Partager

บุปผากลางใจจอมจักรพรรดิ
บุปผากลางใจจอมจักรพรรดิ
Auteur: ชาเขียวหวานนน้อย/หลงที่แปลว่ามังกร/มธุรสวิลาศ

ข้อมูลเบื้องต้น

ระดับพลังวิญญาณ

**พลังวิญญาณคือพลังลมปราณภายในร่างกายของผู้ฝึกตน เกี่ยวข้องกับความเหมาะสมในการประสานกระดูกวิญญาณเข้ากับร่างกายอีกด้วย ระดับพลังวิญญาณของผู้ฝึกตนจะเเบ่งออกเป็นสิบห้าระดับ แต่ละระดับแบ่งเป็นสิบขั้นย่อย**

แต่ละขั้นย่อยของระดับพลังวิญญาณจะปรากฏเป็นสัญลักษณ์ดังนี้

ระดับ 1-3 ขั้นต้น      หนึ่งวงแหวนเวทย์

ระดับ 4-6 ขั้นกลาง  สองวงแหวนเวทย์

ระดับ 7-9 ขั้นสูง     สามวงแหวนเวทย์

1.ก่อเกิดวิญญาณระดับ1-10 ไม่มีวงแหวนเวทย์

2.ขุนพลวิญญาณระดับ11-19 สัญลักษณ์แทนวงแหวนเวทย์สีขาว

-กระดูกวิญญาณที่เหมาะสมในการดูดซับอายุไม่เกิน 1,000 ปี

3.ขุนนางวิญญาณระดับ20-29 สัญลักษณ์แทนวงแหวนเวทย์สีเขียว

-กระดูกวิญญาณที่เหมาะสมในการดูดซับอายุไม่เกิน 2,000 ปี

4.จักรพรรดิวิญญาณระดับ30-39 สัญลักษณ์แทนวงแหวนเวทย์สีเหลือง

-กระดูกวิญญาณที่เหมาะสมในการดูดซับอายุไม่เกิน 4,000 ปี

5.เทวะวิญญาณระดับ40-49 สัญลักษณ์แทนวงแหวนเวทย์สีส้ม

-กระดูกวิญญาณที่เหมาะสมในการดูดซับอายุไม่เกิน 8,000 ปี

6.ราชันวิญญาณระดับ50-59 สัญลักษณ์แทนวงแหวนเวทย์สีชมพู

-กระดูกวิญญาณที่เหมาะสมในการดูดซับอายุไม่เกิน 10,000 ปี

7.เทพยุทธ์วิญญาณระดับ60-69 สัญลักษณ์แทนวงแหวนเวทย์สีแดง

-กระดูกวิญญาณที่เหมาะสมในการดูดซับอายุไม่เกิน 30,000 ปี

8.เทพสวรรค์วิญญาณระดับ70-79 สัญลักษณ์แทนวงแหวนเวทย์สีฟ้า

-กระดูกวิญญาณที่เหมาะสมในการดูดซับอายุไม่เกิน 60,000 ปี

9.พรหมยุทธ์วิญญาณระดับ80-89 สัญลักษณ์แทนวงแหวนเวทย์สีน้ำเงิน

-กระดูกวิญญาณที่เหมาะสมในการดูดซับอายุไม่เกิน 80,000 ปี

10.มหาพรหมยุทธ์วิญญาณระดับ90-100 สัญลักษณ์แทนวงแหวนเวทย์สีน้ำเงิน

-กระดูกวิญญาณที่เหมาะสมในการดูดซับอายุไม่เกิน 100,000 ปี

11.อัครพรหมยุทธ์วิญญาณ (ตำนาน) ระดับ101-119 สัญลักษณ์แทนวงแหวนเวทย์สีม่วง

-กระดูกวิญญาณที่เหมาะสมในการดูดซับอายุไม่เกิน 200,000 ปี

12.มหาอัครพรหมยุทธ์วิญญาณ (ตำนาน)  ระดับ120-130 สัญลักษณ์แทนวงแหวนเวทย์สีดำ

