Mag-log in[ทะลุมิติเข้าไปในนิยาย+ถูกบังคับให้เป็นตัวรับกระสุน+เป็นที่รักของทุกคน+นิยายที่อ่านแล้วฟิน+หญิงแกร่ง] ซ่งรั่วเจินทะลุมิติเข้ามาในนิยาย เข้ามาอยู่ในร่างอดีตภรรยาที่ด่วนจากไปของพระเอก ตระกูลมั่งคั่งร่ำรวยทำให้พระเอกและนางเอกใช้ชีวิตอย่างรุ่งเรืองไปชั่วนิรันดร์ แม้แต่ทุกคนในครอบครัวก็ถูกควบคุมและตายอย่างอเนจอนาถ นางทะลุมิติเข้ามาในวันแต่งงาน เกี้ยวสองหลังข้ามประตูพร้อมกัน ยังไม่ต้องพูดว่าหนังสือแต่งงานเป็นภรรยาที่ถูกต้องในมือกลายเป็นภรรยาหลวงลำดับเดียวกัน แต่ยังกลายเป็นความกรุณาต่อนางอีกด้วย? ซ่งรั่วเจิน “เฮงซวย! ใครอยากเป็นภรรยาหลวงลำดับเดียวกัน?” มีเงินทองมากมายนำไปทำอย่างอื่นไม่ดีกว่าหรือ? เหตุใดนางต้องมอบทรัพย์สินให้พระเอกกับนางเอกด้วย ตัวโง่งมเช่นนี้ใครอยากเป็นก็เป็นเถอะ! บิดาหายตัวไป? นางเป็นถึงเจ้าสำนักวิชาเต๋า ทำนายดวง คำนวณฮวงจุ้ยตามหาคน หาคนกลับมาให้ได้ก็พอ! พี่ใหญ่พิการฆ่าตัวตาย? รักษาหายแล้วก็กลับเข้ากองทัพสร้างความดีความชอบกลายเป็นแม่ทัพยิ่งใหญ่บารมีเทียมฟ้าในราชสำนัก พี่รองถอนหมั้นเพราะตาบอด? คว้าชัยชนะกลายเป็นดาวดวงใหม่ของราชสำนัก เป็นคนโปรดหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้! ในที่สุดซ่งรั่วเจินก็มีชีวิตร่ำรวยและเวลาว่างมากมาย แต่กลับพบว่าท่านอ๋องที่นางเอกในต้นฉบับหลงรักแต่มิได้รับรักตอบถึงขั้นมาตามตอแยนาง? เนื้อเรื่องผิดเพี้ยนไปนี่นา! ฉู่จวินถิง…บิดาหายตัวไป พี่ชายพิการ มารดาร้องไห้น้ำตานองหน้า ตัวนางที่แหลกสลาย แม้มีพลังมหาศาลดุจวัว หนึ่งฝ่ามือสามารถตบชายหลายใจตายได้ แต่ก็ยังปวดใจเหลือเกิน
view moreEl sueño de la joven Úrsula Narváez siempre fue brillar como una estrella, en lo más alto del mundo del cine, la televisión o el teatro, pero como suele ocurrir, toda heroína tiene un enemigo y todo sueño se enfrenta a la dura realidad cuando se despierta.
