Share

หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย
หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย
Author: เต้าหู้ยิ้ม

บทที่ 1 ตำหนักเย็น

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-07 15:08:38

อาภรณ์มงคลสีแดงฉานกองแผ่บนพื้นดิน ดุจดั่งดอกบัวโลหิตที่กำลังผลิบาน งดงามพิศวงทว่ารวดร้าว ทำให้สตรีที่เรือนผมขาวโพลนดุจหิมะผู้นั้นโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ

โฉมหน้านางงามล้ำเป็นยิ่งนัก ผิวนวลผ่องดุจจันทร์เพ็ญ คิ้วโก่งงามดุจขุนเขา นัยน์ตากระจ่างใสราวหมู่ดารา ทว่า…สิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือดวงตาคู่ที่เคยเปี่ยมด้วยความสุขสมหวังใสซื่อบริสุทธิ์ บัดนี้…กลับฉายแววความเจ็บปวดรวดร้าวที่ฝังลึกถึงกระดูก

พระราชโองการสีเหลืองเข้มร่วงหล่นอยู่ข้างกายนาง อักษรที่จารึกเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตและน้ำตาของสตรีผู้นั้น ปรากฏให้เห็นถ้อยคำทุกตัวอักษรอย่างชัดเจน

“ฮ่องเต้มีพระราชโองการว่า ‘ลั่วซื่อชิงหวง’ เนรคุณฟ้า ทรยศต่อพระเมตตา ไม่ซื่อสัตย์ ไม่บริสุทธิ์ ต้องด้วยความผิดแห่งเจ็ดสถานอันควรขับไล่ นับเป็นสตรีที่โหดเหี้ยมอำมหิตยิ่ง บัดนี้…ระลึกถึงความดีความชอบในอดีต จึงยกเว้นโทษตายให้ ริบตำแหน่งฐานันดรศักดิ์ เนรเทศเข้าตำหนักเย็น ให้สำนึกตนปรับปรุงแก้ไขความประพฤติ”

ในฤดูเหมันต์ อากาศหนาวเหน็บอย่างยิ่ง ความเย็นยะเยือกกัดกินกระดูกซึมซาบจากภายนอก ทยอยคืบคลานไปตามอวัยวะทั้งสี่ แผ่ซ่านเข้าสู่รูขุมขนทุกอณู และรินรดเข้าสู่จิตใจ ลั่วชิงหวงรู้สึกราวกับตนเองถูกกักขังอยู่ในอุโมงค์น้ำแข็ง ที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง ไร้ซึ่งความอบอุ่นแม้เพียงเสี้ยว

บุตรีสายตรงของท่านแม่ทัพใหญ่ ครั้งเมื่อได้รับการสถาปนาเป็นฮองเฮา ช่างสง่างามน่าเกรงขามเพียงใด ไม่รู้ว่าความสุขสงบอ่อนโยนนั้น ได้แปรเปลี่ยนเป็นโศกนาฏกรรมที่โหดร้ายที่สุดตั้งแต่เมื่อใด สวามีของนางที่เคยสาบานต่อนางว่าจะไม่มีวันทรยศหักหลัง ทว่า…ในวันอภิเษกสมรสกลับใช้ข้อหาไม่ซื่อสัตย์ ไม่บริสุทธิ์ปลดนางออกจากตำแหน่ง เนรเทศนางเข้าตำหนักเย็น ทั้งยังอภิเษกกับน้องสาวต่างมารดาของนางแทน

รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความรวดร้าวแฝงอยู่บนใบหน้า มือขาวผ่องลูบไล้เส้นผมที่เปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน ในปีนั้น...นางยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเขาถอนพิษ นางตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะต้องตาย และยอมให้เขาร่วมรักเพื่อถ่ายพิษจากร่างเขามาสู่ร่างนาง แม้จะโชคดีที่รักษาชีวิตไว้ได้ แต่…นางก็ต้องมีผมขาวโพลน ในคืนนั้น สวามีของนางยังเคยจับเส้นผมของนาง สาบานต่อฟ้าดิน ว่าชีวิตนี้จะไม่ทรยศหักหลังนาง แต่ทว่า...สิ่งที่เรียกว่าไม่ทรยศหักหลัง คือการที่เขาใช้ข้อหาไม่ซื่อสัตย์ ไม่บริสุทธิ์ปลดนางเช่นนี้หรือ ?