-กระดูกวิญญาณที่เหมาะสมในการดูดซับอายุไม่เกิน 400,000 ปี

13.เทพพรหมยุทธ์วิญญาณ (ตำนาน)  ระดับ130-150 สัญลักษณ์แทนวงแหวนเวทย์สีเงิน

-กระดูกวิญญาณที่เหมาะสมในการดูดซับอายุไม่เกิน 600,000 ปี

14.มหาเทพพรหมยุทธ์วิญญาณ (ตำนาน)  ระดับ150-170 สัญลักษณ์แทนวงแหวนเวทย์สีทอง

-กระดูกวิญญาณที่เหมาะสมในการดูดซับอายุไม่เกิน 800,000 ปี

15.เทพบรรพกาล (ตำนาน) ระดับ170 เป็นต้นไป สัญลักษณ์แทนวงแหวนเวทย์สีรุ้ง

-กระดูกวิญญาณที่เหมาะสมในการดูดซับอายุ 1,000,000 ปีเป็นต้นไป

**ผู้ฝึกตนแต่ละระดับสามารถดูดซับกระดูกวิญญาณได้อายุสูงสุดตามพลังวิญญาณในขณะนั้น เช่นผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิวิญญาณสามารถดูดซับกระดูกวิญญาณอายุไม่เกิน 4,000ปี สำหรับผู้ฝึกตนระดับขุนพลวิญญาณเป็นต้นไป หากไม่พบกระดูกวิญญาณที่สนับสนุนวิญญาณยุทธ์ต้นกำเนิดหรือพึงพอใจก็สามารถเลือกดูดซับกระดูกวิญญาณในภายหลังได้เช่นกัน**

กระดูกวิญญาณ

**กระดูกวิญญาณจะพบเจอในสัตว์อสูรที่มีความพิเศษทางสายเลือดหรือสัตว์อสูรมายาเป็นต้นไป นิยมประสานเข้ากับร่างกายของผู้ฝึกตนเพื่อความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มทักษะวิญญาณของวิญญาณยุทธ์ต้นกำเนิดเพื่อใช้ความสามารถพิเศษของสัตว์อสูรดังกล่าวได้ สามารถสลับปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมไปตามระดับพลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นได้เช่นกัน**

สำหรับการประสานกระดูกวิญญาณเข้ากับร่างกายสามารถทำได้ทั้งหมดเจ็ดส่วนดังนี้

1.ศรีษะ 1 ส่วน

2.ดวงตาซ้าย/ขวา 2 ส่วน

3.เเขนซ้าย/ขวา 2 ส่วน

4.ขาซ้าย/ขวา 2 ส่วน

ระดับนักปรุงโอสถ

**ผู้ที่เข้าสู่วิถีหลอมสร้างปรุงโอสถจะถูกเรียกว่านักปรุงโอสถฝึกหัด หากสอบเลื่อนระดับเป็นนักปรุงโอสถได้สำเร็จจะมีสมญานาม แบ่งออกเป็น 10 ระดับ ดังนี้**

นักปรุงโอสถระดับ 1-3 สมญานามปัญญาจารย์โอสถ

นักปรุงโอสถระดับ 4-5 สมญานามวิญญาจารย์โอสถ

นักปรุงโอสถระดับ 6 สมญานามอัคราจารย์โอสถ

นักปรุงโอสถระดับ 7 สมญาปรมาจารย์โอสถ

นักปรุงโอสถระดับ 8 สมญานามมหาปราชญ์โอสถ

นักปรุงโอสถระดับ 9 สมญานามเซียนโอสถ

นักปรุงโอสถระดับ 10 สมญานามเทพโอสถ (ตำนาน)

ระดับของโอสถ

ความบริสุทธิ์ 1-3 ส่วน โอสถระดับต่ำ

ความบริสุทธิ์ 4-6 ส่วน โอสถระดับกลาง

ความบริสุทธิ์ 7-9 ส่วน โอสถระดับสูง

ความบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วน โอสถทิพย์

ระดับสมุนไพร

1.ระดับต่ำ

2.ระดับกลาง

3.ระดับสูง

4.ระดับเซียน

5.ระดับสวรรค์

ระดับศาสตราวุธและของวิเศษ

1.ระดับต่ำ

2.ระดับกลาง

3.ระดับสูง

4.ระดับตำนาน

5.ระดับต้นกำเนิด

ประเภทและระดับพลังของสัตว์อสูร

**ระดับพลังวิญญาณของสัตว์อสูรแบ่งออกเป็นระดับขั้นเหมือนผู้ฝึกตน เเต่การเลื่อนระดับในเเต่ละขั้นใช้เวลายาวนานกว่าผู้ฝึกตนหลายเท่า เเต่สิ่งที่ได้มานั่นคือความเเข็งแกร่งที่มากกว่าผู้ฝึกตนในระดับเดียวกัน เเบ่งออกตามความเเข็งแกร่ง การปลุกสติปัญญาและระดับพลังวิญญาณดังนี้ดังนี้**

1.สัตว์อสูรปฐพี

(เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับก่อเกิดวิญญาณ)

2.สัตว์อสูรนภา

-ขั้นต่ำ (เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับขุนพลวิญญาณ)

-ขั้นกลาง (เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับขุนนางวิญญาณ)

-ขั้นสูง (เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิวิญญาณ)

3.สัตว์อสูรมายา

-ขั้นต่ำ (เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับเทวะวิญญาณ)

-ขั้นกลาง (เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับราชันวิญญาณ)

-ขั้นสูง (เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับเทพยุทธ์วิญญาณ)

4.สัตว์อสูรตำนาน

-ขั้นต่ำ (เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์วิญญาณ)

-ขั้นกลาง (เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับระดับพรหมยุทธ์วิญญาณ)

-ขั้นสูง (เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับระดับมหาพรหมยุทธ์วิญญาณ)

5.สัตว์อสูรวิญญาณ

-ขั้นต่ำ (เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับอัครพรหมยุทธ์วิญญาณ)

-ขั้นกลาง (เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับมหาอัครพรหมยุทธ์วิญญาณ)

-ขั้นสูง (เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับเทพพรหมยุทธ์วิญญาณ)

6.สัตว์อสูรบรรพกาล (ตำนาน)

-ขั้นต่ำ (เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับมหาเทพพรหมยุทธ์วิญญาณ)

-ขั้นกลาง (เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับเทพบรรพกาล)

-ขั้นสูง (เทียบเท่าได้กับผู้ฝึกตนระดับมหาเทพบรรพกาล)

วิญญาณยุทธ์

**วิญญาณยุทธ์แบ่งออกเป็นสามประเภท สี่สายวิญญาณยุทธ์ เเบ่งออกเป็นปราณธาตุทั้งเก้า และมีการสืบทอดจากทางสายเลือดเท่านั้น สีของปราณธาตุจะบ่งบอกได้ถึงความเเข็งแกร่งของปราณธาตุต้นกำเนิดที่ครอบครอง**

ประเภทของวิญญาณยุทธ์

1.ประเภทสัตว์อสูร

2.ประเภทธรรมชาติ

3.ประเภทศาสตราวุธ

สายของวิญญาณยุทธ์

1.สายสนับสนุน

2.สายโจมตี

3.สายป้องกัน

4.สายควบคุม

สี่ปราณธาตุธรรมดา

1.ธาตุดิน (สีน้ำตาลเหลือง -สีน้ำตาลส้ม -สีน้ำตาลเเดง)

2.ธาตุน้ำ (สีฟ้า -สีคราม -สีน้ำเงิน)

3.ธาตุลม (สีเขียวอ่อน -สีเขียวน้ำตาล -สีเขียวเข้ม)

4.ธาตุไฟ (สีเหลือง -สีเหลืองส้ม -สีส้ม)

สามปราณธาตุพิเศษ

5.ธาตุพฤกษา(ไม้) (สีน้ำตาลอ่อน -สีน้ำตาลเเดง -สีน้ำตาลเข้ม)

6.ธาตุทอง(โลหะ) (สีขาวทอง -สีเงินทอง -สีทอง)

7.ธาตุพิษ (สีเหลืองดำ -สีเขียวดำ -สีม่วงดำ)

สองปราณธาตุในตำนาน

8.ทิวาธาตุ(แสง) (สีเหลืองทอง -สีส้มทอง -สีเเดงทอง)

9.รัตติกาลธาตุ(มืด) (สีดำขาว -สีดำเทา -สีดำทอง)

**โดยปกติผู้ฝึกตนจะสามารถปลุกวิญญาณยุทธ์ได้เพียงหนึ่งเท่านั้น โดยเชื่อเป็นการสืบทอดจากฝั่งบิดาหรือฝั่งมารดาของตน แต่ใช่ว่าผู้ฝึกตนทุกคนจะมีวิญญาณยุทธ์ได้เพราะหากร่างกายไม่มีความสมดุลมากเพียงพอก็จะไม่สามารถเรียกใช้วิญญาณยุทธ์ได้เช่นกัน**

ระดับบทเวทย์

เเบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ

-บทเวทย์โจมตี

-บทเวทย์ป้องกัน

-บทเวทย์รักษา

เเบ่งเป็น 7 ระดับดังนี้

1.ระดับต่ำ

2.ระดับกลาง

3.ระดับสูง

4.ระดับเทวะ

5.ระดับสวรรค์

6.ระดับเซียน

7.ระดับบรรพกาล (ตำนาน)

สำนักศึกษาในมหาทวีปบูรพา

1.สำนักศึกษาเวหาธาราสวรรค์

-ตั้งอยู่ตรงมหานทีอันเป็นหัวใจหลักของทวีปมหาบูรพา

2.สำนักศึกษาพิภพเทวะนิรันดร์

-ตั้งอยู่ตรงบริเวณส่วนทิศตะวันออกของมหาทวีปบูรพา

3.สำนักศึกษาเหมันต์พันตะศักดิ์สิทธิ์

-ตั้งอยู่ตรงบริเวณทางตอนเหนือสุดของมหาทวีปบูรพา

4.สำนักศึกษาหมื่นเพลิงอัสนี

-ตั้งอยู่ตรงบริเวณทางทิศใต้ของมหาทวีปบูรพา

5.สำนักศึกษาอาศรมบรรพต

-ตั้งอยู่ตรงบริเวณทางทิศตะวันตกของมหาทวีปบูรพา

กล่องสมบัติของบรรพบุรุษตระกูลหวัง

-เคล็ดวิชาสยบอัสนีเมฆา (ฉบับจริง)

-เคล็ดวิชาก้าวย่างทะยานหมื่นลี้ (ฉบับจริง)

-เคล็ดวิชากระบี่สักกะดาราราย (ฉบับจริง)

-คัมภีร์มหาธาตุ (ฉบับจริง)

-จี้หยกทับทิม (เลือดของพญาหงส์แดงอัคคีสุริยะมหาสวรรค์)

-โอสถปลุกพลังวิญญาณ (โอสถทิพย์)

-กระดูกวิญญาณอสรพิษเหมันต์บรรพกาล

อัตราแลกเปลี่ยนในเรื่อง

-1 ก้วน = 1000 เหวิน (อีแปะ) ซึ่งเป็นเหรียญทองแดงผสม

-1 ตำลึงเงิน = 1 ก้วนเหรียญทองแดง

-1 ตำลึงทอง = 10 ตำลึงเงิน

เวลาในเรื่อง

1 เค่อเทียบเท่ากับ 15 นาที

1 ชั่วยามเทียบเท่ากับ 2 ชั่วโมง

-ยามจื่อ คือ 23.00 – 24.59 น.

-ยามโฉ่ว คือ 01.00 – 02.59 น.

-ยามอิ๋น คือ 03.00 – 04.59 น.

-ยามเหม่า คือ 05.00 – 06.59 น.

-ยามเฉิน คือ 07.00 – 08.59 น.

-ยามซื่อ คือ 09.00 – 10.59 น.

-ยามอู่ คือ 11.00 – 12.59 น.

-ยามเว่ยคือ 13.00 – 14.59 น.

-ยามเซิน คือ 15.00 – 16.59 น.

-ยามโหย่ว คือ 17.00 – 18.59 น.

-ยามซวี คือ 19.00 – 20.59 น.

-ยามห้าย คือ 21.00 – 22.59 น.

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • บุปผากลางใจจอมจักรพรรดิ   ( -จบเล่ม ปฐมบท 3.2- ) บทที่ 174 ความวุ่นวายที่สิ้นสุดลง

    ความกังวลแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของทุกคนขณะที่พวกเขาเฝ้าดูการเผชิญหน้ากับอสูรมารจางหมิ่นที่เทียบเท่ากับราชทินนามเทพสวรรค์วิญญาณขั้นสูง พวกเขารู้ดีว่าผู้อาวุโสหนุ่มผู้นี้เป็นราชทินนามเทพยุทธ์วิญญาณที่แข็งแกร่งและมีพรสวรรค์ แต่อย่างไรคู่ต่อสู้ของเขานั้นก็ทรงพลังอย่างหาที่เปรียบมิได้เช่นกัน ยามนี้จางหมิ่นในสภาพอสูรมารนั้นมีพละกำลังมหาศาลมีความเร็วที่เหลือเชื่อและความสามารถในการฟื้นฟูที่น่าทึ่งทั้งยังสามารถทนทานต่อการโจมตีได้อย่างไม่เพลี่ยงพล้ำ และการโจมตีของเขานั้นรุนแรงพอที่จะสังหารราชทินนามเทพยุทธ์วิญญาณที่อ่อนด้อยได้อย่างไม่ยากนักแม้จะต้องเผชิญกับอสูรมารที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับราชทินนามเทพสวรรค์วิญญาณขั้นสูงแต่หนิงอ้ายกลับไร้ซึ่งความหวาดหลัวแต่อย่างใด สิ่งนี้กลับชวนให้เขาหวนคิดไปถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองแห่งการสังหารในครั้งนั้น แก่นแท้แห่งการต่อสู้ จิตสังหารที่ดิบเถือนบ้าคลั่งที่เคยสะกดไว้คล้ายกำลังถูกปลุกขึ้นโดยที่ไม่ต้องร้องขอกลิ่นอายอหังการที่แข็งแกร่งไม่ธรรมดาของราชทินนามเทพยุทธ์วิญญาณขั้นกลางที่มีรากฐานบ่มเพาะลึกล้ำชวนให้ผู้ที่เคยกังขาถึงความเป็นมาและความสามารถของผู

  • บุปผากลางใจจอมจักรพรรดิ   บทที่ 173 สมบัติเทพมารจุติ

    ท่ามกลางความมืดมิดแห่งอนธการที่ได้ปกคลุมทั่วทั้งสนามประลอง บริเวณโดยรอบต่างอัดแน่นไปด้วยความชั่วร้ายและความสิ้นหวัง ม่านพลังพิสดารสายนี้ส่องประกายสีดำม่วงเข้มประกายริ้วคลื่นแผ่กระจายทั้งยังก่อตัวเป็นกำแพงหนาที่ไม่อาจมองทะลุผ่านได้ มากไปกว่านั้นม่านพลังผืนนี้ยังดูดกลืนพลังปราณฟ้าดินโดยรอบเข้ามาเสริมแกร่งอีกด้วย แม้ว่าบรรดาผู้อาวุโสหลายคนจะพยายามโจมตีหรือใช้สมบัติวิเศษเข้าขัดขวางการทำงานแต่ก็ไร้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการได้"สมบัติเทพมารจุติอย่างนั้นรึ? เป็นไปได้อย่างไรกัน!!!" กุ้ยเจินหรือเจ้าตำหนักศาสตร์แห่งค่ายกลเอ่ยด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ ไม่คิดว่าจางหมิ่นที่เป็นผู้ขายวิญญาณนั้นจะครอบครองสมบัติมารระดับสูงเช่นนี้ได้"มันคือสิ่งใดกันสมบัติเทพมารจุติที่เจ้าเอ่ยถึง..." รุ่ยเหอผู้เป็นรองเจ้าสำนักศึกษาและเจ้าตำหนักศาสตร์แห่งการต่อสู้เอ่ยถามด้วยความสงสัย"สมบัติเทพมารจุติเป็นที่เล่าขานกล่าวกันว่าเป็นสมบัติล้ำค่าที่เกิดจากการหลอมรวมพลังของเทพและมารเข้าด้วยกันจึงทำให้สมบัติวิเศษชิ้นนี้มีพลังอำนาจมหาศาลสามารถบันดาลสิ่งที่ปรารถนาได้ทุกประการ โดยเชื่อกันว่าเมื่อครั้งอดีตกาลมีมหาเทพเทพสองตนที่ทรงพลังยิ่ง