Quien despertó a Úrsula fue un siniestro y codicioso hombre apodado "Dedos de oro", un afamado director y productor de cine que convertía en oro todo lo que tocaba, de ahí su creativo apodo. El problema fue que quiso tocarla a ella y acabó recibiendo un potente puñetazo cuando sus ávidos dedos de oro se colaron bajo su falda."¿Acaso no sabes cómo funciona este mundo, querida? Nadie te contratará jamás si yo lo digo, hoy has sepultado tu carrera de actuación para siempre".No conforme, Úrsula le dio una patada en la entrepierna, subestimando el poder de las malignas influencias del hombre, que se extendían como raíces por toda la industria del espectáculo."Lo siento, Úrsula, estamos buscando a alguien que sea más alta"."¡Puedo usar tacones!""Lo siento, necesitamos a alguien más baja"."¡Me encorvaré!""Necesitamos a una persona más morena""¡Iré al solarium!""No calzas con el perfil que buscamos, eres demasiado bonita"."Así me hizo Dios, no puedo evitarlo".Día tras día, audición tras audición, las excusas para rechazarla se multiplicaban y el dinero se acababa. Y su hermano menor, que había quedado discapacitado tras un accidente en motocicleta, tampoco ayudaba mucho, pues buscaba consuelo a su padecimiento en el alcohol, las mujeres y el juego, gastándose el poco dinero que les quedaba de la herencia de sus padres.Tarde o temprano sus malas decisiones los llevarían a la ruina y eso ocurrió una tarde de verano.—¡¿Nos robaron?! —preguntó Úrsula al volver de su trabajo temporal de mesera y encontrar la casa completamente vacía.—No, hermana, fueron los prestamistas. ¡Les dije que les pagaría, pero no me creyeron!Pedro se los venía diciendo desde hacía varios meses sin soltarles ni un peso.—¡Se llevaron hasta el ánfora con las cenizas de la abuela! —exclamó Úrsula, con desesperación.—¡Son desalmados! Nos dieron una semana o venderán todo y botarán a la abuela a la basura.Destrozados, los hermanos se abrazaron. Pedro estaba sentado en el suelo, también le habían quitado su silla de ruedas. Úrsula lloró amargamente ante tanta crueldad.—Al menos todavía tenemos la casa, no nos hemos atrasado con la renta —se consoló ella.—¡Ay, hermana! Me gasté el dinero en lentes de realidad virtual. ¡Es que deseaba saber cómo se sentía volver a caminar, a correr, a nadar con tiburones! ¡Nos quedaremos en la calle!Como hermana mayor, Úrsula no podía perder la calma y, aunque estaban desesperados, se negó tajantemente a la idea de su hermano de robar un banco. Ella era talentosa, alguien honesto debía haber en el mundo que valorara su talento y le diera un trabajo pese a estar en la lista negra de "Dedos de oro", así que en cuanto leyó el anuncio en la web de empleos, no dudó en presentarse."Se busca mujer de buena apariencia, con talentos actorales y discreción, para trabajo a tiempo completo en empresa privada. Renta a convenir".Si Úrsula hubiera sabido en el embrollo que estaba por meterse, habría preferido robar el banco.......กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีเด็ก ๆ ก็อายุสามขวบแล้วฉู่จวินถิงขึ้นครองราชย์อย่างราบรื่น ซ่งรั่วเจินก็ได้เป็นฮองเฮาฮ่องเต้องค์ก่อนที่เดิมควรจะสิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว เพราะไม่มีเหลียงอ๋องคอยทำร้าย อีกทั้งยังได้รับการบำรุงร่างกายจากซ่งรั่วเจินอย่างดี พระวรกายจึงดีขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแต่เห็นว่าฉู่จวินถิงจัดการราชการได้อย่างคล่องแคล่ว จึงไม่อยากเหน็ดเหนื่อยกับราชกิจอีกเขาพาฮองเฮา ซึ่งบัดนี้เป็นไทเฮา ปลอมพระองค์ออกไปเที่ยวชมทั่วราชอาณาจักร กล่าวว่าทรงตั้งใจปกครองบ้านเมืองห่วงใยราษฎรมาตลอด บัดนี้ก็ควรไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยตนเองจริง ๆ เสียทีซ่งรั่วเจินได้เป็นฮองเฮา แม้จะพำนักอยู่ในวัง แต่ก็มักออกไปเที่ยวนอกวังอยู่เสมอ ฉู่จวินถิงก็ปล่อยให้นางไปตามใจ ทุกครั้งที่จัดการงานเสร็จและมีเวลา ก็จะไปเป็นเพื่อนนางพาลูกทั้งสามไปด้วย ครึกครื้นยิ่งนักทว่า หลังจากฉู่จวินถิงขึ้นครองราชย์ ก็มีขุนนางจำนวนไม่น้อยเสนอให้คัดเลือกสนมเพราะอย่างไรเสีย ฮ่องเต้ควรมีโอรสและธิดาให้มาก มีฮองเฮาเพียงคนเดียวย่อมไม่พอ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงว่าฮ่องเต้ทรงรักและเป็นห่วงฮองเฮามาก ถึงขั้นตัดสินพระท
ฮองเฮาแอบรู้สึกประหลาดใจ “ไม่คิดว่าเจินเอ๋อร์จะรู้มากขนาดนี้ ข้าเองก็เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก”“ตอนนี้ลูกยังเล็กอยู่ พอโตขึ้นก็จะเห็นได้ชัดกว่านี้พ่ะย่ะค่ะ”ซ่งรั่วเจินมองลูกทั้งสาม ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน บัดนี้นางก็ได้สัมผัสถึงความรักของแม่ที่ท่วมท้นแล้วทุกวันที่ได้อุ้มลูก นางรู้สึกว่าสภาพจิตใจก็สงบและอ่อนโยนขึ้น เวลาส่องกระจกก็เหมือนว่าคิ้วตาจะเปลี่ยนไป“เสด็จย่าของเจ้าก็ตรัสถึงทั้งวัน หวังเพียงว่าเจ้าจะฟื้นฟูร่างกายให้ดี แล้วพาลูกไปเยี่ยมนางสักหน่อย”ฮองเฮานึกถึงหลายวันก่อนหน้านี้ ไทเฮาเคยถามเรื่องนี้โดยเฉพาะ ถึงขั้นอยากไปจวนรัชทายาทเพื่อดูเจินเอ๋อร์ แต่ถูกฮ่องเต้ห้ามไว้เพราะอย่างไรเสีย พระพลานามัยของไทเฮาแต่เดิมก็ไม่ดี หลังจากได้รับการดูแลรักษาจึงจะดีขึ้นหากออกจากวังโดยพลการ แล้วเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น เช่นนั้นก็วุ่นวายแล้วซ่งรั่วเจินคิดถึงเสด็จย่าที่ดีต่อนางเสมอมา จึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “อีกเดี๋ยวพวกเราจะไปเยี่ยมเสด็จย่าเพคะ”ฮองเฮาพยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วตบมือซ่งรั่วเจินเบา ๆ “เจ้าคลอดลูกให้จวินถิงถึงสามคนในคราวเดียว ทำคุณงามความดีครั้งใหญ่ ลำบากเจ้าแล้วจริง ๆ”
กู้ฮวนเอ๋อร์หัวเราะฮี่ ๆ “ข้าแค่รู้สึกว่า ลูกชายของข้าเมื่อเทียบกับลูกของท่านแล้วยังด้อยกว่านิดหน่อย แต่ถ้าเทียบกับเด็กบ้านอื่น ๆ ข้าว่าหน้าตาดีทีเดียว”“ลูกชายของเจ้าพอโตขึ้นต้องหล่อเหลาแน่นอน ถึงตอนแต่งงานมีภรรยา เกรงว่าจะมีสตรีมากมายแย่งกันแน่”ซ่งรั่วเจินอุ้มลูกของตนเอง ตอนแรกยังรู้สึกแปลกหน้าอยู่บ้าง แต่ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าน่ารัก ความผูกพันทางสายเลือดก็พลันเกิดขึ้นทันทียามนี้เมื่อมองลูกของตนเอง นางก็อดไม่ได้ที่จะอยากจูบพวกเขาในบรรดาลูกทั้งสามคนของนาง