4 Jawaban2026-02-13 19:30:55
บอกตรงๆว่าฉันตื่นเต้นกับโปรแกรมรอบพิเศษเดือนเมษายนของเทศกาลนี้มาก เพราะเป็นช่วงที่คัดเอาภาพยนตร์ที่พูดถึงประสบการณ์มนุษย์อย่างลึกซึ้งมาฉายต่อหน้าผู้ชม
รอบพิเศษที่ฉันคาดว่าจะเห็นได้ชัดคือ 'Portrait of a Lady on Fire' — ภาพยนตร์ที่ถ่ายภาพและสื่ออารมณ์ได้ละเมียดละไม เหมาะกับการฉายในโรงเล็กๆ ที่ผู้ชมฟังเสียงหายใจและเสียงดนตรีร่วมกัน อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ 'Shoplifters' ซึ่งเล่าเรื่องครอบครัวในมุมที่ทั้งอบอุ่นและสะเทือนใจ ส่วน 'Moonlight' ก็ยังคงมีพลังทางอารมณ์สูง เหมาะกับการจัด Q&A กับทีมจัดเทศกาล และอยากเห็นรอบพิเศษของ 'The Farewell' ด้วย เพราะบทสนทนาเรื่องวัฒนธรรมระหว่างรุ่นมันชวนให้คนในห้องคุยต่อหลังฉาย
ถ้าทางเทศกาลจัดรอบหลังฉายแบบนั่งคุยกัน ก็ยิ่งเหมาะ — บรรยากาศจะกลายเป็นเวทีเล็กๆ ที่ทุกคนแชร์มุมมองกันได้อย่างจริงใจ
2 Jawaban2026-01-31 03:45:34
ช่วงวันหยุดยาวอย่างปีใหม่หรือสงกรานต์ฉันมักจะสังเกตเห็นว่าเมเจอร์ปราจีนมีการจัดกิจกรรมพิเศษหรือโปรโมชันเยอะเป็นพิเศษ เพราะมันคือช่วงที่คนกลับบ้านและมีเวลาว่างเยอะ ฉันเคยไปงานสกรีนพิเศษที่มีการฉายหนังอนิเมะกลางคืนให้แฟนๆ มานั่งดูร่วมกัน ซึ่งคราวนั้นมีการฉาย 'Your Name' แบบรีมาสเตอร์พร้อมแผงขายสินค้าที่ไม่ค่อยเห็นในรอบปกติ การจัดกิจกรรมแบบนี้มักจะมีทั้งการฉายพิเศษ การเปิดให้จองรอบพิเศษสำหรับหนังเทศกาล หรือการเชิญนักทำภาพยนตร์และผู้กำกับมาพูดคุยเล็กๆ ทำให้บรรยากาศในโรงมีความเป็นชุมชนขึ้นมากกว่าการดูปกติ
ในมุมของฉันที่ชอบสำรวจว่าทำไมคนถึงมา งานพิเศษของเมเจอร์ปราจีนมักจะเชื่อมโยงกับสองปัจจัยหลักคือวันหยุดและการเปิดตัวหนังใหญ่ ฉันเห็นการโปรโมทล่วงหน้าประมาณสัปดาห์หรือสองสัปดาห์เมื่อมีหนังฟอร์มยักษ์เข้าโรง ช่วงปิดเทอมกลางปีกับปิดเทอมปลายปีก็มักจะมีแคมเปญสำหรับเด็กและครอบครัว เช่น แพ็กเกจตั๋ว-ป๊อปคอร์นพิเศษ หรือกิจกรรมเวิร์กช็อปเล็กๆ สำหรับเยาวชน อีกอย่างที่ฉันชอบคือการจับมือกับเทศบาลหรือชุมชนท้องถิ่นในการจัดเทศกาลหนังสั้น หรืองานฉายหนังเฉพาะกลุ่มที่ให้พื้นที่กับหนังท้องถิ่นและหนังอิสระ ซึ่งทำให้ได้เจอผลงานใหม่ๆ ที่ไม่ค่อยเห็นในสาขาใหญ่