นางไม่ซื่อสัตย์ ไม่บริสุทธิ์งั้นหรือ ?! นางมิได้เป็นหญิงสาวพรหมจรรย์จริง แต่นั่น…ก็เพราะนางต้องช่วยเขาถอนพิษ และคนที่ทำลายพรหมจรรย์ของนางก็คือตัวเขาเองมิใช่หรือ ?! บัดนี้…เขาถึงกับกล่าวหานางว่าไม่ซื่อสัตย์ ไม่บริสุทธิ์ได้อย่างไร ?!

“ฮ่องเต้เสด็จ” เสียงประกาศของขันทีที่แฝงไว้ด้วยความดูแคลนในตำหนักเย็นนั้น ดังก้องชัดเจน

ดุจดังคนจมน้ำที่คว้าได้ไม้แพ ดวงตาที่เคยหม่นหมองของลั่วชิงหวงกลับสว่างไสวขึ้นทันที นางพยายามดิ้นรนลุกขึ้นยืน ในที่สุดเขาก็ยังจำความรักเก่า ๆ ได้ใช่หรือไม่ ? ในที่สุด เขาก็ยังมาพบนางใช่หรือไม่ ?!

“ไยพี่หญิงถึงได้นั่งอยู่บนพื้นเช่นนี้เล่า ? นี่ฤดูหนาวแล้วนะเจ้าคะ ระวังจะหนาวจนล้มป่วยนะเจ้าคะ”

เสียงหวานหยดย้อยชวนหลงใหลของ ‘ลั่วชิงเฉิง’ ดังเข้าสู่โสตประสาทของลั่วชิงหวง กลิ่นเครื่องหอมและแป้งผัดหน้าคละคลุ้งทำให้นางต้องเงยหน้าขึ้นมอง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตานั้นคือแสงสีแดงฉาน สวามีของนางและน้องสาวต่างมารดาของนาง สวมใส่อาภรณ์มงคลสีแดงเข้ม อาภรณ์มงคลบนกายลั่วชิงเฉิงนั้นกลับวิจิตรงดงามกว่าของนางเสียอีก เห็นชัดว่าพวกเขาเตรียมการทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้ว

เหตุใดพวกเขาจึงกระทำต่อนางเช่นนี้ ?! ลั่วชิงหวงผู้นี้ผิดบาปต่อพวกเขาในด้านใดกันแน่ ?! นางมอบทั้งกายและใจให้แก่ ‘จวินเฉียนหลิง’ ไม่เสียดายแม้กระทั่งชีวิตเพื่อช่วยชีวิตเขา ทว่า…สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือการทอดทิ้งอย่างเลือดเย็น นางปกป้องดูแลลั่วชิงเฉิงอย่างเต็มที่ ยอมรับโทษทัณฑ์แทนนางครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่า…สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือการที่นางชักดาบมาแย่งชิงคนรักนางไป

“ฝ่าบาท หม่อมฉันกลัวเหลือเกิน” ลั่วชิงเฉิงเห็นแววตาเปี่ยมด้วยความแค้นของลั่วชิงหวง จึงแสดงท่าทีอ่อนแอหลบอยู่ด้านหลังจวินเฉียนหลิง ทำราวกับว่าตนเองกำลังหวาดผวาจนตัวสั่นเทา จวินเฉียนหลิงโอบกอดลั่วชิงเฉิงไว้ในอ้อมแขน ปลอบโยนอย่างอ่อนโยนว่า

