจะทำให้ฉากและตัวละครเข้ากับยุคใหม่ได้อย่างให้เกียรติ ต้องใช้การเขียนบทที่ฉลาดและทีมสร้างที่เข้าใจบริบทเดิม
อีกเรื่องที่ฉันมองว่ามีโอกาสคือ 'The Italian Job' — หนังแนวปล้นสุดคลาสสิกที่มีจังหวะและแก๊งตัวละครเป็นจุดขาย ถ้าทำใหม่โดยเน้นเทคโนโลยียุคปัจจุบันและปรับมุกให้ทันสมัย มันสามารถเป็นหนังบันเทิงที่คนดูทั่วไปเข้าถึงได้ และอย่างน้อยก็ทำให้ฉันยิ้มได้เวลาเห็นฉากรถไล่ล่าแบบคลาสสิกถูกตีความใหม่อย่างสดชื่น
ไม่มีใครจะลบภาพนั้นออกจากหัวได้เมื่อนึกถึงสายตาเย็นชาของชายคนนั้นในฉากเปิดของ 'No Country for Old Men' — ตัวละครที่ไม่ใช่แค่ฆาตกรแต่เป็นเหมือนพายุเงียบที่มองไม่เห็นทิศทาง
การแสดงของนักแสดงช่วยยกระดับบทบาทให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความโหดร้ายที่เป็นเหตุเป็นผล ผมมองว่าเสน่ห์ของตัวละครอยู่ที่ความไม่แน่นอนและการขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ซึ่งทำให้ทุกการกระทำของเขากลายเป็นข่าวร้ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หนังใช้เสียงและเคมีระหว่างตัวละครหลักมาเติมเต็มบรรยากาศจนทำให้การปรากฏตัวของเขาดูหนักหน่วงกว่าแค่ผลลัพธ์ของความรุนแรง
สิ่งที่ทำให้บทบาทนี้น่าจดจำไม่ได้มาจากฉากฆ่าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการออกแบบตัวละครที่ทำให้คนดูต้องตั้งคำถามกับโชคชะตาและความยุติธรรม จบด้วยภาพความเงียบที่ยังติดตราตรึงจนเดินออกจากโรงหนังแล้วยังเอาไม่ออก
มีช่วงหนึ่งที่ตามผลงานชินฮยอนซูอย่างใกล้ชิดเพราะหลงรักการแสดงของเขาใน 'The Throne' นี่คือนักแสดงที่คว้ารางวัลใหญ่ๆระดับประเทศและเอเชียมาไม่น้อยเลยนะ เริ่มจาก Baeksang Arts Awards สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเรื่อง 'The Attorney' ปี 2014 ซึ่งเป็นการแสดงที่ตราตรึงมาก
นอกจากนี้ยังได้ Grand Prize (Daesang) จาก Korea Drama Awards ปี 2017 จากซีรีส์สุดอินเทรนด์ 'Romantic Doctor, Teacher Kim' และไม่พูดถึง Blue Dragon Film Awards ก็ไม่ได้ เพราะเขาเคยได้รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก 'The Unforgiven' เมื่อปี 2005 มันแสดงให้เห็นว่าความสามารถของเขาได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน