องค์ประกอบที่เด่นคือการผสมผสานระหว่างเสียงมนุษย์แบบคอรัสกับออร์เคสตราเบา ๆ ซึ่งให้ทั้งความใกล้ชิดและความยิ่งใหญ่พร้อมกัน ทำให้เกิดความรู้สึกราวกับอยู่ท่ามกลางพิธีเงียบ ๆ ที่เต็มไปด้วยความเคารพ ต่อให้บางช่วงจะมีซินธ์สมัยใหม่เข้ามาแทรกก็ยังรู้สึกว่าถูกขับเคลื่อนด้วยรากดั้งเดิมของเพลงประกอบแบบมหากาพย์ นี่ไม่ได้เป็นเพียงเพลงประกอบ แต่เป็นพื้นที่เสียงที่ชวนให้ตั้งคำถามและยอมรับความเปลี่ยนแปลง เหมือนฉากธรรมชาติอันกว้างใหญ่ใน 'The Lord of the Rings' ที่ทำให้จิตใจยอมรับความเล็กน้อยของตัวเองได้อย่างอ่อนโยน
จากมุมมองทางโครงสร้าง ดนตรีมีธีมหลักที่กลับมาเป็นระยะ ทำหน้าที่เป็นจุดยึดทางอารมณ์ ระหว่างนั้นมีการเปลี่ยนคีย์หรือเพิ่มโทนต่ำเพื่อเพิ่มความหนักแน่น เหมือนซาวด์แทร็กของ 'The Last of Us' ที่ไม่ต้องพล่ามแต่ก็ส่งพลังอารมณ์ได้ตรงจุด เพลงนี้จบลงไม่ได้ด้วยฉากใหญ่โต แต่ด้วยการลดระดับความเข้มข้นลงอย่างตั้งใจ ทำให้ผู้ฟังค่อย ๆ รู้สึกสมานและสงบลงในตอนท้าย