“อย่าได้หวาดกลัวไปเลยชิงเฉิง มีข้าอยู่ตรงนี้แล้ว สตรีใจอำมหิตผู้นี้ไม่กล้าทำอันตรายเจ้าหรอก”

ลั่วชิงเฉิงซบอยู่กับอกจวินเฉียนหลิง เหลือบมองลั่วชิงหวงอย่างยั่วยุ ในแววตาเปี่ยมด้วยความปิติยินดีและความท้าทาย

“สตรีใจอำมหิตงั้นหรือ ?!” เมื่อลั่วชิงหวงได้ยินคำกล่าวของจวินเฉียนหลิง ในที่สุด นางก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

ผู้ใดกันที่เคยโอบกอดนางแล้วกล่าวว่านางคือสตรีที่งดงามและจิตใจดีงามที่สุดในใต้หล้า ? บัดนี้…นางกลับกลายเป็นสตรีใจอำมหิตไปเสียแล้วหรือ ? นางอยากถามเหลือเกินว่า นางไปอำมหิตในด้านใดกัน ?

จวินเฉียนหลิงทอดสายตาเย็นชาไปยังลั่วชิงหวง ในแววตาเต็มไปด้วยความดูแคลนและความเหยียดหยาม พร้อมกับเผยรอยยิ้มเย็นยะเยือกโหดเหี้ยมออกมา

“มิใช่เช่นนั้นหรือ ?! เจ้าคิดว่าเรื่องที่เจ้าทารุณกรรมชิงเฉิงในจวนเสนาบดีตลอดหลายปี เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือ ?”

ลั่วชิงหวงมองจวินเฉียนหลิงอย่างไม่เชื่อสายตา ดวงตาที่เคยอ่อนโยนดุจสายน้ำนั้น บัดนี้…กลับไร้ซึ่งความอ่อนโยนใด ๆ เหลืออยู่เลย มีแต่การดูถูกเยาะเย้ยอันไม่มีที่สิ้นสุด นางทารุณกรรมลั่วชิงเฉิงงั้นหรือ ?! นางเกือบจะหัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความขบขัน ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยได้ยินเรื่องที่ตลกถึงเพียงนี้มาก่อน

ลั่วชิงหวงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา นางหัวเราะจนเสียงแหบแห้ง หัวเราะจนน้ำตาไหลออกมาเป็นสาย บิดาของนางซึ่งเป็นท่านแม่ทัพใหญ่ ต้องออกไปทำศึกสงครามภายนอกทุกปี จวนแม่ทัพใหญ่จึงตกอยู่ภายใต้การดูแลของอนุรอง แม้แต่นางที่เป็นบุตรีสายตรงยังมิอาจหลีกเลี่ยงจากการถูกรังแกได้ ลั่วชิงเฉิงซึ่งเป็นบุตรีอนุ สถานะย่อมต่ำต้อยกว่าเป็นธรรมดา

ทว่า...นางปฏิบัติต่อลั่วชิงเฉิงด้วยความรักและปกป้องดูแลมาโดยตลอด ถึงขั้นยอมขัดแย้งกับอนุรองแทนนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่…สุดท้าย สิ่งที่ได้กลับมาคือความแค้นชิงชังไม่พอ ยังแย่งชิงสวามีของนางไป ทั้งยังกล่าวหานางว่าเป็นสตรีใจอำมหิตที่ทารุณกรรมลั่วชิงเฉิงอีกด้วย น่าขันสิ้นดี!

จวินเฉียนหลิงมองลั่วชิงหวงจากที่สูง ดวงตาไร้ความสงสาร ก่อนจะพ่นถ้อยคำสองคำออกมาอย่างเย็นชาว่า

“สตรีวิปลาส!”

“ข้าคือสตรีวิปลาสงั้นหรือ ?!” ลั่วชิงหวงพลันตะโกนขึ้นพร้อมกับเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น เพราะลุกขึ้นเร็วเกินไป นางจึงเซถลาไปหลายก้าว มองจวินเฉียนหลิงด้วยความเจ็บปวดสุดแสน และกล่าวประชดประชันว่า

“เมื่อก่อน ผู้ใดกันที่สาบานต่อฟ้าดินต่อหน้าสตรีวิปลาสผู้นี้ ว่าจะไม่มีวันทรยศหักหลังข้าไปชั่วชีวิต! จวินเฉียนหลิง! ท่านเคยกล่าวไว้ว่า หากผิดคำสาบานนี้ จะต้องถูกฟ้าผ่าดินทลาย!”

ลั่วชิงหวงใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีตะโกนก้องถ้อยคำฟ้าผ่าดินทลาย ดังเข้าสู่โสตประสาทของจวินเฉียนหลิง ทำให้สีหน้าของเขาสั่นไหว แต่…สุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมโหดที่ล้ำลึกกว่าเดิม จวินเฉียนหลิงทอดสายตาที่เยียบเย็นและดุดันไปยังลั่วชิงหวง มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มที่อำมหิตเหี้ยมเกรียมกล่าวว่า

“ลั่วชิงหวง เจ้าอาลัยอาวรณ์ในตัวข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ ? ในเมื่อเป็นเช่นนั้น คืนนี้…ข้าจะอยู่ร่วมกับเจ้า ณ ที่แห่งนี้”

แววตาของลั่วชิงหวงฉายแววประหลาดใจ นางมองจวินเฉียนหลิงด้วยความตกตะลึง ทว่า…จวินเฉียนหลิงกลับโค้งริมฝีปากอย่างอำมหิตและกล่าวว่า

“ร่างกายของเจ้าใกล้จะดับสิ้นแล้ว ข้าเกรงว่าชั่วชีวิตนี้จะไม่มีโอกาสได้พบกันอีก คืนนี้…ข้าจะค้างแรมกับชิงเฉิง ณ ที่แห่งนี้ ส่วนเจ้า…จงทำหน้าที่เฝ้ายามให้ข้าเสีย จงทะนุถนอมโอกาสครั้งนี้ไว้ให้ดี นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เจ้าจะได้เห็นเรือนกายของข้า”

ลั่วชิงเฉิงได้ยินดังนั้น ความอาฆาตมาดร้ายปรากฏขึ้นในแววตา แต่…กลับแสดงท่าทีลังเลกล่าวว่า

“จะดีหรือเพคะ ? เกรงว่าพี่หญิงจะไม่ยินดี”

“ไม่เป็นไร ข้าเห็นว่าพี่หญิงของเจ้ายินดีเป็นอย่างยิ่ง” จวินเฉียนหลิงยิ้มมุมปาก กล่าวพลางเอื้อมมือโอบกอดเอวอันบอบบางของลั่วชิงเฉิง และเดินตรงไปข้างหน้า

ลั่วชิงหวงยืนมองจวินเฉียนหลิงที่โอบกอดลั่วชิงเฉิงเดินผ่านหน้านางไป นางมองดูพวกเขาขึ้นไปบนเตียงของนาง ลั่วชิงเฉิงยังเหลือบมองเตียงอย่างรังเกียจแล้วกล่าวว่า

“เตียงในตำหนักเย็นนี้สกปรกเสียจริง พี่หญิงหลับนอนได้อย่างไรกัน”

นางยืนอยู่กับที่ ไม่ไหวติงราวกับรูปปั้นที่ถูกผนึก ดวงตาสีดำสนิทที่เคยมีประกายแห่งชีวิต บัดนี้…กลับเหลือเพียงความว่างเปล่าที่เงียบสงัด

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 210 กริชพรากสายเลือด

    แววตาของนางฉายประกายอำมหิตวูบหนึ่ง ขยับริมฝีปากเอ่ยเนิบๆ ว่า“ความสัมพันธ์อันใดรึ ? ข้าคือภรรยาของเขา” เมื่อได้รับคำตอบจากลั่วชิงหวง เหล่ามือสังหารต่างพากันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว ต่างพากันลังเลมิกล้าบุ่มบ่ามลงมือ ทว่า…ด้วยคำสั่งของจวินเสียนฉี พวกเขายังคงล้อมลั่วชิงหวงไว้แน่น มิยอมให้นางจากไปได้ง่ายๆ“พวกเจ้ามัวยืนบื้ออะไรอยู่ ทำไมยังไม่ลงมืออีก !” จวินเสียนฉีเห็นมือสังหารเอาแต่ล้อมกรอบทว่ากลับขวัญหนีดีฝ่อมิกล้าขยับเขยื้อน ก็แผดเสียงตะคอกด้วยความโกรธจัดเหล่ามือสังหารเมื่อถูกจวินเสียนฉีตะคอกใส่ก็ยิ่งลนลาน ทว่า…ก็ยังมิกล้าบุกเข้าไป คนพวกนี้ล้วนเป็นชาวยุทธที่จวินเสียนฉีใช้เงินจำนวนมากซื้อตัวมา ทว่า…ชื่อเสียงของคุณชายหลิวจิ่งและหอลั่วซูในยุทธภพนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด มีหรือที่พวกเขาจะไม่รู้ แล้วใครจะกล้าเสี่ยงชีวิตลงมือเล่า ?ลั่วชิงหวงกวาดสายตามองเหล่ามือสังหาร แววตาเคร่งขรึม ทว่า…มุมปากกลับยกยิ้ม เอ่ยอย่างเชื่องช้าว่า“หากพวกเจ้ากล้าลงมือ ก็จงเตรียมใจรับจุดจบที่จะตามมาไว้ให้ดี”คำขู่ของลั่วชิงหวงทำให้มือสังหารยิ่งขวัญกระเจิง ทุกคนแสดงท่าทีลังเล บางคนที่ใจเสาะเริ่มขยับถอย

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 209 พัดเพลิงคร่าวิญญาณ

    “จะเป็นไปได้อย่างไร เพียงแต่ในจวนเตรียมชาไว้แล้ว หากมิรีบดื่มเกรงว่าจะเย็นเสียก่อน” หลิวจินซิ่วยิ้มอย่างขัดเขิน พลางเอ่ยต่อ“สถานที่ที่ท่านหญิงว่าไว้วันหน้าพวกเราค่อยไปกันก็ได้”ลั่วชิงหวงครุ่นคิดในใจ หากนางมิยอมเข้าไปยามนี้ มือสังหารที่ซุ่มอยู่ย่อมปรากฏตัวออกมาแน่ ถึงตอนนั้นนางคงยากจะหนทางหนี มิสู้ตามเข้าไปข้างใน แสร้งดื่มชาแล้วค่อยหาทางแก้สถานการณ์ภายหลัง เมื่อคิดได้ดังนั้น ลั่วชิงหวงจึงยิ้มอย่างสงบพลางเอ่ยว่า“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ เชิญพระชายานำทาง” หลิวจินซิ่วที่เดิมทีกลัวว่าลั่วชิงหวงจะจับพิรุธได้ เมื่อเห็นนางยอมตกลงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบพานางเข้าไปในห้องทั้งสองนั่งลง หลิวจินซิ่วรินชาให้ลั่วชิงหวงแก้วหนึ่ง ทว่า…มิได้รีบส่งให้ แต่…นางกลับจ้องมองลั่วชิงหวงนิ่งแล้วเอ่ยว่า“ท่านหญิงชิงหวง ข้ามีคำถามอยากจะถามท่านสักข้อ”ลั่วชิงหวงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หลิวจินซิ่วจะถามอะไรนางอีก ? แม้จะสงสัย ทว่า…ภายนอกยังคงสงบนิ่ง“มิทราบว่าพระชายามีสิ่งใดจะถามรึเจ้าคะ ?”“องค์ชายเจ็ดจำเป็นต้องชิงบัลลังก์จริงๆ รึ ? หากเสียนฉีได้เป็นฮ่องเต้ ข้าจะช่วยทูลขอให้เขาปฏิบัติต่อพวกท่านอย่างดี พวกท่านจะยอ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 208 อุบายคนเขลา

    หลิวหยวนเจิงจ้องมองจวินชิงอวี่ สีหน้าอ่อนลงเล็กน้อยคล้ายกำลังรอฟังคำพูดต่อจากนี้ จวินชิงอวี่จึงค่อยๆ เอ่ยปากช้าๆ ว่า“ยามนี้สถานการณ์ของแคว้นจิ่นวิกฤตเพียงใด ข้าคงมิจำเป็นต้องสาธยายให้มากความ ท่านพี่ใหญ่แม้จะมีใจเมตตา ทว่ากลับขาดรัศมีขัตติยา มิใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งฮ่องเต้ ท่านอัครเสนาบดีทุ่มเทเพื่อบ้านเมืองมาตลอด ย่อมมิเห็นแก่เรื่องส่วนตัวจนทำให้ราชสำนักพังพินาศ ยิ่งไปกว่านั้น หากข้าได้ขึ้นครองราชย์ ด้วยความสามารถประดุจแขนขาอันล้ำค่าเช่นท่าน ข้าย่อมไม่มีวันปฏิบัติอย่างไร้เยื่อใยแน่นอน”เมื่อได้ยินดังนั้น หลิวหยวนเจิงก็เริ่มมีสีหน้าลังเล เขามองจวินชิงอวี่ด้วยแววตาที่สับสนวูบหนึ่ง ทว่า…ยังคงเอ่ยปฏิเสธไปตามมารยาท“กระหม่อมย่อมมิกระทำการใดที่ฝ่าฝืนกฎราชสำนัก องค์ชายเจ็ดมิต้องกังวล เพียงแต่เสียนฉีนั้นกระหม่อมเห็นเขามาตั้งแต่เล็ก แม้นิสัยจะอ่อนแอไปบ้าง ทว่าก็ใช่ว่าจะกลายเป็นมหากษัตริย์ที่ดีมิได้”“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็มิขอบีบคั้นให้ท่านต้องลำบากใจ ทว่าคำพูดของข้าจะยังคงเป็นจริงเสมอ หวังว่าท่านอัครเสนาบดีจะเก็บไปไตร่ตรองดูให้ดี”จวินชิงอวี่เงยหน้าขึ้นมองหลิวหยวนด้วยรอยยิ้มกึ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 207 ไร้วาสนาเคียงคู่

    “จำได้สิเจ้าคะ ตอนนั้นท่านบอกว่าข้าต้องจำไว้ว่ายังติดค้างบุญคุณท่านอยู่หนึ่งอย่าง เช่นนี้…พวกเราต่างฝ่ายต่างก็ติดค้างกันและกัน มิใช่ว่าถูกกำหนดมาให้ต้องผูกพันกันไปชั่วชีวิตหรอกรึ ? ตอนนั้นข้ายังมิอยากจะเชื่อ ทว่า…มิคาดคิดเลยว่า คำพูดในวันนั้นจะกลายเป็นเรื่องจริงในวันนี้”จวินชิงอวี่แย้มยิ้มประดุจสุนัขจิ้งจอกผู้ชนะ เขาออกแรงดึงร่างลั่วชิงหวงเข้ามากอดไว้แนบอก มุมปากหยักยิ้มอย่างพึงพอใจ มันควรจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่ตอนนั้น เขาก็ได้ตัดสินใจแล้วว่า จะต้องทำให้ลั่วชิงหวงมาเป็นภรรยาของเขาให้ได้ และจะมิยอมให้นางจากไปไหนชั่วชีวิตลั่วชิงหวงซบอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดของจวินชิงอวี่พลางเผยรอยยิ้มแห่งความสุขออกมา แสงอาทิตย์ยามอัสดงพาดผ่านร่างของทั้งสอง ขับเน้นรัศมีอันสง่างามและสูงศักดิ์จนดูโดดเด่นสะดุดตา ทว่า…กลับดูอบอุ่นและกลมกลืนยิ่งนัก ราวกับว่าโลกทั้งใบได้รวบรวมเอาความงดงามและน่าประทับใจทั้งหมดมาไว้ที่คนคู่นี้เพียงผู้เดียววันถัดมา ลั่วชิงหวงและจวินชิงอวี่มาเดินเล่นริมสระน้ำอีกครั้ง และช่างประจวบเหมาะเหลือเกินที่พวกเขาได้พบกับ หลิงอู่หลิวอีกครั้ง ทว่า…ครานี้ผู้ที่ยืนอยู่เคียงข้างนางคือห

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 206 รักมั่นชั่วนิรันดร์

    นางเพียงขอให้เขาช่วยสร้างกระแสเพียงเล็กน้อยก็มิใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ทว่า…จวินชิงอวี่กลับเพียงเพราะคำพูดลอยๆ ประโยคเดียวของลั่วชิงหวงที่ยังมิได้แสดงท่าทีโกรธเคืองด้วยซ้ำ ถึงกับประกาศว่าจะมิช่วยเหลือนางอีกในภายภาคหน้า เช่นนี้…จะมิให้นางโกรธขึ้งและขุ่นมัวได้อย่างไร“เหตุใดเล่าเจ้าคะ ? เพียงเพราะคำพูดคำเดียวของท่านหญิงชิงหวงรึ ?”หลิงอู่หลิวจ้องมองจวินชิงอวี่ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจผสมปนเปกับความโมโห วาจาที่เอ่ยออกมาจึงมิเกรงใจอีกต่อไป“ขออภัยที่เสียมารยาท ใจคอของท่านหญิงชิงหวงมิคับแคบเกินไปหน่อยรึเจ้าคะ ?”ลั่วชิงหวงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มหยันโดยมิแยแส นางเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย แววตาไหววูบก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งมิยินดียินร้ายว่า“ขอองค์หญิงอู่หลิวโปรดอภัยด้วย ข้านั้นใจคอคับแคบเช่นนี้เอง วันหน้าก็โปรดอย่าได้มาแหย่ข้าเล่น มิเช่นนั้น ก็อย่าหาว่าข้ามิเกรงใจ”หลิงอู่หลิวมิคาดคิดว่าลั่วชิงหวงจะตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาถึงเพียงนี้ เดิมที…นางตั้งใจจะใช้คำพูดกระทบกระเทียบเปรียบเปรย ทว่า…เมื่อเจอคำตอบที่โผงผางชัดเจนของลั่วชิงหวง กลับกลายเป็นนางเองที่ดูใจแคบและช่างจิกกัด ยิ่งพอมองใบหน้าที่ยังคงสง่างา

