การสร้างตัวละครในโดจินเล่มนี้ค่อนข้างประณีต: บางคนมีอดีตที่ซ่อนอยู่ บางคนยอมรับการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้น และบางคนยังฝังใจกับการสูญเสีย ฉันชอบฉากสั้น ๆ ที่ตัวละครรองเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีต เพราะมันช่วยให้ต้นไม้มีความหมายมากขึ้น ความสัมพันธ์เหล่านี้ทำให้เรื่องไม่กลายเป็นนิยายเชิงสัญลักษณ์ล้วน ๆ แต่ยังคงสัมผัสได้ถึงความเป็นมนุษย์คล้ายกับความอบอุ่นใน 'hotarubi no mori e'
ในแง่โครงเรื่อง บทหลักแบ่งเป็นตอนสั้น ๆ ที่ผูกปมความสัมพันธ์ของตัวละครกับต้นไม้แต่ละฉาก ตัวละครรองบางคนมีบทบาทคล้ายกระจกสะท้อน ทำให้เรามองเห็นอดีต ความสูญเสีย และการปล่อยวาง นอกจากนี้งานศิลป์ในเล่มให้ความสำคัญกับช่องว่างและเสียงเงียบ จึงทำให้จังหวะการอ่านช้าลงและเปิดพื้นที่ให้ความรู้สึกเจริญเติบโตเอง เหมือนดูหนังแนวชวนคิดอย่าง 'Nausicaä of the Valley of the Wind' ในแบบขนาดเล็กที่อบอุ่นกว่า
เครดิตท้ายเรื่องของ 'Thor' นี่แหละที่ทำให้รู้สึกว่าโลกของหนังเชื่อมกันอย่างจริงจังและตื่นเต้นมากขึ้น
ฉากคาเมโอที่เด่นที่สุดใน 'Thor' คือการปรากฏตัวของ Nick Fury ซึ่งแสดงโดย Samuel L. Jackson — เขาโผล่มาในซีนหลังเครดิตเพื่อชวน Dr. Erik Selvig ให้มาทำงานกับองค์กรที่ใหญ่กว่า สิ่งนี้ให้ความรู้สึกว่าเหตุการณ์ในหนังเรื่องนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่กว่า และเป็นจุดเชื่อมตรงไปยังภาพยนตร์อื่น ๆ
ผมชอบวิธีที่ซีนเดียวสามารถเปลี่ยนระดับการเล่าเรื่องได้ ทั้งในเชิงแฟนเซอร์วิสและการวางพื้นฐานสำหรับเรื่องราวต่อไป การที่ Samuel L. Jackson โผล่มาแบบไม่คาดคิดยังช่วยกระตุ้นความอยากดูเครดิตจนครบอีกด้วย — เป็นคาเมโอที่ทำงานได้ดีทั้งเชิงเนื้อหาและอารมณ์