ถ้าใครอยากไปแบบมั่นใจ ฉันจะแนะนำให้สังเกตช่วงวันหยุดราชการและติดตามประกาศจากเพจของเมเจอร์ปราจีนหรือแอปของเครือเพราะเขามักจะลงรายการกิจกรรมและโปรโมชั่นพร้อมวัน-เวลาไว้ชัดเจน อีกเคล็ดเล็กๆ ที่ฉันใช้คือจองที่นั่งล่วงหน้าเมื่อเห็นโพสต์ประกาศ เพราะบางกิจกรรมมีที่จำกัดและมักเต็มเร็ว นี่แหละคือเหตุผลที่ฉันยังตั้งใจกลับไปงานพิเศษที่เมเจอร์ปราจีนบ่อยๆ — ได้ทั้งประสบการณ์การดูหนังที่ต่างออกไปและความรู้สึกว่าได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนคนรักหนัง
3 Jawaban2026-01-14 23:07:34
ช่วงวันหยุดยาวมักเป็นเวลาที่ 'เมเจอร์วีสแควร์' จัดกิจกรรมพิเศษ เพราะคนมาดูหนังเยอะและบรรยากาศคึกคัก ทำให้ผู้จัดมักเลือกช่วงนั้นสำหรับเทศกาลหรือรอบพิเศษต่างๆ ดิฉันมักเห็นแนวทางแบบนี้บ่อย: มีเทศกาลหนังสั้นจากโรงเรียนภาพยนตร์ รอบพิเศษสำหรับหนังต่างประเทศที่เพิ่งเข้าฉาย และงานเปิดตัวที่มีแขกรับเชิญมาให้สัมภาษณ์หรือทำ Q&A หลังฉาย
บรรยากาศงานเหล่านี้มักแตกต่างกันตามธีม — เทศกาลหนังสั้นจะโปรยบรรยากาศแบบอบอุ่น อินดี้ และมีการพูดคุยกับผู้กำกับ ส่วนรอบพิเศษของหนังฟอร์มยักษ์มักมีคอสเพลย์หรือกิจกรรมสื่อสารมวลชน ทำให้คนที่ชอบประสบการณ์ชมหนังร่วมกันรู้สึกตื่นเต้นตลอดเวลา ดิฉันมักเลือกไปรอบที่มีการเสวนาหรือกิจกรรมพิเศษ หลังจบภาพยนตร์แล้วได้ซึมซับมุมมองใหม่ๆ จากผู้สร้างด้วย
ถ้าต้องการคาดเดาช่วงเวลาแบบทั่วไป ให้จับตาช่วงเทศกาลสำคัญของประเทศ เช่น ช่วงปีใหม่หรือช่วงปิดเทอมใหญ่ เพราะโรงหนังและผู้จัดงานมักใช้โอกาสนั้นจัดอีเวนต์ แต่ละปีอาจมีความแตกต่างกันในรายละเอียดและธีม ดิฉันเองคิดว่าความสนุกคือการได้มาเจอผู้คนที่มีความชอบเดียวกันและได้ชมรอบพิเศษที่มีบรรยากาศไม่เหมือนรอบปกติ
3 Jawaban2025-12-14 21:24:23
เมเจอร์ชุมพรไม่ได้เป็นสถานที่ที่มีรอบหนังอินดี้หรือสารคดีทุกสัปดาห์ แต่ฉันสังเกตได้ว่าโรงนี้มักจะเปิดพื้นที่ให้กับงานพิเศษหรือเทศกาลท้องถิ่นมากกว่าเป็นการฉายปกติที่มีตารางประจำ
บางครั้งจะเห็นรอบพิเศษในช่วงเทศกาลหนังหรืองานวัฒนธรรมของจังหวัด ซึ่งจะรวมทั้งหนังสารคดีที่มีประเด็นชุมชนและหนังอินดี้ไทย-เทศที่เข้าคัดเลือกจากเทศกาล แม้ว่ารอบปกติของโรงภาพยนตร์สาขานอกเมืองมักจะเน้นหนังพาณิชย์เป็นหลัก แต่กิจกรรมแบบหนึ่งคืนหนึ่งเรื่องหรือสัปดาห์หนังสารคดีก็เกิดขึ้นได้เมื่อมีหน่วยงานท้องถิ่นหรือชมรมคนรักหนังร่วมมือ
คนที่ติดตามเพจโรงบ่อย ๆ จะเห็นว่าความถี่มักผันแปร: บางเดือนแทบไม่มีเลย แต่ช่วงที่มีเทศกาลจังหวัดหรือโครงการส่งเสริมวัฒนธรรมรอบฉายจะถี่ขึ้นจนถึงเดือนละครั้งหรือสองครั้ง ในประสบการณ์ส่วนตัว ฉันเคยเห็นการฉายหนังอย่าง 'By the Time It Gets Dark' ในรอบพิเศษร่วมกับเวิร์กช็อปและเสวนา ทำให้บรรยากาศดูจริงจังและมีผู้เข้าร่วมค่อนข้างเหนียวแน่น หากใครอยากจับจังหวะการฉายแบบนี้ บางทีการติดตามประกาศกิจกรรมของพื้นที่หรือกลุ่มคนทำหนังท้องถิ่นจะช่วยให้ไม่พลาดงานที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว
14 Jawaban2026-03-22 14:41:45
พูดตรงๆ บรรยากาศที่ตลาดอินดี้ ปิ่นเกล้า ให้ความรู้สึกเหมือนชุมชนศิลป์ขนาดย่อมที่พร้อมจะทดลองอะไรใหม่ๆ เสมอ
ครั้งหนึ่งเคยไปงานเย็นๆ ที่มีเวทีเล็กๆ วางข้างทางเดิน แสงไฟไม่หวือหวาแต่ใกล้ชิด นักดนตรีเล่นอะคูสติกต่อเนื่อง คนขายของวางแผงซีนและแผ่นเสียงมือสอง นอกจากคอนเสิร์ตเล็กๆ แล้วก็มีการฉายหนังสั้นโปรเจ็กเตอร์กลางแจ้ง ซึ่งไม่ได้เป็นงานใหญ่ แต่ให้ความอบอุ่นและการมีส่วนร่วมมากกว่าที่เห็นในงานเชิงพาณิชย์
โดยรวมแล้ว ตลาดนี้มักจัดกิจกรรมแบบป็อปอัพ คือเกิดขึ้นเป็นรอบๆ ตามเทศกาลหรือการรวมตัวของกลุ่มคนทำงานศิลปะ ถ้าชอบความเป็นกันเองและอยากเห็นวงอินดี้ท้องถิ่นหรือหนังสั้นจากคนทำงานอิสระ ตลาดนี้มักมีอะไรน่าสนใจให้พบอยู่เสมอ
2 Jawaban2025-12-14 03:50:28
เมเจอร์ทุ่งสงมีการฉายหนังพิเศษและจัดกิจกรรมเทศกาลได้แน่นอน แต่รูปแบบกับความถี่จะไม่เหมือนสาขาใหญ่ในเมืองหลวง ฉันไปดูที่นั่นพอสมควรเลยเห็นได้ชัดว่าที่สาขานี้เน้นความเป็นชุมชน: บ่อยครั้งจะมีการนำหนังคลาสสิกหรือหนังแฟนด้อมมาฉายพิเศษในช่วงวันหยุดหรือเทศกาลสำคัญ เช่น งานฉายย้อนยุคหรือมินิธีมมาราธอนที่คัดหนังในแนวเดียวกันมาเรียงฉายกันสองสามเรื่องติดต่อกัน นอกจากนี้ยังมีการให้โรงภาพยนตร์เช่าเป็นพิเศษสำหรับกิจกรรมมหาวิทยาลัย งานชมรมภาพยนตร์ หรือการฉายหนังสั้นของกลุ่มศิลปินท้องถิ่น ซึ่งบรรยากาศจะต่างจากรอบปกติเพราะมีการจัดพูดคุยหลังฉายหรือจัดบูธเล็กๆ ขายของที่ระลึกด้วย
การจัดเทศกาลขนาดย่อมที่ฉันเคยเข้าร่วมครั้งหนึ่งเป็นเทศกาลหนังสั้นท้องถิ่นที่มีการคัดผลงานจากนิสิตและผู้สร้างอิสระมาฉายต่อหน้าผู้ชมจริง—หลังฉายมีการพูดคุยกับผู้กำกับซึ่งทำให้รู้สึกว่าเมเจอร์ทุ่งสงไม่ได้เป็นแค่โรงหนังเชิงพาณิชย์ แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนได้พบปะแลกเปลี่ยน นอกจากงานท้องถิ่นแล้ว ยังมีรอบพิเศษของหนังต่างประเทศหรือเวอร์ชันพิเศษก่อนเข้าฉายในระบบปกติ โดยบางครั้งจะมีแพ็กเกจตั๋วลดหรือของพรีเมียมแจกให้ผู้ชมที่มาช่วงงาน
ถ้าตั้งใจจะตามรอยกิจกรรมเหล่านี้ ฉันแนะนำให้ติดตามเพจของเมเจอร์ทุ่งสง การแจ้งข่าวในเพจของห้าง หรือกลุ่มคนรักหนังในพื้นที่ เพราะประกาศมักออกผ่านช่องทางเหล่านั้นก่อน บัตรงานพิเศษมักจำกัดจำนวนและบางงานเน้นการจองล่วงหน้า แต่ข้อดีคือบรรยากาศเป็นกันเอง เข้าถึงผู้สร้างหนังและคนดูได้ง่ายกว่ารอบปกติ การมีพื้นที่แบบนี้แสดงให้เห็นว่าแม้จะอยู่ต่างจังหวัด เมเจอร์ทุ่งสงก็ยังมีบทบาทในการส่งเสริมหนังหลากหลายแบบ ซึ่งทำให้รู้สึกภูมิใจกับชุมชนคนดูหนังในเมืองเล็กๆ แห่งนี้
3 Jawaban2025-10-25 21:54:49
แสงโปรเจ็กเตอร์ที่ฉายบนผนังเก่าในตรอกเล็กๆ ของย่านเทเวศร์ทำให้การดูหนังอินดี้มีเสน่ห์แบบบ้านๆ ที่แตกต่างจากโรงใหญ่ ๆ ฉันเคยไปดูงานฉายแบบนี้หลายครั้งและโดยรวมแล้วมักจะมีตารางฉายแจ้งล่วงหน้าและระบบจองตั๋วออนไลน์สำหรับโปรแกรมหลักๆ
บางครั้งผู้จัดใช้ช่องทางอย่าง 'EventPop' หรือ 'Ticketmelon' เป็นตัวกลางขายตั๋วพร้อมหน้าจอเลือกที่นั่ง และโปรแกรมหรือเพจของงานมักอัพเดตวันที่เวลาฉายผ่านหน้า Facebook Event หรือ Instagram ของกลุ่มจัดฉาย ในคืนหนึ่งฉันไปดูหนังเรื่อง 'Moonlight' ในรอบพิเศษที่จัดบนเพดานไม้เก่า การจองออนไลน์ทำให้ได้รับอีเมลยืนยันและ QR โค้ดมาแสดงตอนเข้างาน สะดวกกว่ามายืนรอตรงประตู
แม้จะมีช่องทางออนไลน์ แต่ยังมีรอบเล็กๆ ที่ขายเป็นบัตรหน้างานหรือรับจองผ่าน Google Form แล้วเก็บเงินหน้างานด้วย ดังนั้นหากต้องการความแน่นอนให้เช็กเพจของผู้จัดก่อนวันจริง และเผื่อเวลาไปถึงหน้างานก่อนเริ่มสัก 15–30 นาทีเพื่อรอคิว การได้ยินเสียงคนคุยหลังฉากก่อนหนังเริ่มทำให้รู้สึกอบอุ่นและคอนเน็กต์กับชุมชนคนดูได้ดี
2 Jawaban2025-12-14 00:34:18
เคยสงสัยไหมว่ารอบพิเศษในโรงใหญ่ถูกจัดขึ้นยังไง ทำไมบางครั้งบัตรขายหมดเร็วและบรรยากาศถึงต่างจากรอบปกติมากกว่าที่คิดไว้เยอะ
เมื่อทำงานใกล้ชิดกับการจัดอีเวนต์โรงหนังมานาน พอเข้าใจภาพรวมเลยว่ามันคือการผสมผสานระหว่างการจัดโปรแกรมกับงานโลจิสติกส์แบบละเอียด เริ่มจากการคัดเลือกหนัง — เฉพาะเรื่องที่ได้รับคัดเลือกโดยผู้จัดเทศกาลหรือมีลิขสิทธิ์สำหรับจัดแสดงในประเทศเท่านั้นที่เข้าข่าย จากนั้นต้องคุยเรื่องสิทธิ์การฉาย (license) กับผู้แทนหรือผู้จัดส่งไฟล์ภาพยนตร์ ซึ่งปัจจุบันมักจะส่งมาเป็น 'DCP' ที่เข้ารหัส ก็เลยมีขั้นตอนขอคีย์ถอดรหัสและนัดเวลาส่งคีย์เข้าระบบฉายล่วงหน้า