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 205 วาจาซ่อนเข็มพิษ

    เช้าของอีกวัน“หวงเอ๋อร์ ตะวันโด่งแล้ว ยังมิยอมตื่นอีกหรือ ?” จวินชิงอวี่มองลั่วชิงหวงที่ยังจมอยู่ในห้วงนิทรา เขาเอื้อมมือไปบีบจมูกนางเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอ็นดูลั่วชิงหวงปรือตาที่ยังง่วงงุนขึ้นมองจวินชิงอวี่ พลางเอ่ยอย่างงอนๆ ว่า“เหตุใดถึงปลุกข้าแต่เช้าเช่นนี้”“นี่มันยามเที่ยงแล้ว เจ้ามิหิวบ้างหรือ ?” จวินชิงอวี่เห็นท่าทางแง่งอนของนางก็ใจอ่อนยวบ เขาใช้นิ้วเขี่ยจมูกนางอีกครั้งเพื่อกันมิให้นางหลับต่อลั่วชิงหวงเม้มปากอย่างขัดใจพลางลืมตาขึ้น มือข้างหนึ่งยกขึ้นบังแสงแดดที่ลอดเข้ามาพลางพึมพำ“สายป่านนี้แล้วหรือ ? ข้านอนนานขนาดนั้นเชียว ?” เมื่อเห็นท่าทางไร้เดียงสาน่าเอ็นดูของนาง จวินชิงอวี่ก็อดใจมิไหวโน้มตัวลงไปจูบนางอีกครั้ง ลั่วชิงหวงที่เพิ่งตื่นรีบผลักเขาออกด้วยใบหน้าแดงซ่าน“กลางวันแสกๆ ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ ?”“ข้าเห็นหวงเอ๋อร์ยังมิตื่นเต็มตา เลยต้องใช้วิธีพิเศษช่วยปลุกเท่านั้นเอง”นัยน์ตาหงส์ของจวินชิงอวี่ฉายแววหยอกล้อ มองนางที่กำลังพองลมที่แก้มอย่างนึกสนุกลั่วชิงหวงผลักเขาออกไปอีกครั้ง ในใจเขินอายทำตัวมิถูก นางเอ่ยเสียงเบาหวิวว่า“ท่านยังมีหน้ามาพูดอีก หากมิใช่เพราะเมื่อคืนท่า

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 24 ตำแหน่งจวิ้นจู่

    “ปกติ…อี๋เหนียงรองเป็นคนมัธยัสถ์ในการดูแลจวนเพคะ จึงแบ่งเบี้ยหวัดรายเดือนให้หลานไม่ถึงหนึ่งในห้าส่วนที่ควรจะได้ ด้วยเหตุนี้ หลานจึงไม่มีเงินสำรองไว้ใช้สอย จนต้องนำปิ่นปักผมของท่านแม่ไปจำนำ อี๋เหนียงรองไม่ทราบเรื่องนี้ จึงคิดว่าหลานหลอกลวงนาง เมื่อเรื่องเข้าใจผิดลุกลามใหญ่โต ท่านพ่อทรงเมตตาหลานจึงสั

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 19 ต่างคนต่างเหลี่ยม

    ทว่า…สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ ลั่วชิงหวงไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังไม่มีท่าทีตัดพ้อเลยสักนิด นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งและราบเรียบว่า“เจ้าค่ะคุณชาย” เมื่อได้ยินคำตอบ สีหน้าของคุณชายหลิวจิ่งก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ราวกับต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่…สุดท้ายก็เงียบไป เขาขยับกายเพียงวูบเดียวก็ห

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 18 จัดการไปอีกคน

    ลั่วหยวนเอ่ยสั่งเสียงเรียบ พอไฉ่สวี่ได้ยินว่าต้องถูกโบยหนึ่งร้อยไม้ นางก็เป็นลมล้มพับไปทันที ลั่วชิงเฉิงอ้าปากพะงาบอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่…สุดท้ายนางก็เลือกที่จะนิ่งเงียบ นางเป็นคนฉลาด ย่อมเข้าใจดีถึงกลยุทธ์สละเบี้ยรักษาขุน ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ นางไม่อาจปกป้องไฉ่สวี่ได้ หากขืนดื้อดึ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 9 ย้ำเตือนสถานะ

    ส่วนเหตุผลที่ทำเช่นนั้น ย่อมไม่ใช่เพราะความตั้งใจทำลายชื่อเสียงของตัวเอง แต่…เพื่อดึงดูดความสนใจของท่านพ่อและฮ่องเต้ เพื่อให้นางสามารถอธิบายเหตุผลที่นางมากินอาหาร และเหตุผลที่นางไม่มีเงินจ่ายค่าอาหารได้อย่างชัดเจน หากนางคิดไว้ไม่ผิด ท่านพ่อและพี่ใหญ่คงจะกลับมาถึงในวันพรุ่งนี้“เจ้าไปเถิด จำไว้ว่าเจ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status