  • บุปผากลางใจจอมจักรพรรดิ   บทที่ 172 การปรากฎตัวของผู้ขายวิญญาณ

    คราแรกที่ลู่ซีได้ยินว่าศิษย์ใหม่นามว่าจางหมิ่นนั้นเอ่ยวาจาส่อเสียดหนิงอ้ายเขาก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก เขารู้ดีว่าหนิงอ้ายไม่ได้ปรากฎตัวในสำนักนับเป็นเวลาสิบปีแล้วจึงไม่มีผู้ใดคุ้นเคยหรือพบเห็นหน้ามาก่อน ยิ่งการกลับมาครั้งนี้รูปลักษณ์ของเขานั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเสียด้วยซ้ำ อีกทั้งหนิงอ้ายยังเป็นผู้ร้องขอว่ายามนี้ควรปกปิดตัวตนของเขาไปเสียก่อน ด้วยเพราะไม่ล่วงรู้ว่าบรรดาศิษย์ใหม่ที่ผ่านการทดสอบในปีนี้ได้มีผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ที่เป็นสายข่าวของเผ่าพันธ์มารปีศาจที่ถูกส่งตัวมาหรือไม่ แม้ความลับนี้อาจจะเก็บไว้ได้ไม่นานแต่อย่างน้อยท่ามกลางการทดสอบฝีมือเพื่อคัดเลือกเข้าตำหนักนี้ย่อมสามารถสังเกตุอาการพิรุจผิดปกติจากที่ควรจะเป็นได้“ป้ายหยกชั่วคราวลำดับที่เจ็ด ข้าต้องการประลองกับผู้อาวุโสท่านนั้นขอรับ!!” เสียงของศิษย์ใหม่คนหนึ่งดังขึ้นเรียกความสนใจจากบรรดาศิษย์สืบทอดและศิษย์หลักของตำหนักทั้งสี่ที่ยืนเรียงอยู่ด้านหน้าเพื่อรอเข้าทดสอบเป็นคู่ประลองกับเหล่าศิษย์ใหม่ แม้คำกล่าวนี้จะไม่ได้เอ่ยชื่อแต่ทุกคนในที่นี้ย่อมกระจ่างใจดีว่าถ้อยคำนี้เจาะจงถึงผู้ใด“กฎเกณฑ์เงื่อนไขในการทดสอบคัดเลือกเข้าสังกัดต