เรื่องเวลาดีลมากกว่าที่ดู: รอบพิเศษมักถูกจัดนอกเวลาโปรแกรมปกติของโรง เช่น เช้า สาย หรือดึก เพื่อไม่เบียดโปรแกรมขายบัตรหลัก การวางสคริปต์ฉายต้องคำนวนทั้งความยาวหนัง เวลาประชาสัมพันธ์ก่อนเริ่ม และเวลาสำหรับกิจกรรมพิเศษ เช่น พูดคุยหลังฉาย หรือการแนะนำโดยแขกรับเชิญ ทีมโรงจะต้องเตรียมพื้นที่เรียกเข้า-ออก แบ่งโซนสำหรับสื่อ แขกคนสำคัญ กับผู้ชมทั่วไป นอกจากนี้ถ้าเป็นรอบเทศกาลจริง ๆ จะมีการกำหนดกลุ่มผู้ชมเช่น บัตรสื่อ บัตรสปอนเซอร์ บัตรสมาชิก และบัตรบุคคลทั่วไป เพื่อควบคุมจำนวนและสิทธิพิเศษต่าง ๆ
อีกส่วนที่คนดูมองไม่เห็นแต่สำคัญคือการเตรียมด้านเทคนิคและบริการ: ตรวจสอบไฟล์ภาพและซับไตเติลเช็กเสียงระบบฉายให้เข้ากับโรงที่ใช้ (เช่น IMAX, 4DX, หรือระบบเสียงดิจิทัลมาตรฐาน) ซ้อมการฉายจริงก่อนวันงาน และฝึกทีมงานหน้าโรงเกี่ยวกับสคริปต์งาน ผู้จัดอาจผนึกกับพันธมิตรเพื่อจัดบูทขายของหรือเครื่องดื่มพิเศษสำหรับรอบเทศกาล กรณีพิเศษอย่างการนำผู้กำกับมาร่วม Q&A หรือการเปิดตัวพิเศษ ต้องมีการประสานเรื่องวีซ่า คิวผู้พูด และการรักษาความปลอดภัยด้วย
ส่วนการสื่อสารและการขายตั๋วก็เป็นหัวใจสำคัญ — ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางของเทศกาลและของโรงหนัง แจ้งเวลา สถานที่ และเงื่อนไขการเข้าชม บางรอบมีการกำหนดราคาพิเศษหรือแพ็กเกจร่วมกับผู้สนับสนุน การวางแผนทั้งหมดนี้ทำให้รอบพิเศษมีบรรยากาศเฉพาะตัวและให้ประสบการณ์ที่ต่างกับรอบปกติ เพราะมันไม่ใช่แค่การฉายหนัง แต่เป็นการสร้างเหตุการณ์ที่ผู้ชมจดจำกลับบ้านได้
1 Jawaban2025-12-14 23:30:05
บรรยากาศที่สาขาเมเจอร์ลาดกระบังมักจะเต็มไปด้วยความคึกคักเมื่อมีการจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้ง เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในสาขาที่นิยมใช้เป็นจุดจัดงานพบปะนักแสดงหรือทีมงานเพื่อโปรโมตหนังที่มีฐานแฟนคลับแน่นหนา ฉันเห็นงานแนวนี้มักเกิดขึ้นควบคู่กับการฉายพิเศษหรือพรีเซ็นเทชั่นพรมแดง โดยจะเลือกหนังที่มีแรงดึงดูดทั้งทางสังคมและการตลาด เช่น หนังแฟรนไชส์ที่มีแฟน ๆ ติดตามเป็นจำนวนมาก หนังแนวไอดอลหรือมิวสิคัลที่นักแสดงมีแฟนคลับคอยติดตาม หรือหนังไทยที่กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมในช่วงนั้น ช่วงที่จัดกิจกรรมจะมีทั้งการสัมภาษณ์สด แจกโปสเตอร์ เซ็นลายเซ็น และมินิคอนเสิร์ตเล็ก ๆ ทำให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดมากกว่าการดูหนังปกติ
