เป่าบุ้นจิ้นเป็นบุคคลที่ยืนอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์กับการแต่งเติมของนิทานพื้นบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เขาน่าดึงดูดยิ่งกว่าคนที่มีชีวิตจริงเพียงอย่างเดียว ผมชอบไล่ดูแหล่งข้อมูลเก่าๆ แล้วเก็บภาพของเขาจากสองฝั่ง: ฝั่งหนึ่งคือบันทึกราชสำนักที่พูดถึงข้าราชการผู้เคร่งครัด
ผู้มีชื่อเสียงในความยุติธรรม ส่วนอีกฝั่งคือเรื่องเล่าต่อปากที่ยกย่องให้เขากลายเป็นไอคอนของความเที่ยงธรรม
จากมุมมองของผม ความจริงคือมีข้าราชการคนหนึ่งชื่อเป่าบุ้นจิ้น (หรือชื่อจีนว่า 包拯) ที่มีตัวตนจริงในยุคราชวงศ์ซ่ง บันทึกหลายฉบับของราชสำนัก เช่น '宋史' ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ วิธีการทำงาน และชื่อเสียงที่เขาสร้างไว้ในฐานะผู้พิพากษาซื่อตรง แต่ความน่าสนใจที่แท้จริงเกิดจากการที่คนเล่าเรื่องนำคดีต่างๆ มาตกแต่ง เพิ่มบทสนทนา จินตนาการ และฉากเหนือธรรมชาติเพื่อให้เข้าถึงคนอ่านหรือผู้ชมมากขึ้น ผลงานรวมคดีอย่าง '包公案' จึงเหมือนสะพานที่เชื่อมระหว่างข้อเท็จจริงกับนิยาย โดยแยกไม่ออกว่าเรื่องไหนมาจากบันทึกจริงหรือถูกเติมแต่งทีหลัง
ในฐานะคนที่อ่านทั้งบันทึกเก่าและนิยายสมัยใหม่ ผมเห็นว่าเป่าบุ้นจิ้นเป็นทั้งคนจริงและตัวละครในตำนานได้พร้อมกัน การยืนยันว่ามีแหล่งประวัติศาสตร์รองรับไม่ได้ทำให้เรื่องเล่าอันเต็มไปด้วยความยุติธรรมเหนือธรรมชาติสูญเสียคุณค่าไป ตรงกันข้าม ความเป็นเพียงมนุษย์ของเขากลับทำให้ภาพฮีโร่ในนิทานน่าเชื่อถือขึ้น การดูงานละครเวที หนังสือเก่า และเรื่องสั้นที่อ้างอิงคดีของเขาทำให้เข้าใจว่าเหตุใดสังคมถึงต้องการรูปแบบของผู้พิพากษาที่เด็ดขาดและไม่เข้าข้างผู้มีอำนาจ — มันคือความปรารถนาให้มีความยุติธรรมจริงๆ อยู่ในโลกนี้ ไม่ใช่แค่ในบันทึกปกขาว การจบด้วยภาพของเป่าบุ้นจิ้นในฐานะสัญลักษณ์มากกว่าประวัติศาสตร์แท้ ๆ ก็กลายเป็นเรื่องที่อบอุ่นและให้ความหวังไปอีกแบบ