  • บุปผากลางใจจอมจักรพรรดิ   บทที่ 171 ผู้ท้าทายที่กล้าหาญ

    การทดสอบศิษย์ใหม่ในปีนี้ที่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขกฎเกณฑ์การทดสอบกล่าวว่าเป็นที่น่าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย บรรดารุ่นเยาว์ชายหญิงเหล่านี้ต่างตั้งตารอที่จะได้ประลองกับศิษย์ผู้สืบทอดหรือศิษย์หลักของตำหนักทั้งสี่ด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม พวกเขารู้ดีว่าการประลองครั้งนี้จะเป็นโอกาสอันดีที่จะได้แสดงความสามารถของตนเองและพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าพวกเขาคู่ควรที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสำนักศึกษาแห่งนี้ แม้ไม่รู้ว่าผลลัพธ์ของการทดสอบจะออกมายอดเยี่ยมมากเพียงใดแต่สิ่งหนึ่งที่คาดเดาได้นั่นคือการประลองครั้งนี้จะต้องเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความท้าทายอย่างแน่นอนศิษย์ใหม่ประจำปีการศึกษาจำนวนห้าคนแรกที่ต้องทำการประลองแสดงฝีมือนั้นถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะยามที่ได้ยินเสียงเรียกหมายเลขของป้ายหยกที่พวกเขาถือครองอยู่ ด้วยเพราะไม่เตรียมใจว่าจะได้ลงทดสอบรวดเร็วถึงเพียงนี้ จากนั้นบรรดาสหายและผู้ที่อยู่ใกล้เคียงต่างได้เข้าไปอวยพรให้พวกเขาทำให้ดีที่สุด จากนั้นพวกเขาจึงได้ก้าวเท้ามุ่งตรงไปยังลานประลองที่มีศิษย์สืบทอดและศิษย์หลักทั้งสี่ที่ยืนเรียงเฝ้ารอคอยว่าพวกเขานั้นจะเลือกใครในการทดสอบความสามารถครั้งนี้แน่นอนว่าศิษย์

  • บุปผากลางใจจอมจักรพรรดิ   บทที่ 170 กฎเกณฑ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

    หนิงอ้ายได้เล่าถึงเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านไท่หลุนเมื่อสิบปีก่อนอย่างละเอียด ทุกคนในสำนักศึกษาต่างตั้งใจฟังด้วยความสนใจและตกใจไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเผ่าพันธุ์มารปีศาจได้วางแผนการชั่วร้ายเช่นนี้มานานหลายปีเช่นนี้ ยิ่งเมื่อหนิงอ้ายเล่าถึงแผนการลับของเผ่าพันธุ์มารปีศาจที่ได้ยินแม่ทัพมารเอ่ยถึงในครั้งนั้น บางเหตุการณ์ก็ตรงกับข้อมูลที่หน่วยสืบข่าวของสำนักศึกษาสืบค้นได้เจ้าสำนักและผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่างก็กังวลใจเป็นอย่างมาก พวกเขารู้ดีว่าหากเผ่าพันธุ์มารปีศาจประสบความสำเร็จในแผนการแล้ว โลกยุทธภพแห่งนี้คงจะต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อย่างไรก็ตามทุกคนต่างชื่นชมในความกล้าหาญและความเสียสละของชายหนุ่มตรงหน้า เหตุการณ์ครั้งนั้นได้ส่งผลให้หนิงอ้ายกลายเป็นวีรบุรุษและถูกเลื่อนระดับเป็นผู้อาวุโสสายในของสำนักศึกษาด้วยความเห็นชอบจากเจ้าสำนัก รองเจ้าสำนัก เจ้าตำหนักทั้งสี่รวมไปถึงบรรดาผู้อาวุโสต่าง ๆ ล้วนเห็นด้วยทั้งสิ้นจากนั้นหนิงอ้ายได้เล่าถึงเรื่องราวการหวนคืนกลับมามีกายเนื้อนี้อีกครั้งให้ทุกคนได้รับรู้แต่ก็ปกปิดบางส่วนที่เขาคิดว่าสมควร