จากประสบการณ์ของฉัน งานแฟนมีตติ้งที่สาขานี้มักจะเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ที่กำลังได้รับความนิยม เช่น หนังซูเปอร์ฮีโร่หรือแอนิเมชันจากต่างประเทศที่มีแฟนเบสขนาดใหญ่ รวมถึงหนังไทยที่ขึ้นแท่นเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ตัวอย่างชื่อหนังที่ในวงการมักจะมีเวิร์คช็อปหรือแฟนมีตติ้งประกอบการโปรโมตได้แก่ 'One Piece Film: Red' ที่มีแฟนมังงะและอนิเมะแห่กันไปดูเป็นจำนวนมาก หรือภาพยนตร์ไตรภาคซูเปอร์ฮีโร่ที่มักจะมีกิจกรรม Q&A กับนักแสดง แต่ก็มีอีกหลายกรณีที่เป็นหนังไทยอย่าง 'คนทรง' หรือหนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่มีดารานำเป็นคนดังในโซเชียลมีเดีย งานเหล่านี้จะถูกจัดให้เหมาะกับขนาดสาขาและความพร้อมของทีมโปรโมต บางครั้งก็เป็นงานเล็กๆ ที่เปิดให้แฟนคลับไม่กี่สิบคนได้ร่วม บางครั้งก็เป็นการฉายพิเศษที่มีแฟนเอเวนต์ร่วมเป็นพันคน
การติดตามข่าวสารกิจกรรมแฟนมีตติ้งของเมเจอร์ลาดกระบังทำให้ไม่พลาดงานที่อยากไปร่วม ฉันมักสังเกตโปสเตอร์หน้าสาขา ตารางฉายพิเศษ และประกาศจากช่องทางอย่างเป็นทางการของเมเจอร์เพราะรายละเอียดการขายบัตรหรือการลงทะเบียนจะถูกแจ้งไว้ที่นั่นเสมอ ในมุมมองของคนรักหนัง การได้ร่วมแฟนมีตติ้งที่สาขาใกล้บ้านให้ความรู้สึกพิเศษและอบอุ่น เหมือนได้แบ่งปันความรักในเรื่องเดียวกันกับคนรอบตัว และทุกครั้งที่มีงานแบบนี้จบลง ฉันมักรู้สึกตื่นเต้นกับความทรงจำใหม่ ๆ ที่ได้จากการพบปะนักแสดงหรือแลกเปลี่ยนความเห็นกับแฟน ๆ คนอื่น ๆ
3 Jawaban2025-12-14 16:54:28
ตารางเทศกาลของเมเจอร์ปีนี้แน่นจริง ๆ มีสีสันหลายแนวให้เลือกจนรู้สึกเหมือนเป็นเด็กในร้านขนม
ฉันสังเกตเห็นว่าเมเจอร์ยังคงจัดโปรแกรมใหญ่ ๆ แบบเดิมแต่เพิ่มลูกเล่นให้หลากหลายขึ้น เช่นมี 'เทศกาลหนังญี่ปุ่น' ที่เอาภาพยนตร์ร่วมสมัยและคลาสสิกมาฉายคู่กัน พร้อมเวทีพูดคุยกับแขกรับเชิญจากวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่น ในอีกโปรแกรมหนึ่งมีการจัด 'เทศกาลหนังคลาสสิกรีมาสเตอร์' สำหรับคนที่ชอบดูหนังฟิล์มเก่าในฟอร์แมตคุณภาพสูง รวมทั้งรอบพิเศษที่ฉายฟิล์มที่เคยไปโชว์ในเทศกาลต่างประเทศมาแล้วแต่ยังไม่เคยได้ฉายในโรงใหญ่ของบ้านเรา
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ให้หนังสั้นไทยกับโปรเจ็กต์ท้องถิ่น อย่าง 'เทศกาลหนังสั้น' ที่เปิดโอกาสให้ผู้กำกับหน้าใหม่ได้ฉายผลงานจริงและมีช่วงถามตอบหลังฉาย ซึ่งฉันชอบบรรยากาศนั้นมาก เพราะได้เห็นความสดและมุมมองใหม่ ๆ ของคนทำหนังรุ่นใหม่ ส่วนรอบสยองขวัญและรอบมาราธอนของผู้กำกับคนดังก็ยังคงมีเป็นช่วง ๆ ทำให้คนที่หลงรักแนวใดแนวหนึ่งสามารถวางแผนไปดูเป็นชุดได้ ช่วงเทศกาลแบบนี้รู้สึกว่าการไปดูหนังในโรงมันกลายเป็นงานรวมกลุ่มของคนรักหนังจริง ๆ