คนโตค่อนข้างเงียบ คนที่สองซุกซนเสียงดัง ส่วนลูกสาวคนเล็ก ผิวพรรณขาวผ่องกว่าหน่อย เวลาร้องไห้ก็ชวนให้คนเอ็นดูเป็นพิเศษเมื่อพระชายารัชทายาทฟื้นขึ้นมา ข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง“ก่อนหน้านี้ข่าวบอกว่าพระชายารัชทายาทไม่ได้สติ หมอหลวงก็จนปัญญา เกรงว่าจะไม่รอดแล้ว ไม่คิดเลยว่าคนดีสวรรค์คุ้มครอง ในที่สุดก็ฟื้นขึ้นมาได้”“ช่างดีจริง ๆ ข้ารู้อยู่แล้วว่าพระชายารัชทายาทเป็นคนมีวาสนา ตั้งครรภ์แฝดสาม ต่อไปชีวิตต้องดีแน่นอน”“ก่อนหน้านี้เพราะพระชายารัชทายาทเกิดเรื่อง ได้ยินว่าขุนนางทั้งหลายต่างไม่กล้าไปแสดงความยินดี ตอนนี้ถึงจะ
หลังจากกู้หรูเยียนมาถึง คนในตระกูลซ่งก็พากันรีบรุดมาถึงเช่นกันเมื่อเห็นว่าซ่งรั่วเจินไม่เพียงฟื้นขึ้นมาแล้ว ยังกระปรี้กระเปร่าดีด้วย ก้อนหินที่ค้างคาอยู่ในใจของทุกคนได้ตกลงพื้นในที่สุด“ขอบคุณฟ้าดิน บุตรสาวของข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”ซ่งหลินถอนหายใจโล่งอก หลายวันที่ผ่านมา สำหรับเขาแล้วยาวนานราวกับเป็นปี เพียงแต่เมื่อเห็นว่าฮูหยินของตนแทบจะรับไม่ไหว เขาจำต้องฝืนยืนหยัดไว้ มิฉะนั้นสถานการณ์คงเลวร้ายยิ่งกว่าเดิมเพียงแต่ว่า บุตรสาวคนนี้คือแก้วตาดวงใจของเขา พอคิดว่าอาจเกิดเรื่องขึ้นจนไม่ได้พบกันอีก ไม่ต้องพูดเลยว่าในใจเขาเจ็บปวดเพียงใด“น้องหญิงห้า เจ้าฟื้นขึ้นมาได้ช่างดีเหลือเกิน เจ้าหมดสติครั้งนี้ทำพวกเราตกใจแทบแย่”ซ่งจิ่งเซินเผยรอยยิ้มออกมา ก่อนจะถามอีกว่า “หมอหลวงคงมาตรวจดูแล้วใช่ไหม? ตอนนี้เจ้าไม่เป็นอะไรแล้วใช่หรือไม่?”ซ่งรั่วเจินพยักหน้าเบา ๆ “ข้าเพียงอ่อนแรงเกินไปหลังจากคลอดลูก จึงหมดสติไป ตอนนี้ฟื้นแล้ว ร่างกายก็จะค่อย ๆ ฟื้นฟู พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าแล้ว”สายตาของนางกวาดมองผู้คนไปทั่ว เห็นได้ชัดมากว่าทุกคนล้วนไม่ได้พักผ่อนดี ๆสีหน้าของแต่ละคนล้วนเผยความอ่อนล้าหลายส่วน เ
ซ่งรั่วเจินและฉู่จวินถิงยืนมองการได้พบหน้ากันอีกครั้งของแม่ทัพหลี่และหว่านเอ๋อร์อย่างเงียบเชียบ ไม่มีใครพูดอะไรทั้งสิ้นทว่า จากท่าทีของหว่านเอ๋อร์ที่ดูไม่อยากบอกความจริง ในใจของพวกเขาสองคนก็พอจะคาดเดาอะไรได้บ้าง“เจ้าเดาว่าเป็นผู้ใดหรือ?”ซ่งรั่วเจินเห็นฉู่จวินถิงท่าทางคล้ายกับรู้คำตอบอยู่เต็มอก
หลังจากหยางอ๋องได้ฟังเช่นนั้น ความหวังก็พลันลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง“พูดเช่นนี้ หมายความว่าข้ายังมีทางรอดหรือ?”“แน่นอน” ซ่งรั่วเจินพยักหน้าฉู่จวินถิงหัวเราะเบา ๆ “มีพี่สะใภ้ของเจ้าอยู่ ต่อให้เจ้าอยากตาย น่ากลัวว่าก็ไม่ง่ายนัก”หยางอ๋องอดหัวเราะไม่ได้ แต่ไม่นานก็ฉุกคิดถึงความผิดปกติในถ้อยคำนั้น จึ
ซ่งรั่วเจินเหลือบมองฉู่จวินถิงที่อยู่ข้างกาย “ท่านกับอวิ๋นอ๋องไม่ต้องไปด้วยหรือ?”“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราสองคน ย่อมไม่มีความจำเป็นต้องไป”ฉู่จวินถิงยิ้มบาง ๆ “เวลานี้เสด็จพ่อคงกำลังพิโรธอย่างหนัก พวกเราไปก็มีแต่จะต้องยืนฟังเสียงตำหนิ ไม่สู้รอฟังข่าวดีกว่า”“ทุกครั้งที่เสด็จพ่อทรงกริ้ว กา
นับแต่นั้นมา เขาจึงได้รู้ว่าที่แท้คนที่ช่วยตัวเองออกจากความทุกข์ยากก็คือองค์หญิง ส่วนเขา ภายหลังก็ได้กลายเป็นองครักษ์ข้างกายขององค์หญิง เขาฝึกวิทยายุทธ์อย่างมุมานะทุกวัน เพื่อให้สามารถปกป้ององค์หญิงได้ดียิ่งขึ้น คนเช่นเขา เดิมทีก็ไม่คู่ควรที่จะอยู่ข้างกายองค์หญิง บัดนี้ได้มีโอกาสเช่นนี้












Mga Ratings
RebyuMore