  • บุปผากลางใจจอมจักรพรรดิ   บทที่ 169 ผู้ผ่านการทดสอบ

    ท่ามกลางหุบเขาน้อยใหญ่สูงเสียดฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาและหิมะสีขาวบริสุทธิ์โปรยปรายอันเป็นลักษณะภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นของสำนักศึกษาเหมันต์พันตะศักดิ์สิทธิ์ บรรดาอาคารสิ่งก่อสร้างในสำนักศึกษาต่างถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงรวมไปถึงพื้นที่โดยรอบต่างประดับประดาด้วยโคมไฟเวทย์หลากสีสันที่ส่องสว่างไสวให้ความรู้สึกอลังการเพื่อเป็นการต้อนรับเหล่าบรรดาผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์จากทั่วทุกสารทิศที่หลั่งไหลเข้ามาร่วมการทดสอบพร้อมกับความหวังและความฝันที่จะก้าวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสำนักศึกษาอันทรงเกียรติแห่งนี้ซุ้มประตูสำนักที่ถูกสร้างขึ้นจากแร่ผลึกอัมพรสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอันเป็นวัสดุสินแร่หายากในยุทธภพนี้ได้ถูกแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงได้เปิดออกกว้างเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนที่หลังจากนี้ย่อมกลายเป็นส่วนหนึ่งเดียวกันโดยมีผู้อาวุโสและศิษย์รุ่นพี่ที่ยืนคอยต้อนรับด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น เมื่อการทดสอบสิ้นสุดลงบรรดาศิษย์ใหม่ที่พึ่งผ่านการทดสอบต่างก้าวเดินเข้ามาด้วยความตื่นเต้นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความประหม่าหลังจากบรรดาผู้ผ่านการทดสอบทั้งหมดได้เข้ามาโดยพร้อมเพรียงแล้ว บริเวณลานกว้างหน้าสำนักศึกษายามนี้ต่างคลาคล่ำไปด้วยผู้ฝึกต

  • บุปผากลางใจจอมจักรพรรดิ   บทที่91 สอบเลื่อนระดับ

    โดยปกติทั่วไปนักปรุงโอสถฝึกหัดจะมีอายุตั้งเเต่สิบปีถึงยี่สิบห้าปีโดยเสียส่วนใหญ่ ขึ้นอยู่กับระดับพลังวิญญาณรวมไปถึงความเเข็งแกร่งของวิญญาณยุทธ์ปราณธาตุไฟต้นกำเนิดและจะต้องมีจิตวิญญาณของนักปรุงโอสถที่มากพอจึงจะสามารถเข้าสู่เส้นทางนี้ได้นักปรุงโอสถคนหนึ่งจะต้องประกอบไปด้วยทั้งสามสิ่งนี้ไปในทิศทางเดี

  • บุปผากลางใจจอมจักรพรรดิ   บทที่90 ทักษะวิญญาณที่เพิ่มขึ้น

    หลังจากที่จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อยเเล้ว เหวินหวู่ได้พาหนิงอ้ายมายังที่หนึ่งซึ่งอยู่ห่างไปจากหมู่บ้านไร้นามเเห่งนี้ไปไม่ไกลสักเท่าไหร่นัก ตรงหน้าของเด็กหนุ่มเป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่ภายในเต็มไปด้วยสมุนไพรที่ให้ความรู้สึกเหมือนสวนสมุนไพรข้างเรือนของอาจารย์กลิ่นอายของลมปราณฟ้าดินที่ไหลเวียนอยู่โดยรอ

  • บุปผากลางใจจอมจักรพรรดิ   บทที่89 อสูรจักรพรรดิแมงมุมรัตติกาลเหมันต์

    จุดบริเวณดังกล่าวเป็นแนวต้นไม้สูงใหญ่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับป่าโบราณที่มีอายุหลายร้อยหลายพันปี กลิ่นอายของสมุนไพรระดับสูงรวมไปถึงลมปราณฟ้าดินบริสุทธิ์ไหลเวียนอย่างเข้มข้น เห็นได้ชัดว่าโดยรอบนี้มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากมากไปกว่านั้นยังให้ความรู้สึกราวกับว่าตกอยู่ในสายตาดุร้ายไม่ประสงค์ดีที่มอ

  • บุปผากลางใจจอมจักรพรรดิ   บทที่88 หมู่บ้านไร้นาม

    วิญญาณยุทธ์ปราณธาตุไฟที่ถูกปลดปล่อยออกมายามที่หนิงอ้ายฝึกฝนวิชายุทธได้แฝงไปด้วยความร้อนและความเเข็งแกร่งเป็นอย่างมาก บทเวทย์ต่าง ๆ ที่หนิงอ้ายถือครองอยู่นั้นเรียกได้ว่าอาณุภาพของบทเวทย์ดังกล่าวไปทบทวีคูณมากเพิ่มขึ้นหลายเท่าพื้นที่ส่วนด้านหลังเรือนพักได้แปรเปลี่ยนเป็นลานฝึกขนาดย่อม ด้วยเพราะหนิงอ้า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status